ฟุตบอล
เชียงราย ยูไนเต็ด บุกถล่ม พลังกาญจน์ 4-0 ศึกไทยลีก 1 เกมเดือด! กว่างโซ้งโชว์ความเด็ดขาดถึงถิ่น
กาญจนบุรี วันที่ 1 มีนาคม 2569 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มนอกบ้าน บุกชนะ พลังกาญจน์ เอฟซี แบบขาดลอย 4-0 ในศึก ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 23 ที่สนามกลีบบัว สเตเดียม จังหวัดกาญจนบุรี ชัยชนะเกมนี้ช่วยให้ “กว่างโซ้งมหาภัย” เก็บ 3 แต้มสำคัญ และตอกย้ำว่าเกมรุกของทีมยังไว้ใจได้ในซีซันนี้
นัดนี้เป็นการเจอกันครั้งที่สองของทั้งสองทีมในฤดูกาล โดยเกมแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2568 เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะ 2-0 ดังนั้นการมาเยือนครั้งนี้ ทีมเยือนจึงต่อยอดจากผลงานเดิม และกดดันเจ้าถิ่นที่กำลังต้องการแต้มเพื่อหนีพื้นที่อันตราย
ไฮไลต์สำคัญของเกม
เชียงราย ยูไนเต็ด เดินหน้าเปิดเกมตั้งแต่ช่วงแรก ครองบอลได้มากกว่า และสร้างโอกาสจบสกอร์ต่อเนื่อง โดยจังหวะเด่นของเกมมีดังนี้
- นาทีที่ 17: ดุดู ซิลวา (Dudu) ปลดล็อกประตูแรกให้ทีมเยือนนำ 1-0 หลังได้บอลจาก อิซึกิ เอโนโมโตะ (Itsuki Enomoto) ก่อนยิงมุมแคบเสียบเสาไกลอย่างเฉียบคม
- นาทีที่ 37: สันติภาพ แย้มแสน (Santipap Yaemsaen) โหม่งเป็นประตูที่สองให้เชียงราย หนีเป็น 2-0 จากการเปิดของ เมธี พรหมสวัสดิ์ (Promsawat M.)
- ครึ่งหลัง นาทีที่ 70: อิซึกิ เอโนโมโตะ ซัดเพิ่มเป็น 3-0 จากจังหวะบุกต่อเนื่อง (เป็นการจบสกอร์ที่ทีมทำได้คมกริบ)
- นาทีที่ 90+1: ชัยวัฒน์ ภูโตนยง (Ch. Phutonyong) ยิงปิดกล่องเป็น 4-0 จากการจ่ายของ ทวรรชัย อินพรโขน (Inprakhon T.) ทำให้สกอร์ขาดลอยจนจบเกม
ตลอด 90 นาที ทีมเยือนเหนือกว่าชัดเจนทั้งจังหวะเข้าทำ ความแน่นอนในเกมรับ และการคุมจังหวะเกม ส่งผลให้พลังกาญจน์แทบไม่มีโอกาสจบแบบได้ลุ้น ผู้ตัดสิน นายอนุสรณ์ นุกเอี๊ยะว์ (Nukaew A.) ทำหน้าที่ได้เรียบร้อย เกมไหลลื่น
สถิติทีม เชียงราย ยูไนเต็ด (หลังจบเกมนี้)
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| อันดับในตาราง | 11 (ก่อนเกม) และขยับดีขึ้นหลังคว้าชัย |
| แข่งทั้งหมด | 23 นัด (โดยประมาณ) |
| ชนะ | 6 (เพิ่ม 1) |
| เสมอ | 10 |
| แพ้ | 7 |
| ได้ประตู | เพิ่ม 4 |
| เสียประตู | ไม่เพิ่ม |
| คะแนนรวม | 28 (เพิ่ม 3) |
| ผู้ทำประตูเด่น | Dudu, Enomoto, Yaemsaen |
ฟอร์มเกมรุกของเชียงรายดูไหลลื่น โดยเฉพาะความเร็วและการจบสกอร์ที่คมกว่าเดิม ผลงานนัดนี้ยังเติมความมั่นใจก่อนลงเล่นเกมต่อไปได้มาก
สถิติทีม พลังกาญจน์ เอฟซี (Kanchanaburi Power F.C.)
