ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจทลายแก๊งหลอกลวงในช้างแสน จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 เดินหน้าตามจับคดีหลอกลงทุนขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม Amazon หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ว่าถูกหลอกให้โอนเงินลงทุน แต่ไม่ได้ผลตอบแทนตามที่อ้าง ความเสียหายรวม 2,193,416 บาท
ต่อมา พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6 พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง สั่งการให้ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.6 เร่งติดตามเครือข่ายบัญชีม้าและกลุ่มถอนเงิน หลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และจับกุมไปก่อนแล้ว 2 ราย
ล่าสุด ชุดสืบสวนตามจับผู้ต้องหารายที่ 3 คือ นายกฤษฎา (สงวนนามสกุล) ผู้ทำหน้าที่บัญชีม้าถอนเงิน ได้ในพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระหว่างเข้าควบคุมตัว ผู้ต้องหาพยายามวิ่งหลบหนี แต่ตำรวจติดตามจนควบคุมตัวไว้ได้
ขณะปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่พบ น.ส.แสนสุข หรือหญิง สัญชาติลาว อยู่บริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ และพบพฤติการณ์โยนสิ่งของทิ้งด้านหลังบ้าน จึงขอตรวจค้น พบเงินสด 104,000 บาท โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มหลายรายการ ซึ่งไม่ใช่ชื่อของ น.ส.แสนสุข ต่อมาจึงขยายการตรวจค้นไปยังบ้านพัก พบยาบ้า 7 เม็ด เป็นของนายณฐกร (สงวนนามสกุล)
จากนั้นตำรวจตรวจค้นเพิ่มเติมที่บ้านพักของนายกฤษฎาในพื้นที่หมู่ 3 ต.เวียง อ.เชียงแสน พบสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม และโทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด ก่อนคุมตัวไปสอบปากคำที่ สภ.เชียงแสน และเดินหน้าขยายผลทันที
ผลจากการขยายผล เจ้าหน้าที่จับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและใช้บัญชีม้าถอนเงินได้เพิ่มอีก 3 ราย คือ 1) นายสราวุฒิ 2) น.ส.วันเพ็ญ 3) นายณฐกร โดยทั้งหมดมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการถอนเงินออกจากบัญชีม้า
นอกจากนี้ ตำรวจยังสืบพบแนวทางการลักลอบรวบรวมเงินและนำข้ามแดน โดยระบุผู้เกี่ยวข้องหลัก ๆ ดังนี้
- นายสิทธิชัย หรือที ทำหน้าที่คุมงาน สั่งการคนถอนเงิน และติดต่อเครือข่ายชาวจีนฝั่งลาว (หลบหนี)
- นายเชษ (ไม่ทราบชื่อจริง) ทำหน้าที่ถอนเงิน (หลบหนี)
- นาง SAENSOUK หรือหญิง ทำหน้าที่ถอนเงินและรวบรวมเงินส่งต่อ (ถูกจับกุม)
- นายโดม (ไม่ทราบชื่อจริง) ทำหน้าที่ถอนเงิน (หลบหนี)
จากข้อมูลการสืบสวน กลุ่มถอนเงินจะรอคำสั่งจากนายที จากนั้นนำโทรศัพท์หรือบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินสดจากบัญชีม้าที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเงินผิดกฎหมาย เมื่อถอนสำเร็จแล้วจึงนำเงินมารวมกันเพื่อส่งต่อให้เครือข่ายฝั่งลาว โดยได้ค่าตอบแทนวันละ 1,000 ถึง 2,000 บาท และอาจได้เพิ่มตามยอดเงินที่ถอน
ด้านคำให้การ นายสราวุฒิ และ น.ส.วันเพ็ญ ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า มีนายโชคชัย หรืออาร์ม ชวนให้จัดหาบัญชีม้า แลกค่าตอบแทน 1,000 บาท ทั้งคู่จึงชักชวนหญิงรายหนึ่งชื่อ “ณี” ให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยเสนอเงิน 3,000 บาท และนายสราวุฒิเป็นผู้จัดหาโทรศัพท์ไปผูกกับบัญชีที่เปิดใหม่
หลังได้บัญชีมาแล้ว ทั้งสองนำโทรศัพท์ที่ผูกบัญชี สมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็ม เดินทางไป อ.เชียงแสน เพื่อนำไปส่งให้เครือข่ายผู้ใช้บัญชีม้าถอนเงิน เพื่อส่งต่อให้ชาวจีนตามขั้นตอนที่ทำกันมา
ตำรวจจึงดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยที่เกี่ยวข้อง ในข้อหาเกี่ยวกับการรวมกลุ่มและการจัดหา หรือชักชวนให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝากและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่น ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนคดียาเสพติด นายณฐกร ถูกดำเนินคดีฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ น.ส.แสนสุข ถูกดำเนินคดีข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว