เชียงราย - Chiang Rai News
ภารกิจใต้น้ำสิ้นสุดลงแล้ว! ทีมกู้ภัยไทยยุติการค้นหาผู้สูญหายในลาว
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – เมื่อวานนี้ (7 กรกฎาคม 2569) สมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย ได้ประกาศปิดภารกิจค้นหาผู้สูญหายใต้น้ำในพื้นที่ สปป.ลาว อย่างเป็นทางการแล้ว การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากทีมงานได้ระดมกำลังค้นหาอย่างหนักตลอดทั้งวัน แต่ก็ยังไม่พบร่างของผู้สูญหายแต่อย่างใด
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันของเครือข่ายกู้ภัยภาคเหนือหลายหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือการพาผู้สูญหายกลับคืนสู่ครอบครัว ทีมงานทั้งหมดได้ทำงานแข่งกับเวลาและสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากอย่างเต็มความสามารถ คุณสามารถติดตามข่าวสารการกู้ภัยเพิ่มเติมได้จาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งรายงานข่าวสารท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ
- ยุติการค้นหา: สมาคมศิริกรณ์เชียงรายและเครือข่ายกู้ภัย ปิดภารกิจค้นหาผู้สูญหายใน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ
- ระดมกำลังเต็มที่: ทีมนักประดาน้ำค้นหาอย่างละเอียด ทั้งหน้าเขื่อน โพรงใต้น้ำ และจุดที่ญาติร้องขอ
- ไม่พบผู้สูญหาย: แม้จะขยายพื้นที่และใช้เรือตีน้ำช่วย แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหาย
- ญาติเข้าใจสถานการณ์: ครอบครัวผู้สูญหายรับทราบผลการทำงาน และไม่มีข้อสงสัยต่อการปฏิบัติภารกิจ
ภารกิจเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. ไปจนถึง 15.00 น. โดยทีมนักประดาน้ำได้ลงสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด พวกเขาต้องดำน้ำสำรวจบริเวณหน้าเขื่อน ใต้โขดหิน และโพรงใต้น้ำต่างๆ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่อาจพบผู้สูญหาย
ในช่วงเช้า ทีมกู้ภัยได้จัดรูปขบวนค้นหาแบบหน้ากระดานในช่องที่ 1 ถึง 4 ระดับความลึกของน้ำอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 6 เมตร การทำงานเต็มไปด้วยอุปสรรค เนื่องจากสภาพใต้น้ำมีเนินหินต่างระดับมากมาย ทำให้การมองเห็นและการเคลื่อนที่เป็นไปได้ยากมาก
ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยมจากหลายหน่วยงาน ประกอบด้วย สมาคมปิยะมิตรแม่สายบรรเทาสาธารณภัยและการกุศล รวมถึงมูลนิธิกู้ภัยแสงแก้วโพธิญาณ ทั้งสำนักงานใหญ่และจุดแม่จัน เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างมุ่งมั่นทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ขยายพื้นที่ค้นหาและประเมินสถานการณ์
เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่ได้ขยายพื้นที่การค้นหาไปยังช่องที่ 5 และ 6 พวกเขายังได้กลับไปตรวจสอบโพรงใต้น้ำและช่องหินน้ำลึกซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีจุดใดตกหล่นจากการค้นหา
บันทึกจากทีมกู้ภัย: “นอกจากทีมประดาน้ำแล้ว เรายังมีการใช้เรือขับตีน้ำเหนือผิวน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาใต้น้ำอีกทางหนึ่งด้วย”
แม้เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการค้นหาจนครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหาย ทีมงานจึงต้องเรียกประชุมด่วน การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานทั้งหมด และประเมินสถานการณ์ว่าควรดำเนินการอย่างไรต่อไปอย่างรอบคอบ
ทีมกู้ภัยได้อธิบายผลการค้นหาและข้อจำกัดต่างๆ ให้กับญาติของผู้สูญหายได้รับทราบอย่างตรงไปตรงมา การสื่อสารที่ชัดเจนนี้ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี

สรุปผลการค้นหาและแสดงความเสียใจ
หลังจากรับฟังคำชี้แจง ญาติของผู้สูญหายได้รับทราบและเข้าใจถึงขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี พวกเขาไม่มีข้อสงสัยใดๆ ต่อผลการปฏิบัติงานในครั้งนี้ และยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นอย่างสงบ
เมื่อญาติมีความเข้าใจและยอมรับผลการค้นหา ทีมกู้ภัยจึงมีความจำเป็นต้องประกาศยุติภารกิจการค้นหาในครั้งนี้อย่างเป็นทางการ ถือเป็นการสิ้นสุดปฏิบัติการที่กินเวลาและใช้กำลังคนอย่างมากตลอดทั้งวัน
ในตอนท้าย สมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย และภาคีเครือข่ายกู้ภัยภาคเหนือ ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ทุกคนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมปฏิบัติภารกิจนี้อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
พร้อมกันนี้ ทีมงานทั้งหมดได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของผู้สูญหาย แม้ภารกิจจะไม่บรรลุผลตามที่หวังไว้ แต่ทุกคนก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดแล้วในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เจ้าของอพาร์ทเมนต์ในเชียงใหม่ถูกทิ้งไว้กับกองขยะขนาดใหญ่และค่าเช่าที่ค้างชำระ
