เชียงใหม่ - Chiang Mai
รถตู้รับส่งนักเรียนชนกับรถกระบะในจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 27 ราย
เชียงใหม่ – เหตุการณ์น่าตกใจเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16:45 น. ของวันที่ 4 มิถุนายน 2569 รถตู้รับส่งนักเรียนพลิคว่ำหลังจากชนกับรถกระบะที่ทางแยกห้วยสายขาว หมู่ 3 ตำบลแม่คา อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
อุบัติเหตุเกิดขึ้นท่ามกลางฝนปรอยและถนนลื่น มีนักเรียนและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บรวม 27 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัส 2 คน เหตุการณ์นี้ทำให้โรงพยาบาลฝางต้องเปิดใช้งานแผนรับมือเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่ทันที โดยระดมทีมแพทย์เข้าให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์แก่เด็กๆ อย่างเร่งด่วน
จากรายงานและการลงพื้นที่ตรวจสอบของ ร.ต.อ.ภัทรพงศ์ ไพศาลขมาส พนักงานสอบสวน สภ.ฝาง พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนทางหลวงเส้นฝาง-แม่สรวย ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกลงมาเล็กน้อย ทำให้พื้นผิวถนนเปียกลื่นและมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง
รถที่เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุครั้งนี้มีด้วยกัน 2 คัน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:
- รถกระบะ (คู่กรณี): ทะเบียน กอ 5219 เชียงราย กำลังขับมุ่งหน้าจากอำเภอฝางไปยังอำเภอแม่สรวย โดยบริเวณด้านขวาของตัวรถมีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชนอย่างชัดเจน
- รถตู้รับส่งนักเรียน: ทะเบียน นจ 5672 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถที่บรรทุกเด็กนักเรียนมาเต็มคัน เกิดเสียหลักในช่วงที่ถนนลื่น พุ่งชนเข้ากับตอม่อเสาไฟฟ้าริมถนนอย่างแรง ก่อนที่ตัวรถจะพลิกคว่ำตกลงไปบริเวณข้างทาง
สำหรับใครที่ต้องการดูข้อมูลอ้างอิงและภาพข่าว สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ข่าวไทยรัฐ
การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ: โรงพยาบาลฝางเปิดแผนอุบัติเหตุหมู่
ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ โรงพยาบาลฝางได้ตัดสินใจเปิด “แผนรับมืออุบัติเหตุหมู่” (แผนรองรับกรณีที่มีผู้บาดเจ็บเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก) อย่างทันท่วงที ทีมแพทย์ พยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยในพื้นที่ ได้ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ เพื่อคัดกรองอาการและให้การรักษาผู้ป่วย ซึ่งการเตรียมพร้อมที่ดีนี้เป็นผลมาจากการที่โรงพยาบาลได้ซักซ้อมแผนฉุกเฉินมาอย่างต่อเนื่อง
จากการประเมินอาการของผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 27 ราย เจ้าหน้าที่ได้แบ่งระดับความรุนแรงออกเป็นดังนี้:
- ผู้ป่วยสีแดง (อาการสาหัส): จำนวน 2 ราย ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดและพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
- ผู้ป่วยสีเหลือง (อาการปานกลาง): จำนวน 1 ราย ต้องนอนพักสังเกตอาการที่โรงพยาบาล
- ผู้ป่วยสีเขียว (อาการเล็กน้อย): จำนวน 24 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีแผลถลอกหรือรอยฟกช้ำตามร่างกาย โดยในจำนวนนี้มี 2 รายที่ต้องรอดูอาการเพิ่มเติม ส่วนอีก 22 รายที่เหลือ ทางแพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาล ทำแผล และอนุญาตให้กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการช่วยเหลือเบื้องต้นจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ในด้านของคดีความ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องทำงานหนักต่อไป ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง กำลังอยู่ในช่วงรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนน และเตรียมเรียกตัวผู้ขับขี่รถทั้งสองคัน รวมถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาสอบปากคำอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องสภาพอากาศที่มีฝนตกปรอยๆ ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ตำรวจจะนำมาพิจารณาประกอบว่า เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถตู้เสียการควบคุมหรือไม่ เพื่อที่จะสรุปสำนวนคดีและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
บทเรียนราคาแพง: ความปลอดภัยของรถโรงเรียนต้องมาก่อน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง รวมถึงผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนทุกคน ความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไม่ได้เลย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย เราควรให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้:
