เชียงใหม่ - Chiang Mai
รถตู้รับส่งนักเรียนชนกับรถกระบะในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 27 ราย
เชียงใหม่ – เหตุการณ์น่าตกใจเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16:45 น. ของวันที่ 4 มิถุนายน 2569 รถตู้รับส่งนักเรียนพลิคว่ำหลังจากชนกับรถกระบะที่ทางแยกห้วยสายขาว หมู่ 3 ตำบลแม่คา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
อุบัติเหตุเกิดขึ้นท่ามกลางฝนปรอยและถนนลื่น มีนักเรียนและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บรวม 27 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 2 คน เหตุการณ์นี้ทำให้โรงพยาบาลฝางต้องเปิดใช้งานแผนรับมือเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่ทันที โดยระดมทีมแพทย์เข้าให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่เด็กๆ อย่างเร่งด่วน
จากรายงานและการลงพื้นที่ตรวจสอบของ ร.ต.อ.ภัทรพงศ์ ไพศาลขมาส พนักงานสอบสวน สภ.ฝาง พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนทางหลวงเส้นฝาง-แม่สรวย ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกลงมาเล็กน้อย ทำให้พื้นผิวถนนเปียกลื่นและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง
รถที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุครั้งนี้มีด้วยกัน 2 คัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:
- รถกระบะ (คู่กรณี): ทะเบียน กอ 5219 เชียงราย กำลังขับมุ่งหน้าจากอำเภอฝางไปยังอำเภอแม่สรวย โดยบริเวณด้านขวาของตัวรถมีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชนอย่างชัดเจน
- รถตู้รับส่งนักเรียน: ทะเบียน นจ 5672 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถที่บรรทุกเด็กนักเรียนมาเต็มคัน เกิดเสียหลักในช่วงที่ถนนลื่น พุ่งชนเข้ากับตอม่อเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง ก่อนที่ตัวรถจะพลิกคว่ำตกลงไปบริเวณข้างทาง
สำหรับใครที่ต้องการดูข้อมูลอ้างอิงและภาพข่าว สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ข่าวไทยรัฐ
การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ: โรงพยาบาลฝางเปิดแผนอุบัติเหตุหมู่
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ โรงพยาบาลฝางได้ตัดสินใจเปิด “แผนรับมืออุบัติเหตุหมู่” (แผนรองรับกรณีที่มีผู้บาดเจ็บเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก) อย่างทันท่วงที ทีมแพทย์ พยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยในพื้นที่ ได้ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อคัดกรองอาการและให้การรักษาผู้ป่วย ซึ่งการเตรียมพร้อมที่ดีนี้เป็นผลมาจากการที่โรงพยาบาลได้ซักซ้อมแผนฉุกเฉินมาอย่างต่อเนื่อง
จากการประเมินอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 27 ราย เจ้าหน้าที่ได้แบ่งระดับความรุนแรงออกเป็นดังนี้:
- ผู้ป่วยสีแดง (อาการสาหัส): จำนวน 2 ราย ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดและพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
- ผู้ป่วยสีเหลือง (อาการปานกลาง): จำนวน 1 ราย ต้องนอนพักสังเกตอาการที่โรงพยาบาล
- ผู้ป่วยสีเขียว (อาการเล็กน้อย): จำนวน 24 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีแผลถลอกหรือรอยฟกช้ำตามร่างกาย โดยในจำนวนนี้มี 2 รายที่ต้องรอดูอาการเพิ่มเติม ส่วนอีก 22 รายที่เหลือ ทางแพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ทำแผล และอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการช่วยเหลือเบื้องต้นจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ในด้านของคดีความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องทำงานหนักต่อไป ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนน และเตรียมเรียกตัวผู้ขับขี่รถทั้งสองคัน รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องสภาพอากาศที่มีฝนตกปรอยๆ ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ตำรวจจะนำมาพิจารณาประกอบว่า เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถตู้เสียการควบคุมหรือไม่ เพื่อที่จะสรุปสำนวนคดีและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

บทเรียนราคาแพง: ความปลอดภัยของรถโรงเรียนต้องมาก่อน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนทุกคน ความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เราควรให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้:
- ลดความเร็วเมื่อฝนตก: ผู้ขับขี่ต้องตระหนักเสมอว่าถนนที่เปียกลื่นจะทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น การขับรถด้วยความระมัดระวังและลดความเร็วลงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
- คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง: ไม่ว่าจะเป็นรถตู้หรือรถยนต์ส่วนตัว การสอนให้เด็กๆ คาดเข็มขัดนิรภัยจนเป็นนิสัย จะช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ
- ตรวจเช็กสภาพรถสม่ำเสมอ: รถที่ใช้รับส่งคนจำนวนมาก ควรได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี ทั้งระบบเบรก ยาง และไฟส่องสว่าง
ท้ายที่สุดนี้ เราขอส่งกำลังใจให้กับเด็กนักเรียนและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนให้มีอาการดีขึ้นและกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน และหวังว่าข่าวนี้จะเป็นเสียงสะท้อนที่ทำให้สังคมไทยหันมาเข้มงวดกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนอย่างจริงจังมากขึ้น
ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 1 ล้านเม็ดจากผู้ลักลอบขนยา
ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้” ในเชียงใหม่
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ระทึกกลางดึก! สาวหึงโหด ขับรถไล่ชนอดีตแฟนหนุ่มกลางถนนเชียงใหม่
เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวคนหนึ่งเกิดอาการหึงหวงอย่างรุนแรงจนขาดสติ เธอได้ตัดสินใจขับรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนหนุ่มกลางถนน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นช่วงเวลาที่รถเก๋งชนรถจักรยานยนต์จนล้มกลิ้งไปกับพื้นอย่างแรง ฝ่ายชายพยายามร้องตะโกนขอชีวิตเพื่อให้เธอหยุดการกระทำดังกล่าว แต่เธอยังคงพยายามเร่งเครื่องและถอยรถมาทับซ้ำอีกหลายครั้งโดยไม่สนใจเสียงห้ามปราม
ประเด็นสำคัญ
- หญิงสาวขับรถเก๋งไล่ชนและถอยทับรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนหนุ่มในช่วงเวลาประมาณตีสาม
- สาเหตุหลักเกิดจากความหึงหวงหลังจากที่เธอจับได้ว่าฝ่ายชายพาผู้หญิงคนอื่นเข้าไปในโรงแรม
- เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ทำให้มีรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายไปด้วย
เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณตีสาม บริเวณถนนในย่านสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ หญิงสาวผู้ก่อเหตุได้เปิดเผยกับผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่าเธอจับได้แบบคาหนังคาเขา เธอพบว่าอดีตแฟนหนุ่มของเธอพาหญิงสาวคนอื่นเข้าไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง
ความโกรธแค้นและเสียใจทำให้เธอตัดสินใจก่อเหตุรุนแรงโดยไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมา เธอตะโกนต่อว่าฝ่ายชายด้วยความโมโหอย่างหนักกลางถนน แม้ฝ่ายชายจะพยายามตะโกนเสียงหลงเพื่อบอกให้เธอหยุด แต่เธอก็ยังไม่ยอมลดละความโกรธลงเลย
ชนวนเหตุจากความรักและความหึงหวง
คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งและกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ขาดสติของหญิงสาว หลายคนมองว่าปัญหาความรักควรพูดคุยและตกลงกันด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้กำลัง
การใช้ความรุนแรงเพื่อยุติข้อพิพาทในช่วงเวลาที่ควรจะเงียบสงบนั้น สร้างความเดือดร้อนอย่างมากแก่คนในชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรบกวนการนอนหลับของผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์อีกด้วย
เรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับคู่รักหลายๆ คู่ได้เป็นอย่างดี การเลิกรากันหรือความขัดแย้งในความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างมีสติคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องเรียนรู้
การปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำจนไปทำร้ายผู้อื่นไม่เคยส่งผลดีกับใครเลย ท้ายที่สุดแล้วผู้ก่อเหตุก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของกฎหมายและผลกระทบต่อจิตใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ไวรัลสุดซึ้ง! อาสาจราจรเชียงใหม่อุ้มลูกน้อยโบกรถ สะท้อนชีวิตพ่อสู้ชีวิต
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ
เชียงใหม่ – ตำรวจสืบสวนภาค 6 เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนรายใหญ่ เจ้าหน้าที่บุกจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้จำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และสุโขทัย การบุกค้นครั้งนี้นำไปสู่การยึดอาวุธปืนเถื่อนและปืนดัดแปลงสุดอันตราย
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ท่านได้สั่งการให้ขยายผลกวาดล้างอย่างเด็ดขาด หลังจากพบว่าคนร้ายใช้โซเชียลมีเดียในการซื้อขายชิ้นส่วนปืนเถื่อน ช่องทางนี้ทำให้การกระจายอาวุธทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจสืบสวนภาค 6 ขยายผลจับกุมเครือข่ายปืนเถื่อนข้ามจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่สุโขทัย เชียงใหม่ และลำปาง
- ของกลางที่ยึดได้มีทั้งปืนนำเข้าที่ถูกลบเลขทะเบียน และปืนบีบีกันดัดแปลงที่สามารถใช้ยิงกระสุนจริงได้
- ปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อ “ใช้ก่อเหตุแล้วทิ้ง” ทำให้ตำรวจตรวจสอบรอยเกลียวลำกล้องเพื่อตามหาคนร้ายได้ยาก
จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนภาค 6 ได้เข้าจับกุมนายนิกรในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นอาวุธปืน อะไหล่ และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้น ตำรวจได้ขยายการสืบสวนและค้นพบข้อมูลสำคัญ คือ นายนิครได้สั่งซื้อชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์จากหลายแหล่ง พันตำรวจเอกทวีศักดิ์ ถบูลชู จึงสั่งการให้ทีมสืบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายค้นเพิ่มเติม และเริ่มปฏิบัติการบุกค้นสถานที่เป้าหมายอีก 3 แห่งที่เหลือทันที
บุกค้น 3 จุดสำคัญในพื้นที่เชียงใหม่และลำปาง
การเข้าตรวจค้นเป้าหมายดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นความลับ จุดแรกเป็นบ้านพักในอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยและสิ่งของผิดกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการในจุดที่สองและสามกลับประสบความสำเร็จอย่างมาก ในจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจอพาร์ตเมนต์ย่านตำบลพระสิงห์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายอภิเชษฐ์ วัย 59 ปี พร้อมยึดกระสุนปืนลูกซองได้ถึง 50 นัดที่ซ่อนไว้ในห้องพัก
จุดที่สามถือเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ที่สุดของปฏิบัติการนี้ เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพักย่านตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ที่นั่นตำรวจรวบตัวนายวิชิต อายุ 48 ปี พร้อมยึดปืนเถื่อนจำนวนมาก ของกลางประกอบด้วยปืนยาว 2 กระบอก ปืนสั้น 4 กระบอก และเครื่องกระสุนอีก 88 นัด
ภาคเหนือเตรียมรับมือกับอุทกภัยรุนแรงในเดือนสิงหาคม">จังหวัดทางภาคเหนือ" width="1200" height="900" srcset="https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6.jpg 1200w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-300x225.jpg 300w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-1024x768.jpg 1024w, https://www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/09/3-6-768x576.jpg 768w" sizes="auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px" />
ภัยเงียบจากปืนบีบีกันดัดแปลง “ยิงแล้วทิ้ง”
แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ปืนที่ยึดได้ทั้งหมดเป็นปืนเถื่อนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียน หรือที่เรียกกันว่าอาวุธปืนใต้ดิน ของกลางเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการผลิต
ประเภทแรกคือปืนไทยประดิษฐ์ที่กลึงเหล็กขึ้นมาเองทั้งหมด ประเภทที่สองคือปืนมาตรฐานจากต่างประเทศที่ถูกโจรลบเลขทะเบียนทิ้งไปแล้ว ส่วนประเภทที่น่ากลัวที่สุดคือ ปืนดัดแปลงจากโครงบีบีกันที่มีการปรับเปลี่ยนกลไกเป็นเหล็ก เพื่อให้สามารถรองรับการยิงกระสุนจริงได้หลากหลายขนาด ทั้ง .38, 9 มม. และ 11 มม.
ปัญหาใหญ่ของปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้คือ มันถูกผลิตขึ้นมาแบบง่ายๆ และไม่มีเลขทะเบียน (ใบ ป.4) เมื่อคนร้ายนำไปก่อคดี พวกเขาสามารถโยนปืนทิ้งทำลายหลักฐานได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเสียดายมูลค่าของมัน
นอกจากนี้ ลำกล้องที่ทำขึ้นเองยังทำให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบรอยเกลียวปืนได้ยากมาก ปืนกลุ่มนี้จึงเป็นที่ต้องการของมิจฉาชีพและมือปืนรับจ้าง พวกเขาต้องการอาวุธสำหรับก่อเหตุระยะประชิดที่ใช้แล้วทิ้ง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำรวจตามรอยเจอ
จากความสำเร็จในปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 6 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการซื้อขายปืนออนไลน์อย่างเข้มงวด ช่องทางโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรมที่เข้าถึงได้ง่ายเกินไป การกวาดล้างเครือข่ายนี้จะช่วยลดอัตราการเกิดคดีร้ายแรงได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะทำการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป การปราบปรามจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถทลายตลาดมืดค้าอาวุธออนไลน์ได้อย่างราบคาบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
เชียงใหม่ - Chiang Mai
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญขึ้นที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต โดยผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้คือ น.ส.อโลศินี อายุ 26 ปี เธอเป็นชาวตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก
พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับรายงานด่วนจากสถานีตำรวจภูธรแม่ออน ว่าพบร่างผู้บาดเจ็บสาหัสในห้องพักหมายเลข 5 แม้ว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเดินทางมาถึงอย่างรวดเร็วและพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มที่ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและได้เสียชีวิตลงระหว่างทางไปโรงพยาบาล จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตำรวจพบรอยเลือดจำนวนมากกระจายอยู่บนพื้นหน้าห้องและบริเวณปลายเตียง นอกจากนี้ยังพบอาวุธมีดลักษณะคล้ายสนับมือ ความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ตกอยู่ในห้องน้ำ
ประเด็นสำคัญ:
- หญิงสาววัย 26 ปี ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตภายในห้องพักของรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่อำเภอแม่ออน
- ตำรวจตรวจพบอาวุธมีดแบบสนับมือและคราบเลือดจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วบริเวณห้องพักที่เกิดเหตุ
- ผู้ก่อเหตุคือแฟนหนุ่มวัย 23 ปี ซึ่งพยายามขับรถจักรยานยนต์หลบหนีแต่เกิดอุบัติเหตุจนถูกตำรวจจับกุมตัวในที่สุด
จากการสอบถามพยานซึ่งเป็นผู้ดูแลรีสอร์ต ทราบว่าผู้เสียชีวิตได้เข้ามาติดต่อขอเปิดห้องพักพร้อมกับชายชาวต่างชาติเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ทั้งคู่ตกลงเช่าห้องพักเป็นเวลา 3 คืน และได้พากันเข้าพักตามปกติเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป ทุกอย่างดูเป็นปกติตลอดช่วงหัวค่ำและไม่มีสัญญาณของความรุนแรงใดๆ จนกระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันนี้ พยานได้ยินเสียงคนทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงดังมาจากห้องพัก
เมื่อได้ยินเสียงดังผิดปกติ ผู้ดูแลรีสอร์ตจึงตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องเพื่อตรวจสอบสถานการณ์และระงับเหตุ ทันใดนั้น มีชายชาวต่างชาติในสภาพเปลือยกายเปิดประตูออกมา แล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ชายคนดังกล่าวได้วิ่งไปสตาร์ทรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ริมถนนบริเวณหน้าห้องพัก จากนั้นจึงขับหลบหนีมุ่งหน้าไปทางตัวอำเภอแม่ออนด้วยความตื่นตระหนก

ผู้ก่อเหตุหนีไม่รอด ประสบอุบัติเหตุกลางทาง
การหลบหนีของผู้ก่อเหตุจบลงในเวลาเพียงไม่นาน เนื่องจากเขาขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูงและขาดความระมัดระวัง ทำให้รถเสียหลักไปเฉี่ยวชนกับรถเก๋งและรถกระบะที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้านค้าริมข้างทาง อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้รถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนตัวผู้ก่อเหตุเองก็ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ได้รับแจ้งเหตุจึงได้เข้ามาช่วยเหลือและนำตัวเขาส่งไปรักษาเบื้องต้นที่โรงพยาบาลแม่ออน
หลังจากให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว แพทย์ตัดสินใจส่งตัวผู้บาดเจ็บไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีแม่โอนได้ติดตามจับกุมชายคนดังกล่าว ซึ่งภายหลังทราบชื่อคือ นายกะเดน อายุ 23 ปี เป็นชาวไทย-อเมริกัน เดิมอาศัยอยู่ในเขตราชบูรณะ กรุงเทพฯ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวนายเคเดนไว้เพื่อทำการสอบสวนอย่างละเอียดด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมา ทางตำรวจจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งจากสถานที่เกิดเหตุและคำให้การของพยาน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการลงมือทำร้ายร่างกายจนนำไปสู่ความตายในครั้งนี้ จากนั้นจะทำการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ไวรัลสุดซึ้ง! อาสาจราจรเชียงใหม่อุ้มลูกน้อยโบกรถ สะท้อนชีวิตพ่อสู้ชีวิต
เกิดเหตุระเบิดสุดสยอง! รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง
-
ข่าว - News3 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย



