เชียงราย - Chiang Rai News
รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว
เชียงราย – ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมสามีภรรยาที่มีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเองอยู่กับฝ่ายชาย เจ้าตัวยอมรับพกไว้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยระหว่างหลบหนี คดีนี้เริ่มจาก…
เชียงราย – ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมสามีภรรยาที่มีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเองอยู่กับฝ่ายชาย เจ้าตัวยอมรับพกไว้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยระหว่างหลบหนี
คดีนี้เริ่มจาก ตำรวจได้รับเบาะแส จากประชาชนในพื้นที่ ระบุว่าถนนช่วงยาวและค่อนข้างเปลี่ยว ระหว่างอำเภอเทิงกับอำเภอพญาเม็งราย มักได้ยินเสียงคล้ายประทัดหรือเสียงปืนดังเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่มั่นใจ
เพราะเหตุนี้ หลายหน่วยงานจึงประสานกำลังและตั้งจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า
เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์สีดำ รุ่น CBR ใช้ความเร็วสูงจากฝั่งอำเภอเทิง มุ่งหน้าไปทางอำเภอพญาเม็งราย ตำรวจให้สัญญาณเรียกตรวจ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหนีไปทางบ้านสันป่าสัก ตำบลเม็งราย
จากนั้นตำรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และสกัดรถได้ตอนเลี้ยวเข้าถนนซอยในหมู่ 3 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว ทั้งสองมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและดูมีพิรุธ
ตำรวจตรวจค้นตัวผู้ขับขี่ และตรวจสอบกระเป๋าสะพายสีเขียวเข้มที่พกติดตัว พบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเอง ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก
ตรวจพบมีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่กรุงเทพฯ
ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือ
- วรัญยู อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
- ฉัตรแก้ว อายุ 38 ปี ชาวตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย
เมื่อเช็กกับฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบทั้งสองมีหมายจับค้างอยู่ เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงในท้องที่ตำรวจกรุงเทพมหานคร
ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ ร่วมกันหลอกลวงในลักษณะเงินกู้ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน
ระหว่างทำบันทึกจับกุม วรัญยูรับว่าอาวุธปืนเป็นของตน เขาบอกว่าหยิบออกจากบ้านในอำเภอเทิง เพราะต้องการพกไว้ป้องกันตัว ระหว่างเดินทางไปซ่อนอยู่บ้านญาติในอำเภอพญาเม็งราย
ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พญาเม็งราย และประสาน สน.ตลิ่งชัน เพื่อดำเนินการตามหมายจับต่อไป

ตำรวจเชียงรายจับขบวนการลักลอบขนอะโวคาโดข้ามแดน ยึดของกลางกว่า 4.9 ตัน
อีกคดีในจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยลักลอบนำเข้าอะโวคาโดจากเมียนมาเข้าประเทศไทย บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย พร้อมยึดของกลางมากกว่า 4.9 ตัน โดยตำรวจระบุว่าไม่พบเอกสารศุลกากร และไม่มีเอกสารตรวจสุขอนามัยหรือเอกสารตรวจพืชตามขั้นตอน
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 ผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดสั่งการให้สืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ กิตติพงษ์ อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสอง จังหวัดแพร่, กิตติกรณ์ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอเมืองกำแพงเพชร และ ทรงพล อายุ 34 ปี ชาวตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า ทั้งสามร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ขนย้าย ครอบครอง หรือจำหน่ายสินค้า ที่ควรรู้ว่าเป็นของนำเข้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร
การจับกุมเกิดขึ้นหลังชุดลาดตระเวนตรวจเข้มแนวชายแดนไทยเมียนมาในพื้นที่แม่สาย ระหว่างตรวจจุดใกล้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในหมู่ 13 ตำบลแม่สาย พบรถกระบะส่วนบุคคล 2 คันจอดอยู่ใกล้กัน
คันแรกเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชร บรรทุกอะโวคาโด 113 ลัง ลังละ 25 กิโลกรัม รวม 2,825 กิโลกรัม ส่วนคันที่สองเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชรเช่นกัน บรรทุก 50 ลัง รวม 1,250 กิโลกรัม
ตำรวจระบุว่า กิตติพงษ์ และ กิตติกรณ์ เป็นคนขับรถกระบะทั้งสองคัน ขณะที่ ทรงพล อยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ในช่วงตรวจค้น
หลังตรวจสอบสินค้า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอะโวคาโดมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง หรือเอกสารตรวจจากด่านกักกันพืชได้ ตำรวจจึงยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์
เชียงราย - Chiang Rai News
ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สาย จังหวัดเชียงราย สนธิกำลังร่วมกับทหาร ฉก.ทัพเจ้าตาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง สกัดจับกุมชายชาวเมียนมาวัย 21 ปี ขณะพยายามลักลอบนำเงินสดสกุลบาทไทยจำนวนมากข้ามพรมแดนเข้าสู่ประเทศไทย การตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้น ณ บริเวณด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยตามแนวชายแดน
จากการตรวจสอบสัมภาระอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยซุกซ่อนในกระเป๋าสะพาย รวมมูลค่ากว่า 3.57 ล้านบาท โดยผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ข้ามแดนมาด้วยท่าทางมีพิรุธชัดเจน จึงนำตัวไปสอบสวนตามรายงานข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์ (MGR Online) อย่างเร่งด่วน
ประเด็นสำคัญ
• ยึดเงินสดก้อนโต: เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมหนุ่มเมียนมาวัย 21 ปี พร้อมยึดเงินสดไทยรวม 3,572,240 บาท บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1
• ละเมิดกฎหมายการเงิน: การนำเข้าเงินตราเกินวงเงินที่กฎหมายกำหนดโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และ พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
• เร่งสอบสวนขยายผล: ตำรวจ สภ.แม่สาย รับมอบตัวเพื่อดำเนินคดีอาญาและขยายผลเส้นทางการเงิน ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับขบวนการนอกกฎหมาย
เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังสิ่งผิดกฎหมายตามปกติ ชายหนุ่มชาวเมียนมาได้ขับขี่รถจักรยานยนต์สะพายกระเป๋าใบใหญ่ข้ามสะพานมาจากฝั่งท่าขี้เหล็ก เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดสังเกตและแสดงอาการลุกลน จึงเรียกขอตรวจค้นกระเป๋าใบดังกล่าวทันที
เมื่อเปิดกระเป๋าออก เจ้าหน้าที่พบธนบัตรไทยถูกจัดเรียงเป็นมัดขนาดใหญ่ โดยมีธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 3,560 ใบ ธนบัตร 500 บาท จำนวน 7 ใบ ธนบัตร 100 บาท จำนวน 61 ใบ และธนบัตร 20 บาท อีกจำนวน 132 ใบ รวมเงินของกลางทั้งหมด 3,572,240 บาท
เปิดข้อกฎหมายควบคุมเงินตราและบทลงโทษ
การลักลอบนำเงินสดสกุลบาทข้ามพรมแดนเข้าออกประเทศโดยไม่สำแดง เป็นความผิดชัดเจนตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ร่วมกับประกาศกระทรวงการคลังเรื่องการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน กฎหมายกำหนดให้ผู้พกพาเงินสดเกินกว่าอัตราที่อนุญาตต้องแจ้งรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำด่านทุกครั้ง
เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สายจึงบันทึกการจับกุม พร้อมยึดเงินสดและยานพาหนะไว้เป็นของกลาง จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งสอบปากคำผู้ต้องหา เพื่อคลี่คลายที่มาและจุดหมายปลายทางของเงินสดก้อนนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับธุรกิจใต้ดิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน
แม่สายถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการค้าและการเงินระหว่างสองประเทศ การตรวจสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นช่วยป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
