ข่าวอาชญากรรม - Crime
วัยรุ่น 7 คนปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว ถูกจับขณะลักลอบขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดจากเชียงราย
เชียงราย- กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ใช้รถยนต์ 3 คันขับเป็นขบวน ทำทีเหมือนนักท่องเที่ยวเดินทางไปจังหวัดเชียงราย แต่ความจริงเป็นการลักลอบขนยาบ้ารวม 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนมาเพื่อเตรียมส่งต่อไปจังหวัดสระบุรี พล.ต.ท.
เชียงราย- กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ใช้รถยนต์ 3 คันขับเป็นขบวน ทำทีเหมือนนักท่องเที่ยวเดินทางไปจังหวัดเชียงราย แต่ความจริงเป็นการลักลอบขนยาบ้ารวม 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนมาเพื่อเตรียมส่งต่อไปจังหวัดสระบุรี
พล.ต.ท. กฤษฐพล ยิสาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5">ตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ตำรวจร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานยาเสพติด">ปราบปรามยาเสพติด ได้ข้อมูลว่ามีการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดน มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสกัดกั้นและตั้งจุดตรวจ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจที่ด่านยาเสพติดแม่ทา จังหวัดลำพูน แล้วพบรถต้องสงสัย 3 คันขับตามกันมา ได้แก่ รถซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ทะเบียน ข. 8104 เชียงราย, รถมาสด้า สีดำ ทะเบียน 9KY 5561 กรุงเทพฯ และรถฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กร. 8504 ชลบุรี
เมื่อเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาบ้า 4 ล้านเม็ด ซ่อนอยู่ภายในรถมาสด้า จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไว้ดำเนินคดี ประกอบด้วย นายธีรพร อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ (คนขับรถมาสด้า), นางสาวรุ่งรัณ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา, นายเทพนที อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา (คนขับรถฮอนด้า) รวมถึง นายโชคชัย อายุ 20 ปี, นายวรโชติ อายุ 21 ปี, เด็กหญิงอายุ 14 ปี (บี) และเด็กหญิงอายุ 16 ปี (เอ) ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรถซูซูกิ และเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา
ระหว่างสอบสวน ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่า มีผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นนักการเงิน เสนอค่าจ้าง 350,000 บาท ให้ทำหน้าที่ขนส่งยาเสพติด โดยให้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเชียงราย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังเกต
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวมีปลายทางมุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี และหลังจากจับกุมแล้ว จะเดินหน้าสืบสวนต่อ เพื่อขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
การเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ลักลอบขนยาเสพติดวัยหนุ่มสาวในจังหวัดเชียงราย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการสังเกตเห็นว่ามีจำนวนเยาวชนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงวัยรุ่นและผู้ที่มีอายุประมาณ 20 ต้น ๆ ที่ถูกดึงดูดให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาบ้าข้ามพรมแดนเชียงราย ยาเสพติดเหล่านี้เป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า “ยาบ้า” (ยาเม็ดเมทแอมเฟตามีน) และ “ไอซ์” (คริสตัลเมท)
ทางการไทยและผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศเชื่อมโยงแนวโน้มนี้กับการผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ หลังจากการรัฐประหารในปี 2021 ความไม่มั่นคงได้กระตุ้นการผลิตนี้ และยาเสพติดบางชนิดเข้าสู่ตลาดในราคาที่ต่ำมาก
ด้วยปริมาณยาเสพติดที่เพิ่มขึ้น การจับกุมและการยึดของกลางในจังหวัดทางภาคเหนือ รวมถึงเชียงราย จึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน เงินที่หมุนเวียนตามเส้นทางการลักลอบก็เพิ่มขึ้น ทำให้เครือข่ายเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่เยาวชนที่อ่อนแอมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการกดดัน การล่อลวง หรือความยากจนที่บังคับให้พวกเขาต้องเสี่ยง
ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดเยาวชนให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด:
* แรงกดดันทางเศรษฐกิจ
หลายครอบครัวตามแนวชายแดนประสบปัญหาทางการเงิน ส่งผลให้เยาวชนบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนชนเผ่าบนที่สูง เช่น ชาวอาข่าและชาวลาหู ถูกดึงดูดให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด พวกเขาจึงมองว่าเงินสดจากกลุ่มค้ายาเสพติดเป็นทางออกชั่วคราว
* การเริ่มต้นเป็น “ผู้ขนส่ง” นั้นง่าย
กลุ่มค้ายาเสพติดมักจะรับสมัครเด็กและวัยรุ่นให้ขนส่งยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อย ในบางกรณี เด็กถูกใช้เป็น “ข้ออ้าง” เพื่อลดความสงสัยที่ด่านตรวจ
* ราคาที่ต่ำลงทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เมื่อราคาของเมทแอมเฟตามีนลดลง การกระจายตัวของยาเสพติดก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เยาวชนบางคนเริ่มต้นด้วยการใช้ยาเสพติด จากนั้นจึงเปลี่ยนไปขายหรือขนส่งเพื่อหาเงินซื้อยาเสพติดหรือใช้จ่ายในครัวเรือน
* การควบคุมและการบีบบังคับจากเครือข่าย
กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นมักจะกำหนดเป้าหมายไปที่วัยรุ่นที่มีทางเลือกจำกัด พวกเขาเสนอ “งาน” ที่ดูเหมือนง่ายแต่มีความเสี่ยงสูง หรือใช้การข่มขู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเส้นทางผ่านป่า ภูเขา และแม่น้ำโขง
แนวโน้มและผลที่ตามมาล่าสุด:
กรณีล่าสุดที่เจ้าหน้าที่ไทยรายงานสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนผู้ค้ายาเสพติดวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนขนาดเล็ก วัยรุ่นบางคนถูกจับกุมขณะพยายามลักลอบขนยาบ้าเพื่อชำระหนี้ บางคนกล่าวว่าพวกเขาถูกกดดันจากเครือข่ายค้ายาเสพติด ในขณะเดียวกัน ในระหว่างการปะทะกันใกล้ชายแดน มีกรณีที่ผู้ค้ายาเสพติดวัยรุ่นถูกจับกุมหรือถูกฆ่าตายในเหตุการณ์ความรุนแรง
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ยังคงอยู่ในมือของบุคคลที่มีประสบการณ์ แต่การขนส่งขนาดเล็กกำลังเพิ่มขึ้นผ่านกลุ่มเยาวชนในท้องถิ่น เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้คุ้นเคยกับภูมิประเทศและเชี่ยวชาญในการใช้ทางลัด การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ทำให้ครอบครัวและชุมชนตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้เยาวชนเผชิญกับความรุนแรง การถูกจับกุม และการติดยาเสพติด
ผลกระทบเชิงลบไม่ได้จบลงเพียงแค่การปราบปราม ชุมชนทางภาคเหนือยังเผชิญกับอัตราการใช้ยาเมทแอมเฟตามีนในกลุ่มเยาวชนที่สูง ซึ่งมักเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ ความเครียดในครอบครัว และการออกจากโรงเรียนกลางคัน เจ้าหน้าที่เตือนว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดมักใช้ประโยชน์จากความยากลำบากที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง ทำให้เกิดวงจรความยากจนและอาชญากรรมขึ้นเรื่อยๆ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ONCB) ร่วมกับหน่วยงานทหาร เช่น กองกำลังเฉพาะกิจผาเมือง ได้เพิ่มการลาดตระเวนและปฏิบัติการตามแนวชายแดน ส่งผลให้มีการยึดยาเสพติดได้มากเป็นประวัติการณ์—มากกว่า 100 ตันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน โครงการท้องถิ่นจำนวนมากทำงานร่วมกับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงผ่านการศึกษา การทำงานภาคสนาม และโอกาสในการทำงาน เพื่อสร้างเส้นทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เนื่องจากสามเหลี่ยมทองคำยังคงเป็นแหล่งสำคัญของยาเสพติดสังเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญจึงผลักดันให้มีการประสานงานข้ามพรมแดนที่เข้มแข็งขึ้น และมาตรการป้องกันที่มุ่งเน้นเยาวชนมากขึ้น หากความพยายามเหล่านี้ไม่เพียงพอ แนวโน้มการค้ายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนตามแนวชายแดนเชียงรายอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย ส่งผลให้จับกุมนายทหารทุจริตได้ 2 นาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ด่านชายแดนเชียงรายจับกุมคนโง่ที่พยายามลักลอบขนยาบ้าอีกราย
เชียงราย – หน่วยลาดตระเวนชายแดนจากกองกำลังเฉพาะกิจผาเมืองประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จับกุมตัวนายยุรนันท์ อายุ 22 ปี จากอำเภอเวียงแก่น พร้อมของกลางเป็นยาบ้า 20,200 เม็ด การจับกุมเกิดขึ้นที่ด่านบ้านปางหาด หมู่ 2 ตำบลโพธิ์
ก่อนหน้าที่จะมีการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการได้รับรายงานลับจากสายข่าว เบาะแสระบุชัดเจนว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติผ่านเส้นทางเลียบชายแดน ทหารพรานจึงได้สนธิกำลังออกตั้งจุดตรวจอย่างเข้มงวดในช่วงกลางดึก การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติเพื่อไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายหลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่ทหารพรานสกัดจับรถกระบะต้องสงสัยบริเวณชายแดนไทย-ลาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย
- พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในคอนโซลหน้ารถจำนวน 10 มัด รวมทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
- ผู้ต้องหาอายุ 22 ปี มีท่าทีมีพิรุธขณะขับรถผ่านจุดตรวจเพียงลำพังในช่วงกลางดึก
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น รถกระบะต้องสงสัยยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ตอนเดียว สีเทา ได้ขับผ่านมา รถคันดังกล่าวติดแผ่นป้ายทะเบียนจังหวัดน่าน และกำลังมุ่งหน้าลงไปยังพื้นที่ราบ ทหารพรานจึงส่งสัญญาณไฟเพื่อขอหยุดรถและทำการตรวจสอบตามขั้นตอนปกติ
เมื่อรถจอดสนิท เจ้าหน้าที่พบว่านายยุรนันท์เป็นผู้ขับขี่รถมาเพียงคนเดียว ไม่มีผู้โดยสารคนอื่นร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่เริ่มสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ชายหนุ่มกลับแสดงอาการวิตกกังวลและมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ความผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจขอตรวจค้นยานพาหนะอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม

ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
จากการค้นหาอย่างถี่ถ้วน เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติบริเวณคอนโซลหน้ารถ เมื่อเปิดออกดูจึงพบห่อกระดาษสาเคลือบไขจำนวน 10 มัดซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างมิดชิด การใช้กระดาษเคลือบไขเป็นวิธีการที่ผู้ค้ามักใช้เพื่อป้องกันความชื้น ภายในแต่ละมัดบรรจุยาบ้าประมาณ 2,000 เม็ด รวมเป็นของกลางทั้งสิ้น 20,200 เม็ด
หลังจากพบหลักฐานมัดตัวอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ทันที นายยุรนันท์ถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุโดยไม่มีการขัดขืน การจับกุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐในการทำงานเชิงรุก เพื่อตัดวงจรยาเสพติดตั้งแต่แนวชายแดน
เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัย ยาเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้ และรถกระบะที่ใช้ในการก่อเหตุ ให้แก่พนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจเวียงแก่นแล้ว ชายหนุ่มคนดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีอย่างเข้มงวดตามกฎหมายยาเสพติดของประเทศไทย
การตั้งจุดตรวจบริเวณชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชน เจ้าหน้าที่ทหารพรานและตำรวจพร้อมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจกำลังไล่ล่า! ชายคนหนึ่งใช้มีดแทงประธานองค์การบริหารส่วนตำบลเสียชีวิตที่บ้านของเขา
เหตุการณ์สะเทือนขวัญคนเพชรบูรณ์เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุอุกอาจ คนร้ายใช้อาวุธมีดบุกแทงนายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านติ้วจนเสียชีวิตคาที่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
ผู้เสียชีวิตคือ นายหลักทรัพย์ คำโสม อายุ 61 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งนายก อบต.บ้านติ้ว อำเภอหล่มสัก เขาถูกคนร้ายกระหน่ำแทงหลายแผลจนเสียชีวิต นอกจากนี้ ภรรยาของเขาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
ประเด็นสำคัญ
- ผู้นำชุมชนถูกฆาตกรรม: นายหลักทรัพย์ คำโสม นายก อบต.บ้านติ้ว ถูกแทงเสียชีวิตคาบ้านพักในจังหวัดเพชรบูรณ์
- ภรรยาบาดเจ็บสาหัส: นางสมจิตร ภรรยาของผู้ตาย เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงถูกแทงบาดเจ็บและต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
- คนร้ายขับรถหนีลอยนวล: มือมีดใช้รถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ เป็นพาหนะในการหลบหนี ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอย่างใกล้ชิด
ก่อนเกิดเหตุการณ์สลด นายหลักทรัพย์ได้นั่งพูดคุยกับคนร้ายที่บริเวณโรงจอดรถของบ้านพัก ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นมุมรับแขก การเจรจานี้เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณหนึ่งทุ่มตรง ยาวไปจนถึงเกือบสี่ทุ่ม ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องอะไรกัน หรือมีปัญหาขัดแย้งอะไรที่ซ่อนอยู่
