ข่าวอาชญากรรม - Crime
การเลือกตั้งทั่วไป 2569, โค้งท้ายของ “เปลี่ยน” หรือ “ไปต่อ”?
เชียงราย – อีกไม่กี่วันถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยกว่า 53 ล้านคนจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นแบบกะทันหัน…
เชียงราย – อีกไม่กี่วันถึงวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยกว่า 53 ล้านคนจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไป เพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รวม 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นแบบกะทันหัน หลังสภาผู้แทนราษฎรถูกยุบเมื่อ 12 ธันวาคม 2568 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงประกาศกำหนดวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
รอบนี้ยังมีการทำประชามติร่วมกัน เพื่อพิจารณาแนวทางเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ทำให้บรรยากาศการเมืองยิ่งร้อน โดยเฉพาะภาคเหนือซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของหลายพรรค

พรรคการเมืองที่น่าจับตา
แม้มีพรรคจดทะเบียนลงสนามถึง 57 พรรค แต่กลุ่มที่ถูกมองว่ามีลุ้นกวาดที่นั่งจำนวนมาก ยังเป็นพรรคใหญ่ไม่กี่พรรค ได้แก่
- พรรคประชาชน (People’s Party) สานต่อจากพรรคก้าวไกลเดิมที่ถูกยุบพรรค จุดยืนหลักคือแนวปฏิรูป เน้นประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ และนโยบายที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่
- พรรคเพื่อไทย พรรคประชานิยมสายเดิมที่สืบทอดจากไทยรักไทย มีฐานเสียงแน่นในภาคเหนือและอีสาน ชูเรื่องเศรษฐกิจปากท้องและเศรษฐกิจฐานราก
- พรรคภูมิใจไทย พรรคแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล เน้นสุขภาพ การพัฒนาท้องถิ่น และความมั่นคงแนวชายแดน
- พรรคพลังประชารัฐ พรรคสายอนุรักษนิยม มีฐานจากกลุ่มอนุรักษนิยมและทหาร
- พรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงพรรคอื่น ๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น
ส่วนพรรคขนาดเล็กและพรรคใหม่ เช่น พรรคกล้าธรรม และอีกหลายพรรค ก็ลงแข่งขันเช่นกัน แต่โดยภาพรวมคาดว่าจะได้ที่นั่งไม่มาก

แคนดิเดตนายกฯ ที่ถูกพูดถึงมาก
รายชื่อผู้ถูกเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีจากแต่ละพรรค ที่มีโอกาสสูงและถูกจับตาในช่วงโค้งท้าย มีดังนี้
- นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้าน อายุ 38 ปี ได้แรงสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่และหลายโพล
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน วางภาพเรื่องความมั่นคงและงานท้องถิ่น
- นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ชูชุดนโยบายเศรษฐกิจปากท้อง
- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาทำงานการเมืองหวังเรียกฐานเสียงเดิม
ข้อมูลจากโพลล่าสุดของนิด้าโพลและสวนดุสิตโพล ระบุว่านายณัฐพงษ์ยังมาเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยคะแนนนิยมราว 24 ถึง 32% โดยมีนายอนุทินและนายยศชนันท์ตามมา

กระแสความนิยมพรรคการเมืองล่าสุด
ผลสำรวจช่วงเดือนมกราคม 2569 ชี้ว่าพรรคประชาชนขึ้นนำด้วยคะแนนนิยมประมาณ 30 ถึง 34% ถัดมาคือพรรคภูมิใจไทยราว 16 ถึง 22% และพรรคเพื่อไทยราว 15 ถึง 16% อีกกลุ่มที่สำคัญคือผู้มีสิทธิที่ยังไม่ตัดสินใจ อยู่ราว 14% ซึ่งทำให้ช่วงสุดท้ายยังเปลี่ยนเกมได้
ภาพรวมคือ พรรคประชาชนได้แรงส่งจากกระแสปฏิรูปและคนรุ่นใหม่ ขณะที่ภูมิใจไทยและเพื่อไทยยังยืนบนฐานเดิม ทั้งบทบาทรัฐบาลและแนวนโยบายประชานิยม

นโยบายหาเสียงเด่นของแต่ละพรรค
แต่ละพรรควางคำสัญญาไว้ต่างกันพอสมควร และใช้เป็นจุดขายหลักช่วงหาเสียง
พรรคประชาชน
- รัฐบาลภารกิจเฉพาะทาง (Mission-Driven Government)
- ฟื้นเศรษฐกิจให้แข่งขันได้ สนับสนุน SME
- ลดค่าครองชีพ ปรับระบบการศึกษาและแรงงาน
- ปรับระบบราชการ กระบวนการยุติธรรม และเดินหน้าต้านคอร์รัปชัน
- ปรับโครงสร้างประชาธิปไตย ความมั่นคงสิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยพิบัติ
- ชู “12 ภารกิจเร่งด่วน” หากได้จัดตั้งรัฐบาล
พรรคเพื่อไทย
- ดันเศรษฐกิจปากท้อง ลดค่าครองชีพ
- นโยบาย “สร้างเศรษฐีใหม่วันละ 9 คน” ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- โฟกัสเกษตรกรและแรงงาน เน้นฐานราก
- ปรับระบบการศึกษา สุขภาพ และสวัสดิการสังคม
พรรคภูมิใจไทย
- ความมั่นคงชายแดน และพัฒนาท้องถิ่น
- นโยบายสุขภาพ และการต่อยอดแนวกัญชาเสรี
- หนุนธุรกิจขนาดกลางและเล็ก
- เดินเรื่องเศรษฐกิจควบคู่ความสงบเรียบร้อย
พรรคพลังประชารัฐและพรรคสายอนุรักษนิยม
- รักษาเสถียรภาพสถาบันและความมั่นคง
- ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแนวทางเดิมที่คุ้นเคย

ภาคเหนือและเชียงราย, สนามที่คะแนนมีความหมาย
ภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงราย เคยเป็นพื้นที่แข็งของพรรคเพื่อไทยมาหลายสิบปี เพราะนโยบายที่เข้าถึงเกษตรกรและแรงงาน ทำให้ในอดีตเพื่อไทยกวาดที่นั่งได้มากในภูมิภาคนี้
แต่การเลือกตั้ง 2566 พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นมากในเชียงรายและเชียงใหม่ ทำให้การแข่งขันในหลายเขตเข้มข้นขึ้น เห็นชัดในเชียงราย เขต 7 ที่เพื่อไทยยังรักษาพื้นที่ไว้ได้จากการเลือกตั้งซ่อมล่าสุด
วันนี้เพื่อไทยยังมีเครือข่ายท้องถิ่นที่แข็งแรงในหลายพื้นที่ของเชียงรายและภาคเหนือตอนล่าง ขณะที่พรรคประชาชนพยายามขยายฐาน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และประเด็นที่กระทบชีวิตจริงอย่างฝุ่น PM2.5 ที่ชาวเหนือเผชิญทุกปี
คนเชียงรายจำนวนมากมองหานโยบายที่ทำได้จริงในเรื่องหมอกควัน การเกษตรที่ยั่งยืน และการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง พรรคที่ตอบโจทย์เหล่านี้ได้ชัดกว่า ย่อมได้เปรียบในคูหา
สรุป, เลือกตั้ง 2569 ที่อาจชี้ทางประเทศ
การเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกทิศทางประเทศ ระหว่างความเปลี่ยนแปลงที่หลายคนคาดหวัง กับความต่อเนื่องของฝ่ายรัฐบาลเดิม ภาคเหนือและเชียงรายยังเป็นพื้นที่ที่มีน้ำหนักในการตัดสินผลรวมของประเทศ
อย่าลืมออกไปใช้สิทธิให้ครบ เพื่อให้เสียงของเรามีความหมายกับอนาคตที่อยากเห็น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พรรคการเมือง 4 พรรคได้นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนในจังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อคนร้ายสวมชุดเสื้อฮู้ดสีดำบุกเดี่ยวเข้าไปจี้ร้านทองชื่อดัง คนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานและกวาดทองคำน้ำหนักรวมถึง 52 บาทไปอย่างอุกอาจ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็นที่มีผู้คนพลุกพล่าน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุร้ายจากศูนย์วิทยุ 191 และรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทันที ร้านที่เกิดเหตุคือร้านทองบางกอกโกลล์ส สาขาถนนปทุม-สามโคก ซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์ระทึก: คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยใช้เวลาลงมือเพียง 2 นาทีเท่านั้น
- มูลค่าความเสียหาย: คนร้ายกวาดสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ไปทั้งหมด 52 บาท คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียรวมกว่า 3.5 ล้านบาท
- สถานะการสืบสวน: ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง และไล่ล่าตัวคนร้ายที่ยังคงหลบหนีลอยนวล
จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า คนร้ายรายนี้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำแบบมีฮู้ดเพื่อปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า คนร้ายไม่ได้แสดงอาการรีบร้อนหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับเดินเข้ามาในร้านอย่างใจเย็นและนิ่งเงียบ
เมื่อเข้ามาถึงด้านใน คนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาข่มขู่ ทำให้พนักงานร้านต้องรีบก้มหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว หลังจากนั้นคนร้ายได้สั่งให้พนักงานลุกขึ้นมา และบังคับให้หยิบสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ส่งให้ การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใจกล้าและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
หลังจากได้ทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท คนร้ายก็เก็บปืนและเดินออกจากร้านไปตามปกติ พฤติกรรมนี้ทำให้พนักงานและผู้ที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกแปลกใจอย่างมาก คนร้ายไม่ได้วิ่งหนีหรือแสดงอาการลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี
กล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ภาพจากกล้องระบุเวลาที่คนร้ายเดินเข้ามาในร้านคือ 17.56 น. และเดินออกไปในเวลา 17.58 น. การลงมือครั้งนี้คนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการทั้งหมดไม่เกิน 2 นาทีเท่านั้น
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีอย่างเร่งด่วน พบว่าคนร้ายเดินเท้ามาจากทิศทางของหมู่บ้านกฤษณา และเมื่อก่อเหตุเสร็จก็เดินย้อนกลับไปทางเดิม
ในขณะนี้ ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนร้ายใช้ยานพาหนะชนิดใดในการหลบหนีต่อจากจุดนั้น ทีมสืบสวนกำลังเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางรอบนอก นอกจากนี้ยังมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อตีกรอบการค้นหาให้แคบลง

