เชียงราย - Chiang Rai News
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์
เชียงราย – วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงราย ผู้ว่าราชการจังหวัด ชูชีพ พงษ์ไชย เป็นประธานประชุมติดตามคุณภาพน้ำ หลังชาวบ้านบางกลุ่มที่อาศัยใกล้แม่น้ำกกกังวลเรื่องการพบสารหนูจากผลตรวจตัวอย่าง
ในการประชุมครั้งนี้ หน่วยงานจังหวัดได้หารือร่วมกับ พญ.สิริวรรณ กันตสิน และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และวางแนวทางทำงานร่วมกันให้เป็นทิศทางเดียว
เป้าหมายหลักคือรีบทำให้ข้อเท็จจริงชัดเจน ลดความสับสน และช่วยให้ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวสบายใจมากขึ้น ผู้ว่าฯ ย้ำว่าจังหวัดไม่ได้เพิกเฉย พร้อมขอบคุณทีม MFU ที่นำข้อมูลมาช่วยงาน ขณะเดียวกันจังหวัดต้องการ “ชุดข้อมูลเดียว” ที่สื่อสารได้ตรงกัน จึงสรุปแนวทางร่วมกัน 4 เรื่องสำคัญดังนี้
- ตรวจซ้ำตามมาตรฐานสากล
จังหวัดสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรให้ MFU และประสานกรมควบคุมมลพิษ เพื่อเก็บตัวอย่างใหม่ตามขั้นตอนมาตรฐาน (SOP) ทั้งตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและตัวอย่างชีวภาพ เป้าหมายคือช่วยยืนยันที่มาของสารหนูให้ชัดภายใน 2 สัปดาห์ - ตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง (Single Command)
สำนักงานจังหวัดเชียงรายจะเป็นศูนย์ประสานงานและจัดการข้อมูลหลัก เพื่อให้การอัปเดตต่อสาธารณะถูกต้อง สม่ำเสมอ และเข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระทีมวิจัยไม่ให้ต้องรับแรงกดดันจากหลายทาง - เพิ่มศักยภาพห้องแล็บในพื้นที่
จังหวัดผลักดันให้ MFU และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิง (Reference Lab) ในพื้นที่ เพื่อให้ตรวจโลหะหนักได้เร็วขึ้น และรองรับงานตรวจได้มากขึ้น โดยไม่ต้องรอผลจากหน่วยงานส่วนกลางนานเกินไป - วางมาตรการความปลอดภัยด้านท่องเที่ยวก่อนสงกรานต์
เมื่อ Songkran ใกล้เข้ามา จังหวัดจะยึดคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ และเน้นมาตรฐานความปลอดภัยของกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงเร่งทำสื่อประชาสัมพันธ์ (Infographic) เพื่อบอกพื้นที่ที่เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย และพื้นที่ที่ควรระวัง แนวทางนี้ตั้งใจช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกับดูแลสุขภาพประชาชน
ผู้ว่าฯ ให้สัมภาษณ์กับ The Standard ว่าจังหวัดไม่ได้โทษนักวิจัย แต่จะสนับสนุนเครื่องมือและเพิ่มฐานข้อมูลให้มากขึ้น เพื่อให้ความจริงชัดที่สุด และให้วิทยาศาสตร์เป็นตัวนำการตัดสินใจเชิงนโยบาย
ด้านภาคประชาสังคมมองว่าทิศทางการประชุมครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี เพราะท้องถิ่นและนักวิชาการจับมือทำงานกันจริงจังขึ้น เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นทาง พวกเขายังสะท้อนความกังวลในภาพใหญ่ เช่น ผลกระทบจากการทำเหมืองใกล้พื้นที่ชายแดน และความเสี่ยงที่สารปนเปื้อนอาจไหลไปตามห่วงโซ่อาหาร

ภาพรวมปัญหาสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก
ประเด็นสารหนูในแม่น้ำกก (แม่น้ำแม่กก) ถูกจับตาในฐานะปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่สำคัญ โดยหลายรายงานเชื่อมโยงกับกิจกรรมทำเหมืองต้นน้ำในเมียนมา เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นช่วงต้นปี 2025 หลังผลตรวจพบค่าสารหนูและโลหะหนักบางชนิดสูงกว่าปกติในบางจุดของลำน้ำ
นักวิจัยและหน่วยงานรัฐบางส่วนชี้ไปที่การทำเหมืองทองและแร่หายากที่ผิดกฎหมายในรัฐฉาน ใกล้บริเวณต้นน้ำ อีกทั้งมีรายงานบางแหล่งโยงถึงกลุ่มทุนจีนและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ รวมถึง Wa State Army
ต่อมา การเฝ้าระวังตั้งแต่กลางปี 2025 ต่อเนื่องถึงปี 2026 พบว่าบางช่วงของแม่น้ำกกมีค่าสารหนูสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของไทยที่ 0.01 มก./ล. และยังพบแนวโน้มคล้ายกันในแหล่งน้ำที่เชื่อมต่อ เช่น แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ด้วยเหตุนี้ คนที่อาศัยตามแนวลำน้ำในจังหวัดเชียงรายจึงกังวลเรื่องการรับสัมผัสสารหนูในระยะยาว
ความเสี่ยงหลักมาจากการใช้น้ำในแม่น้ำ การกินปลาจากแหล่งน้ำ และการทำเกษตรด้วยน้ำชลประทานที่อาจปนเปื้อน รวมถึงนาข้าว ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจึงเสนอให้มีการติดตามเชิงชีวภาพ เช่น ตรวจเส้นผม เพื่อดูการสะสมของสารหนู
ช่วงหลัง หน่วยงานไทยเพิ่มการกำกับดูแลมากขึ้น รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลการตรวจบางรอบของน้ำแม่น้ำและระบบน้ำประปาหมู่บ้านในต้นปี 2026 พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามยังมีบางจุดที่ค่าสูงเกินมาตรฐานอยู่ จึงต้องตรวจต่อเนื่อง ออกคำแนะนำหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำในบางพื้นที่ และเดินหน้าคุยผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนกับเมียนมาไปพร้อมกัน
ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารหนู
เชียงราย - Chiang Rai News
รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว
เชียงราย – ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมสามีภรรยาที่มีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเองอยู่กับฝ่ายชาย เจ้าตัวยอมรับพกไว้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยระหว่างหลบหนี
คดีนี้เริ่มจาก ตำรวจได้รับเบาะแส จากประชาชนในพื้นที่ ระบุว่าถนนช่วงยาวและค่อนข้างเปลี่ยว ระหว่างอำเภอเทิงกับอำเภอพญาเม็งราย มักได้ยินเสียงคล้ายประทัดหรือเสียงปืนดังเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่มั่นใจ
เพราะเหตุนี้ หลายหน่วยงานจึงประสานกำลังและตั้งจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า
เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์สีดำ รุ่น CBR ใช้ความเร็วสูงจากฝั่งอำเภอเทิง มุ่งหน้าไปทางอำเภอพญาเม็งราย ตำรวจให้สัญญาณเรียกตรวจ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหนีไปทางบ้านสันป่าสัก ตำบลเม็งราย
จากนั้นตำรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และสกัดรถได้ตอนเลี้ยวเข้าถนนซอยในหมู่ 3 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว ทั้งสองมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและดูมีพิรุธ
ตำรวจตรวจค้นตัวผู้ขับขี่ และตรวจสอบกระเป๋าสะพายสีเขียวเข้มที่พกติดตัว พบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเอง ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก

ตรวจพบมีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่กรุงเทพฯ
ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือ
- วรัญยู อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
- ฉัตรแก้ว อายุ 38 ปี ชาวตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย
เมื่อเช็กกับฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบทั้งสองมีหมายจับค้างอยู่ เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงในท้องที่ตำรวจกรุงเทพมหานคร
ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ ร่วมกันหลอกลวงในลักษณะเงินกู้ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน
ระหว่างทำบันทึกจับกุม วรัญยูรับว่าอาวุธปืนเป็นของตน เขาบอกว่าหยิบออกจากบ้านในอำเภอเทิง เพราะต้องการพกไว้ป้องกันตัว ระหว่างเดินทางไปซ่อนอยู่บ้านญาติในอำเภอพญาเม็งราย
ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พญาเม็งราย และประสาน สน.ตลิ่งชัน เพื่อดำเนินการตามหมายจับต่อไป

ตำรวจเชียงรายจับขบวนการลักลอบขนอะโวคาโดข้ามแดน ยึดของกลางกว่า 4.9 ตัน
อีกคดีในจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยลักลอบนำเข้าอะโวคาโดจากเมียนมาเข้าประเทศไทย บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย พร้อมยึดของกลางมากกว่า 4.9 ตัน โดยตำรวจระบุว่าไม่พบเอกสารศุลกากร และไม่มีเอกสารตรวจสุขอนามัยหรือเอกสารตรวจพืชตามขั้นตอน
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 ผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดสั่งการให้สืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ กิตติพงษ์ อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสอง จังหวัดแพร่, กิตติกรณ์ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอเมืองกำแพงเพชร และ ทรงพล อายุ 34 ปี ชาวตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า ทั้งสามร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ขนย้าย ครอบครอง หรือจำหน่ายสินค้า ที่ควรรู้ว่าเป็นของนำเข้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร
การจับกุมเกิดขึ้นหลังชุดลาดตระเวนตรวจเข้มแนวชายแดนไทยเมียนมาในพื้นที่แม่สาย ระหว่างตรวจจุดใกล้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในหมู่ 13 ตำบลแม่สาย พบรถกระบะส่วนบุคคล 2 คันจอดอยู่ใกล้กัน
คันแรกเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชร บรรทุกอะโวคาโด 113 ลัง ลังละ 25 กิโลกรัม รวม 2,825 กิโลกรัม ส่วนคันที่สองเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชรเช่นกัน บรรทุก 50 ลัง รวม 1,250 กิโลกรัม
ตำรวจระบุว่า กิตติพงษ์ และ กิตติกรณ์ เป็นคนขับรถกระบะทั้งสองคัน ขณะที่ ทรงพล อยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ในช่วงตรวจค้น
หลังตรวจสอบสินค้า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอะโวคาโดมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง หรือเอกสารตรวจจากด่านกักกันพืชได้ ตำรวจจึงยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์
เชียงราย - Chiang Rai News
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
เชียงราย – บริเวณชายแดนแม่สายคึกคักตั้งแต่เมื่อคืนและต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันนี้ เนื่องจากคนไทยและชาวเมียนมาร์จากฝั่งท่าขี้เหล็กต่างพากันไปเติมน้ำมันที่ปั๊มหลายแห่ง สาเหตุหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและข่าวที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
พอสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาเปิดเวลา 06.30 น. รถยนต์และรถจักรยานยนต์จากฝั่งเมียนมาก็ไหลเข้ามาในอำเภอแม่สายต่อเนื่อง หลายคนกังวลว่าไทยอาจงดส่งออกน้ำมันไปประเทศรอบข้าง จึงรีบมาเติมไว้ก่อน ส่งผลให้ความต้องการในพื้นที่พุ่งขึ้นในช่วงสั้นๆ
ด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายออกมาตรการคุมเข้ม ตามข้อสั่งการของนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยย้ำชัดให้สถานีบริการทุกแห่ง “ห้ามปฏิเสธการขาย” และ “ห้ามกักตุนเพื่อเก็งกำไร” ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวน พร้อมสื่อสารว่าไทยยังบริหารจัดการได้ และยังไม่มีสัญญาณขาดแคลนตามที่หลายคนกังวล
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ถูกสั่งให้ลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมการจำหน่ายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงก่อนปรับขึ้นราคา เพราะมักมีการอ้าง “น้ำมันหมด” เพื่อหวังผลประโยชน์ นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันด้วยว่าน้ำมันในประเทศยังเพียงพอ แม้ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ แต่มีแผนรองรับไว้แล้ว
จังหวัดยังขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือซื้อกักตุนเกินจำเป็น เพราะยิ่งแห่ซื้อพร้อมกัน จะยิ่งทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเทียม และกระทบคนที่จำเป็นต้องใช้จริง

6 มาตรการเร่งด่วน ดูแลสถานการณ์น้ำมันในอำเภอแม่สาย
- ให้คนไทยได้ใช้ก่อน สถานีบริการต้องจัดสรรน้ำมันให้ประชาชนชาวไทยเป็นอันดับแรก เพื่อใช้ทำเกษตร เดินทาง และขนส่งในชีวิตประจำวัน
- ห้ามขายใส่ภาชนะอื่นเด็ดขาด ยกเว้นกรณีจำเป็นเพื่อเกษตรกรรมหรือก่อสร้าง โดยต้อง ลงทะเบียน ระบุชื่อและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
- ต่างชาติต้องลงทะเบียนทุกครั้ง ชาวต่างชาติที่เข้ามาเติมน้ำมันในพื้นที่แม่สาย ต้องลงทะเบียนก่อนรับบริการ
- เติมเกินจำเป็น หรือเติมวนหลายรอบ ให้ปฏิเสธขายทันที หากพบพฤติกรรมเติมมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน หรือเข้าข่าย “เวียนเติม” ให้สถานีบริการหยุดขายในทันที
- แนะนำกระจายไปจุดใกล้เคียง หากแม่สายตึงตัว ถ้าน้ำมันในแม่สายเริ่มไม่พอ ให้ประชาชนไปใช้บริการในอำเภอใกล้เคียงที่ยังมีสต็อกเพียงพอ
- พบโกง กักตุน หรือปฏิเสธขายแบบไม่มีเหตุผล ให้แจ้งทันที จังหวัดย้ำว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด และดำเนินการถึงที่สุดกับผู้กระทำผิด
ผู้ว่าฯเชียงรายย้ำว่า มาตรการทั้งหมดตั้งใจจัดระเบียบให้คนในพื้นที่มีพลังงานใช้อย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญกับปากท้องและปัจจัยการผลิตของคนท้องถิ่นก่อน
ช่องทางแจ้งเหตุ
หากพบปั๊มน้ำมันปฏิเสธการขาย หรือมีพฤติกรรมกักตุนโดยไร้เหตุผล แจ้งได้ที่ สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย โทร. 081-6926662 (สายด่วน 24 ชม.)