จู่ๆ การพูดคุยก็กลายเป็นความรุนแรง คนร้ายชักอาวุธมีดออกมากระหน่ำแทงนายหลักทรัพย์อย่างโหดเหี้ยม เขาถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญหลายแห่ง ทั้งบริเวณหน้าอก ใต้ลิ้นปี่ และลำคอ ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและล้มลงทันที
ในจังหวะนั้นเอง นางสมจิตร คำโสม อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ตาย ได้เดินออกมาดูเหตุการณ์ที่โรงจอดรถ เมื่อคนร้ายเห็นเธอ จึงพุ่งเป้าไปใช้อาวุธมีดแทงเธอด้วย นางสมจิตรถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่เธอรวบรวมสติและวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเอาชีวิตรอดได้สำเร็จ
พฤติกรรมโหดและเส้นทางหลบหนี
หลังจากทำร้ายทั้งสองคนแล้ว คนร้ายยังได้ลากตัวนายหลักทรัพย์ออกไปจากจุดเกิดเหตุไกลถึง 30 เมตร การกระทำนี้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมอย่างมาก จากนั้นคนร้ายก็รีบขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ขับหลบหนีฝ่าความมืดออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อตำรวจและหน่วยกู้ภัยมาถึงที่เกิดเหตุ พวกเขาพบร่างของนายหลักทรัพย์และนางสมจิตรนอนจมกองเลือด เจ้าหน้าที่กู้ชีพจากโรงพยาบาลหล่มสักได้รีบปฐมพยาบาล และนำตัวทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด
แต่น่าเศร้าที่บาดแผลของนายหลักทรัพย์นั้นสาหัสเกินไป เขาทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ส่วนนางสมจิตรยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ตำรวจเร่งสืบสวนหาความจริง
ร.ต.อ.สงัด กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ท่านได้ประสานงานกับทีมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น รอยเลือด และรอยนิ้วมือ เพื่อใช้ในการมัดตัวผู้กระทำผิด
ตอนนี้ตำรวจยังไม่ได้สรุปแรงจูงใจที่แน่ชัดของการฆาตกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว เรื่องงานการเมืองท้องถิ่น หรือผลประโยชน์อื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำพยาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี
ชุมชนบ้านติ้วต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายหลักทรัพย์เป็นที่รู้จักและเคารพรักของชาวบ้าน การสูญเสียผู้นำท้องถิ่นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ทำให้หลายคนรู้สึกหวาดกลัว และต้องการให้ตำรวจจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด
ทางด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ในอาการโศกเศร้าและตกใจ พวกเขาหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะทำงานอย่างรวดเร็ว เพื่อมอบความเป็นธรรมให้กับครอบครัว ตำรวจขอความร่วมมือจากประชาชน หากใครพบเห็นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีดำ ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.หล่มสัก ได้ทันที
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
หญิงขอความคุ้มครองจากตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด
กาญจนบุรี – เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อหญิงสาววัย 32 ปี เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมและขอความคุ้มครองความปลอดภัย เธอถูกสามีที่คบหากันมานานกว่า 10 ปี ทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมด้วยการสาดสารเคมีจนบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้กับเธออย่างมาก เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะกลับมาทำร้ายซ้ำอีก เพราะก่อนหน้านี้ฝ่ายชายเคยพูดจาข่มขู่เอาชีวิต
รายงานข่าวระบุว่า หญิงผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เธอมีบาดแผลจากการถูกน้ำกรดกัดกร่อนบริเวณผิวหนัง ใบหน้า และศีรษะ คิดเป็นความเสียหายประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของร่างกาย ผู้เสียหายยอมรับว่าเธอเป็นภรรยาคนที่สอง แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเมื่อเธอพยายามขอแยกทางเพื่อไปมีชีวิตใหม่
ประเด็นสำคัญ
- มูลเหตุจูงใจ: สามีเกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง และไม่ยอมรับการตัดสินใจของภรรยาที่ต้องการขอเลิกราเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
- พฤติการณ์ก่อเหตุ: สามีหลอกพาขึ้นรถแล้วจับกดกับคอนโซล จากนั้นเรียกเพื่อนซึ่งเป็นอาสากู้ภัยให้นำน้ำกรดมาสาดใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
- การช่วยเหลือ: หน่วยงานภาครัฐลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายเล่าว่าเธอใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับสามีคนนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน วัย 11 ขวบ เธอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าตัวเองเป็นบ้านหลังที่สอง ซึ่งทางภรรยาคนแรกก็รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ปัญหาเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อเธอตัดสินใจขอเลิกรา เนื่องจากไม่อยากทนอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบเดิมอีกต่อไป
แต่ฝ่ายชายไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้ และมักจะพูดจาข่มขู่เสมอว่า “ถ้าจะออกไปก็ออกไปแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ” ผู้เสียหายเปิดเผยเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า สามีได้ชวนเธอออกจากบ้านเพื่อไปซื้อของในตอนเช้า แต่ระหว่างทางมีปากเสียงกันรุนแรง สามีจึงเรียกเพื่อนที่เป็นอาสากู้ภัยนำสิ่งของมาโปะจมูกและปากของเธอ เธอรู้สึกตกใจจึงตัดสินใจแกล้งสลบเพื่อเอาตัวรอด
แต่เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อสามีรู้ทันว่าเธอแกล้งทำ ขณะที่จอดรถอยู่บริเวณเส้นทางเลี่ยงเมือง สามีได้เรียกเพื่อนคนเดิมมาหาอีกครั้ง สามีใช้กำลังจับเธอกดลงกับคอนโซลหน้ารถ จากนั้นมีผู้นำน้ำกรดมาสาดใส่เธอจนได้รับบาดเจ็บหนัก โชคดีที่ต่อมาเกิดอุบัติเหตุรถชนแบริเออร์ข้างทาง ทำให้เธอสามารถหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากรถพยาบาลที่ผ่านมาได้ทันเวลา
ตำรวจ หลังสามีหึงหวงจ้างเพื่อนให้ทำร้ายเธอด้วยกรด" width="1280" height="721" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7.webp 1280w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-300x169.webp 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-1024x577.webp 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/2-7-768x433.webp 768w" sizes="auto, (max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />
ความหวาดกลัว และการเรียกร้องความยุติธรรม
ปัจจุบันผู้เสียหายยังมีอาการหวาดผวาอย่างหนัก และกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ เนื่องจากสามีของเธอเป็นคนกว้างขวางและรู้จักผู้คนมากมาย เธอจึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยคุ้มครองความปลอดภัยของเธอและลูกสาวอย่างเร่งด่วน คุณสามารถอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ต้นฉบับเพิ่มเติมได้จาก เว็บไซต์ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐ
จากการสอบถามญาติของผู้บาดเจ็บ ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์สาดสารเคมีเกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม ที่น่าตกใจคือฝ่ายชายผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษาตัวเช่นกัน แต่ต่อมาเขาได้แอบหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว ประเด็นนี้ทำให้ครอบครัวยิ่งหวาดกลัวว่าคดีจะเงียบหายไป และกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต
เจ้าหน้าที่เร่งรัดคดี ยืนยันให้ความเป็นธรรมแก่เหยื่อ
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตัวแทนจากหน่วยงานราชการหลายภาคส่วนได้ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ นำโดยตัวแทน สส.กาญจนบุรี เขต 1 และนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พวกเขาได้รับฟังข้อเท็จจริงทั้งหมด และให้กำลังใจผู้เสียหายอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้ประสานงานโดยตรงไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นได้รับรายงานว่าพนักงานสอบสวนกำลังเร่งสอบปากคำพยาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมาย
สำหรับเรื่องความปลอดภัยของครอบครัว ทางนายอำเภอได้สั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จัดกำลังเข้าดูแลอย่างเข้มงวดตลอดเวลา การทำงานที่รวดเร็วของเจ้าหน้าที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้กับครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายได้มาก สังคมกำลังจับตามองว่าคดีนี้จะจบลงอย่างไรและผู้กระทำผิดจะได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมเมื่อใด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งในข้อหาครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ที่แม่สาย จังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoด่านชายแดนเชียงรายยึดยาบ้าได้ 2.89 ล้านเม็ด: จับกุมชาย 4 คน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งและยึดปืนไรเฟิล AR-15 พร้อมกระสุนกว่าพันนัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoอัปเดตด่วน! ปิดถนนแม่สายเชียงรายนาน 2 เดือน