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| อันดับในตาราง | 14 (ใกล้โซนตกชั้น) |
| แข่งทั้งหมด | 23 นัด |
| ชนะ | 2-3 (โดยประมาณ) |
| เสมอ | 10 |
| แพ้ | 10+ |
| ได้ประตู | ค่อนข้างน้อย |
| เสียประตู | เพิ่ม 4 ในนัดนี้ |
| คะแนนรวม | 16 (ก่อนเกม) |
| ปัญหาหลัก | เกมรับพลาดบ่อย และจบสกอร์ไม่คม |
ฝั่งพลังกาญจน์เสียรูปเกมตั้งแต่ครึ่งแรก เพราะเสียประตูค่อนข้างเร็วถึงสองลูก ทำให้การเล่นเกมรุกติดขัด แม้ครึ่งหลังจะพยายามปรับแผนและดันเกมมากขึ้น แต่ยังเจาะแนวรับของเชียงรายไม่ได้
บทวิเคราะห์หลังเกม
เชียงราย ยูไนเต็ด ทำได้ตามแผน เน้นขึ้นเกมเร็วและลงโทษความผิดพลาดของคู่แข่งทันที จึงเป็นหนึ่งในเกมที่ทีมเล่นได้ครบเครื่องที่สุดของฤดูกาลนี้
ขณะที่ พลังกาญจน์ เอฟซี ต้องเร่งแก้ปัญหาเกมรับแบบจริงจัง เพราะถ้ายังเสียประตูง่าย โอกาสหลุดโซนปลอดภัยในไทยลีก 1 จะยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ
โปรแกรมไทยลีก 1 ยังเข้มข้นต่อเนื่อง เชียงรายจะได้กลับไปฟื้นฟูร่างกายและเตรียมทีมสำหรับนัดถัดไป ส่วนพลังกาญจน์ต้องรีบหาจังหวะเก็บแต้มให้เร็วที่สุด เพื่อหนีโซนอันตรายให้ได้ทันเวลา
ข่าวกีฬายอดนิยม
วูล์ฟแฮมป์ตันสร้างความตกตะลึงด้วยการเอาชนะแอสตันวิลล่า 2-0 ที่สนามโมลินิวซ์ สเตเดียม
ฟุตบอล
ฟูลแฮม เปิดรังเฉือน ท็อตแนม 2-1! สเปอร์ส ยังไม่ชนะ 10 นัดติด เสี่ยงหล่นไปลุ้นหนีตกชั้น
ฟูลแฮม เดินหน้าลุ้นโควตายุโรป ส่วน ท็อตแนม อาการหนักใกล้โซนอันตราย ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 28 วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ฟูลแฮม ลงเล่นที่ Craven Cottage ก่อนเอาชนะ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 2-1 ในเกมลอนดอนดาร์บี้ที่เดือดพอสมควร ผลนี้ช่วยให้เจ้าบ้านขยับอันดับและเพิ่มความหวังเรื่องพื้นที่ยุโรป ขณะที่สเปอร์ส ภายใต้กุนซือชั่วคราว Igor Tudor ยังหาชัยชนะในลีกไม่เจอเป็นนัดที่ 10 ติดต่อกัน สถานการณ์จึงเริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ
จังหวะสำคัญของเกม – รับชมไฮไลท์
- นาทีที่ 7: Harry Wilson ซัดให้ฟูลแฮมขึ้นนำ 1-0 จากวอลเลย์เท้าซ้าย หลังจังหวะปะทะที่ Raúl Jiménez มีเหมือนผลัก Radu Dragusin เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม VAR ไม่เปลี่ยนคำตัดสิน ทำให้ฝั่งท็อตแนมไม่พอใจ
- นาทีที่ 34: Alex Iwobi บวกสกอร์เป็น 2-0 ด้วยการยิงจังหวะแรกจากนอกกรอบราว 25 หลา บอลพุ่งไปชนเสาก่อนเข้าประตู หลังต่อเกมกับ Wilson ได้ลงตัว
- นาทีที่ 66: Richarlison ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง โหม่งตีตื้นให้สเปอร์สไล่มา 2-1 จากลูกครอสของ Archie Gray ทำให้ช่วงท้ายเกมกลับมามีลุ้น
- ช่วงท้ายเกม ท็อตแนม โหมบุกต่อเนื่อง แต่ Bernd Leno เซฟจังหวะสำคัญหลายครั้ง จึงช่วยให้ฟูลแฮมปิดเกมคว้า 3 แต้ม
ภาพรวมเกมนี้ ฟูลแฮมทำได้ดีกว่าในครึ่งแรก ทั้งความเร็วในการขึ้นเกมและความเฉียบคมหน้าประตู ตรงกันข้าม ท็อตแนมดูขาดความมั่นใจและจังหวะเกมไม่ไหลลื่น แม้จะได้ประตูจากตัวสำรอง แต่สุดท้ายไล่ไม่ทัน
สถิติและผู้เล่นเด่นฝั่งฟูลแฮม
ฟูลแฮมยังไว้ใจได้เวลาเล่นในบ้าน และแนวรุกจบงานค่อนข้างคม
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 2 (Wilson 7′, Iwobi 34′) |
| ผู้ทำประตู | Harry Wilson, Alex Iwobi |
| ผู้รักษาประตู | Bernd Leno (เซฟสำคัญหลายครั้ง) |
| ผู้เล่นเด่น | Alex Iwobi (มีประตูและมีส่วนร่วมกับเกมรุก), Harry Wilson (ยิงนำและสร้างโอกาส) |
| อันดับหลังจบเกม | อันดับ 8 (29 คะแนน จาก 28 นัด) |
| แนวโน้ม | ยังมีลุ้นพื้นที่ยุโรป หากรักษาฟอร์มต่อเนื่อง |
หากฟูลแฮมยืนระยะได้แบบนี้ต่อไป โอกาสเบียดขึ้นไปโซนยุโรปยังเปิดกว้าง
สถิติและปัญหาของท็อตแนม
ฝั่งท็อตแนมยังอยู่ในช่วงฟอร์มตก และแต้มหนีตกชั้นไม่ได้ห่างมากนัก
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ประตูที่ทำได้ | 1 (Richarlison 66′) |
| ผู้ทำประตู | Richarlison (ลงสำรองแล้วยิงได้) |
| ผู้รักษาประตู | Guglielmo Vicario (มีเซฟแต่เสีย 2 ประตู) |
| ผู้เล่นเด่น | Richarlison (ประตูช่วยปลุกความหวัง), Archie Gray (ทำแอสซิสต์) |
| อันดับหลังจบเกม | อันดับ 16 (ห่างโซนตกชั้น 4 คะแนน) |
| สถิติไร้ชัย | 10 นัดติดในพรีเมียร์ลีก |
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของสเปอร์สไม่ได้มีแค่สกอร์ในสนาม แต่ยังรวมถึงความมั่นใจ การจัดทีม และการตัดสินใจในรายละเอียดระหว่างเกมด้วย ขณะเดียวกัน Igor Tudor ที่เพิ่งเข้ามาคุมทีมไม่นาน ก็เริ่มต้นด้วยผลงานแพ้ 2 นัดรวด หลังเกมกุนซือชาวโครเอเชียยอมรับว่าปัญหาของทีม “ใหญ่กว่าที่คิด” และต้องเร่งแก้ทันที
สรุปหลังเกม
ลอนดอนดาร์บี้นัดนี้สะท้อนภาพของทั้งสองทีมในฤดูกาล 2025-26 ได้ชัด ฟูลแฮมเล่นเป็นระบบ จบสกอร์ได้ตามโอกาส และลงโทษความผิดพลาดคู่แข่งได้ดี ส่วนท็อตแนมยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอ และต้องสู้กับแรงกดดันรอบด้านมากขึ้น
จากผลนี้ ฟูลแฮมได้แรงส่งสำคัญในการไล่ล่าพื้นที่สูงกว่า ขณะที่ท็อตแนมต้องรีบกลับมาคว้าชัยให้ได้โดยเร็ว เพราะถ้ายังสะดุดต่อเนื่อง การหนีตกชั้นอาจกลายเป็นเรื่องจริงในช่วงท้ายฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อาร์เซนอล เปิดเอมิเรตส์เฉือนเชลซี 2-1 กลับขึ้นนำพรีเมียร์ลีกห่าง 5 แต้ม
ฟุตบอล
อาร์เซนอล เปิดเอมิเรตส์เฉือนเชลซี 2-1 กลับขึ้นนำพรีเมียร์ลีกห่าง 5 แต้ม
อาร์เซนอลคว้าชัยในศึกดาร์บี้ลอนดอนเหนือเชลซี 2-1 ที่สนามเอมิเรตส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 ผลงานนัดนี้ส่งทีมของมิเกล อาร์เตต้า กลับไปยืนจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง พร้อมทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 แต้ม (แต่แข่งมากกว่า 1 นัด) – รับชมไฮไลท์
เกมแมตช์วีค 28 ของพรีเมียร์ลีก 2025/26 นัดนี้ อาร์เซนอลได้ทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีซเต็มๆ เพราะทั้งสองประตูมาจากเตะมุม ขณะเดียวกันแนวรับยังยืนระยะได้ดี แม้เชลซีจะพยายามเร่งเกมในครึ่งหลัง แต่สถานการณ์พลิกชัดเจนเมื่อทีมเยือนเหลือ 10 คน หลังเปโดร เนโต้ถูกไล่ออก
ไฮไลต์สำคัญของเกม
- นาทีที่ 21: อาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 จากเตะมุมของบูกาโย ซาก้า ก่อนที่กาเบรียล มากัลยาเลสจะโหม่งชงต่อ และวิลเลียม ซาลิบาซัดเข้าไป
- นาทีที่ 45+2: เชลซีตีเสมอ 1-1 จากเตะมุมของรีซ เจมส์ โดยเปียโร อินคาเปี้ย (กองหลังอาร์เซนอล) โหม่งผิดเหลี่ยมเข้าประตูตัวเอง
- นาทีที่ 66: จูร์ริเอน ทิมเบอร์โหม่งทำประตูชัย 2-1 จากลูกเตะมุมของเดแคลน ไรซ์ บอลตกใกล้เส้นก่อนเจ้าตัวจะกดเข้าไป
- นาทีที่ 70: เปโดร เนโต้โดนใบแดง หลังรับสองใบเหลืองในช่วงเวลาห่างกันไม่มาก ทำให้เชลซีต้องเล่น 10 คนจนจบ
- ช่วงทดเจ็บ: เดวิด รายาโชว์เซฟสำคัญหลายจังหวะ รวมถึงป้องกันลูกยิงท่ายากของโจเอา เปโดรโก้ และยังมีช็อตที่เลียม เดลัปส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูกจับล้ำหน้า
ภาพรวมครึ่งแรก อาร์เซนอลคุมจังหวะได้ดีกว่า และยังหาจังหวะเล่นจากลูกนิ่งได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เชลซีเริ่มเปิดเกมมากขึ้นหลังพักครึ่ง และมีช่วงที่กดดันได้พอสมควร แต่พอเสียคนจากใบแดง รูปเกมก็เข้าทางเจ้าบ้านทันที สุดท้ายชัยชนะนัดนี้ย้ำชัดว่า “ลูกเซ็ตพีซ” คืออาวุธสำคัญของอาร์เซนอลในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้
สถิติทีมอาร์เซนอล
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้จัดการทีม | มิเกล อาร์เตต้า |
| ผลการแข่งขัน | ชนะ 2-1 |
| ประตูที่ทำได้ | 2 (ซาลิบา น.21, ทิมเบอร์ น.66) |
| ผู้ทำประตู | วิลเลียม ซาลิบา, จูร์ริเอน ทิมเบอร์ |
| แอสซิสต์สำคัญ | กาเบรียล (ให้ซาลิบา), เดแคลน ไรซ์ (ให้ทิมเบอร์) |
| การครองบอล | ประมาณ 58% |
| ลูกเตะมุม | 9 |
| การเซฟสำคัญ | เดวิด รายา (หลายครั้งช่วงทดเจ็บ) |
