ข่าว - News
บทสรุปดราม่ารถไฟฟ้า BTS! นักเรียนอิตาลีขอโทษสาวไทย ยอมรับผิดและจ่ายค่าปรับตามกฎหมาย
กรุงเทพฯ – เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ณ สน.สำเหร่ กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีและผู้ดูแลได้เข้าพบเพื่อขอโทษคุณซูกัส ผู้เสียหายชาวไทย หลังเกิดเหตุโต้เถียงกันบนรถไฟฟ้า BTS เพื่อปรับความเข้าใจและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปรียบเทียบปรับกลุ่มผู้ก่อเหตุตามกฎหมาย ในขณะที่ผู้เสียหายยินดีรับคำขอโทษและวอนสังคมไทยยุติการคุกคาม เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้สามารถศึกษาดูงานในไทยต่อไปได้ตามกำหนดการ
เรื่องราวความขัดแย้งบนรถไฟฟ้า BTS ได้จบลงด้วยดีแล้วในขณะนี้ เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อนางสาวซูกัส ผู้เสียหายชาวไทย ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มเยาวชนชาวอิตาลี การแจ้งความเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา และสร้างความสนใจให้กับสังคมออนไลน์อย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำเหร่ ได้ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยเชิญเยาวชนชาวอิตาลี 5 คน และผู้ดูแลอีก 1 คน มาพูดคุยที่สถานีตำรวจ การเจรจาครั้งนี้มีล่ามแปลภาษาคอยช่วยเหลือ โดยทั้งหมดได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและนางสาวซูกัสเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.
ประเด็นสำคัญ
- การยอมรับผิดและขอโทษ: กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีและผู้ดูแลรู้สึกสำนึกผิดอย่างแท้จริง และได้กล่าวขอโทษผู้เสียหายชาวไทยอย่างเป็นทางการ
- การจัดการทางกฎหมายที่ชัดเจน: เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับผู้ก่อเหตุในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า และข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อสาธารณะ
- การให้อภัยจากผู้เสียหาย: ครอบครัวผู้เสียหายรับคำขอโทษ และขอให้ชาวไทยหยุดโจมตี เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและศึกษาดูงานต่อ
การเจรจาเพื่อปรับความเข้าใจ
การพูดคุยที่สถานีตำรวจใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา กลุ่มนักเรียนและผู้ดูแลได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พวกเขากล่าวขอโทษนางสาวซูกัส และยอมรับว่าพฤติกรรมที่แสดงออกไปนั้นไม่เหมาะสมและขาดความยั้งคิด
ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยจนตกลงกันได้ และเลือกที่จะยุติข้อพิพาททั้งหมดด้วยความเข้าใจ พวกเขาตกลงที่จะไม่ติดใจเอาความ หรือดำเนินคดีใดๆ ต่อกันอีกในอนาคต นอกจากนี้ ทุกคนยังยินยอมที่จะลบภาพและคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ออกจากโทรศัพท์ และลบออกจากสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดร่วมกัน
หนึ่งในผู้ดูแลของคณะนักเรียนอิตาลีกล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจและตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก เขายืนยันว่าทางกลุ่มมีความเคารพและชื่นชมต่อวัฒนธรรมไทยเสมอมา เหตุการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับทุกคนในกลุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต
ผู้ดูแลยังเน้นย้ำว่าจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งลักษณะนี้ขึ้นอีก เขาและเด็กๆ ทั้ง 5 คนที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ รู้สึกสำนึกผิดอย่างแท้จริงต่อการกระทำของตนเอง และพร้อมที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น

การให้อภัยและบทสรุปทางกฎหมาย
ทางด้านนางสาวซูกัส ผู้เสียหาย กล่าวว่าเธอสามารถสัมผัสได้ถึงความสำนึกผิดอย่างจริงใจของอีกฝ่าย เธอเชื่อว่าบุคคลที่กล้ายอมรับผิดและเอ่ยคำขอโทษ สมควรได้รับโอกาสในการแก้ไขตัวเองเสมอ
เธออธิบายเพิ่มเติมว่า การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ ทำไปเพื่อปกป้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีของตนเองในฐานะคนไทย เธอต้องการส่งข้อความว่า ผู้ที่มาเยือนประเทศไทยควรเคารพสิทธิและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นด้วย เมื่ออีกฝ่ายเข้าใจข้อนี้แล้ว เธอจึงยินดีที่จะจบเรื่องราวทั้งหมดลง
นายประพัทธ์ พ่อของนางสาวซูกัส กล่าวว่า ในระหว่างการพูดคุย เขาได้อธิบายให้กลุ่มนักเรียนเข้าใจถึงมารยาทอันดีงามและวัฒนธรรมของสังคมไทย เขาขอขอบคุณทุกกำลังใจจากชาวไทยที่ส่งมาให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่างๆ (สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thairath News)
นายประพัทธ์ยังฝากคำขอร้องถึงคนไทยทุกคน ว่าอย่าคุกคามหรือต่อว่ากลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้อีกต่อไป เพราะทุกคนได้สำนึกผิดแล้วอย่างแท้จริง นอกจากนี้ พวกเขายังมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศไทยต่อไปอีกหลายวันตามกำหนดการเดิม
ในส่วนของการดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ดูหมิ่นซึ่งหน้า” แก่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน พร้อมสั่งปรับเป็นเงินคนละ 1,000 บาท ส่วนผู้ที่แสดงสัญลักษณ์ชูนิ้วกลาง ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
ข้อหาเพิ่มเติมคือ การกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล ทำให้ผู้ที่ชูนิ้วกลางถูกเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 2,000 บาท หลังจากการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเสร็จสิ้น ทั้งสองฝ่ายก็จับมือและยุติเรื่องราวทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
เกิดเหตุการณ์ดราม่าสุดเดือดบนรถไฟฟ้า BTS! หญิงชาวไทยปะทะคารมอย่างดุเดือดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเรื่องเสียงดัง
ข่าว - News
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
กรุงเทพฯ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หลังมีผู้โดยสารโพสต์คลิปและร้องเรียนว่ากระเป๋าเดินทางมีร่องรอยถูกเปิดรื้อค้นระหว่างเดินทาง เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้แก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้บริการผ่านสนามบินหลักของไทย ทางสนามบินจึงเข้าตรวจสอบระบบสายพานและกล้องวงจรปิดทันทีเพื่อความโปร่งใส
ข่าว - News
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
พชรบุรี – การค้นพบสัตว์ป่าหายากในธรรมชาติมักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการบันทึกภาพเสือดำและเสือดาวกำลังเดินอยู่ด้วยกันในเฟรมเดียว ภาพเหตุการณ์สุดพิเศษนี้ถูกบันทึกไว้ได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย การปรากฏตัวของสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ทั้งสองรูปแบบถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของระบบนิเวศ ภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนรักสัตว์ป่าดีใจ แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการปกป้องผืนป่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ข่าว - News
รัฐอัดฉีดบริษัททัวร์ 40,000 บาท กระตุ้นเที่ยวไทย
เชียงราย – รัฐบาลไทยเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเดินทางที่กำลังจะมาถึง ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างเป็นทางการ โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการทัวร์และนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง รัฐบาลพร้อมมอบเงินอุดหนุนค่าเดินทางสูงสุดถึง 40,000 บาทต่อทริป เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออกเดินทางสำรวจความสวยงามของประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จับมือกับพันธมิตร 9 องค์กร เพื่อเปิดตัวโครงการ “เที่ยวข้ามภาคกับทัวร์” แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและกระจายคนสู่เมืองรอง รัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 208 ล้านบาททั่วประเทศ โครงการนี้ถือเป็นความหวังใหม่ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รัฐบาลพร้อมอุดหนุนค่ารถบัสสูงสุด 40,000 บาท และรถตู้สูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
- เงื่อนไขหลักคือต้องเป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน
- นักท่องเที่ยวสามารถจองและเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม
สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ์นั้น ผู้ประกอบการจะต้องจัดกลุ่มทัวร์ตามขนาดที่โครงการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด กรณีเดินทางด้วยรถบัสจะต้องมีนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมเดินทางอย่างน้อย 30 คน รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนค่าเช่ารถให้วันละ 10,000 บาท โดยจำกัดเพดานสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาทต่อหนึ่งทริป ส่วนการใช้รถตู้จะต้องมีผู้โดยสารขั้นต่ำ 6 คน ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือวันละ 2,500 บาท และสูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
ทริปการเดินทางทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นการข้ามเขตจังหวัดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องพักค้างคืนในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่จุดเริ่มต้นของทริป โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับบริษัททัวร์เท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนโดยตรง
โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแพ็กเกจเดินทางได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ สุขภาพ หรือแม้แต่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หากคุณเป็นบริษัททัวร์หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถอ่าน มาตรการอัดฉีดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อศึกษารายละเอียดของสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถโทรสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากสายด่วน ททท. 1672 เพื่อเริ่มต้นวางแผนวันหยุดพักผ่อนสุดคุ้มของคุณ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจช่วยเหลือแม่และลูกชายจากพ่อที่เสียสติ
ชาวจีน 99 คนถูกจับกุม! แก๊งอาชญากรถูกทลายที่ชายแดนเมียนมาร์-ไทย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 วันที่แล้ว
ตำรวจพัทยาจับกุม “อาหลี่” ชาวจีนที่ถูกออกหมายแดงในข้อหาพนันมูลค่า 1.5 พันล้านบาท
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด

