Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

หญิงชาวเชียงรายที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ได้รับการช่วยเหลือจากการถูกหลอกลวงในประเทศกัมพูชา

เชียงราย – หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์…

Published

on

สาวเชียงรายป่วยโปลิโอ เล่านาทีหนีแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา เหยื่อในตึกเดิมหนีออกมาได้อีกนับสิบ หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ แล้วถูกบังคับสแกนหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน พ่อลูกเข้าขอบคุณตำรวจ หลังช่วยพากลับไทย วันที่ 24 ก.พ. นายอุดร ชาว บ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พาลูกสาว น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี ซึ่งป่วยโปลิโอ เข้าพบและขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย หลังตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยประสานงานจนเธอหนีออกจากขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา และกลับถึงไทยได้ ถูกชวนทำงานแอดมิน เงินเดือน 20,000 ก่อนพาไปชายแดน น.ส.นภัศราเล่าว่า เธอเคยทำงานแอดมินติดต่อประสานลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่เมื่อว่างงานจึงหางานผ่านออนไลน์ ต่อมาพบเฟซบุ๊กรับสมัครงานแอดมินที่จังหวัดสระแก้ว เสนอเงินเดือน 20,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร จากนั้น ผู้ชักชวนให้นัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้า ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อเดินทางไปสระแก้ว ระหว่างทางมีผู้สมัครร่วมไปด้วยประมาณ 5-6 คน ถึงสระแก้วแล้วไม่ตรงปก ถูกพาเข้าพื้นที่ไร่อ้อยและบังคับข้ามแดน เมื่อไปถึงจังหวัดสระแก้ว กลุ่มดังกล่าวถูกพาไปแวะห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ก่อนจะถูกพาขึ้นรถกระบะไปยังไร่อ้อยที่ไม่ทราบพิกัด แล้วถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไปอีกฝั่ง น.ส.นภัศราซึ่งพิการระดับ 3 จากโปลิโอ ต้องเดินเขย่งฝ่าทางจนสุดแนวไร่ ต่อมามีชาวกัมพูชาประมาณ 4 คนมารับตัว แล้วพาขึ้นรถกระบะเข้าเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ถูกยึดบัตรและโทรศัพท์ ก่อนบังคับสแกนหน้าโอนเงิน เธอบอกว่า เมื่อไปถึงตึกที่ใช้เป็นฐานของแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มคนร้ายยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จากนั้นยังบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคารในมือถืออย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อทำรายการโอนเงินเข้าและออก ในตึกเดียวกัน เธอสังเกตว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก ราว 30-40 คน หลายคนพยายามหาทางหนี บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกเพื่อเปิดทางหลบออกมา "ตอนนั้นกลัวมาก อยากกลับบ้านอย่างเดียว" เธอเล่า ถูกย้ายไปกาสิโนเมืองไพลิน ได้โทรศัพท์คืนจึงขอความช่วยเหลือ ต่อมาวันที่ 16 ก.พ. กลุ่มคนร้ายส่งเธอไปอยู่ที่ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต ครั้งนี้เธอได้โทรศัพท์และเอกสารคืน ทำให้สามารถใช้ Wi-Fi ติดต่อพ่อ และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน คนไทยที่ยังอยู่ตึกเดิมในปอยเปตทราบว่าเกิดเหตุวุ่นวายและมีไฟไหม้ หลายคนจึงวิ่งหนีออกมา และมีบางส่วนข้ามกลับฝั่งไทยได้ รวมตัวหนีอีก 5 คน วิ่งข้ามแดนกลับไทยทางสระแก้ว น.ส.นภัศราบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสจึงชวนคนไทยอีก 5 คน หนีออกมาด้วยกัน ได้แก่ * น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี ชาวนครราชสีมา * น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาวอุทัยธานี * น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวนครปฐม * นายกิตติศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาวขอนแก่น * นายอาทิมา อายุ 25 ปี ชาวหนองคาย ทั้งหมดนั่งรถรับจ้างไปลงบริเวณป่าไผ่ใกล้ชายแดน ก่อนวิ่งฝ่ากลับเข้าประเทศไทย และมีทหารไทยตามแนวชายแดนช่วยเหลือจนเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ส่งทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และมีการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา ด้านน.ส.นภัศราเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ระบุว่าถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนเข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ตำรวจเตือน งานง่ายเงินดีผิดปกติ ให้ระวังการชวนไปทำงานชายแดน พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ดีใจที่ครอบครัวได้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะงานแอดมินที่บอกว่าไม่ต้องมีทักษะ งานสบาย แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท เพราะถือว่าน่าสงสัย ยิ่งถ้ามีการนัดให้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจถูกพาออกนอกประเทศได้ "ไม่มีงานไหนให้ข้อเสนอง่าย แต่ได้เงินแพงแบบนี้" เขากล่าว ส่วนคดีนี้ ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

เชียงราย – หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ แล้วถูกบังคับสแกนหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน

วันที่ 24 ก.พ. นายอุดร ชาว บ้านแซว อำเภอเชียงแสน ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย พาลูกสาว น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี ซึ่งป่วยโปลิโอ เข้าพบและขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย หลังตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยประสานงานจนเธอหนีออกจากขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา และกลับถึงไทยได้

น.ส.นภัศราเล่าว่า เธอเคยทำงานแอดมินติดต่อประสานลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่เมื่อว่างงานจึงหางานผ่านออนไลน์ ต่อมาพบเฟซบุ๊กรับสมัครงานแอดมินที่จังหวัดสระแก้ว เสนอเงินเดือน 20,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร

จากนั้น ผู้ชักชวนให้นัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้า ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อเดินทางไปสระแก้ว ระหว่างทางมีผู้สมัครร่วมไปด้วยประมาณ 5-6 คน

สาวเชียงรายป่วยโปลิโอ เล่านาทีหนีแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา เหยื่อในตึกเดิมหนีออกมาได้อีกนับสิบ

หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ แล้วถูกบังคับสแกนหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน

พ่อลูกเข้าขอบคุณตำรวจ หลังช่วยพากลับไทย

วันที่ 24 ก.พ. นายอุดร ชาว บ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พาลูกสาว น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี ซึ่งป่วยโปลิโอ เข้าพบและขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย หลังตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยประสานงานจนเธอหนีออกจากขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา และกลับถึงไทยได้

ถูกชวนทำงานแอดมิน เงินเดือน 20,000 ก่อนพาไปชายแดน

น.ส.นภัศราเล่าว่า เธอเคยทำงานแอดมินติดต่อประสานลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่เมื่อว่างงานจึงหางานผ่านออนไลน์ ต่อมาพบเฟซบุ๊กรับสมัครงานแอดมินที่จังหวัดสระแก้ว เสนอเงินเดือน 20,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร

จากนั้น ผู้ชักชวนให้นัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้า ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อเดินทางไปสระแก้ว ระหว่างทางมีผู้สมัครร่วมไปด้วยประมาณ 5-6 คน

ถึงสระแก้วแล้วไม่ตรงปก ถูกพาเข้าพื้นที่ไร่อ้อยและบังคับข้ามแดน

เมื่อไปถึงจังหวัดสระแก้ว กลุ่มดังกล่าวถูกพาไปแวะห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ก่อนจะถูกพาขึ้นรถกระบะไปยังไร่อ้อยที่ไม่ทราบพิกัด แล้วถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไปอีกฝั่ง

น.ส.นภัศราซึ่งพิการระดับ 3 จากโปลิโอ ต้องเดินเขย่งฝ่าทางจนสุดแนวไร่ ต่อมามีชาวกัมพูชาประมาณ 4 คนมารับตัว แล้วพาขึ้นรถกระบะเข้าเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

ถูกยึดบัตรและโทรศัพท์ ก่อนบังคับสแกนหน้าโอนเงิน

เธอบอกว่า เมื่อไปถึงตึกที่ใช้เป็นฐานของแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มคนร้ายยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จากนั้นยังบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคารในมือถืออย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อทำรายการโอนเงินเข้าและออก

ในตึกเดียวกัน เธอสังเกตว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก ราว 30-40 คน หลายคนพยายามหาทางหนี บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกเพื่อเปิดทางหลบออกมา

"ตอนนั้นกลัวมาก อยากกลับบ้านอย่างเดียว" เธอเล่า

ถูกย้ายไปกาสิโนเมืองไพลิน ได้โทรศัพท์คืนจึงขอความช่วยเหลือ

ต่อมาวันที่ 16 ก.พ. กลุ่มคนร้ายส่งเธอไปอยู่ที่ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต ครั้งนี้เธอได้โทรศัพท์และเอกสารคืน ทำให้สามารถใช้ Wi-Fi ติดต่อพ่อ และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน คนไทยที่ยังอยู่ตึกเดิมในปอยเปตทราบว่าเกิดเหตุวุ่นวายและมีไฟไหม้ หลายคนจึงวิ่งหนีออกมา และมีบางส่วนข้ามกลับฝั่งไทยได้

รวมตัวหนีอีก 5 คน วิ่งข้ามแดนกลับไทยทางสระแก้ว

น.ส.นภัศราบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสจึงชวนคนไทยอีก 5 คน หนีออกมาด้วยกัน ได้แก่

 * น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี ชาวนครราชสีมา
 * น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาวอุทัยธานี
 * น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวนครปฐม
 * นายกิตติศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาวขอนแก่น
 * นายอาทิมา อายุ 25 ปี ชาวหนองคาย

ทั้งหมดนั่งรถรับจ้างไปลงบริเวณป่าไผ่ใกล้ชายแดน ก่อนวิ่งฝ่ากลับเข้าประเทศไทย และมีทหารไทยตามแนวชายแดนช่วยเหลือจนเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ส่งทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และมีการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา

ด้านน.ส.นภัศราเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ระบุว่าถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนเข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

ตำรวจเตือน งานง่ายเงินดีผิดปกติ ให้ระวังการชวนไปทำงานชายแดน

พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ดีใจที่ครอบครัวได้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะงานแอดมินที่บอกว่าไม่ต้องมีทักษะ งานสบาย แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท เพราะถือว่าน่าสงสัย

ยิ่งถ้ามีการนัดให้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจถูกพาออกนอกประเทศได้

"ไม่มีงานไหนให้ข้อเสนอง่าย แต่ได้เงินแพงแบบนี้" เขากล่าว

ส่วนคดีนี้ ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ถึงสระแก้วแล้วไม่ตรงปก ถูกพาเข้าพื้นที่ไร่อ้อยและบังคับข้ามแดน

เมื่อไปถึงจังหวัดสระแก้ว กลุ่มดังกล่าวถูกพาไปแวะห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ก่อนจะถูกพาขึ้นรถกระบะไปยังไร่อ้อยที่ไม่ทราบพิกัด แล้วถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไปอีกฝั่ง

น.ส.นภัศราซึ่งพิการระดับ 3 จากโปลิโอ ต้องเดินเขย่งฝ่าทางจนสุดแนวไร่ ต่อมามีชาวกัมพูชาประมาณ 4 คนมารับตัว แล้วพาขึ้นรถกระบะเข้าเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

เธอบอกว่า เมื่อไปถึงตึกที่ใช้เป็นฐานของแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มคนร้ายยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จากนั้นยังบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคารในมือถืออย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อทำรายการโอนเงินเข้าและออก

ในตึกเดียวกัน เธอสังเกตว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก ราว 30-40 คน หลายคนพยายามหาทางหนี บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกเพื่อเปิดทางหลบออกมา

“ตอนนั้นกลัวมาก อยากกลับบ้านอย่างเดียว” เธอเล่า

ถูกย้ายไปกาสิโนเมืองไพลิน ได้โทรศัพท์คืนจึงขอความช่วยเหลือ

ต่อมาวันที่ 16 ก.พ. กลุ่มคนร้ายส่งเธอไปอยู่ที่ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต ครั้งนี้เธอได้โทรศัพท์และเอกสารคืน ทำให้สามารถใช้ Wi-Fi ติดต่อพ่อ และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน คนไทยที่ยังอยู่ตึกเดิมในปอยเปตทราบว่าเกิดเหตุวุ่นวายและมีไฟไหม้ หลายคนจึงวิ่งหนีออกมา และมีบางส่วนข้ามกลับฝั่งไทยได้