ภารกิจส่งหัวใจกลับบ้าน: กู้ภัยเชียงรายรุดส่งหนูน้อย 2 ขวบถึงชายแดนเมียนมาเพื่อใช้ลมหายใจสุดท้าย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – นักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม
การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
- นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
- กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน
หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ
ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้
หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย
ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด
ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย
การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว
กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก
นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว
การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ
ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย
การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางความเงียบสงบของชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างดุเดือด แก๊งคนร้ายพยายามขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งประเทศไทย แต่โชคดีที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐสกัดกั้นเอาไว้ได้ทันท่วงที
ชุดปฏิบัติการทหารจากกองกำลังผาเมืองได้ออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา พวกเขาเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณชุมชนตลาดชายแดนบ้านสายลมจอย เพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ การลาดตระเวนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยครั้งนี้นำไปสู่การเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่กำลังแอบข้ามแม่น้ำสาย
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุปะทะเดือด: ทหารไทยยิงปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาตินานประมาณ 5 นาที ที่บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
- ยึดของกลางจำนวนมาก: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาคีตามีนน้ำหนักรวมกว่า 150 กิโลกรัม พร้อมกับรถยนต์หนึ่งคันที่เตรียมไว้สำหรับขนย้าย
- คนร้ายล่าถอยหลบหนี: กลุ่มผู้ก่อเหตุตัดสินใจทิ้งของกลางและหลบหนีข้ามแม่น้ำกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลาประมาณตีสี่ครึ่ง เจ้าหน้าที่ทหารได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนสี่ถึงหกคนกำลังเดินฝ่ากระแสน้ำ พวกเขาแบกกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำอย่างมิดชิดข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อชายกลุ่มนี้เดินทางมาถึงฝั่งไทย พวกเขาก็รีบขนถุงดำมุ่งหน้าไปยังรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาวที่จอดรอรับอยู่บริเวณนั้น
ทันทีที่ประเมินสถานการณ์และเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้นอย่างละเอียดทันที ทว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยกลับไม่ยอมจำนนต่อเจ้าหน้าที่ และตัดสินใจใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเบิกทางใส่กลุ่มทหาร เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการยิงปะทะตอบโต้กันอย่างดุเดือดนานประมาณห้านาทีริมฝั่งแม่น้ำ
หลังจากสิ้นเสียงปืนปะทะกัน เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายยังคงปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย ส่วนกลุ่มคนร้ายเมื่อเห็นท่าไม่ดีและไม่สามารถสู้รบได้ จึงตัดสินใจทิ้งของกลางแล้วล่าถอยหนีข้ามแม่น้ำสายกลับไป พวกเขาสามารถหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังฝั่งตรงข้ามได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยความมืด
การตรวจสอบพื้นที่และค้นพบยาเสพติดอันตราย
เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวที่ถูกจอดทิ้งเอาไว้ พวกเขาทำการตรวจค้นอย่างละเอียดแต่ไม่พบผู้ใดหลบซ่อนตัวอยู่ภายในรถยนต์คันนั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อด้วยถุงดำจำนวนสี่ใบวางอยู่ใกล้กับรถ
ถุงสีดำปริศนาเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสำหรับนำขึ้นรถ เพื่อขนย้ายยาเสพติดส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย เมื่อทำการเปิดตรวจสอบภายในถุงอย่างระมัดระวัง เจ้าหน้าที่พบว่ามันคือยาเสพติดประเภทคีตามีนจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่ ยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นสารอันตรายที่ทำลายระบบประสาทและจิตใจของผู้เสพอย่างรุนแรง
การยึดของกลางและการดำเนินคดีทางกฎหมายตามขั้นตอน
จากการชั่งน้ำหนัก แต่ละกระสอบมียาคีตามีนบรรจุอยู่ประมาณสี่สิบกิโลกรัม รวมน้ำหนักของกลางทั้งหมดที่ยึดได้สูงถึง 150 กิโลกรัม หลังจากนั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองกำลังผาเมืองได้สั่งการด่วนให้หน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาจัดการและควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดยาคีตามีนทั้งหมดพร้อมกับรถยนต์ของกลางอย่างรวดเร็ว
ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อนำไปเป็นหลักฐานและดำเนินการสืบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องชายแดน การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดนี้จะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อความปลอดภัยของสังคมไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านต้องตื่นตกใจเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้อย่างรุนแรงที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่บริเวณใต้สะพานฮ่องอ้อ ในพื้นที่ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากในอู่ซ่อมรถมักมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีเก็บไว้จำนวนมาก
หลังจากได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลา 21.25 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีระบบและตรงจุด พวกเขาสามารถระดมกำลังฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไฟไม่ลุกลามไปยังบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งถือเป็นการป้องกันภัยที่รวดเร็วมาก
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถยนต์ใต้สะพานฮ่องอ้อ ตำบลดอยฮาง เมื่อเวลา 21.25 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2569
- ทีมดับเพลิงทำงานรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการสกัดกั้นเพลิง ทำให้เปลวไฟไม่ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น
- ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความเสียหายทั้งหมด
การระดมกำลังของทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่เปิดให้บริการในลักษณะอาคารเช่า โดยไม่มีเลขที่ตั้งชัดเจน เมื่อทีมงานไปถึง ไฟกำลังลุกไหม้ตัวอาคารอย่างรวดเร็ว ทีมดับเพลิงจึงไม่รอช้า เร่งวางสายยางและระดมฉีดน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พวกเขาใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็สามารถดับเปลวไฟลงได้สำเร็จ
การระงับเหตุครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตามการรายงานของ สำนักข่าวท้องถิ่น ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งเทศบาลนครเชียงราย เทศบาลตำบลดอยฮาง และเทศบาลตำบลแม่ยาว นอกจากนี้ยังมีทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสยามเชียงราย มูลนิธิแสงธรรมเชียงราย และทีมเชียงรายการดับเพลิงเข้ามาช่วยสนับสนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เข้าตัดไฟเพื่อความปลอดภัยด้วย
เดินหน้าหาสาเหตุและประเมินความเสียหาย
แม้ว่าสถานการณ์เพลิงไหม้จะสงบลงแล้ว แต่การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินต่อไป เบื้องต้นยังไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าต้นเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร โชคดีที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีท่ามกลางความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น
ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในอู่ซ่อมรถ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานจากกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เอาไว้ พวกเขาเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างรอบคอบ เพื่อรวบรวมหลักฐานและหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ที่ถูกต้องต่อไป
เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจและชาวบ้านในพื้นที่ การดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีวัตถุไวไฟหรือสารเคมีต่างๆ การเตรียมถังดับเพลิงและการมีสติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ได้อย่างแน่นอน ความรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ช่วยรักษาชุมชนดอยฮางเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมหญิง 2 ราย ในคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการเสนองานปลอม มูลค่า 27 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoด่วน! AIS เตือนลูกค้าอัปเดตข้อมูลซิมก่อน 31 ส.ค. 2569 ป้องกันโดนตัดสัญญาณ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจทลายแก๊งค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย




