ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล "สารหนูในแม่น้ำกก" ก่อนสงกรานต์

เชียงราย - Chiang Rai News

ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์

Published

on

เชียงราย – วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดเชียงราย ผู้ว่าราชการจังหวัด ชูชีพ พงษ์ไชย เป็นประธานประชุมติดตามคุณภาพน้ำ หลังชาวบ้านบางกลุ่มที่อาศัยใกล้แม่น้ำกกกังวลเรื่องการพบสารหนูจากผลตรวจตัวอย่าง

ในการประชุมครั้งนี้ หน่วยงานจังหวัดได้หารือร่วมกับ พญ.สิริวรรณ กันตสิน และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (MFU) เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และวางแนวทางทำงานร่วมกันให้เป็นทิศทางเดียว

เป้าหมายหลักคือรีบทำให้ข้อเท็จจริงชัดเจน ลดความสับสน และช่วยให้ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวสบายใจมากขึ้น ผู้ว่าฯ ย้ำว่าจังหวัดไม่ได้เพิกเฉย พร้อมขอบคุณทีม MFU ที่นำข้อมูลมาช่วยงาน ขณะเดียวกันจังหวัดต้องการ “ชุดข้อมูลเดียว” ที่สื่อสารได้ตรงกัน จึงสรุปแนวทางร่วมกัน 4 เรื่องสำคัญดังนี้

  1. ตรวจซ้ำตามมาตรฐานสากล
    จังหวัดสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรให้ MFU และประสานกรมควบคุมมลพิษ เพื่อเก็บตัวอย่างใหม่ตามขั้นตอนมาตรฐาน (SOP) ทั้งตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและตัวอย่างชีวภาพ เป้าหมายคือช่วยยืนยันที่มาของสารหนูให้ชัดภายใน 2 สัปดาห์
  2. ตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง (Single Command)
    สำนักงานจังหวัดเชียงรายจะเป็นศูนย์ประสานงานและจัดการข้อมูลหลัก เพื่อให้การอัปเดตต่อสาธารณะถูกต้อง สม่ำเสมอ และเข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระทีมวิจัยไม่ให้ต้องรับแรงกดดันจากหลายทาง
  3. เพิ่มศักยภาพห้องแล็บในพื้นที่
    จังหวัดผลักดันให้ MFU และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์พัฒนาเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิง (Reference Lab) ในพื้นที่ เพื่อให้ตรวจโลหะหนักได้เร็วขึ้น และรองรับงานตรวจได้มากขึ้น โดยไม่ต้องรอผลจากหน่วยงานส่วนกลางนานเกินไป
  4. วางมาตรการความปลอดภัยด้านท่องเที่ยวก่อนสงกรานต์
    เมื่อ Songkran ใกล้เข้ามา จังหวัดจะยึดคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ และเน้นมาตรฐานความปลอดภัยของกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงเร่งทำสื่อประชาสัมพันธ์ (Infographic) เพื่อบอกพื้นที่ที่เล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย และพื้นที่ที่ควรระวัง แนวทางนี้ตั้งใจช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่นไปพร้อมกับดูแลสุขภาพประชาชน

ผู้ว่าฯ ให้สัมภาษณ์กับ The Standard ว่าจังหวัดไม่ได้โทษนักวิจัย แต่จะสนับสนุนเครื่องมือและเพิ่มฐานข้อมูลให้มากขึ้น เพื่อให้ความจริงชัดที่สุด และให้วิทยาศาสตร์เป็นตัวนำการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ด้านภาคประชาสังคมมองว่าทิศทางการประชุมครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดี เพราะท้องถิ่นและนักวิชาการจับมือทำงานกันจริงจังขึ้น เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นทาง พวกเขายังสะท้อนความกังวลในภาพใหญ่ เช่น ผลกระทบจากการทำเหมืองใกล้พื้นที่ชายแดน และความเสี่ยงที่สารปนเปื้อนอาจไหลไปตามห่วงโซ่อาหาร

ภาพรวมปัญหาสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก

ประเด็นสารหนูในแม่น้ำกก (แม่น้ำแม่กก) ถูกจับตาในฐานะปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่สำคัญ โดยหลายรายงานเชื่อมโยงกับกิจกรรมทำเหมืองต้นน้ำในเมียนมา เรื่องนี้ได้รับความสนใจมากขึ้นช่วงต้นปี 2025 หลังผลตรวจพบค่าสารหนูและโลหะหนักบางชนิดสูงกว่าปกติในบางจุดของลำน้ำ

นักวิจัยและหน่วยงานรัฐบางส่วนชี้ไปที่การทำเหมืองทองและแร่หายากที่ผิดกฎหมายในรัฐฉาน ใกล้บริเวณต้นน้ำ อีกทั้งมีรายงานบางแหล่งโยงถึงกลุ่มทุนจีนและกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ รวมถึง Wa State Army

ต่อมา การเฝ้าระวังตั้งแต่กลางปี 2025 ต่อเนื่องถึงปี 2026 พบว่าบางช่วงของแม่น้ำกกมีค่าสารหนูสูงกว่ามาตรฐานความปลอดภัยของไทยที่ 0.01 มก./ล. และยังพบแนวโน้มคล้ายกันในแหล่งน้ำที่เชื่อมต่อ เช่น แม่น้ำสาย และแม่น้ำรวก ด้วยเหตุนี้ คนที่อาศัยตามแนวลำน้ำในจังหวัดเชียงรายจึงกังวลเรื่องการรับสัมผัสสารหนูในระยะยาว

ความเสี่ยงหลักมาจากการใช้น้ำในแม่น้ำ การกินปลาจากแหล่งน้ำ และการทำเกษตรด้วยน้ำชลประทานที่อาจปนเปื้อน รวมถึงนาข้าว ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจึงเสนอให้มีการติดตามเชิงชีวภาพ เช่น ตรวจเส้นผม เพื่อดูการสะสมของสารหนู

ช่วงหลัง หน่วยงานไทยเพิ่มการกำกับดูแลมากขึ้น รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลการตรวจบางรอบของน้ำแม่น้ำและระบบน้ำประปาหมู่บ้านในต้นปี 2026 พบว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย อย่างไรก็ตามยังมีบางจุดที่ค่าสูงเกินมาตรฐานอยู่ จึงต้องตรวจต่อเนื่อง ออกคำแนะนำหลีกเลี่ยงการใช้น้ำจากแม่น้ำในบางพื้นที่ และเดินหน้าคุยผ่านช่องทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนกับเมียนมาไปพร้อมกัน

ชาวบ้านในจังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกกมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารหนู

Trending

Exit mobile version