คำให้การของพนักงานและเบาะแสสำคัญ
พนักงานสาวของร้านทองที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าถึงนาทีชีวิตด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตื่นตระหนก เธอระบุว่าคนร้ายพูดจาด้วยสำเนียงภาคกลางอย่างชัดเจน การสั่งการของคนร้ายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โดยเน้นชี้ให้พนักงานหยิบเฉพาะสร้อยทองเส้นใหญ่ๆ เท่านั้น
ของกลางที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วย สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น สร้อยคอ 5 บาท จำนวน 4 เส้น และสร้อยคอ 4 บาท จำนวน 3 เส้น มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความสูญเสียก้อนใหญ่จากการก่อเหตุเพียงชั่วพริบตา
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือจากร้านทองในพื้นที่ใกล้เคียงและประชาชนทั่วไป หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัย หรือมีการนำทองคำรูปพรรณน้ำหนักดังกล่าวมาขาย ขอให้รีบแจ้งเบาะแสกับทางตำรวจทันที
การยกระดับความปลอดภัยในชุมชน
เหตุการณ์ปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แม้ว่าทางร้านจะมีกล้องวงจรปิดและระบบสัญญาณเตือนภัย คนร้ายก็ยังสามารถหาช่องโหว่ในการก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงควรพิจารณาติดตั้งระบบล็อกประตูอัตโนมัติ หรือเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าร้าน การมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุร้ายและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน
ความร่วมมือจากชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยรอบพื้นที่ หากทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ปัญหาอาชญากรรมในลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมของเราก็จะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคน
หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่ ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักของการรายงานเหตุการณ์นี้ ตำรวจยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อนำตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจลาวจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายในคดีปล้นทองที่เชียงรายแล้ว
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ปิดฉากคดีฉาว! ศาลค้านประกัน “อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง-สีกาเอ๋” ส่งตัวนอนคุกสระบุรีทันที
อยุธยา – ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว “ทิดโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ “สีกาเอ๋” ผู้ต้องหาคนสำคัญ ทั้งสองคนถูกตำรวจกองปราบปรามคุมตัวมาฝากขังที่ศาลจังหวัดสระบุรี คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคและศรัทธาของชาวพุทธ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ประเด็นสำคัญ
- ศาลค้านประกันตัว: ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “ทิดโชติ” และ “สีกาเอ๋” เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง
- ข้อหาหนัก: ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
- ส่งตัวเข้าเรือนจำ: ผู้ต้องหาทั้งสองถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีทันที เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอย่างรอบคอบ และเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นบุคคลตามหมายจับ นอกจากนี้ ข้อหาฟอกเงินที่ทั้งคู่ถูกกล่าวหา มีอัตราโทษตามกฎหมายที่ค่อนข้างสูงมาก
ตำรวจยังต้องดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแกะรอยเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน ศาลจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากปล่อยตัวไป ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงหรือทำลายพยานหลักฐานสำคัญได้
นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ศาลตัดสินใจยกคำร้องขอประกันตัว เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำงานอย่างรัดกุม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสที่สุด
ขั้นตอนต่อไปของคดีเงินทอนวัดพุทไธศวรรย์
หลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิททันที ทั้งคู่ถูกส่งตัวเดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดสระบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเคร่งเครียดตลอดการเดินทาง
การขยายผลของตำรวจกองปราบปรามในครั้งนี้ ถือเป็นการกวาดล้างการทุจริตครั้งสำคัญ เจ้าหน้าที่จะมุ่งเน้นไปที่การค้นหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของวัด
หากพบหลักฐานว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือ หรือรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด คดีนี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลประโยชน์จากวัด
ความเชื่อมั่นของสังคมและกระบวนการยุติธรรม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้ในระดับหนึ่ง
หลายฝ่ายหวังว่าคดีนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และสามารถนำทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมาได้ ทุกสายตาจึงยังคงจับจ้องไปที่การทำงานของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในระยะเวลาฝากขัง 12 วันนี้ ตำรวจจะต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด เพื่อส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าบทสรุปของคดีนี้จะลงเอยอย่างไร
คดีทุจริตที่เกิดขึ้นกับวัดพุทไธศวรรย์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับทุกวัดทั่วประเทศ การบริหารจัดการเงินบริจาคควรต้องมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
ประชาชนเองก็ควรติดตามข่าวสาร และช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา หากพบความผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเป็นเงิน 8.7 ล้านบาท
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ด่วน! ตำรวจบุกยิงภรรยาดับคาโรงอาหารโรงเรียนอนุบาลชลบุรี เด็ก 44 คนปลอดภัย
ชลบุรี – เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่จังหวัดชลบุรี เมื่อข้าราชการตำรวจนายหนึ่งใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปก่อเหตุยิงภรรยาของตนเองเสียชีวิตภายในนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับครูและผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เคราะห์ดีที่เด็กนักเรียนตัวเล็กๆ ทั้งหมดปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องรีบเข้าควบคุมพื้นที่และดูแลสภาพจิตใจของเด็กๆ ทันที
เหตุสลดนี้เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 9 กันยายน ที่โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง ผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ต.ทัศพงษ์ ทองทัศน์ หรือ “หมวดโอ๋” ซึ่งดำรงตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบางละมุง ส่วนผู้เสียชีวิตคือภรรยาของเขา นางไพลิน ทองทัศน์ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นครูประจำโรงเรียนแห่งนี้
ประเด็นสำคัญ
- ร.ต.ต. ทัศพงษ์ ใช้อาวุธปืนยิงนางไพลิน ภรรยาซึ่งเป็นครู เสียชีวิตในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล
- เด็กนักเรียนจำนวน 44 คนปลอดภัยทั้งหมด ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์นี้
- เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดล้อมพื้นที่เจรจากล่อมผู้ก่อขายนานกว่า 20 ชั่วโมง ก่อนยอมเข้ามอบตัวในเวลาต่อมา
นาทีระทึกในสถานศึกษาและความปลอดภัยของเด็กนักเรียน
หลังเกิดเสียงปืนดังขึ้นภายในโรงอาหารชั้นหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที พวกเขาพบร่างของนางไพลินนอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น มีบาดแผลจากกระสุนปืน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหลเพราะสถานที่เกิดเหตุอยู่ในโรงเรียนอนุบาลที่มีเด็กเล็กอยู่จำนวนมาก
ครูและเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนช่วยกันพาเด็กนักเรียน 44 ชีวิตออกจากจุดเกิดเหตุไปยังพื้นที่ปลอดภัยอย่างรวดเร็ว แม้เด็กๆ จะปลอดภัยและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย แต่หลายคนต้องขวัญผะวาและร้องไห้ด้วยความตกใจกลัว ทางจังหวัดจึงสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว พร้อมระดมทีมแพทย์และนักจิตวิทยาเข้ามาดูแลสภาพจิตใจของเด็กๆ และผู้ปกครองที่รีบมารับบุตรหลานกลับบ้าน

ปิดล้อมข้ามวันก่อนผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว
หลังก่อเหตุสะเทือนขวัญ ร.ต.ต. ทัศพงษ์ ได้ขับรถยนต์เก๋งสีขาวหลบหนีกลับไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักในอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านพักหลังดังกล่าวทันทีเพื่อความปลอดภัยของประชาชนรอบข้าง การเจรจาดำเนินไปอย่างยาวนานข้ามวันข้ามคืนโดยให้ญาติและลูกชายช่วยพูดเกลี้ยกล่อม
การปิดล้อมกินเวลานานกว่า 20 ชั่วโมงจนกระทั่งช่วงเช้าตรู่ของวันถัดมา ผู้ก่อเหตุจึงยอมเดินออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดี เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนหาแรงจูงใจที่แท้จริงอย่างละเอียด เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้แก่สังคมเป็นอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู


