เชียงใหม่ - Chiang Mai
ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ
เชียงใหม่ – ตำรวจสืบสวนภาค 6 เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ทลายเครือข่ายค้าอาวุธปืนเถื่อนรายใหญ่ เจ้าหน้าที่บุกจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้จำนวนมาก ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และสุโขทัย การบุกค้นครั้งนี้นำไปสู่การยึดอาวุธปืนเถื่อนและปืนดัดแปลงสุดอันตราย
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ท่านได้สั่งการให้ขยายผลกวาดล้างอย่างเด็ดขาด หลังจากพบว่าคนร้ายใช้โซเชียลมีเดียในการซื้อขายชิ้นส่วนปืนเถื่อน ช่องทางนี้ทำให้การกระจายอาวุธทำได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจสืบสวนภาค 6 ขยายผลจับกุมเครือข่ายปืนเถื่อนข้ามจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่สุโขทัย เชียงใหม่ และลำปาง
- ของกลางที่ยึดได้มีทั้งปืนนำเข้าที่ถูกลบเลขทะเบียน และปืนบีบีกันดัดแปลงที่สามารถใช้ยิงกระสุนจริงได้
- ปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้ถูกสร้างมาเพื่อ “ใช้ก่อเหตุแล้วทิ้ง” ทำให้ตำรวจตรวจสอบรอยเกลียวลำกล้องเพื่อตามหาคนร้ายได้ยาก
จุดเริ่มต้นของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจชุดสืบสวนภาค 6 ได้เข้าจับกุมนายนิกรในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย จากการตรวจค้นพบของกลางเป็นอาวุธปืน อะไหล่ และเครื่องกระสุนจำนวนมาก ผู้ต้องหาถูกตั้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จากนั้น ตำรวจได้ขยายการสืบสวนและค้นพบข้อมูลสำคัญ คือ นายนิครได้สั่งซื้อชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์จากหลายแหล่ง พันตำรวจเอกทวีศักดิ์ ถบูลชู จึงสั่งการให้ทีมสืบสวนรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายค้นเพิ่มเติม และเริ่มปฏิบัติการบุกค้นสถานที่เป้าหมายอีก 3 แห่งที่เหลือทันที
บุกค้น 3 จุดสำคัญในพื้นที่เชียงใหม่และลำปาง
การเข้าตรวจค้นเป้าหมายดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นความลับ จุดแรกเป็นบ้านพักในอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยและสิ่งของผิดกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการในจุดที่สองและสามกลับประสบความสำเร็จอย่างมาก ในจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจนำหมายค้นเข้าตรวจอพาร์ตเมนต์ย่านตำบลพระสิงห์ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายอภิเชษฐ์ วัย 59 ปี พร้อมยึดกระสุนปืนลูกซองได้ถึง 50 นัดที่ซ่อนไว้ในห้องพัก
จุดที่สามถือเป็นการจับกุมครั้งใหญ่ที่สุดของปฏิบัติการนี้ เจ้าหน้าที่บุกค้นบ้านพักย่านตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ที่นั่นตำรวจรวบตัวนายวิชิต อายุ 48 ปี พร้อมยึดปืนเถื่อนจำนวนมาก ของกลางประกอบด้วยปืนยาว 2 กระบอก ปืนสั้น 4 กระบอก และเครื่องกระสุนอีก 88 นัด

ภัยเงียบจากปืนบีบีกันดัดแปลง “ยิงแล้วทิ้ง”
แหล่งข่าวจากชุดปฏิบัติการเปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ปืนที่ยึดได้ทั้งหมดเป็นปืนเถื่อนที่ไม่มีหมายเลขทะเบียน หรือที่เรียกกันว่าอาวุธปืนใต้ดิน ของกลางเหล่านี้แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการผลิต
ประเภทแรกคือปืนไทยประดิษฐ์ที่กลึงเหล็กขึ้นมาเองทั้งหมด ประเภทที่สองคือปืนมาตรฐานจากต่างประเทศที่ถูกโจรลบเลขทะเบียนทิ้งไปแล้ว ส่วนประเภทที่น่ากลัวที่สุดคือ ปืนดัดแปลงจากโครงบีบีกันที่มีการปรับเปลี่ยนกลไกเป็นเหล็ก เพื่อให้สามารถรองรับการยิงกระสุนจริงได้หลากหลายขนาด ทั้ง .38, 9 มม. และ 11 มม.