- ลดความเร็วเมื่อฝนตก: ผู้ขับขี่ต้องตระหนักเสมอว่าถนนที่เปียกลื่นจะทำให้ระยะเบรกยาวขึ้น การขับรถด้วยความระมัดระวังและลดความเร็วลงจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
- คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง: ไม่ว่าจะเป็นรถตู้หรือรถยนต์ส่วนตัว การสอนให้เด็กๆ คาดเข็มขัดนิรภัยจนเป็นนิสัย จะช่วยลดแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงหากเกิดอุบัติเหตุ
- ตรวจเช็กสภาพรถสม่ำเสมอ: รถที่ใช้รับส่งคนจำนวนมาก ควรได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกวิธี ทั้งระบบเบรก ยาง และไฟส่องสว่าง
ท้ายที่สุดนี้ เราขอส่งกำลังใจให้กับเด็กนักเรียนและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนให้มีอาการดีขึ้นและกลับมาแข็งแรงในเร็ววัน และหวังว่าข่าวนี้จะเป็นเสียงสะท้อนที่ทำให้สังคมไทยหันมาเข้มงวดกับมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนอย่างจริงจังมากขึ้น
ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ยึดยาบ้าได้ 1 ล้านเม็ดจากผู้ลักลอบขนยา
ตำรวจทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ “แคปซูลซอมบี้” ในเชียงใหม่
เชียงใหม่ - Chiang Mai
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 23 กรกฎาคม เวลาประมาณ 19.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ. เฉลิมพล วงษ์ขณาแก้ว รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งอุบัติเหตุชนแล้วหนี เหตุเกิดบนถนนบริเวณหน้าหมู่บ้านเพชรมณี ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังเกิดเหตุคนขับรถได้เร่งเครื่องหลบหนีไปทันทีโดยไม่จอดรถลงมาให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่ทราบเรื่อง พ.ต.อ. ปรัชญา ทิศลา ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้สั่งการด่วนให้ทีมสืบสวนลงพื้นที่ล่าตัวคนผิดมาลงโทษให้เร็วที่สุด เบื้องต้นพบว่าผู้เคราะห์ร้ายคือเด็กชายวัยเพียง 11 ขวบ ซึ่งถูกรถกระบะสีเทาพุ่งชนจนบาดเจ็บสาหัส พลเมืองดีในเหตุการณ์ได้เร่งนำตัวน้องส่งไปยัง โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ แต่สุดท้ายทางโรงพยาบาลแจ้งข่าวเศร้าว่าน้องได้เสียชีวิตลงอย่างสงบในเวลาประมาณ 22.00 น.
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุชนแล้วหนี: รถกระบะพุ่งชนเด็กชายวัย 11 ขวบอย่างแรง จนผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
- การแกะรอยที่รวดเร็ว: ตำรวจตามรอยจากกล้องวงจรปิด จนพบรถกระบะต้องสงสัยและรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ทันควัน
- เมาแล้วขับคือต้นเหตุ: คนขับสารภาพว่าดื่มสุรา โดยมีระดับแอลกอฮอล์สูงถึง 176 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเกินกว่ากฎหมายกำหนดไปมาก
หลังจากส่งร่างของเด็กชายไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ ทีมสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลป่าแดด ลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ การค้นหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องเพื่อตามรอยรถคันก่อเหตุที่พยายามขับหลบหนี
ในที่สุดความพยายามของตำรวจก็เป็นผล เมื่อเจ้าหน้าที่พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีเทา คันหนึ่งจอดซ่อนตัวอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลป่าแดด รถคันนี้มีลักษณะตรงกับที่พยานให้การไว้ทุกประการ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการอายัดรถและปิดล้อมพื้นที่ไว้เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานเพิ่มเติมทันที
จากการตรวจสอบสภาพรถอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบร่องรอยความเสียหายที่ด้านหน้าฝั่งซ้ายอย่างชัดเจน ฝากระโปรงรถมีรอยบุบ กันชนหน้ามีรอยแตก และโลโก้หน้ารถหลุดหายไป ร่องรอยทั้งหมดนี้ตรงกับชิ้นส่วนหลักฐานที่ตำรวจเก็บได้จากจุดเกิดเหตุอย่างแม่นยำ ซึ่งมัดตัวว่านี่คือรถคันที่ก่อเหตุแน่นอน
จำนนต่อหลักฐานและผลตรวจแอลกอฮอล์
เวลาต่อมา ชายที่ระบุชื่อว่า “นายจอ” ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ได้เดินทางมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเจ้าของรถกระบะคันดังกล่าว ตอนแรกเขายังมีท่าทีบ่ายเบี่ยงและตกใจ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดให้ดู เขาก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน นายจอยอมรับสารภาพในที่สุดว่าตนเองคือคนขับรถในภาพ และเป็นคนชนเด็กชายก่อนจะขับหนีไปโดยไม่ได้ลงมาช่วย