สาวเชียงรายป่วยโปลิโอ เล่านาทีหนีแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา เหยื่อในตึกเดิมหนีออกมาได้อีกนับสิบ

หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ แล้วถูกบังคับสแกนหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน

พ่อลูกเข้าขอบคุณตำรวจ หลังช่วยพากลับไทย

วันที่ 24 ก.พ. นายอุดร ชาว บ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พาลูกสาว น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี ซึ่งป่วยโปลิโอ เข้าพบและขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย หลังตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยประสานงานจนเธอหนีออกจากขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา และกลับถึงไทยได้

ถูกชวนทำงานแอดมิน เงินเดือน 20,000 ก่อนพาไปชายแดน

น.ส.นภัศราเล่าว่า เธอเคยทำงานแอดมินติดต่อประสานลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่เมื่อว่างงานจึงหางานผ่านออนไลน์ ต่อมาพบเฟซบุ๊กรับสมัครงานแอดมินที่จังหวัดสระแก้ว เสนอเงินเดือน 20,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร

จากนั้น ผู้ชักชวนให้นัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้า ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อเดินทางไปสระแก้ว ระหว่างทางมีผู้สมัครร่วมไปด้วยประมาณ 5-6 คน

ถึงสระแก้วแล้วไม่ตรงปก ถูกพาเข้าพื้นที่ไร่อ้อยและบังคับข้ามแดน

เมื่อไปถึงจังหวัดสระแก้ว กลุ่มดังกล่าวถูกพาไปแวะห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ก่อนจะถูกพาขึ้นรถกระบะไปยังไร่อ้อยที่ไม่ทราบพิกัด แล้วถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไปอีกฝั่ง

น.ส.นภัศราซึ่งพิการระดับ 3 จากโปลิโอ ต้องเดินเขย่งฝ่าทางจนสุดแนวไร่ ต่อมามีชาวกัมพูชาประมาณ 4 คนมารับตัว แล้วพาขึ้นรถกระบะเข้าเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา

ถูกยึดบัตรและโทรศัพท์ ก่อนบังคับสแกนหน้าโอนเงิน

เธอบอกว่า เมื่อไปถึงตึกที่ใช้เป็นฐานของแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มคนร้ายยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จากนั้นยังบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคารในมือถืออย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อทำรายการโอนเงินเข้าและออก

ในตึกเดียวกัน เธอสังเกตว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก ราว 30-40 คน หลายคนพยายามหาทางหนี บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกเพื่อเปิดทางหลบออกมา

"ตอนนั้นกลัวมาก อยากกลับบ้านอย่างเดียว" เธอเล่า

ถูกย้ายไปกาสิโนเมืองไพลิน ได้โทรศัพท์คืนจึงขอความช่วยเหลือ

ต่อมาวันที่ 16 ก.พ. กลุ่มคนร้ายส่งเธอไปอยู่ที่ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต ครั้งนี้เธอได้โทรศัพท์และเอกสารคืน ทำให้สามารถใช้ Wi-Fi ติดต่อพ่อ และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้อง

ขณะเดียวกัน คนไทยที่ยังอยู่ตึกเดิมในปอยเปตทราบว่าเกิดเหตุวุ่นวายและมีไฟไหม้ หลายคนจึงวิ่งหนีออกมา และมีบางส่วนข้ามกลับฝั่งไทยได้

รวมตัวหนีอีก 5 คน วิ่งข้ามแดนกลับไทยทางสระแก้ว

น.ส.นภัศราบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสจึงชวนคนไทยอีก 5 คน หนีออกมาด้วยกัน ได้แก่

 * น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี ชาวนครราชสีมา
 * น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาวอุทัยธานี
 * น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวนครปฐม
 * นายกิตติศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาวขอนแก่น
 * นายอาทิมา อายุ 25 ปี ชาวหนองคาย

ทั้งหมดนั่งรถรับจ้างไปลงบริเวณป่าไผ่ใกล้ชายแดน ก่อนวิ่งฝ่ากลับเข้าประเทศไทย และมีทหารไทยตามแนวชายแดนช่วยเหลือจนเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ส่งทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และมีการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา

ด้านน.ส.นภัศราเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ระบุว่าถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนเข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

ตำรวจเตือน งานง่ายเงินดีผิดปกติ ให้ระวังการชวนไปทำงานชายแดน

พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ดีใจที่ครอบครัวได้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะงานแอดมินที่บอกว่าไม่ต้องมีทักษะ งานสบาย แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท เพราะถือว่าน่าสงสัย

ยิ่งถ้ามีการนัดให้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจถูกพาออกนอกประเทศได้

"ไม่มีงานไหนให้ข้อเสนอง่าย แต่ได้เงินแพงแบบนี้" เขากล่าว

ส่วนคดีนี้ ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

รวมตัวหนีอีก 5 คน วิ่งข้ามแดนกลับไทยทางสระแก้ว

น.ส.นภัศราบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสจึงชวนคนไทยอีก 5 คน หนีออกมาด้วยกัน ได้แก่

  • น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี ชาวนครราชสีมา
  • น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาวอุทัยธานี
  • น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวนครปฐม
  • นายกิตติศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาวขอนแก่น
  • นายอาทิมา อายุ 25 ปี ชาวหนองคาย

ทั้งหมดนั่งรถรับจ้างไปลงบริเวณป่าไผ่ใกล้ชายแดน ก่อนวิ่งฝ่ากลับเข้าประเทศไทย และมีทหารไทยตามแนวชายแดนช่วยเหลือจนเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ส่งทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และมีการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา

ด้านน.ส.นภัศราเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ระบุว่าถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนเข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์

ตำรวจเตือน งานง่ายเงินดีผิดปกติ ให้ระวังการชวนไปทำงานชายแดน

พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ดีใจที่ครอบครัวได้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะงานแอดมินที่บอกว่าไม่ต้องมีทักษะ งานสบาย แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท เพราะถือว่าน่าสงสัย

ยิ่งถ้ามีการนัดให้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจถูกพาออกนอกประเทศได้

“ไม่มีงานไหนให้ข้อเสนอง่าย แต่ได้เงินแพงแบบนี้” เขากล่าว

ส่วนคดีนี้ ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กรมควบคุมมลพิษชู &ร่องบอนโมเดล& เชียงรายเป็นต้นแบบชุมชนปลอดเผา, เผยฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ

เชียงราย - Chiang Rai News

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

Naree Srisuk

Published

on

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

ลำปาง">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข

ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดปัญหาความล่าช้าอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อแผนงานที่วางไว้ทั้งหมด

ประเด็นสำคัญ

  • ยกเลิกสัญญาและฟ้องร้อง: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตัดสินใจบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าปรับ
  • สาเหตุหลักของปัญหา: โครงการสร้างหอพักแพทย์มูลค่า 468 ล้านบาทนี้ เผชิญปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเดิมทีต้องสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2567
  • ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย: อธิการบดีย้ำชัดเจนว่า อาคารทุกหลังถูกออกแบบมาให้ต้านทานแผ่นดินไหว และใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน

โครงการก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ผู้ที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) เครือข่ายนี้ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อาคารหอพักแห่งนี้จะต้องก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2567

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ส่งทีมที่ปรึกษาและคณะกรรมการ เข้าไปควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พวกเขาพยายามติดตามและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินงานตามแผนมาโดยตลอด แต่สุดท้ายงานก่อสร้างก็ยังคงล่าช้าและไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด

เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงประกาศบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก MGR Online ขณะนี้เรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย

ทางมหาวิทยาลัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดจนกว่าคดีจะจบลง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา เป็นไปตามกฎหมายของรัฐทุกประการ

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

งบประมาณมหาศาล และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย

โครงการก่อสร้างหอพักบุคลากรทางการแพทย์นี้ไม่ใช่งานระดับทั่วไป เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 468 ล้านบาท โดยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ช่วงปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายในสังคมจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร

ความกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ และมีข่าวอาคารของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งถล่มลงมา ที่สำคัญคือ มีการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาโครงการหอพักแพทย์ เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาก่อสร้างอาคารที่ถล่มนั้น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยอย่างกว้างขวางในสังคม

เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ผศ. ดร. มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ท่านระบุว่า อาคารทุกหลังในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเหล็กที่นำมาใช้ในการวางโครงสร้าง จะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น โครงสร้างทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจึงสามารถวางใจในความปลอดภัยได้

ในขณะนี้ กระบวนการก่อสร้างที่หยุดชะงักไป จะต้องได้รับการจัดการใหม่ทั้งหมดเพื่อความต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมแผนสำหรับการจัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่องานก่อสร้างอาคารหอพักให้สำเร็จลุล่วง เพราะหอพักบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของโรงพยาบาล

การมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้คำมั่นสัญญาว่า จะคอยอัปเดตความคืบหน้าของการสรรหาผู้รับเหมาใหม่ รวมถึงความคืบหน้าของคดีความในศาล ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางสื่อสารของมหาวิทยาลัยต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแม่สายได้ยึดยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบ บริเวณถนนบายพาส จังหวัดเชียงราย การยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ทำให้สามารถสกัดกั้นเส้นทางการยาเสพติด">ขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้

เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ริมถนนอย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก

จุดที่พบของกลางอยู่บริเวณถนนหมายเลข 123 หรือเส้นทางเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2

ประเด็นสำคัญ

  • ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส: ประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางทิ้งไว้ริมถนน จึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที
  • ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: ภายในกระเป๋าพบยาบ้าประทับตรา 999 จำนวนรวมกว่า 400,000 เม็ด ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดด้านหลังป้ายโฆษณา
  • ตำรวจเร่งขยายผล: เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตามล่าเครือข่ายยาเสพติดที่นำกระเป๋ามาทิ้งไว้

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

การลงพื้นที่ตรวจสอบของตำรวจ

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่จำนวน 2 ใบ กระเป๋าทั้งสองใบถูกซ่อนไว้ด้านหลังป้ายโฆษณาริมทางอย่างแนบเนียน บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีบุคคลต้องสงสัยอยู่ใกล้เคียงเลย ทางตำรวจจึงระมัดระวังและเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในทันที

ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระเป๋ามียาบ้าบรรจุอยู่จนเต็มแน่นทั้งสองใบ แต่ละใบมีห่อพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใบละ 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อพลาสติกมียาบ้าถูกห่อด้วยกระดาษไข พร้อมกับประทับตรา 999 เอาไว้อย่างชัดเจน

เมื่อตำรวจทำการนับจำนวนรวมทั้งหมด พบว่ามียาบ้ามากถึง 400,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน การตรวจพบครั้งนี้ช่วยสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

พลังของชุมชนช่วยสกัดยาเสพติด

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชาวบ้านสันผักฮี้ได้แสดงความเข้มแข็งในการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ หากชาวบ้านไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ยาบ้าจำนวนมหาศาลนี้อาจถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ

พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสระบุว่า กระเป๋าทั้งสองใบถูกวางทิ้งไว้ในจุดที่ผิดสังเกต ทางตำรวจจึงขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างมาก คุณสามารถติดตามข่าวสารอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวท้องถิ่นเชียงราย ซึ่งรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง

ในเบื้องต้น ชุดสืบสวนได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ตำรวจกำลังค้นหารถยนต์หรือบุคคลปริศนาที่แอบนำกระเป๋าใบนี้มาทิ้งไว้กลางดึก

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

เพิ่มความเข้มงวดชายแดนแม่สาย

พื้นที่อำเภอแม่สาย ถือเป็นจุดที่มักพบการแอบขนยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากพื้นที่นี้มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีช่องทางธรรมชาติหลายจุด ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนให้มากขึ้นกว่าเดิม

ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนบายพาส ยืนยันว่าจะเพิ่มความถี่ในการตรวจตราเส้นทางเลี่ยงเมืองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุด เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ชายแดนอย่างเด็ดขาด

พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้สั่งการให้ชุดทำงานลงพื้นที่หาข่าวอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนถือเป็นเรื่องสำคัญในการแกะรอยคนร้าย คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก

Rebecca Kim

Published

on

วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก

ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างมาก พายุฝนได้พัดกระหน่ำและตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำของอำเภอเมืองเชียงราย เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้ส่งผลให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็วแบบที่ชาวบ้านไม่ทันได้ตั้งตัว

มวลน้ำจำนวนมหาศาลจากแม่น้ำแม่กรณ์ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนอย่างฉับพลัน ทำให้ชาวบ้านหลายสิบครอบครัวต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ถนนหลายสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขังจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ

ประเด็นสำคัญ

  • ฝนตกหนักสะสมอันตราย: ปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงรายทะลุระดับ 100 มิลลิเมตรในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก
  • น้ำป่าทะลักฉับพลัน: มวลน้ำจากแม่น้ำแม่กรณ์ได้ไหลทะลักเข้าท่วม 4 หมู่บ้านในตำบลแม่กรณ์อย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
  • เตือนภัยเส้นทางจราจร: ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการเร่งด่วนให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมเตือนผู้ใช้ถนนให้ระมัดระวังกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากบริเวณทางแยก

บริเวณพื้นที่บ้านแม่สาดและบ้านปางป่ากอได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่ามีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตรในช่วงเวลาตั้งแต่ตีสี่ถึงตีห้า ปริมาณน้ำฝนระดับนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่อันตรายและนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลันได้ง่ายมาก

นอกจากบ้านเรือนของประชาชนแล้ว เส้นทางคมนาคมที่สำคัญก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน บริเวณแยกสวนดอกซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสิงห์ปาร์คและอำเภอแม่ลาวถูกมวลน้ำท่วมขัง แม้ว่าระดับน้ำบนถนนจะไม่สูงมากนัก แต่กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวตลอดเวลาก็สร้างความลำบากให้กับการเดินทางอย่างมาก

ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งการด่วน ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อย่างใกล้ชิดและไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านได้สั่งการด่วนให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เจ้าหน้าที่ ปภ. ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านทันที

เป้าหมายหลักในการช่วยเหลือคือ 4 หมู่บ้านในตำบลแม่กรณ์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ บ้านปางริมกรณ์ บ้านปางกอก บ้านใหม่ และบ้านฝั่งหมิ่น เจ้าหน้าที่ได้นำเรือและอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ท่านสามารถติดตามข่าวสารต้นฉบับและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากสำนักข่าว บ้านเมือง โดยตรง

กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดเผยข้อมูลการตรวจวัดจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง สถานีบ้านแม่สาดรายงานปริมาณฝนสะสมในรอบ 12 ชั่วโมงสูงถึง 99 มิลลิเมตร โดยในบางช่วงเวลาพบว่ามีฝนตกหนักมากถึง 4.5 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น

ขณะเดียวกัน สถานีบ้านหนองเขียวก็รายงานตัวเลขปริมาณฝนสะสมที่พุ่งสูงถึง 108 มิลลิเมตรในช่วงเช้าตรู่ ปัจจัยเหล่านี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ข้อมูลทางสถิติเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการช่วยเหลือได้แม่นยำยิ่งขึ้น

แนวทางการรับมือและคำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่

ปัจจุบันเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนกำลังทำงานอย่างหนักและแข่งกับเวลาเพื่อสำรวจความเสียหายทั้งหมด พวกเขากำลังเร่งประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด การฟื้นฟูพื้นที่และทำความสะอาดหลังน้ำลดจะเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป

สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องใช้รถใช้ถนนเดินทางผ่านบริเวณแยกสวนดอกหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ โปรดติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำหลากจนกว่าระดับน้ำจะลดลงและสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างสมบูรณ์

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในเชียงรายครั้งนี้ตอกย้ำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรจัดเตรียมชุดฉุกเฉินซึ่งประกอบด้วยน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค และไฟฉายให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา การมีสิ่งของจำเป็นเหล่านี้เตรียมไว้จะช่วยให้คุณและครอบครัวสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ การติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การได้รับข้อมูลเตือนภัยที่รวดเร็วจะช่วยให้ชาวบ้านมีเวลาเพียงพอในการอพยพและปกป้องทรัพย์สินของตนเอง ขอให้ทุกคนมีสติและช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 hours ago

ตำรวจลาวได้ทลายแก๊งฉ้อโกงข้ามชาติ โดยจับกุมผู้ต้องสงสัย 135 คน รวมถึงชาวไทย 22 คน

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News4 hours ago

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News4 hours ago

ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย

วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก

เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง

ยามรักษาความปลอดภัยผับถูกแทง!!
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ยามรักษาความปลอดภัยผับถูกแทง!! ตำรวจจับกุมชายอายุ 26 ปี ในจังหวัดลำปาง

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด

อุบัติเหตุสุดสยอง! อุบัติเหตุชนประสานงาอย่างรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 รายในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าว - News2 days ago

อุบัติเหตุสุดสยอง! อุบัติเหตุชนประสานงาอย่างรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 รายในภาคเหนือของประเทศไทย

คู่สามีภรรยาจากเชียงรายถูกจำคุกในไอร์แลนด์ หลังตกเป็นเหยื่อของกลโกงหางานปลอมมูลค่า 290,000 บาท
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

คู่สามีภรรยาจากเชียงรายถูกจำคุกในไอร์แลนด์ หลังตกเป็นเหยื่อของกลโกงหางานปลอมมูลค่า 290,000 บาท

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรม Northern Fruit Connect 2026 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรในท้องถิ่น
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรม Northern Fruit Connect 2026 เพื่อส่งเสริมเกษตรกรในท้องถิ่น

สะพัดเอกสารอ้างมี “สถานีดักฟังลับ” ใกล้กรุงเทพฯ พาดพิงหลายประเทศอาเซียน โซเชียลตั้งคำถามข้อเท็จจริง
ข่าว - News4 weeks ago

สะพัดเอกสารอ้างมี “สถานีดักฟังลับ” ใกล้กรุงเทพฯ พาดพิงหลายประเทศอาเซียน โซเชียลตั้งคำถามข้อเท็จจริง

น่าเศร้า! เด็กชายวัย 11 ขวบแอบขับรถกระบะพุ่งชนกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ที่กำลังแสวงบุญ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 รูป
ข่าว - News4 weeks ago

น่าเศร้า! เด็กชายวัย 11 ขวบแอบขับรถกระบะพุ่งชนกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ที่กำลังแสวงบุญ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 รูป

เชียงรายเฝ้าระวังภัยน้ำท่วมระดับสูง เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักเพิ่มเติม
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เชียงรายเฝ้าระวังภัยน้ำท่วมระดับสูง เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักเพิ่มเติม

ตำรวจกำลังไล่ล่าชายหนุ่มที่คลุ้มคลั่งจากยาเสพติด ซึ่งทำร้ายร่างกายชายวัย 61 ปีอย่างโหดเหี้ยม
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจกำลังไล่ล่าชายหนุ่มที่คลุ้มคลั่งจากยาเสพติด ซึ่งทำร้ายร่างกายชายวัย 61 ปีอย่างโหดเหี้ยม

เชียงรายโดนพายุฝนกระหน่ำ: น้ำท่วมฉับพลันพัดถนนสายสำคัญหลายสายขาด
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เชียงรายโดนพายุฝนกระหน่ำ: น้ำท่วมฉับพลันพัดถนนสายสำคัญหลายสายขาด

ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสามศพสุดสะเทือนขวัญในจังหวัดนครสวรรค์
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมสามศพสุดสะเทือนขวัญในจังหวัดนครสวรรค์

เจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงรายกำลังใช้ "ข้อมูลอัจฉริยะ" เพื่อระบุตำแหน่งผู้ประสบภัยน้ำท่วม
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

เจ้าหน้าที่จังหวัดเชียงรายกำลังใช้ “ข้อมูลอัจฉริยะ” เพื่อระบุตำแหน่งผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ตำรวจเชียงรายกำลังตามล่าคนขับรถชนรถจักรยานยนต์แล้วหนี
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ตำรวจเชียงรายกำลังตามล่าคนขับรถชนรถจักรยานยนต์แล้วหนี

ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับการจับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่เชื่อมโยงกับการจับกุมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวไทย

ปะทะดุเดือด! ตำรวจสกัดแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาเมทแอมเฟตามีนครึ่งตัน ในเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ปะทะดุเดือด! ตำรวจสกัดแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาเมทแอมเฟตามีนครึ่งตัน ในเชียงราย

Download Our App

Trending