ปัญหาใหญ่ของปืนเถื่อนดัดแปลงเหล่านี้คือ มันถูกผลิตขึ้นมาแบบง่ายๆ และไม่มีเลขทะเบียน (ใบ ป.4) เมื่อคนร้ายนำไปก่อคดี พวกเขาสามารถโยนปืนทิ้งทำลายหลักฐานได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเสียดายมูลค่าของมัน
นอกจากนี้ ลำกล้องที่ทำขึ้นเองยังทำให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบรอยเกลียวปืนได้ยากมาก ปืนกลุ่มนี้จึงเป็นที่ต้องการของมิจฉาชีพและมือปืนรับจ้าง พวกเขาต้องการอาวุธสำหรับก่อเหตุระยะประชิดที่ใช้แล้วทิ้ง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตำรวจตามรอยเจอ
จากความสำเร็จในปฏิบัติการครั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 6 ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการซื้อขายปืนออนไลน์อย่างเข้มงวด ช่องทางโซเชียลมีเดียได้กลายเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรมที่เข้าถึงได้ง่ายเกินไป การกวาดล้างเครือข่ายนี้จะช่วยลดอัตราการเกิดคดีร้ายแรงได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะทำการขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป การปราบปรามจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถทลายตลาดมืดค้าอาวุธออนไลน์ได้อย่างราบคาบ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ทหารพรานปะทะเดือดแม่อาย วิสามัญแก๊งค้ายา ยึดฝิ่น 100 กิโล
เชียงใหม่ – กำลังทหารพรานไทยเปิดฉากยิงปะทะดุเดือดกับคาราวานยาเสพติด">ขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติกลางป่าลึก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ตึงเครียดนี้เกิดขึ้นตลอดทั้งคืนหลังพบกลุ่มติดอาวุธลอบข้ามแดนเข้ามาในเขตไทย
หลังเสียงปืนสงบลงในช่วงเช้าตรู่ เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่จนพบฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ศพ พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางฝิ่นดิบน้ำหนักรวมกว่า 100 กิโลกรัม มูลค่าความเสียหายของขบวนการหลายล้านบาท
ประเด็นสำคัญ
- การปะทะยาวนาน: ทหารพรานปะทะคาราวานค้ายากว่า 20 คน ตลอดทั้งคืนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา
- ผลการปฏิบัติการ: วิสามัญคนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยทุกนายปลอดภัย
- ของกลางมูลค่าสูง: ตรวจยึดฝิ่นดิบน้ำหนักกว่า 102 กิโลกรัม มูลค่าปลายทางในประเทศหลายล้านบาท
ย้อนกลับไปช่วงค่ำ เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ได้รับรายงานสายข่าวเรื่องการลักลอบขนยาเสพติด จึงนำกำลังออกลาดตระเวนในพื้นที่บ้านนามะอื้น ตำบลมะลิกา อำเภอแม่อาย
กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจพบกลุ่มชายฉกรรจ์ต้องสงสัยประมาณ 20 คน สะพายเป้เดินเท้าลัดเลาะผ่านแนวป่า ทหารพรานจึงส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้หยุดตรวจค้นตามขั้นตอนกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายขบวนการกลับใช้อาวุธปืนสงครามยิงเปิดทางใส่เจ้าหน้าที่ก่อนทันที ทำให้ทหารพรานต้องตัดสินใจยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวอย่างหนักหน่วง ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะล่าถอยไปชั่วคราว
เฝ้าพื้นที่ทั้งคืนก่อนเข้าเคลียร์รุ่งสาง
เนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากเส้นเขตแดนประเทศเมียนมาเพียง 300 ถึง 500 เมตร ทำให้ตลอดทั้งคืนยังมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ เพราะฝ่ายตรงข้ามพยายามยิงกดดันหวังชิงสัมภาระคืน
ผู้บังคับการทหารพรานจึงสั่งการส่งกำลังเสริมและชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าตรึงพื้นที่ป่ารอบด้านอย่างรัดกุม ทหารทุกนายวางแนวป้องกันจนถึงเช้าวันถัดไปเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย
เมื่อแสงสว่างเปิดทาง คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และแพทย์โรงพยาบาลแม่อาย จึงร่วมกันเข้าตรวจค้นพื้นที่อย่างละเอียดรอบบริเวณ
ยึดฝิ่นดิบน้ำหนักรวมกว่า 102 กิโลกรัม
จากการตรวจสอบพบศพผู้ต้องสงสัยเพศชาย 1 ราย พร้อมตรวจพบรอยเลือดเป็นแนวยาวข้ามฝั่งชายแดน ซึ่งคาดว่ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถูกลากพากลับไปอีกหลายคน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดกระเป๋าเป้ดัดแปลงได้ทั้งหมด 5 ใบ ภายในบรรจุฝิ่นดิบอัดก้อนรวม 72 ก้อน น้ำหนักรวมอยู่ที่ 102.4 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้นในพื้นที่ชายแดนกว่า 2 ล้านบาท
หากฝิ่นดิบล็อตนี้หลุดรอดเข้าไปในเขตเมืองชั้นใน มูลค่าจะพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 50,000 บาท หรือหากนำไปแปรรูปเป็นเฮโรอีนจะมีมูลค่ามหาศาล ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารพรานเชียงรายสกัดจับแก๊งลักลอบขนจยย.ข้ามแดน
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เชียงใหม่เปิดตัว “รถรางไฟฟ้าสีเขียว” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองอัจฉริยะ
เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 จังหวัดเชียงใหม่ก้าวสู่ยุคใหม่ของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งสำคัญ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง การจับมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่าง บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC นำโดยนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และหน่วยงานหลักในพื้นที่เชียงใหม่ งานนี้ได้รับเกียรติจากนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และตัวแทนจากตำรวจภูธร ขนส่งจังหวัด รวมถึง ททท. มาร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง
เป้าหมายหลักของความร่วมมือคือการผลักดันเชียงใหม่ให้เป็นประเทศไทย อยู่ที่ไหนและต่างกันอย่างไร">เมืองอัจฉริยะและเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ การลงนามนี้คือจุดเริ่มต้นของการลงมือทำจริงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การพัฒนาระบบการเดินทางที่สะดวกและสะอาดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
Key Takeaways
- จังหวัดเชียงใหม่และ AWC ร่วมลงนาม MOU เพื่อพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและเมืองอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบ
- มีการนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) มาทดลองให้บริการจริง เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และเชื่อมโยงการเดินทางในตัวเมือง
- เตรียมเปิดตัว “Chiang Mai Tram By Lannatique” แทรมไฟฟ้านำเที่ยวแห่งแรกของไทยที่ใช้พลังงานสะอาด 100% เชื่อมโยง 40 แลนด์มาร์ก
ยกระดับขนส่งสาธารณะด้วยพลังงานสะอาด
ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนาม คณะผู้บริหารและผู้ร่วมงานได้ร่วมกันทดสอบนั่งรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าหรือ EV Bus การทดลองวิ่งครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการนำนวัตกรรมสีเขียวมาใช้งานจริง รถ EV Bus จะเข้ามาช่วยรองรับการเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนในตัวเมืองเชียงใหม่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางไปยังจุดต่างๆ ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น
จุดเด่นที่สำคัญของการใช้รถไฟฟ้าคือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งพลังงานสะอาดจะช่วยลดปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่มักสร้างผลกระทบต่อพื้นที่เชียงใหม่ได้อย่างตรงจุด การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการจราจรเป็นก้าวสำคัญของเมือง การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์ให้กับทุกคน
การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ปราศจากมลพิษจะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ผู้คนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้จะเป็นรากฐานที่มั่นคง โครงการนี้จะสร้างประโยชน์ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว

เปิดตัวแทรมไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย
ไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือการเตรียมเปิดตัว “Chiang Mai Tram By Lannatique” ซึ่งเป็นรถแทรมไฟฟ้านำเที่ยวแห่งแรกของประเทศไทย โครงการนี้อยู่ภายใต้โครงการใหญ่ “ลานนาทีค เดสทิเนชั่น” ที่ต้องการผลักดันเชียงใหม่สู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก รถแทรมคันนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด 100% ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การเดินทางของโลกยุคใหม่
การออกแบบรถแทรมไฟฟ้าเป็นการผสมผสานระหว่างความทันสมัยและอัตลักษณ์ที่งดงามของศิลปะล้านนา รูปลักษณ์ที่โดดเด่นจะทำให้รถแทรมกลายเป็นจุดสนใจและสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองเชียงใหม่ รถแทรมจะวิ่งให้บริการเชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์กว่า 40 แห่งรอบตัวเมือง นักท่องเที่ยวจะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการชมเมือง
การนำระบบแทรมไฟฟ้ามาใช้ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ เชียงใหม่กำลังแสดงให้เห็นว่าการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคตสามารถก้าวเดินไปพร้อมกันได้ โครงการนี้จะสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนและยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวของไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา
เชียงใหม่ - Chiang Mai
งานมหกรรมเสรีภาพ 250 ปี เชียงใหม่ เฉลิมฉลองความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา
เชียงใหม่ – เชียงใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างยิ่งใหญ่! กับงานมหกรรมเฉลิมฉลองทางวัฒนธรรมสุดอลังการภายใต้ชื่อ “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” ซึ่งจัดขึ้นโดย สถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ในประเทศไทย งานเทศกาลครั้งนี้จัดขึ้นอย่างตั้งใจเพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการก่อตั้งสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันก็มุ่งหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสหรัฐฯ ให้ยั่งยืนและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เทศกาลสุดพิเศษนี้ถูกจัดขึ้นอย่างตระการตา ณ สวนเฉลิมพระเกียรติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (สวน อบจ. เชียงใหม่) โดยมีกำหนดการจัดงานตั้งแต่วันที่ 16 ถึง 18 ตุลาคม 2569 ท่ามกลางบรรยากาศปลายฝนต้นหนาวที่เย็นสบายของภาคเหนือ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยตลอดจนชาวต่างชาติ ต่างหลั่งไหลมาร่วมสัมผัสกลิ่นอายและเสน่ห์ของวัฒนธรรมอเมริกันกันอย่างคึกคักตั้งแต่เริ่มเปิดประตูงาน
ประเด็นสำคัญ
- งาน “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” เฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีสหรัฐฯ จัดขึ้นที่สวน อบจ. เชียงใหม่ วันที่ 16-18 ตุลาคม 2569
- ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสอาหารอเมริกันกว่า 40 ร้าน ดนตรีสด รถคลาสสิก นิทรรศการ และโซนกิจกรรมสำหรับครอบครัว
- เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมฟรีตลอดสุดสัปดาห์ โดยเริ่มเปิดงานช่วงเย็นในวันศุกร์ และช่วงเที่ยงในวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์
สัมผัสรสชาติอาหารและเสียงดนตรีสไตล์อเมริกันแท้ๆ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบริเวณงาน ผู้ร่วมงานจะได้พบกับบูธสินค้าและอาหารอเมริกันแท้ๆ มากกว่า 40 ร้านค้า ที่ตั้งเรียงรายต้อนรับทุกคน ร้านค้าเหล่านี้ต่างพร้อมใจกันขนเมนูยอดนิยมและสินค้าไลฟ์สไตล์จากผู้ประกอบการชั้นนำทั้งของไทยและสหรัฐฯ มาให้ทุกคนได้เลือกชิมและเลือกช้อปกันอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์เกอร์ บาร์บีคิว หรือของหวานสไตล์อเมริกันดั้งเดิม
นอกจากอาหารรสเลิศแล้ว บรรยากาศภายในงานยังถูกเติมเต็มด้วยดนตรีสดหลากหลายแนวที่สลับสับเปลี่ยนมาสร้างสีสันตลอดทั้งวัน เสียงดนตรีเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นจังหวะแจซสุดคลาสสิก หรือการบรรเลงจากวงโยธวาทิตที่ยิ่งใหญ่ตระการตา นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสวิงแดนซ์ที่เชิญชวนให้ผู้ร่วมงานทุกคนลุกขึ้นมาออกสเต็ปอย่างสนุกสนาน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจได้อย่างยอดเยี่ยม

ตื่นตากับโซนยานยนต์คลาสสิกและกิจกรรมครอบครัว
นอกเหนือจากความบันเทิงบนเวทีและอาหารอร่อยแล้ว สายรักยานยนต์ยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับโซนจัดแสดงรถยนต์และมอเตอร์ไซค์คลาสสิกสไตล์อเมริกันยอดฮิต รถคลาสสิกที่หาชมได้ยากเหล่านี้ถูกนำมาจอดอวดโฉมให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้คนอย่างล้นหลาม
สำหรับกลุ่มครอบครัวและเด็กๆ ที่มาร่วมงาน ทางผู้จัดได้เตรียมพื้นที่โซนกิจกรรมไลฟ์สไตล์และแอดเวนเจอร์ไว้รองรับอย่างครบครัน มีทั้งหน้าผาจำลองสำหรับสายลุย บ้านลมขนาดใหญ่ และเวิร์คชอป DIY ที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการ พร้อมทั้งไฮไลต์สุดฮาอย่างการประกวดแต่งกายชุดคาวบอย และการแข่งขันเลียนเสียงไก่สไตล์อเมริกันที่เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดงาน

นิทรรศการศิลปะและกำหนดการเข้าร่วมงานฟรี
ขณะเดียวกัน ผู้ร่วมงานยังได้รับความรู้และความบันเทิงทางศิลปะควบคู่กันไปอย่างลงตัว ผ่านบูทนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ ของทางการสหรัฐฯ การจัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยภายในงานสะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่สวยงามระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นการสร้างความเข้าใจอันดีและส่งเสริมมิตรภาพในระดับประชาชน
งาน “Freedom 250: American Fair Chiang Mai” พร้อมเปิดประตูแห่งความสุขให้ทุกคนเข้าชมฟรีตลอดสุดสัปดาห์นี้ สำหรับวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม งานเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. ส่วนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม เปิดให้สนุกเต็มอิ่มตั้งแต่ 12.00 – 21.00 น. และส่งท้ายความประทับใจในวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 12.00 – 20.00 น. ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางมาร่วมสัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมอเมริกันสุดพิเศษกลางเมืองเชียงใหม่ได้เลย!
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
บุกทลายโกดังปืนเถื่อนเชียงใหม่ รวบลุงวัย 50 ขายผ่านออนไลน์
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
สภาพอากาศ - Weather7 days ago
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้
-
ข่าว - News5 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