| การเปลี่ยนตัวเด่น | กาเบรียล มาร์ติเนลลี (ลงแทน เลอันโดร ทรอสซาร์ด) |
| จุดเด่น | เซ็ตพีซอันตราย, เกมรับเหนียวแน่น |
นอกจากได้สามแต้ม อาร์เซนอลยังได้ภาพรวมที่น่าพอใจจากแนวรับ โดยเฉพาะซาลิบาและกาเบรียลที่ช่วยกันคุมพื้นที่ได้ดี แถมยังมีส่วนร่วมกับประตูจากลูกนิ่งด้วย
สถิติทีมเชลซี
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้จัดการทีม | เลียม โรเซนior |
| ผลการแข่งขัน | แพ้ 1-2 |
| ประตูที่ทำได้ | 1 (อินคาเปี้ย OG น.45+2) |
| ผู้ทำประตู | เปียโร อินคาเปี้ย (OG) |
| การครองบอล | ประมาณ 42% |
| ลูกเตะมุม | 5 |
| ใบเหลือง/ใบแดง | เปโดร เนโต้ ใบแดง (น.70), โคล พาลเมอร์, คริสเตียน ฮาโต้, เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ ใบเหลือง |
| การเปลี่ยนตัวเด่น | เลียม เดลัป และโจเอา เปโดรโก้ (เกือบตีเสมอช่วงทดเจ็บ) |
| จุดเด่น | โต้กลับเร็วในครึ่งหลัง |
| จุดอ่อน | วินัยเกมรับและอารมณ์ในสนาม, เสียประตูจากเซ็ตพีซ |
เชลซีมีช่วงที่ทำได้ดี โดยเฉพาะตอนเปลี่ยนสปีดเกมในครึ่งหลัง แต่ปัญหาวินัยยังตามหลอกหลอน ใบแดงของเปโดร เนโต้ทำให้ทุกอย่างยากขึ้นทันที และยังเป็นใบแดงใบที่ 7 ของทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่งผลต่อการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังเกม: อาร์เตต้าชมทีมเรื่องหัวใจ แต่ย้ำห้ามผ่อน
มิเกล อาร์เตต้าให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า ชัยชนะครั้งนี้สำคัญมากในช่วงที่ความกดดันสูง ทีมสู้กันเต็มที่ และจบสกอร์จากเซ็ตพีซได้เด็ดขาด พร้อมย้ำว่าทุกคนต้องรักษามาตรฐานแบบนี้ต่อไป หากหวังไปให้ถึงเป้าหมายแชมป์
ด้านเลียม โรเซนior มองว่าเชลซีสร้างโอกาสได้ แต่ใบแดงทำให้แผนทั้งหมดพังลง และทีมต้องรีบจัดการเรื่องวินัยเพื่อเดินหน้าต่อ
จากผลนี้ อาร์เซนอลเก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม หลังแมนเชสเตอร์ ซิตี้เพิ่งคว้าชัยเหนือ ลีดส์มาก่อนหน้า ทำให้ปืนใหญ่ยังนำเป็นจ่าฝูงด้วยระยะห่าง 5 แต้ม (แต่แข่งมากกว่า 1 นัด) และยังส่งสัญญาณชัดว่าพร้อมสู้ยาวในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26
นัดถัดไป อาร์เซนอลมีคิวออกไปเยือนในลีก ส่วนเชลซีต้องรีบคืนฟอร์มและเก็บแต้มให้ได้ หากยังอยากอยู่ในเส้นทางลุ้นอันดับท็อปโฟร์
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงชนะคริสตัล พาเลซ 2-1 ขยับขึ้นอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก
ฟุตบอล