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก ก่อนสงกรานต์
เชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
เชียงราย – เชียงรายมีเรื่องน่ายินดีของหนุ่มเวียงแก่นชื่อเล่นว่า “ตุ้ย” วัย 42 ปี หลังถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 มี.ค. 2569 จากลอตเตอรี่พลัส หมายเลข 820866 จำนวน 10 ใบ ได้เงินรางวัลรวม 60,000,000 บาท
กระแสข่าวเริ่มจากโซเชียลมีเดีย ก่อนที่เพจ “ลอตเตอรี่พลัส” ซึ่งเป็นช่องทางที่ตุ้ยใช้ซื้อสลากออนไลน์ จะประกาศการมอบเงินรางวัลครบทั้ง 60 ล้านบาท โดยระบุว่าจะมีการไลฟ์สดบรรยากาศการมอบเงินจากบ้านของผู้ถูกรางวัลในพื้นที่ ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 1 หมู่บ้านทรายทอง หมู่ 7 พบว่าภายในบ้านมีการจัดเลี้ยงฉลอง มีญาติ เพื่อน และชาวบ้านเดินทางมาแสดงความยินดีจำนวนมาก ขณะเดียวกันทีมงานลอตเตอรี่พลัสเดินทางมามอบเงินสดให้เจ้าของรางวัลท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก
ตุ้ยขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง เล่าว่าเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตคู่เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา เขายอมรับว่าไม่คิดมาก่อนว่าจะได้รางวัลใหญ่ระดับนี้

สำหรับที่มาของเลขที่ซื้อ เขาบอกว่าเคยตามซื้อเลขท้าย 66 ติดต่อกันหลายงวด เพราะเป็นอายุของพ่อที่เสียชีวิตไปประมาณ 8 เดือนกว่า แต่ช่วงแรกซื้อ 2 ถึง 3 งวดก็ไม่ถูกรางวัล จึงหยุดไปพักหนึ่ง ก่อนกลับมาตัดสินใจซื้อในงวดนี้ และเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นชุดใหญ่ 10 ใบ
วันประกาศผล 1 มี.ค. เขากำลังขับรถไปทำธุระ จึงยังไม่รู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 จนมีสายโทรศัพท์แปลกโทรเข้า ตอนแรกเกือบไม่รับเพราะกลัวมิจฉาชีพ แต่สุดท้ายตัดสินใจรับสาย แล้วได้ยินปลายสายแนะนำตัวว่าติดต่อมาจาก “พี่น็อต” เจ้าของแพลตฟอร์มลอตเตอรี่พลัส เพื่อแจ้งข่าวว่าถูกรางวัลที่ 1 ทำให้เขาช็อกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะดีใจจนพูดไม่ออก
แม้เงินก้อน 60 ล้านบาทจะเข้ามาในชีวิต ตุ้ยย้ำว่าเขาจะยังใช้ชีวิตแบบเดิม ทำงานเป็นล่ามต่อไป และจะวางแผนการเงินให้รอบคอบ นอกจากนี้ความรักที่มีต่อภรรยายังคงเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปตามเงินที่ได้มา หลังจบงานเลี้ยง เขาตั้งใจทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พ่อ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นเจ้าของเลขให้โชคครั้งนี้ด้วย
ชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoจังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว


