ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจทลายแก๊งหลอกลวงในช้างแสน จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 เดินหน้าตามจับคดีหลอกลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ว่าถูกหลอกให้โอนเงินลงทุน แต่ไม่ได้ผลตอบแทนตามที่อ้าง ความเสียหายรวม 2,193,416 บาท
ต่อมา พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.6 เร่งติดตามเครือข่ายบัญชีม้าและกลุ่มถอนเงิน หลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และจับกุมไปก่อนแล้ว 2 ราย
ล่าสุด ชุดสืบสวนตามจับผู้ต้องหารายที่ 3 คือ นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) ผู้ทำหน้าที่บัญชีม้าถอนเงิน ได้ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระหว่างเข้าควบคุมตัว ผู้ต้องหาพยายามวิ่งหลบหนี แต่ตำรวจติดตามจนควบคุมตัวไว้ได้
ขณะปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่พบ น.ส.แสนสุข หรือหญิง สัญชาติลาว อยู่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ และพบพฤติการณ์โยนสิ่งของทิ้งด้านหลังบ้าน จึงขอตรวจค้น พบเงินสด 104,000 บาท โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มหลายรายการ ซึ่งไม่ใช่ชื่อของ น.ส.แสนสุข ต่อมาจึงขยายการตรวจค้นไปยังบ้านพัก พบยาบ้า 7 เม็ด เป็นของนายณฐกร (สงวนนามสกุล)
จากนั้นตำรวจตรวจค้นเพิ่มเติมที่บ้านพักของนายกฤษฎาในพื้นที่หมู่ 3 ต.เวียง อ.เชียงแสน พบสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม และโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด ก่อนคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.เชียงแสน และเดินหน้าขยายผลทันที
ผลจากการขยายผล เจ้าหน้าที่จับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและใช้บัญชีม้าถอนเงินได้เพิ่มอีก 3 ราย คือ 1) นายสราวุฒิ 2) น.ส.วันเพ็ญ 3) นายณฐกร โดยทั้งหมดมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการถอนเงินออกจากบัญชีม้า
นอกจากนี้ ตำรวจยังสืบพบแนวทางการลักลอบรวบรวมเงินและนำข้ามแดน โดยระบุผู้เกี่ยวข้องหลัก ๆ ดังนี้
- นายสิทธิชัย หรือที ทำหน้าที่คุมงาน สั่งการคนถอนเงิน และติดต่อเครือข่ายชาวจีนฝั่งลาว (หลบหนี)
- นายเชษ (ไม่ทราบชื่อจริง) ทำหน้าที่ถอนเงิน (หลบหนี)
- นาง SAENSOUK หรือหญิง ทำหน้าที่ถอนเงินและรวบรวมเงินส่งต่อ (ถูกจับกุม)
- นายโดม (ไม่ทราบชื่อจริง) ทำหน้าที่ถอนเงิน (หลบหนี)
จากข้อมูลการสืบสวน กลุ่มถอนเงินจะรอคำสั่งจากนายที จากนั้นนำโทรศัพท์หรือบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสดจากบัญชีม้าที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเงินผิดกฎหมาย เมื่อถอนสำเร็จแล้วจึงนำเงินมารวมกันเพื่อส่งต่อให้เครือข่ายฝั่งลาว โดยได้ค่าตอบแทนวันละ 1,000 ถึง 2,000 บาท และอาจได้เพิ่มตามยอดเงินที่ถอน
ด้านคำให้การ นายสราวุฒิ และ น.ส.วันเพ็ญ ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า มีนายโชคชัย หรืออาร์ม ชวนให้จัดหาบัญชีม้า แลกค่าตอบแทน 1,000 บาท ทั้งคู่จึงชักชวนหญิงรายหนึ่งชื่อ “ณี” ให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยเสนอเงิน 3,000 บาท และนายสราวุฒิเป็นผู้จัดหาโทรศัพท์ไปผูกกับบัญชีที่เปิดใหม่
หลังได้บัญชีมาแล้ว ทั้งสองนำโทรศัพท์ที่ผูกบัญชี สมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็ม เดินทางไป อ.เชียงแสน เพื่อนำไปส่งให้เครือข่ายผู้ใช้บัญชีม้าถอนเงิน เพื่อส่งต่อให้ชาวจีนตามขั้นตอนที่ทำกันมา
ตำรวจจึงดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาเกี่ยวกับการรวมกลุ่มและการจัดหา หรือชักชวนให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝากและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่น ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนคดียาเสพติด นายณฐกร ถูกดำเนินคดีฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ น.ส.แสนสุข ถูกดำเนินคดีข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
แม่แจ้งความตำรวจหลังลูกสาววัย 2 ขวบถูกล่วงละเมิดทางเพศ
กรุงเทพฯ – แม่เด็กตัดสินใจเข้าแจ้งความ หลังพบความผิดปกติกับลูกสาววัย 2 ปี 5 เดือน โดยแพทย์ตรวจพบร่องรอยฉีกขาดบริเวณอวัยวะเพศ และครั้งล่าสุดมีรอยฉีกขาดที่ทวารหนักร่วมด้วย ครอบครัวเชื่อว่าเหตุอาจเกิดจากคนใกล้ตัว และต้องการให้ตำรวจเร่งหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ช่วงค่ำวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. นางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี พา น.ส.จิราพร อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อแจ้งความกรณีลูกสาววัย 2 ปี 5 เดือน มีร่องรอยถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีบาดแผลบริเวณทวารหนัก โดยครอบครัวระบุว่าเกิดขึ้น 2 ครั้ง คือวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 1 มีนาคม 2569
น.ส.จิราพรเล่าว่า เช้าวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 08.00 น. ระหว่างเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกสาวตามปกติ เด็กกลับร้องไห้ผิดปกติ เธอจึงสังเกตอวัยวะเพศของลูก พบอาการบวมแดง มีผื่น และมีรอยถลอก ทำให้ตกใจมาก เพราะก่อนหน้านั้นเด็กไปอยู่กับญาติ
จากนั้นแม่เตรียมเอกสาร และนำแพมเพิสที่มีคราบเลือดไปพบแพทย์ เมื่อหมอตรวจแล้วแจ้งว่าอวัยวะเพศมีร่องรอยฉีกขาด แต่แผลเริ่มแห้ง แพทย์สอบถามสาเหตุ ทว่าครอบครัวไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร จึงรับยากลับไปดูแลจนเด็กอาการดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ครั้งแรกครอบครัวยังไม่ได้แจ้งความ เพราะคิดว่าอาจเป็นบาดแผลเล็กน้อย และไม่อยากด่วนสรุปว่าเด็กถูกทำร้าย แต่ต่อมาวันที่ 1 มีนาคม เวลาประมาณ 16.30 น. พี่สาววัย 8 ปีพาน้องไปเล่นนอกบ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. เด็กกลับมาถึงบ้าน แม่เปลี่ยนแพมเพิสแล้วพบว่าอวัยวะเพศมีรอยฉีกมากขึ้น และทวารหนักมีร่องรอยฉีกขาด มีเลือดออกให้เห็นชัด
แม่พยายามถามว่าใครทำ แต่เด็กไม่ตอบ บอกเพียงว่าเจ็บและร้องไห้ ทำให้ครอบครัวตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่ดูแลด้านเด็ก และเข้าแจ้งความทันที
น.ส.จิราพรย้ำว่าไม่ต้องการกล่าวหาใครลอย ๆ แต่มีข้อสงสัยกับเหตุการณ์บางช่วง โดยเฉพาะวันที่เด็กถูกพากลับมาแล้วไม่มีใครอธิบายอะไร หากวันนั้นเธอไม่เปิดแพมเพิสดู ก็อาจไม่รู้ว่าเด็กมีบาดแผล เธอจึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบอย่างจริงจัง และนำผู้กระทำผิดมารับโทษให้ได้
ด้านนางวาริน วีระสุนทร ระบุว่า หลังได้รับเรื่องร้องทุกข์ ได้เร่งประสานงานเพื่อคุ้มครองเด็ก และสนับสนุนการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะการกระทำกับเด็กเป็นเรื่องร้ายแรง และต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน เรื่องการตรวจร่างกาย เด็กเคยพบแพทย์แล้วหลังเหตุครั้งแรก แต่เหตุครั้งล่าสุดยังต้องตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวจะพาเด็กเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม พร้อมประสานตำรวจเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และช่วยในขั้นตอนสืบพยานเด็กต่อไป
การล่วงละเมิดทางเพศเด็กในประเทศไทย
การล่วงละเมิดทางเพศเด็กยังเป็นปัญหาใหญ่ในประเทศไทย และเกิดได้ทั้งในชีวิตจริงและบนโลกออนไลน์ ซึ่งช่วงหลังพบมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลประเมินล่าสุดระบุว่า เด็กอายุ 12-17 ปีที่ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 9% (ราว 400,000 คน) เคยเจอเหตุรุนแรงของการแสวงหาประโยชน์และล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ภายในปีเดียว เช่น ถูกบังคับให้ส่งภาพล่อแหลม ถูกข่มขู่รีดไถ (การขู่กรรโชกทางเพศ) ถูกแบล็กเมล์ หรือถูกนำคอนเทนต์ทางเพศไปเผยแพร่โดยไม่ยินยอม
ในภาพรวม งานศึกษาด้านความชุกชี้ว่า ความรุนแรงทางเพศต่อเด็กในประเทศไทยก่อนอายุ 18 ปี มีอัตราตลอดช่วงชีวิตราว 13-15% อย่างไรก็ตาม หลายกรณีไม่ถูกเปิดเผย เพราะการรายงานยังต่ำมาก โดยมักมีเพียง 1-3% ที่ไปถึงตำรวจ กลุ่มเด็กที่เสี่ยงสูง ได้แก่ เด็กย้ายถิ่น เด็กจากครอบครัวยากจน และเด็กผู้ชายหรือเยาวชน SOGIE ซึ่งมักเจออุปสรรคต่อการบอกเล่ามากเป็นพิเศษ ทั้งจากตราบาปและค่านิยมเรื่องเพศ
ด้านการรับมือ รัฐไทยเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น ผ่านหน่วยเฉพาะทางอย่าง อาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตต่อเด็กในประเทศไทย (TICAC) Task Force รวมถึงการรณรงค์สร้างความตระหนัก และการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในปี 2025 ที่เพิ่มโทษหนักขึ้นสำหรับการล่อลวงออนไลน์ การรีดไถทางเพศ และความผิดที่เกี่ยวข้อง ถึงอย่างนั้น ความท้าทายยังมีอยู่ ทั้งเรื่องการป้องกัน การพบเคสตั้งแต่เนิ่นๆ และการดูแลช่วยเหลือผู้รอดชีวิตให้เข้าถึงบริการได้จริง
หญิงเรียกร้องความเป็นธรรมหลังฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเธอถูกเนรเทศไปยังเมียนมาร์
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งเปิดฉากยิงใส่ตำรวจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บสองคน ก่อนจะหลบหนีไปโดยรถยนต์ที่พุ่งชนลงไปในสระน้ำ
กรุงเทพฯ – เกิดเหตุชายวัย 36 ปี ชักปืนออกมาให้เห็นระหว่างจอดรถหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา หลังพลเมืองดีแจ้งตำรวจทางหลวงเข้าตรวจสอบ ชายคนดังกล่าวกลับขับรถหลบหนี และใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่กับชาวบ้านจนมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ก่อนรถเสียหลักตกบ่อน้ำ เจ้าหน้าที่ยังเร่งปิดล้อมพื้นที่และตามตัวผู้ก่อเหตุ
ช่วงเวลา 16.00 น. วันที่ 2 มี.ค. 69 ศูนย์วิทยุตำรวจภูธรเมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งให้สกัดจับรถ SUV อีซูซุ MU-X สีขาว ทะเบียนชลบุรี ซึ่งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง หลังมีรายงานว่าคนขับควักอาวุธปืนออกมาโชว์บริเวณหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
ต่อมาเมื่อตำรวจทางหลวงเข้าไปขอตรวจสอบ รถคันดังกล่าวเร่งเครื่องหนีไปตามถนนมหาจักรพรรดิ จากนั้นวกกลับใต้สะพานข้ามแยกเกษมราษฎร์ ทำให้ตำรวจตัดสินใจขับรถเข้าปาดหน้าเพื่อหยุดตรวจ

อย่างไรก็ตาม ชายในรถซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายเปรมณุพงศ์ พนมสิงห์ อายุ 36 ปี ได้ใช้อาวุธปืนยาวและปืนสั้นยิงใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้ ด.ต.อนุสรณ์ เอ็งพังศรี อายุ 36 ปี ตำรวจทางหลวง รหัสรถ 3108 ถูกยิงเข้าบริเวณขมับขวา ขณะเดียวกัน ชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีดำ คือ นายทักษิณ เจริญชัย อายุ 29 ปี ถูกยิงเข้าที่ก้นกบ
ในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนจำนวนมาก ทั้งกระสุนขนาด 7.62 และ 9 มม. ตกกระจายอยู่ในพื้นที่
นายศิริ สะอิ้ง อายุ 46 ปี พ่อค้าที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเล่าว่า ตอนนั้นกำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่ข้างรถ แล้วเห็นรถสีขาวยกปืนยาวขึ้นมายิงใส่ตำรวจทางหลวงหลายนัด เสียงดังต่อเนื่อง ทำให้เขาและภรรยาต้องรีบหลบลงข้างทาง หลังเสียงปืนเงียบลง รถคันดังกล่าวก็ขับหนีไปทันที

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา และ พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ มีศรี ผู้กำกับการ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้สั่งชุดสืบสวนและสายตรวจเร่งปิดล้อมพื้นที่ในเมืองแปดริ้ว เพื่อไล่ติดตามผู้ก่อเหตุ
ต่อมามีเบาะแสพบรถต้องสงสัยเสียหลักตกบ่อน้ำ ภายในซอยบ้านดอนคา หมู่ 1 ตำบลบางเตย อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 15 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงประสานชุดปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา (นปพ.) เข้าตรวจสอบ พร้อมนำโดรนขึ้นบินค้นหา
ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า พบชายต้องสงสัยเดินอยู่บริเวณสถานีรถไฟบางเตย จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเดินเท้าค้นหาตามแนวป่าและพื้นที่โดยรอบ ขณะรายงานเวลา 19.00 น. ยังไม่พบตัวผู้ก่อเหตุ
เบื้องต้นตำรวจได้ติดต่อไปยังพ่อแม่ของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอพนมสารคาม เพื่อช่วยประสานให้เข้ามามอบตัวโดยเร็ว
ตำรวจยึดยาบ้า 2,800,000 เม็ด และจับกุมผู้ต้องสงสัย 5 ราย ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime
วัยรุ่น 7 คนปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยว ถูกจับขณะลักลอบขนยาบ้า 4 ล้านเม็ดจากเชียงราย
เชียงราย- กลุ่มวัยรุ่น 7 คน ใช้รถยนต์ 3 คันขับเป็นขบวน ทำทีเหมือนนักท่องเที่ยวเดินทางไปจังหวัดเชียงราย แต่ความจริงเป็นการลักลอบขนยาบ้ารวม 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนมาเพื่อเตรียมส่งต่อไปจังหวัดสระบุรี
พล.ต.ท. กฤษฐพล ยิสาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ตำรวจร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด ได้ข้อมูลว่ามีการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดน มุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงวางแผนสกัดกั้นและตั้งจุดตรวจ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจที่ด่านยาเสพติดแม่ทา จังหวัดลำพูน แล้วพบรถต้องสงสัย 3 คันขับตามกันมา ได้แก่ รถซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ทะเบียน ข. 8104 เชียงราย, รถมาสด้า สีดำ ทะเบียน 9KY 5561 กรุงเทพฯ และรถฮอนด้า ซีวิค สีเทา ทะเบียน กร. 8504 ชลบุรี
เมื่อเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบยาบ้า 4 ล้านเม็ด ซ่อนอยู่ภายในรถมาสด้า จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไว้ดำเนินคดี ประกอบด้วย นายธีรพร อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ (คนขับรถมาสด้า), นางสาวรุ่งรัณ อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา, นายเทพนที อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา (คนขับรถฮอนด้า) รวมถึง นายโชคชัย อายุ 20 ปี, นายวรโชติ อายุ 21 ปี, เด็กหญิงอายุ 14 ปี (บี) และเด็กหญิงอายุ 16 ปี (เอ) ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรถซูซูกิ และเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา
ระหว่างสอบสวน ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่า มีผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นนักการเงิน เสนอค่าจ้าง 350,000 บาท ให้ทำหน้าที่ขนส่งยาเสพติด โดยให้ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเชียงราย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสังเกต
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวมีปลายทางมุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี และหลังจากจับกุมแล้ว จะเดินหน้าสืบสวนต่อ เพื่อขยายผลไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
การเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ลักลอบขนยาเสพติดวัยหนุ่มสาวในจังหวัดเชียงราย
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางการสังเกตเห็นว่ามีจำนวนเยาวชนเพิ่มมากขึ้น รวมถึงวัยรุ่นและผู้ที่มีอายุประมาณ 20 ต้น ๆ ที่ถูกดึงดูดให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาบ้าข้ามพรมแดนเชียงราย ยาเสพติดเหล่านี้เป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า “ยาบ้า” (ยาเม็ดเมทแอมเฟตามีน) และ “ไอซ์” (คริสตัลเมท)
ทางการไทยและผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศเชื่อมโยงแนวโน้มนี้กับการผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ หลังจากการรัฐประหารในปี 2021 ความไม่มั่นคงได้กระตุ้นการผลิตนี้ และยาเสพติดบางชนิดเข้าสู่ตลาดในราคาที่ต่ำมาก
ด้วยปริมาณยาเสพติดที่เพิ่มขึ้น การจับกุมและการยึดของกลางในจังหวัดทางภาคเหนือ รวมถึงเชียงราย จึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน เงินที่หมุนเวียนตามเส้นทางการลักลอบก็เพิ่มขึ้น ทำให้เครือข่ายเหล่านี้มุ่งเป้าไปที่เยาวชนที่อ่อนแอมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการกดดัน การล่อลวง หรือความยากจนที่บังคับให้พวกเขาต้องเสี่ยง
ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดเยาวชนให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด:
* แรงกดดันทางเศรษฐกิจ
หลายครอบครัวตามแนวชายแดนประสบปัญหาทางการเงิน ส่งผลให้เยาวชนบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนชนเผ่าบนที่สูง เช่น ชาวอาข่าและชาวลาหู ถูกดึงดูดให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนยาเสพติด พวกเขาจึงมองว่าเงินสดจากกลุ่มค้ายาเสพติดเป็นทางออกชั่วคราว
* การเริ่มต้นเป็น “ผู้ขนส่ง” นั้นง่าย
กลุ่มค้ายาเสพติดมักจะรับสมัครเด็กและวัยรุ่นให้ขนส่งยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อย ในบางกรณี เด็กถูกใช้เป็น “ข้ออ้าง” เพื่อลดความสงสัยที่ด่านตรวจ
* ราคาที่ต่ำลงทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เมื่อราคาของเมทแอมเฟตามีนลดลง การกระจายตัวของยาเสพติดก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เยาวชนบางคนเริ่มต้นด้วยการใช้ยาเสพติด จากนั้นจึงเปลี่ยนไปขายหรือขนส่งเพื่อหาเงินซื้อยาเสพติดหรือใช้จ่ายในครัวเรือน
* การควบคุมและการบีบบังคับจากเครือข่าย
กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นมักจะกำหนดเป้าหมายไปที่วัยรุ่นที่มีทางเลือกจำกัด พวกเขาเสนอ “งาน” ที่ดูเหมือนง่ายแต่มีความเสี่ยงสูง หรือใช้การข่มขู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเส้นทางผ่านป่า ภูเขา และแม่น้ำโขง
แนวโน้มและผลที่ตามมาล่าสุด:
กรณีล่าสุดที่เจ้าหน้าที่ไทยรายงานสะท้อนให้เห็นถึงจำนวนผู้ค้ายาเสพติดวัยรุ่นที่เพิ่มขึ้นในการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนขนาดเล็ก วัยรุ่นบางคนถูกจับกุมขณะพยายามลักลอบขนยาบ้าเพื่อชำระหนี้ บางคนกล่าวว่าพวกเขาถูกกดดันจากเครือข่ายค้ายาเสพติด ในขณะเดียวกัน ในระหว่างการปะทะกันใกล้ชายแดน มีกรณีที่ผู้ค้ายาเสพติดวัยรุ่นถูกจับกุมหรือถูกฆ่าตายในเหตุการณ์ความรุนแรง
เจ้าหน้าที่ระบุว่าการค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ยังคงอยู่ในมือของบุคคลที่มีประสบการณ์ แต่การขนส่งขนาดเล็กกำลังเพิ่มขึ้นผ่านกลุ่มเยาวชนในท้องถิ่น เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้คุ้นเคยกับภูมิประเทศและเชี่ยวชาญในการใช้ทางลัด การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้ทำให้ครอบครัวและชุมชนตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้เยาวชนเผชิญกับความรุนแรง การถูกจับกุม และการติดยาเสพติด
ผลกระทบเชิงลบไม่ได้จบลงเพียงแค่การปราบปราม ชุมชนทางภาคเหนือยังเผชิญกับอัตราการใช้ยาเมทแอมเฟตามีนในกลุ่มเยาวชนที่สูง ซึ่งมักเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพ ความเครียดในครอบครัว และการออกจากโรงเรียนกลางคัน เจ้าหน้าที่เตือนว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดมักใช้ประโยชน์จากความยากลำบากที่พวกเขาสร้างขึ้นเอง ทำให้เกิดวงจรความยากจนและอาชญากรรมขึ้นเรื่อยๆ
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ONCB) ร่วมกับหน่วยงานทหาร เช่น กองกำลังเฉพาะกิจผาเมือง ได้เพิ่มการลาดตระเวนและปฏิบัติการตามแนวชายแดน ส่งผลให้มีการยึดยาเสพติดได้มากเป็นประวัติการณ์—มากกว่า 100 ตันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน โครงการท้องถิ่นจำนวนมากทำงานร่วมกับเยาวชนกลุ่มเสี่ยงผ่านการศึกษา การทำงานภาคสนาม และโอกาสในการทำงาน เพื่อสร้างเส้นทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เนื่องจากสามเหลี่ยมทองคำยังคงเป็นแหล่งสำคัญของยาเสพติดสังเคราะห์ ผู้เชี่ยวชาญจึงผลักดันให้มีการประสานงานข้ามพรมแดนที่เข้มแข็งขึ้น และมาตรการป้องกันที่มุ่งเน้นเยาวชนมากขึ้น หากความพยายามเหล่านี้ไม่เพียงพอ แนวโน้มการค้ายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนตามแนวชายแดนเชียงรายอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดในจังหวัดเชียงราย ส่งผลให้จับกุมนายทหารทุจริตได้ 2 นาย
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoจังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมผู้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงเก็บเงินปลายทางแล้ว


