เชียงราย - Chiang Rai News
หญิงชาวเชียงรายที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ได้รับการช่วยเหลือจากการถูกหลอกลวงในประเทศกัมพูชา
เชียงราย – หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์…
เชียงราย – หญิงสาวชาวเชียงรายที่ป่วยโปลิโอ เดินทางพร้อมพ่อเข้าไปขอบคุณตำรวจ หลังประสานช่วยเหลือให้กลับไทยได้อย่างปลอดภัย เธอเล่าว่า ก่อนหน้านี้ถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมินที่สระแก้ว สุดท้ายกลับถูกพาข้ามแดนไปปอยเปต ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ แล้วถูกบังคับสแกนหน้าเพื่อทำธุรกรรมโอนเงิน
วันที่ 24 ก.พ. นายอุดร ชาว บ้านแซว อำเภอเชียงแสน ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย พาลูกสาว น.ส.นภัศรา อายุ 23 ปี ซึ่งป่วยโปลิโอ เข้าพบและขอบคุณ พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย หลังตำรวจในพื้นที่ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยประสานงานจนเธอหนีออกจากขบวนการหลอกลวงในกัมพูชา และกลับถึงไทยได้
น.ส.นภัศราเล่าว่า เธอเคยทำงานแอดมินติดต่อประสานลูกค้าในกรุงเทพฯ แต่เมื่อว่างงานจึงหางานผ่านออนไลน์ ต่อมาพบเฟซบุ๊กรับสมัครงานแอดมินที่จังหวัดสระแก้ว เสนอเงินเดือน 20,000 บาท จึงตัดสินใจสมัคร
จากนั้น ผู้ชักชวนให้นัดขึ้นรถที่ห้างสรรพสินค้า ย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2569 เพื่อเดินทางไปสระแก้ว ระหว่างทางมีผู้สมัครร่วมไปด้วยประมาณ 5-6 คน
ถึงสระแก้วแล้วไม่ตรงปก ถูกพาเข้าพื้นที่ไร่อ้อยและบังคับข้ามแดน
เมื่อไปถึงจังหวัดสระแก้ว กลุ่มดังกล่าวถูกพาไปแวะห้างสรรพสินค้าในพื้นที่ ก่อนจะถูกพาขึ้นรถกระบะไปยังไร่อ้อยที่ไม่ทราบพิกัด แล้วถูกบังคับให้วิ่งผ่านไร่อ้อยไปอีกฝั่ง
น.ส.นภัศราซึ่งพิการระดับ 3 จากโปลิโอ ต้องเดินเขย่งฝ่าทางจนสุดแนวไร่ ต่อมามีชาวกัมพูชาประมาณ 4 คนมารับตัว แล้วพาขึ้นรถกระบะเข้าเขตเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา
เธอบอกว่า เมื่อไปถึงตึกที่ใช้เป็นฐานของแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มคนร้ายยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์ ทำให้ครอบครัวติดต่อไม่ได้ จากนั้นยังบังคับให้สแกนใบหน้าผ่านแอปธนาคารในมือถืออย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อทำรายการโอนเงินเข้าและออก
ในตึกเดียวกัน เธอสังเกตว่ามีคนไทยอยู่จำนวนมาก ราว 30-40 คน หลายคนพยายามหาทางหนี บางส่วนรวมตัวกันก่อเหตุเผาตึกเพื่อเปิดทางหลบออกมา
“ตอนนั้นกลัวมาก อยากกลับบ้านอย่างเดียว” เธอเล่า
ถูกย้ายไปกาสิโนเมืองไพลิน ได้โทรศัพท์คืนจึงขอความช่วยเหลือ
ต่อมาวันที่ 16 ก.พ. กลุ่มคนร้ายส่งเธอไปอยู่ที่ Grand Pailin Casino & Resort ในเมืองไพลิน ใกล้ปอยเปต ครั้งนี้เธอได้โทรศัพท์และเอกสารคืน ทำให้สามารถใช้ Wi-Fi ติดต่อพ่อ และขอความช่วยเหลือไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน คนไทยที่ยังอยู่ตึกเดิมในปอยเปตทราบว่าเกิดเหตุวุ่นวายและมีไฟไหม้ หลายคนจึงวิ่งหนีออกมา และมีบางส่วนข้ามกลับฝั่งไทยได้
รวมตัวหนีอีก 5 คน วิ่งข้ามแดนกลับไทยทางสระแก้ว
น.ส.นภัศราบอกว่า เมื่อเห็นโอกาสจึงชวนคนไทยอีก 5 คน หนีออกมาด้วยกัน ได้แก่
- น.ส.กมลเนตร อายุ 45 ปี ชาวนครราชสีมา
- น.ส.รุ่ง อายุ 35 ปี ชาวอุทัยธานี
- น.ส.บุญยารัตน์ อายุ 29 ปี ชาวนครปฐม
- นายกิตติศักดิ์ อายุ 27 ปี ชาวขอนแก่น
- นายอาทิมา อายุ 25 ปี ชาวหนองคาย
ทั้งหมดนั่งรถรับจ้างไปลงบริเวณป่าไผ่ใกล้ชายแดน ก่อนวิ่งฝ่ากลับเข้าประเทศไทย และมีทหารไทยตามแนวชายแดนช่วยเหลือจนเข้าพื้นที่จังหวัดสระแก้วได้
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ส่งทุกคนเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง และมีการเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน เนื่องจากเข้าออกชายแดนผิดกฎหมาย ก่อนแยกย้ายกลับภูมิลำเนา
ด้านน.ส.นภัศราเข้าแจ้งความที่ สภ.เชียงแสน ระบุว่าถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศจนเข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์
ตำรวจเตือน งานง่ายเงินดีผิดปกติ ให้ระวังการชวนไปทำงานชายแดน
พล.ต.ต.มานพกล่าวว่า ดีใจที่ครอบครัวได้ลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย พร้อมย้ำเตือนประชาชนให้ระวังการชักชวนผ่านเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะงานแอดมินที่บอกว่าไม่ต้องมีทักษะ งานสบาย แต่ให้เงินเดือนสูง 20,000-40,000 บาท เพราะถือว่าน่าสงสัย
ยิ่งถ้ามีการนัดให้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ให้คิดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจถูกพาออกนอกประเทศได้
“ไม่มีงานไหนให้ข้อเสนอง่าย แต่ได้เงินแพงแบบนี้” เขากล่าว
ส่วนคดีนี้ ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กรมควบคุมมลพิษชู &ร่องบอนโมเดล& เชียงรายเป็นต้นแบบชุมชนปลอดเผา, เผยฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือ
เชียงราย - Chiang Rai News
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ยกเลิกสัญญาหอพักนักศึกษา มูลค่า 468 ล้านบาท
เลำปาง">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) จังหวัดเชียงราย ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนอย่างเต็มที่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอาคารหอพักบุคลากรทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างมากต่อระบบสาธารณสุข
ทางมหาวิทยาลัยได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส โดยยืนยันว่าได้ทำตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดปัญหาความล่าช้าอย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อแผนงานที่วางไว้ทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- ยกเลิกสัญญาและฟ้องร้อง: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงตัดสินใจบอกเลิกสัญญากับกิจการร่วมค้าที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง และกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นฟ้องศาลเพื่อเรียกค่าปรับ
- สาเหตุหลักของปัญหา: โครงการสร้างหอพักแพทย์มูลค่า 468 ล้านบาทนี้ เผชิญปัญหาผู้รับเหมาทำงานล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเดิมทีต้องสร้างเสร็จในเดือนมิถุนายน ปี 2567
- ยืนยันมาตรฐานความปลอดภัย: อธิการบดีย้ำชัดเจนว่า อาคารทุกหลังถูกออกแบบมาให้ต้านทานแผ่นดินไหว และใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานสากลอย่างแน่นอน
โครงการก่อสร้างนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ผู้ที่ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ทีพีซี (TPC) เครือข่ายนี้ประกอบด้วย บริษัท ไทยพารากอน คอนสตรัคชั่น จำกัด และ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อาคารหอพักแห่งนี้จะต้องก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายน ปี 2567
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ส่งทีมที่ปรึกษาและคณะกรรมการ เข้าไปควบคุมดูแลงานก่อสร้างอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน พวกเขาพยายามติดตามและเร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินงานตามแผนมาโดยตลอด แต่สุดท้ายงานก่อสร้างก็ยังคงล่าช้าและไม่สามารถสร้างเสร็จตามกำหนดเวลา ทำให้มหาวิทยาลัยต้องตัดสินใจขั้นเด็ดขาด
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงประกาศบอกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้รับเหมาจ่ายค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก MGR Online ขณะนี้เรื่องทั้งหมดได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว โดยคดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลจังหวัดเชียงราย
ทางมหาวิทยาลัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดจนกว่าคดีจะจบลง นอกจากนี้ ยังย้ำว่าทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดเลือกผู้รับเหมา ไปจนถึงการยกเลิกสัญญา เป็นไปตามกฎหมายของรัฐทุกประการ
งบประมาณมหาศาล และการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
โครงการก่อสร้างหอพักบุคลากรทางการแพทย์นี้ไม่ใช่งานระดับทั่วไป เพราะใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 468 ล้านบาท โดยเริ่มกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมาตั้งแต่ช่วงปี 2564 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายฝ่ายในสังคมจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างอาคาร
ความกังวลของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ และมีข่าวอาคารของหน่วยงานรัฐแห่งหนึ่งถล่มลงมา ที่สำคัญคือ มีการตรวจสอบพบว่าหนึ่งในบริษัทผู้รับเหมาโครงการหอพักแพทย์ เป็นบริษัทเดียวกับที่รับเหมาก่อสร้างอาคารที่ถล่มนั้น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยอย่างกว้างขวางในสังคม
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ผศ. ดร. มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน ท่านระบุว่า อาคารทุกหลังในโครงการนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุแผ่นดินไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบวัสดุก่อสร้างทุกชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยเฉพาะเหล็กที่นำมาใช้ในการวางโครงสร้าง จะต้องได้รับเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) เท่านั้น โครงสร้างทั้งหมดได้รับการตรวจสอบความแข็งแรงตามมาตรฐานทางวิศวกรรม ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนจึงสามารถวางใจในความปลอดภัยได้
ในขณะนี้ กระบวนการก่อสร้างที่หยุดชะงักไป จะต้องได้รับการจัดการใหม่ทั้งหมดเพื่อความต่อเนื่อง ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมแผนสำหรับการจัดหาผู้รับเหมาใหม่ เพื่อเข้ามาสานต่องานก่อสร้างอาคารหอพักให้สำเร็จลุล่วง เพราะหอพักบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารงานของโรงพยาบาล
การมีที่พักอาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัยในบริเวณใกล้เคียง จะช่วยให้แพทย์และพยาบาลสามารถปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงให้คำมั่นสัญญาว่า จะคอยอัปเดตความคืบหน้าของการสรรหาผู้รับเหมาใหม่ รวมถึงความคืบหน้าของคดีความในศาล ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางสื่อสารของมหาวิทยาลัยต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 400,000 เม็ด ที่พบถูกทิ้งไว้บนทางเลี่ยงเมืองแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจแม่สายได้ยึดยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางสองใบ บริเวณถนนบายพาส จังหวัดเชียงราย การยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้าน ทำให้สามารถสกัดกั้นเส้นทางการยาเสพติด">ขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ริมถนนอย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านในละแวกนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่ใช้เส้นทางสัญจรไปมาเป็นอย่างมาก
จุดที่พบของกลางอยู่บริเวณถนนหมายเลข 123 หรือเส้นทางเลี่ยงเมืองฝั่งตะวันออก พื้นที่นี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันผักฮี้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กระเป๋าต้องสงสัยถูกนำมาวางทิ้งไว้ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2
ประเด็นสำคัญ
- ชาวบ้านช่วยแจ้งเบาะแส: ประชาชนในพื้นที่สังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางสีดำต้องสงสัย 2 ใบ ถูกวางทิ้งไว้ริมถนน จึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที
- ยึดยาบ้าล็อตใหญ่: ภายในกระเป๋าพบยาบ้าประทับตรา 999 จำนวนรวมกว่า 400,000 เม็ด ถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิดด้านหลังป้ายโฆษณา
- ตำรวจเร่งขยายผล: เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวน เพื่อตามล่าเครือข่ายยาเสพติดที่นำกระเป๋ามาทิ้งไว้
การลงพื้นที่ตรวจสอบของตำรวจ
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระเป๋าเดินทางสีดำขนาดใหญ่จำนวน 2 ใบ กระเป๋าทั้งสองใบถูกซ่อนไว้ด้านหลังป้ายโฆษณาริมทางอย่างแนบเนียน บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและไม่มีบุคคลต้องสงสัยอยู่ใกล้เคียงเลย ทางตำรวจจึงระมัดระวังและเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบสิ่งของด้านในทันที
ผลการตรวจสอบพบว่า ภายในกระเป๋ามียาบ้าบรรจุอยู่จนเต็มแน่นทั้งสองใบ แต่ละใบมีห่อพลาสติกซุกซ่อนอยู่ใบละ 2 ห่อใหญ่ ด้านในห่อพลาสติกมียาบ้าถูกห่อด้วยกระดาษไข พร้อมกับประทับตรา 999 เอาไว้อย่างชัดเจน
เมื่อตำรวจทำการนับจำนวนรวมทั้งหมด พบว่ามียาบ้ามากถึง 400,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพและยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน การตรวจพบครั้งนี้ช่วยสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้สำเร็จ
พลังของชุมชนช่วยสกัดยาเสพติด
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการที่ชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชาวบ้านสันผักฮี้ได้แสดงความเข้มแข็งในการช่วยป้องกันปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่ หากชาวบ้านไม่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ ยาบ้าจำนวนมหาศาลนี้อาจถูกส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้สำเร็จ
พลเมืองดีที่แจ้งเบาะแสระบุว่า กระเป๋าทั้งสองใบถูกวางทิ้งไว้ในจุดที่ผิดสังเกต ทางตำรวจจึงขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างมาก คุณสามารถติดตามข่าวสารอาชญากรรมเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวท้องถิ่นเชียงราย ซึ่งรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง
ในเบื้องต้น ชุดสืบสวนได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ตำรวจกำลังค้นหารถยนต์หรือบุคคลปริศนาที่แอบนำกระเป๋าใบนี้มาทิ้งไว้กลางดึก
เพิ่มความเข้มงวดชายแดนแม่สาย
พื้นที่อำเภอแม่สาย ถือเป็นจุดที่มักพบการแอบขนยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากพื้นที่นี้มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านและมีช่องทางธรรมชาติหลายจุด ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนให้มากขึ้นกว่าเดิม
ตำรวจประจำหน่วยบริการประชาชนบายพาส ยืนยันว่าจะเพิ่มความถี่ในการตรวจตราเส้นทางเลี่ยงเมืองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุด เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่ชายแดนอย่างเด็ดขาด
พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผู้กำกับการ สภ.แม่สาย ได้สั่งการให้ชุดทำงานลงพื้นที่หาข่าวอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันระหว่างตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนถือเป็นเรื่องสำคัญในการแกะรอยคนร้าย คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียด เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News
วิกฤตน้ำป่าเชียงราย! ฝนถล่มหนักข้ามคืน ทะลักท่วม 4 หมู่บ้านและถนนสายหลัก
เตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายอย่างมาก พายุฝนได้พัดกระหน่ำและตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำของอำเภอเมืองเชียงราย เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้ส่งผลให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็วแบบที่ชาวบ้านไม่ทันได้ตั้งตัว
มวลน้ำจำนวนมหาศาลจากแม่น้ำแม่กรณ์ได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนอย่างฉับพลัน ทำให้ชาวบ้านหลายสิบครอบครัวต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ถนนหลายสายในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมขังจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักสะสมอันตราย: ปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงรายทะลุระดับ 100 มิลลิเมตรในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก
- น้ำป่าทะลักฉับพลัน: มวลน้ำจากแม่น้ำแม่กรณ์ได้ไหลทะลักเข้าท่วม 4 หมู่บ้านในตำบลแม่กรณ์อย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
- เตือนภัยเส้นทางจราจร: ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการเร่งด่วนให้ลงพื้นที่ช่วยเหลือ พร้อมเตือนผู้ใช้ถนนให้ระมัดระวังกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากบริเวณทางแยก
บริเวณพื้นที่บ้านแม่สาดและบ้านปางป่ากอได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่ามีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตรในช่วงเวลาตั้งแต่ตีสี่ถึงตีห้า ปริมาณน้ำฝนระดับนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่อันตรายและนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลันได้ง่ายมาก
นอกจากบ้านเรือนของประชาชนแล้ว เส้นทางคมนาคมที่สำคัญก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน บริเวณแยกสวนดอกซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสิงห์ปาร์คและอำเภอแม่ลาวถูกมวลน้ำท่วมขัง แม้ว่าระดับน้ำบนถนนจะไม่สูงมากนัก แต่กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวตลอดเวลาก็สร้างความลำบากให้กับการเดินทางอย่างมาก
ผู้ว่าฯ เชียงรายสั่งการด่วน ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัย
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อย่างใกล้ชิดและไม่ได้นิ่งนอนใจ ท่านได้สั่งการด่วนให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.) เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เจ้าหน้าที่ ปภ. ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านทันที
เป้าหมายหลักในการช่วยเหลือคือ 4 หมู่บ้านในตำบลแม่กรณ์ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ บ้านปางริมกรณ์ บ้านปางกอก บ้านใหม่ และบ้านฝั่งหมิ่น เจ้าหน้าที่ได้นำเรือและอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่ในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ท่านสามารถติดตามข่าวสารต้นฉบับและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากสำนักข่าว บ้านเมือง โดยตรง
กรมทรัพยากรน้ำได้เปิดเผยข้อมูลการตรวจวัดจากสถานีเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่ ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจอย่างยิ่ง สถานีบ้านแม่สาดรายงานปริมาณฝนสะสมในรอบ 12 ชั่วโมงสูงถึง 99 มิลลิเมตร โดยในบางช่วงเวลาพบว่ามีฝนตกหนักมากถึง 4.5 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น
ขณะเดียวกัน สถานีบ้านหนองเขียวก็รายงานตัวเลขปริมาณฝนสะสมที่พุ่งสูงถึง 108 มิลลิเมตรในช่วงเช้าตรู่ ปัจจัยเหล่านี้คือสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว ข้อมูลทางสถิติเหล่านี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการช่วยเหลือได้แม่นยำยิ่งขึ้น
แนวทางการรับมือและคำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนกำลังทำงานอย่างหนักและแข่งกับเวลาเพื่อสำรวจความเสียหายทั้งหมด พวกเขากำลังเร่งประเมินสถานการณ์อย่างละเอียดเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด การฟื้นฟูพื้นที่และทำความสะอาดหลังน้ำลดจะเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการต่อไป
สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องใช้รถใช้ถนนเดินทางผ่านบริเวณแยกสวนดอกหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เป็นพิเศษ โปรดติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางน้ำหลากจนกว่าระดับน้ำจะลดลงและสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างสมบูรณ์
เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในเชียงรายครั้งนี้ตอกย้ำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรจัดเตรียมชุดฉุกเฉินซึ่งประกอบด้วยน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยารักษาโรค และไฟฉายให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา การมีสิ่งของจำเป็นเหล่านี้เตรียมไว้จะช่วยให้คุณและครอบครัวสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ การติดตามพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การได้รับข้อมูลเตือนภัยที่รวดเร็วจะช่วยให้ชาวบ้านมีเวลาเพียงพอในการอพยพและปกป้องทรัพย์สินของตนเอง ขอให้ทุกคนมีสติและช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
ด่วน! ปะทะเดือดชายแดนเชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงรายบุกเข้าไปในป่าดอยปุยเพื่อช่วยเหลือชายวัย 63 ปี