เชียงราย – เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เกิดเหตุทหารไทยปะทะกับกลุ่มขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณแนวชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ พร้อมทั้งตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 261.5 กิโลกรัม เอาไว้ได้สำเร็จอย่างปลอดภัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 04.50 น. ขณะที่กำลังพลจากกองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามธรรมชาติบ้านศรีชัยภูมิ ก่อนจะพบกลุ่มติดอาวุธต้องสงสัยเดินเท้าข้ามลำน้ำเข้ามา จึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อขอเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที
สรุปประเด็นสำคัญ• การปะทะเดือด 5 นาที: ทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ยิงปะทะกลุ่มคาราวานยาเสพติด 5-6 คน บริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 ฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย • ยึดยาไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กก.: ผลการตรวจสอบพื้นที่พบกระสอบดำ 7 ใบ ซุกซ่อนยาไอซ์บริสุทธิ์น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 261.5 กิโลกรัม • คุมเข้มชายแดนแม่สาย: พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง สั่งส่งมอบของกลางให้ สภ.เกาะช้าง พร้อมขยายผลตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด |
ตามนโยบายเข้มงวดของกองทัพบกและรัฐบาลในการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ กองกำลังผาเมือง โดยหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้จัดกำลังจากกองร้อยทหารม้าที่ 4 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนตรวจตราอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการลักลอบกระทำความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ระหว่างการเฝ้าตรวจบริเวณท่าข้ามศรีชัยภูมิ 1 บ้านศรีชัยภูมิ หมู่ที่ 10 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 5 ถึง 6 คน แบกกระสอบห่อหุ้มด้วยพลาสติกสีดำเดินลัดเลาะมาตามเส้นทางธรรมชาติ ทหารจึงแสดงตัวพร้อมให้สัญญาณหยุดเพื่อขอเข้าตรวจค้นตามยุทธวิธี
ทันใดนั้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงสาดเข้าใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดยาวนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดและความชำนาญในภูมิประเทศป่าเขาหลบหนีข้ามแดนไปได้ จากการตรวจสอบกำลังพลของฝ่ายเจ้าหน้าที่ไทย ทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

เปิดผลตรวจยึดไอซ์ล็อตมหึมา 261.5 กิโลกรัม
ต่อมาเมื่อฟ้าเริ่มสว่าง เวลาประมาณ 06.20 น. ชุดปฏิบัติการได้สนธิกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุโดยรอบอย่างละเอียด จากการตรวจค้นอย่างรอบคอบ เจ้าหน้าที่พบกระสอบปุ๋ยดัดแปลงห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำกันน้ำตกกระจายอยู่บริเวณพงหญ้าชายน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 7 กระสอบ
เมื่อแกะตรวจสอบสิ่งของภายใน พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือไอซ์ (Methamphetamine) เกรดบริสุทธิ์ บรรจุแยกเป็นห่อชาสีเขียวและสีทอง ชั่งน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มทั้งหมดได้ 261.5 กิโลกรัม คาดว่าขบวนการเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศและส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะมีมูลค่าการซื้อขายมหาศาล
กองกำลังผาเมืองประสาน สภ.เกาะช้าง ขยายผลตัดรากถอนโคน
จนกระทั่งเวลา 11.00 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอก สุพรรณ ร้อยพุทธ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เป็นผู้แทนเดินทางลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ เพื่อร่วมตรวจสอบของกลางพร้อมแถลงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน
พันเอก สุพรรณ เปิดเผยว่ากลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมักอาศัยจังหวะช่วงเช้ามืดและสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในการลักลอบขนส่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารได้ยกระดับความเข้มข้นในการลาดตระเวนตามช่องทางธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างเข้มงวด เพื่อตัดวงจรขบวนการค้ายาเสพติดตั้งแต่ต้นทางตามแนวชายแดน
ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวและตรวจสอบพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางยาไอซ์ทั้งหมด 261.5 กิโลกรัม ให้แก่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง จังหวัดเชียงราย เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ และสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเครือข่ายผู้สั่งการมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เรื่องราวประทับใจเกิดขึ้นกลางเมืองเหนือ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งช่วยเหลือสัตว์ตกทุกข์ได้ยากอย่างทันท่วงที เหตุการณ์นี้สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นหัวใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก การทำงานที่เปี่ยมด้วยเมตตาสะท้อนว่าทุกชีวิตบนโลกนี้ล้วนมีคุณค่าเท่าเทียมกันเสมอ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินใกล้โบราณสถานสำคัญ เจ้าหน้าที่พบสุนัขโชคร้ายพลัดตกลงไปในบ่อน้ำลึกข้างวัดพระแก้วอย่างน่าเวทนา ทีมกู้ภัยจึงวางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสัตว์และเจ้าหน้าที่ทุกคน
ประเด็นสำคัญ• เหตุเกิดวันที่ 28 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงราย นำกำลังเข้าช่วยชีวิตสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัดพระแก้ว • ทีมกู้ภัยวางแผนรัดกุม ใช้ทักษะเฉพาะทางพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิตมาตรฐานจนนำสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยไร้บาดแผลฉกรรจ์ • เทศบาลนครเชียงรายตอกย้ำนโยบายดูแลสวัสดิภาพสัตว์และช่วยเหลือทุกชีวิตในท้องถิ่นอย่างเท่าเทียม สร้างความประทับใจแก่ประชาชน |
จุดเกิดเหตุเป็นบ่อน้ำลึกที่มีน้ำขังและมีผนังปูนค่อนข้างลื่นชัน สุนัขตัวดังกล่าวอยู่ในสภาพตื่นตระหนกและอ่อนแรงจากการพยายามลอยตัวอยู่เหนือน้ำ เจ้าหน้าที่ต้องใช้บันไดและสายรัดเฉพาะทางโรยตัวลงไปปฏิบัติการอย่างนุ่มนวลที่สุด
ด้วยความเชี่ยวชาญของทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงตัวและคล้องตัวสุนัขขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางการลุ้นระทึกของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยืนส่งกำลังใจอยู่โดยรอบ สุนัขมีอาการสำลักน้ำเล็กน้อยแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและได้รับน้ำสะอาดดื่มทันที
มาตรฐานความปลอดภัยและสวัสดิภาพสัตว์ในเขตเทศบาล
ภารกิจครั้งนี้ดำเนินไปตามหลักความปลอดภัยระดับสากลที่เจ้าหน้าที่ยึดถืออย่างเคร่งครัด ทีมงานมีการประเมินโครงสร้างบ่อน้ำและระดับออกซิเจนก่อนลงปฏิบัติการจริง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่และตัวสัตว์ที่กำลังตกใจ
การดูแลสัตว์ไม่มีเจ้าของเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความพร้อมของงานบรรเทาสาธารณภัย เจ้าหน้าที่ได้รับการฝึกฝนให้รับมือกับเหตุฉุกเฉินทุกรูปแบบอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้ประสบภัยจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ร่วมโลกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในยามคับขัน
พลังแห่งความเมตตาและเสียงชื่นชมจากชุมชนเชียงราย
หลังภารกิจเสร็จสิ้น ชุมชนท้องถิ่นต่างแสดงความชื่นชมในความทุ่มเทของทีมงานอย่างกว้างขวาง หลายคนมองว่าภาพเหตุการณ์นี้สะท้อนวัฒนธรรมความเมตตาอันดีงามของชาวเชียงราย และเป็นตัวอย่างที่ดีของการปฏิบัติงานด้วยหัวใจเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง
เทศบาลนครเชียงรายยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจดูแลสุขอนามัยและความปลอดภัยเชิงรุกต่อไป พร้อมเปิดรับแจ้งเหตุเดือดร้อนตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อความสงบสุขของประชาชน ทุกชีวิตมีคุณค่าและความหมาย และภารกิจนี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดในสังคมเมืองเหนือ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน