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงชนะคริสตัล พาเลซ 2-1 ขยับขึ้นอันดับ 3 พรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์, อังกฤษ, 1 มีนาคม 2026, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของกุนซือไมเคิล คาร์ริค เดินหน้าทำผลงานดีแบบต่อเนื่อง หลังเปิดบ้านพลิกกลับมาชนะคริสตัล พาเลซ 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก นัดที่ 28 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ “ปีศาจแดง” ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 3 ของตาราง และยืดสถิติไม่แพ้ใครเป็น 10 นัดติด
เกมนี้เตะกันที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ต่อหน้าแฟนบอล 73,934 คน โดยทีมของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ออกสตาร์ตได้เข้าตากว่า แต่สุดท้ายพลาดเองในครึ่งหลัง จนเสียเกมไปแบบน่าเสียดาย
ไฮไลท์สำคัญของเกม – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
- นาทีที่ 4: คริสตัล พาเลซ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะเตะมุม เบรนแนน จอห์นสัน เปิดมาให้แม็กเซนซ์ ลาครูวา (Maxence Lacroix) โหม่งเข้าไป ทำให้โอลด์แทรฟฟอร์ดเงียบลงทันที
- นาทีที่ 56: จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ ลาครูวา ทำฟาวล์ตัดโอกาสทำประตูของมาตูส คุนญ่า (Matheus Cunha) ในกรอบเขตโทษ VAR เช็กจังหวะก่อนผู้ตัดสินให้ทั้งใบแดงและจุดโทษ
- นาทีที่ 57: บรูโน เฟอร์นันเดส สังหารจุดโทษไม่พลาด พาแมนยูไนเต็ดไล่ตีเสมอ 1-1
- นาทีที่ 65: เฟอร์นันเดส เปิดฟรีคิกแม่นๆ ก่อนที่เบนจามิน เซสโก้ (Benjamin Sesko) จะโหม่งเสียบเสาไกลให้เจ้าบ้านแซงนำ 2-1 และเป็นประตูชัยเกมที่สองติดต่อกันของดาวยิงทีมชาติสโลวีเนีย
- ช่วงท้ายเกม: ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่านพาเลซ (อดีตผู้เล่นแมนยู) โชว์เซฟหลายครั้ง ช่วยทีมไม่ให้สกอร์ไหล แต่ก็ไล่คืนไม่ได้
หลังพาเลซเหลือ 10 คน แมนยูไนเต็ดคุมจังหวะได้มากขึ้น และสร้างโอกาสต่อเนื่อง ขณะที่เซสโก้ที่ได้ออกสตาร์ตตัวจริงครั้งแรกในยุคคาร์ริค ยังรักษาฟอร์มร้อนแรงด้วยผลงาน 6 ประตูจาก 7 นัดหลังสุด
บรรยากาศเกมและการปรับหมาก
ครึ่งแรกเป็นฝั่งพาเลซที่เล่นดีกว่า และขึ้นนำได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม พอเข้าครึ่งหลัง แมนยูไนเต็ดเร่งเกมชัดเจน คาร์ริคปรับแท็กติกและจังหวะการเติมเกมรุกให้ดุดันขึ้น ดังนั้นเมื่อคู่แข่งพลาด ทีมจึงฉวยโอกาสกลับมาคุมสถานการณ์ได้ทันที
เหนือสิ่งอื่นใด บรูโน เฟอร์นันเดส คือคนกำหนดทิศทางเกม เขาทั้งยิงจุดโทษตีเสมอ และเปิดให้เซสโก้ทำประตูชัย บทบาทกัปตันทีมยังชัดเจนเหมือนเดิม
รายชื่อผู้เล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ตัวจริงและสำรองหลัก)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| GK | ลัมเมนส์ | เซฟสำคัญหลายครั้ง |
| RB | ดาโลต์ | ได้ใบเหลือง |
| CB | โยโร | |
| CB | แม็กไกวร์ | ถูกเปลี่ยนออกนาที 85 |
| LB | ชอว์ | ถูกเปลี่ยนออกนาที 24 (บาดเจ็บ?) |
| CM | คาเซมิโร | |
| CM | ไมนู | |
| RW | เอ็มเบวโม | ถูกเปลี่ยนออกนาที 85 |
| AM | เฟอร์นันเดส (กัปตัน) | 1 ประตู (จุดโทษ), 1 แอสซิสต์ |
| LW | คุนญ่า | โดนฟาวล์จนได้จุดโทษและใบแดง |
| ST | เซสโก้ | 1 ประตูชัย |
| สำรองสำคัญ | ซิร์คซี, อมาด, เฮเว่น |
รายชื่อผู้เล่นคริสตัล พาเลซ (ตัวจริงและสำรองหลัก)
| ตำแหน่ง | นักเตะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| GK | เฮนเดอร์สัน (กัปตัน) | เซฟหลายครั้ง, อดีตแมนยู |
| RB | มูญอซ | |
| CB | ลาครูวา | 1 ประตู, ใบแดงนาที 56 |
| CB | มิเชล | |
| LB | ริชาร์ดส์ | |
| CM | คามาดะ | ได้ใบเหลือง |
| CM | วอร์ตัน | ถูกเปลี่ยนออกนาที 68 |
| RW | จอห์นสัน | แอสซิสต์ประตูแรก |
| AM | ซาร์ | |
| LW | สแตรงด์ ลาร์เซ่น | ถูกเปลี่ยนออกนาที 58 |
| สำรองสำคัญ | กีซานด์, ฮิวจ์, เรียด |
ผลต่ออันดับตารางและโปรแกรมถัดไป
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มี 51 คะแนนจาก 27 นัด (อัปเดตหลังจบเกม) ขึ้นอันดับ 3 แซงแอสตัน วิลล่าด้วยผลต่างประตู ทีมกำลังเดินหน้าเต็มตัวเพื่อโควตาแชมเปียนส์ลีก หลังช่วงก่อนหน้านี้เจอฤดูกาลที่ยากลำบาก
ด้านคริสตัล พาเลซ ถึงจะแพ้ แต่ภาพรวมยังน่าพอใจ โดยเฉพาะครึ่งแรกที่เล่นมีระบบ ทว่าการต้องเล่น 10 คนทำให้รักษาผลไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ทีมยังมีลุ้นทำอันดับในครึ่งบนของตาราง
สำหรับนัดต่อไป แมนยูไนเต็ดมีคิวบุกเยือนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กลางสัปดาห์ ซึ่งเป็นอีกเกมหนักที่วัดความต่อเนื่องของทีมคาร์ริคแบบตรงๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ลิเวอร์พูลถล่มเวสต์แฮม 5-2 ศึกพรีเมียร์ลีก, เกมรุกไหลลื่น ลุ้นท็อปโฟร์ต่อเนื่อง
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร
-
ข่าวระดับชาติ - National6 days ago
สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
หญิงชาวเชียงรายที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ได้รับการช่วยเหลือจากการถูกหลอกลวงในประเทศกัมพูชา
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
นักเรียนถูกหลอกให้สแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ดปลอม โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังกลายเป็นอาชญากร