สิ่งที่น่าตกใจและสะเทือนใจชาวบ้านที่ติดตาม ข่าวสารท้องถิ่นภาคเหนือ คือ เมื่อตำรวจทำการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของนายจอ พบว่าตัวเลขพุ่งสูงถึง 176 มิลลิกรัมต่อลิตร ตัวเลขนี้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้มาก แสดงให้เห็นถึงการขาดสติจากการเมาแล้วขับอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความสูญเสียในครั้งนี้
การดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด
จากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและคำสารภาพของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนัก 2 กระทงใหญ่กับนายจอเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ข้อหาแรกคือ ขับขี่รถในขณะเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นด้วยความประมาท จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาที่มีบทลงโทษรุนแรงและยอมความไม่ได้
ข้อหาที่สองคือ ขับรถประมาทจนทำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย แล้วไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ ไม่แสดงตัว และไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่าคดีชนแล้วหนี ขณะนี้ตัวผู้ต้องหา รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ และหลักฐานทั้งหมด ถูกส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แล้ว เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างเด็ดขาดที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ – กองกำลังผาเมืองเปิดฉากปะทะเดือดกับกลุ่มขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแม่อายใกล้กับแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารต้องจัดกำลังลาดตระเวนอย่างหนักหลายวันเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ของเรา
เมื่อเวลาเช้ามืดของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ทหารสังเกตพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 3 ถึง 5 คนเดินลัดเลาะมาตามป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและตะโกนขอตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากยิงใส่ทหารก่อนทันที ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที
ประเด็นสำคัญ
- ทหารกองกำลังผาเมืองยิงปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
- เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยและยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด พร้อมฝิ่นดิบ 17.6 กิโลกรัม
- สถิติการทำงานปีนี้พบว่ามีการปะทะถึง 62 ครั้ง และยึดยาบ้าได้กว่า 263 ล้านเม็ด
หลังจากการเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทางหน่วยได้เรียกกำลังเสริมจำนวน 3 ชุดปฏิบัติการเข้ามาช่วยควบคุมพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การกระทำเช่นนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเมื่อฟ้าสว่าง
เมื่อถึงเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารเข้าเคลียร์พื้นที่และพบกระสอบปุ๋ยที่ถูกดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังตกอยู่จำนวน 2 ใบ ภายในกระสอบพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่มากถึง 150,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบฝิ่นดิบอีกจำนวน 11 ก้อน น้ำหนักรวม 17.6 กิโลกรัม พร้อมด้วยปืนแก๊ปและมีดของคนร้ายที่ทิ้งไว้ ติดตามข่าวอาชญากรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
การแถลงข่าวและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในช่วงสายของวันเดียวกัน ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบของกลางทั้งหมดด้วยตนเอง พันเอก สมเจตน์ ผลประเสริฐ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้สถานีตำรวจภูธรแม่อายเพื่อดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอน
การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดที่รุนแรงตามแนวชายแดนภาคเหนือของเรา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้มากกว่า 434 ครั้งแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวเลขการจับกุมที่สูงมากและน่าตกใจ
สถิติการจับกุมที่น่าสนใจในปีนี้
ในช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ทหารสามารถยึดยาบ้าได้จำนวนมหาศาลถึง 263 ล้านเม็ด นอกจากนี้ยังยึดยาไอซ์ได้เกือบ 6,000 กิโลกรัม และเฮโรอีนอีก 20 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มคนร้ายติดอาวุธเกิดขึ้นบ่อยครั้งถึง 62 ครั้ง
จากการปะทะที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเสียชีวิตไปแล้ว 46 ราย เจ้าหน้าที่รัฐยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อปกป้องชุมชนของเรา ทุกคนทำงานด้วยความเสียสละเพื่อลดปัญหายาเสพติดในประเทศอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
เชียงใหม่ - Chiang Mai
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
เชียงใหม่ – เกิดเรื่องราวสุดสะเทือนอกสะเทือนใจขึ้นกลางเมืองเชียงใหม่ ภายในซอยสุริยวงศ์ 6 เมื่อมีครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ล่าสุด พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ได้นำทีมงานจากมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ภาพที่ทุกคนเห็นคือผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ กับแม่ที่พิการ
สภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกนั้นน่าเวทนาอย่างมาก ผู้เป็นแม่มีความพิการที่ขาและไม่สามารถเดินได้เลย เธอต้องใช้วิธีไถตัวและคลานไปตามพื้นเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือเธอต้องคอยดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด ลูกสาวคนนี้เคยเป็นเสาหลักที่คอยหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาไขสันหลังช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากการผ่าตัดครั้งนั้น เธอได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- แม่ที่พิการทางขาต้องใช้วิธีคลานไปรอบบ้าน เพื่อคอยดูแลลูกสาวที่ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิดในทุกๆ วัน
- ลูกสาวเคยเป็นเสาหลักของบ้าน ก่อนโชคร้ายต้องรับการผ่าตัดไขสันหลังเมื่อเดือนเมษายนจนขยับตัวไม่ได้
- พระครูอ๊อดและมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ได้เข้ามอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ พร้อมวอนสังคมร่วมบริจาคช่วยเหลือ
น้ำใจจากมูลนิธิและชาวเชียงใหม่ที่ไม่เคยเหือดแห้ง
ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวนี้ดำเนินไปอย่างยากลำบาก แม่ที่พิการต้องพยายามคลานไปหุงข้าว คลานไปเช็ดตัว และคลานไปเทปัสสาวะให้ลูกสาวทุกวัน เมื่อเห็นความยากลำบากนี้ พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ร่วมกับทีมงานของ มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ จึงได้รวบรวมความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา พวกเขาตั้งใจนำสิ่งของไปมอบให้ถึงมือเพื่อเป็นกำลังใจและต่อสู้ชีวิต
สิ่งของที่นำไปช่วยเหลือประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมากมาย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง นม และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ การมอบของช่วยเหลือครั้งนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านได้มาก นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อพลังใจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้สองแม่ลูกมีแรงใจในการสู้ชีวิตต่อไปในสังคมที่ยังคงมีความหวัง
ไม่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมโลกและเดินหน้าช่วยเหลือต่อ
ทีมงานผู้ช่วยเหลือยังมีความใส่ใจไปถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย เนื่องจากคุณยายผู้พิการได้เลี้ยงแมวเพื่อนยากเอาไว้อีกถึง 4 ตัว ทางทีมงานจึงได้จัดเตรียมอาหารแมวไปมอบให้เพิ่มเติม การช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์นี้ช่วยลดความกังวลใจของคุณยายลงไปได้มาก ทำให้ครอบครัวมีรอยยิ้มและกำลังใจที่ดีขึ้น
เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างยั่งยืน ทางมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่และพระครูอ๊อด ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงติดตามดูแลครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป พวกเขาจะไม่ทอดทิ้งให้สองแม่ลูกต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ด้วย
ทางมูลนิธิจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนทั่วไป มาร่วมกันแบ่งปันน้ำใจด้วยการบริจาคสิ่งของที่ยังมีความจำเป็น สิ่งของที่ต้องการมากในตอนนี้คือ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ นม อาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ น้ำใจของทุกท่านจะช่วยต่อความหวังและต่อลมหายใจให้กับสองแม่ลูกคู่นี้ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ท่านสามารถติดตามข่าวสารหรือช่องทางการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ทางสื่อท้องถิ่นอย่าง เชียงใหม่นิวส์ และเพจของมูลนิธิโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เปิดแล้ว! “ผกาดจาดนัก ปี 2” พลิกโฉมกาดหลวงเชียงรายสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะมีชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ทีมกู้ภัยในจังหวัดเชียงรายบุกเข้าไปในป่าดอยปุยเพื่อช่วยเหลือชายวัย 63 ปี









