เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านแม่สายกังวลภัยน้ำท่วมรุนแรงในปี 2026
เชียงราย – ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยังคงวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมหนักในฤดูน้ำหลากปี 2569 หลังการรื้อถอนอาคารที่รุกล้ำและขวางทางน้ำยังเดินหน้าไม่เร็วพอ หลายคนกลัวว่าเมื่อน้ำมาแรง จะรับมือไม่ทัน แม้ภาครัฐจะมีแผนแก้ปัญหาแบบถาวร โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองวางกรอบงานไว้ใช้งบรวมราว 2,950 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการย้ายชุมชน ปรับระบบระบายน้ำ และสร้างแนวป้องกันน้ำหลากแบบคันดินและคอนกรีตเสริมเหล็ก (วางแนวเป็น 2 ชั้น)
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นายอำเภอแม่สายมอบหมายให้ฝ่ายปกครองลงพื้นที่พบตัวแทนชุมชนที่อยู่ติดแม่น้ำสาย เพื่อชี้แจงข้อมูลโครงการออกแบบแก้ปัญหาน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในเขตชายแดน เช่น ชุมชนสายลมจอย ชุมชนหัวฝาย ชุมชนไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย และพื้นที่ใกล้เคียง

รื้ออาคารฝั่งตะวันออกสะพาน 1 เริ่มในปี 2569
ข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า ปี 2569 จะเริ่มรื้อถอนอาคารบริเวณฝั่งตะวันออกของสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ต่อเนื่องจากงานที่ดำเนินการในช่วงปี 2568-2569 ซึ่งใช้งบประมาณ 36 ล้านบาท
ในส่วนแนวป้องกันน้ำท่วมที่กรมการทหารช่าง กองทัพบก ทำไว้ก่อนหน้าในรูปแบบชั่วคราวและกึ่งถาวร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะรับฟังความเห็นจากพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การก่อสร้างแนวป้องกันแบบถาวรโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง
แม้มีแผนงานชัดขึ้น แต่ชาวบ้านบางส่วนยังไม่สบายใจ เพราะการรื้อถอนอาคารที่ขวางทางน้ำยังล่าช้า และอาจไม่ทันช่วงน้ำหลากปี 2569 อีกเรื่องที่ถูกพูดถึงมากคือแผนสร้างพนังกั้นน้ำ 2 ชั้น โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเริ่มทำจากแนวด้านในก่อน
ชาวบ้านมองว่า ระหว่างก่อสร้างอาจเกิดน้ำท่วมใหญ่ได้ จึงอยากให้เริ่มทำแนวชั้นนอกก่อน และทำเป็นแบบถาวรไปเลย เมื่อแนวชั้นนอกเสร็จแล้วค่อยเดินงานชั้นใน รวมถึงงานระบบอื่นๆ ต่อไป บางจุดมีการขึ้นป้ายสะท้อนความกังวล ซึ่งฝ่ายปกครองรับเรื่องไว้เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนปี 2567 ทำแม่สายยังระแวง
รายงานในพื้นที่ระบุว่า แม่น้ำสายเคยเอ่อล้นท่วมหนักในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. 2567 กระทบทั้งฝั่ง อ.แม่สาย และฝั่งเมียนมา สร้างความเสียหายในย่านเศรษฐกิจจำนวนมาก หลังเหตุการณ์นั้น กรมการทหารช่าง กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 3 ได้ขุดลอกแม่น้ำรวกบริเวณปลายน้ำของแม่น้ำสาย และทำแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวและกึ่งถาวรตลอดแนว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจัดสรรงบปี 2568-2569 รวม 23,578,000 บาท ให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาแนวทางแก้ปัญหาอย่างถาวร

ขอบเขตศึกษา 56.13 ตร.กม. ตั้งเป้ารองรับน้ำ 430 ลบ.ม.ต่อวินาที
พื้นที่ศึกษาอยู่ในเขตเทศบาล ต.เวียงพางคำ เทศบาล ต.แม่สาย และเทศบาล ต.แม่สายมิตรภาพ รวม 56.13 ตารางกิโลเมตร แนวคิดหลักคือจัดให้มี “ทางน้ำหลาก” พร้อมคันป้องกันน้ำหลากและระบบระบายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ไหลผ่านฝายกั้นน้ำเหมืองแดงบริเวณวัดถ้ำผาจมได้ไม่น้อยกว่า 430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นค่าน้ำหลากสูงสุดที่เกิดขึ้นในปี 2567
แผนรองรับการย้ายถิ่น เล็งที่ดิน 3 แปลง
โครงการยังมีแนวทางจัดหาที่ดินรองรับผู้ได้รับผลกระทบ โดยกำหนดพื้นที่เบื้องต้น 3 แปลง คือ
- แปลงที่ 1 สถานีใบยาสูบเวียงพาน 78 ไร่ 1 งาน 72 ตารางวา ห่างชายแดน 2.5 กิโลเมตร
- แปลงที่ 2 ที่ดินของกระทรวงการคลัง ราว 1,000 ไร่ ห่างชายแดน 7.5 กิโลเมตร
- แปลงที่ 3 ราชพัสดุ 35 ไร่ ห่างชายแดน 1.5 กิโลเมตร

รายละเอียดแนวคันกั้นน้ำ ถนนใหม่ และกรอบเวลา
แนวคันกั้นริมฝั่งแม่น้ำสายแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วงที่ 1 ยาว 998 เมตร ช่วงที่ 2 ยาว 1,361 เมตร และช่วงที่ 3 ยาว 1,561 เมตร มีแผนรื้อย้ายอาคารสิ่งปลูกสร้างรวมแนวยาว 485 เมตร และทำถนนตามแนวใหม่หลายจุด ได้แก่ ถนนตัดแนวใหม่ 631 เมตร ถนนเกาะทราย 769 เมตร และถนนกรมชลประทาน 2,035 เมตร
ช่วงปลายปี 2568 ถึงกลางปี 2569 จะเป็นงานสำรวจและออกแบบ ใช้เวลารวม 6 เดือน จากนั้นนำเสนอคณะรัฐมนตรี พร้อมเดินหน้าจัดหาที่ดินด้วยวิธีเจรจาซื้อขายในปี 2569-2570 ใช้เวลา 15-18 เดือน วงเงินงบกลาง 600 ล้านบาท
ต้นปี 2570 วางแผนเริ่มก่อสร้างคันดินและคันคอนกรีตเสริมเหล็กระยะแรก ไปจนถึงปลายปี 2571 ใช้เวลา 12-18 เดือน งบประมาณ 140 ล้านบาท หลังจากนั้นจะก่อสร้างคันคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนส่วนที่เหลือ รวมถึงปรับปรุงถนนเดิม ตั้งแต่ปลายปี 2570 ถึงกลางปี 2573 ใช้เวลา 24-35 เดือน งบประมาณ 160 ล้านบาท
ในส่วนการจัดหาที่ดินด้วยวิธีปรองดองและการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน จะทำช่วงต้นปี 2571 ถึงสิ้นปี 2572 ใช้เวลา 12-24 เดือน งบประมาณ 400 ล้านบาท ต่อด้วยงานเขื่อนป้องกันตลิ่งและจัดภูมิทัศน์ทางน้ำหลาก ช่วงกลางปี 2572 ถึงกลางปี 2575 ใช้เวลา 30-36 เดือน งบประมาณ 400 ล้านบาท และงานปรับปรุงระบบระบายน้ำหลัก ตั้งแต่กลางปี 2571 จนสิ้นสุดโครงการในปี 2575 ใช้เวลา 42-48 เดือน งบประมาณ 450 ล้านบาท งบทั้งหมดของแผนแก้ปัญหาแบบถาวรรวมประมาณ 2,950 ล้านบาท
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวบ้านในอำเภอแม่สายไม่พอใจโครงการก่อสร้างกำแพงกันน้ำท่วมมูลค่า 3 พันล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News
ปั๊มน้ำมันในจังหวัดเชียงรายน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน 95 หมด
เชียงราย – ปริมาณน้ำมันตามปั๊มหลายจุดในจังหวัดเชียงรายลดลงอย่างรวดเร็ว หลังมีคนขับรถจำนวนมากแห่ไปเติมน้ำมันพร้อมกันตลอดทั้งวันวันที่ 3 มีนาคม หลายคนเติมเต็มถัง และบางส่วนเติมใส่แกลลอนสำรองด้วย พอช่วงเย็น ปั๊มหลายแห่งแจ้งว่าน้ำมันหมด และปิดให้บริการก่อนเวลา
จากรายงานในพื้นที่ บางปั๊มหมดดีเซลก่อน ขณะที่บางแห่งหมดแก๊สโซฮอล์ 95 ยังมีบางจุดพอเหลือน้ำมันบางชนิด แต่เริ่มจำกัดการขาย หรือหยุดจ่ายชั่วคราวเมื่อสต็อกใกล้หมด
เช้าวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวในเชียงรายระบุว่า ความต้องการที่พุ่งขึ้นเริ่มจากความกังวลของชาวบ้านต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้คนออกไปเติมเต็มถังมากกว่าปกติ ส่งผลให้ยอดใช้เพิ่มขึ้นในเวลาไม่นาน

ช่วงค่ำของวันที่ 3 มีนาคม ปั๊มน้ำมันหลายแห่งทั่วจังหวัดติดป้ายแจ้งน้ำมันหมด แล้วปิดทำการเร็วขึ้น เหตุการณ์นี้เกิดทั้งในเขตเมืองและอำเภอชายแดน
ด้านหัวหน้าสำนักงานพลังงานจังหวัด (Provincial Energy Office) ประสัก งามสมบัก พร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงราย สุภามิตร เต็งเผ่า ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ เพื่อตรวจสถานีบริการ โดยเน้นแนวชายแดนไทย เมียนมา โดยเฉพาะแม่สายและแม่จัน
ระหว่างการตรวจ เจ้าหน้าที่พบว่าหลายปั๊มหยุดจำหน่ายชั่วคราว หรือปิดก่อนเวลา เพราะน้ำมันหมดในถัง ผู้ประกอบการให้ข้อมูลว่า จะมีการส่งน้ำมันเข้ามาเพิ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 4 มีนาคม และหลังได้รับของแล้ว การให้บริการน่าจะกลับมาเป็นปกติครบทุกรายการ

สุภามิตร เต็งเผ่า ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์แล้ว และยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ โดยมีปริมาณสำรองรองรับได้ราว 30 ถึง 60 วัน แม้เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ
เธอยังขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก หากพบพฤติกรรมที่ดูผิดปกติ เช่น ปั๊มปิดโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน สามารถแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือแจ้งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายได้
ขณะเดียวกัน มีรายงานฝั่งท่าขี้เหล็ก เมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามเชียงรายว่า มีผู้ค้าบางรายซื้อน้ำมันจากปั๊มแล้วนำไปแบ่งใส่ขวดเล็กเพื่อขายต่อ ทำให้ราคาเพิ่มเร็ว
ช่วงต้นวัน ขวดขนาด 1.50 ลิตร มีรายงานว่าขายอยู่ราว 100 ถึง 200 บาท แต่พอตกเย็น ราคาขยับขึ้นมาประมาณ 250 บาท ขณะที่ปริมาณลดลงเหลือราว 700 มิลลิลิตร
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
เชียงราย - Chiang Rai News
รวบคู่สามีภรรยาคดีฉ้อโกงในเชียงราย เจอปืนลูกโม่ .38 ทำเองคาตัว
เชียงราย – ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมสามีภรรยาที่มีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างตรวจค้นพบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเองอยู่กับฝ่ายชาย เจ้าตัวยอมรับพกไว้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัยระหว่างหลบหนี
คดีนี้เริ่มจาก ตำรวจได้รับเบาะแส จากประชาชนในพื้นที่ ระบุว่าถนนช่วงยาวและค่อนข้างเปลี่ยว ระหว่างอำเภอเทิงกับอำเภอพญาเม็งราย มักได้ยินเสียงคล้ายประทัดหรือเสียงปืนดังเป็นระยะ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่มั่นใจ
เพราะเหตุนี้ หลายหน่วยงานจึงประสานกำลังและตั้งจุดเฝ้าระวังตามเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้า
เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นชายหญิงขี่รถจักรยานยนต์สีดำ รุ่น CBR ใช้ความเร็วสูงจากฝั่งอำเภอเทิง มุ่งหน้าไปทางอำเภอพญาเม็งราย ตำรวจให้สัญญาณเรียกตรวจ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องหนีไปทางบ้านสันป่าสัก ตำบลเม็งราย
จากนั้นตำรวจติดตามอย่างใกล้ชิด และสกัดรถได้ตอนเลี้ยวเข้าถนนซอยในหมู่ 3 ตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัว ทั้งสองมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและดูมีพิรุธ
ตำรวจตรวจค้นตัวผู้ขับขี่ และตรวจสอบกระเป๋าสะพายสีเขียวเข้มที่พกติดตัว พบอาวุธปืนลูกโม่ .38 แบบทำเอง ไม่มีเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก

ตรวจพบมีหมายจับคดีฉ้อโกงในพื้นที่กรุงเทพฯ
ต่อมาตำรวจตรวจสอบข้อมูลผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือ
- วรัญยู อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย
- ฉัตรแก้ว อายุ 38 ปี ชาวตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย
เมื่อเช็กกับฐานข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบทั้งสองมีหมายจับค้างอยู่ เชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงในท้องที่ตำรวจกรุงเทพมหานคร
ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญ ร่วมกันหลอกลวงในลักษณะเงินกู้ และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือนจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน
ระหว่างทำบันทึกจับกุม วรัญยูรับว่าอาวุธปืนเป็นของตน เขาบอกว่าหยิบออกจากบ้านในอำเภอเทิง เพราะต้องการพกไว้ป้องกันตัว ระหว่างเดินทางไปซ่อนอยู่บ้านญาติในอำเภอพญาเม็งราย
ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พญาเม็งราย และประสาน สน.ตลิ่งชัน เพื่อดำเนินการตามหมายจับต่อไป

ตำรวจเชียงรายจับขบวนการลักลอบขนอะโวคาโดข้ามแดน ยึดของกลางกว่า 4.9 ตัน
อีกคดีในจังหวัดเชียงราย ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายจับกุมกลุ่มผู้ต้องสงสัยลักลอบนำเข้าอะโวคาโดจากเมียนมาเข้าประเทศไทย บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย พร้อมยึดของกลางมากกว่า 4.9 ตัน โดยตำรวจระบุว่าไม่พบเอกสารศุลกากร และไม่มีเอกสารตรวจสุขอนามัยหรือเอกสารตรวจพืชตามขั้นตอน
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2026 ผู้บังคับบัญชาระดับจังหวัดสั่งการให้สืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 3 ราย ได้แก่ กิตติพงษ์ อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสอง จังหวัดแพร่, กิตติกรณ์ อายุ 36 ปี ชาวอำเภอเมืองกำแพงเพชร และ ทรงพล อายุ 34 ปี ชาวตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่กล่าวหาว่า ทั้งสามร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ขนย้าย ครอบครอง หรือจำหน่ายสินค้า ที่ควรรู้ว่าเป็นของนำเข้าที่ไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร
การจับกุมเกิดขึ้นหลังชุดลาดตระเวนตรวจเข้มแนวชายแดนไทยเมียนมาในพื้นที่แม่สาย ระหว่างตรวจจุดใกล้อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในหมู่ 13 ตำบลแม่สาย พบรถกระบะส่วนบุคคล 2 คันจอดอยู่ใกล้กัน
คันแรกเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชร บรรทุกอะโวคาโด 113 ลัง ลังละ 25 กิโลกรัม รวม 2,825 กิโลกรัม ส่วนคันที่สองเป็นรถกระบะสีขาว ทะเบียนกำแพงเพชรเช่นกัน บรรทุก 50 ลัง รวม 1,250 กิโลกรัม
ตำรวจระบุว่า กิตติพงษ์ และ กิตติกรณ์ เป็นคนขับรถกระบะทั้งสองคัน ขณะที่ ทรงพล อยู่บริเวณอาคารพาณิชย์ในช่วงตรวจค้น
หลังตรวจสอบสินค้า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอะโวคาโดมาจากเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามอำเภอแม่สาย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ต้องสงสัยไม่สามารถแสดงใบอนุญาตนำเข้า ใบรับรองสุขอนามัยจากประเทศต้นทาง หรือเอกสารตรวจจากด่านกักกันพืชได้ ตำรวจจึงยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก” ก่อนสงกรานต์
เชียงราย - Chiang Rai News
สถานีบริการน้ำมันเชียงรายพบแถวยาวเหยียดเนื่องจากความตื่นตระหนกเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน
เชียงราย – บริเวณชายแดนแม่สายคึกคักตั้งแต่เมื่อคืนและต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันนี้ เนื่องจากคนไทยและชาวเมียนมาร์จากฝั่งท่าขี้เหล็กต่างพากันไปเติมน้ำมันที่ปั๊มหลายแห่ง สาเหตุหลักมาจากความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและข่าวที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก
พอสะพานมิตรภาพไทยเมียนมาเปิดเวลา 06.30 น. รถยนต์และรถจักรยานยนต์จากฝั่งเมียนมาก็ไหลเข้ามาในอำเภอแม่สายต่อเนื่อง หลายคนกังวลว่าไทยอาจงดส่งออกน้ำมันไปประเทศรอบข้าง จึงรีบมาเติมไว้ก่อน ส่งผลให้ความต้องการในพื้นที่พุ่งขึ้นในช่วงสั้นๆ
ด้านสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงรายออกมาตรการคุมเข้ม ตามข้อสั่งการของนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยย้ำชัดให้สถานีบริการทุกแห่ง “ห้ามปฏิเสธการขาย” และ “ห้ามกักตุนเพื่อเก็งกำไร” ในช่วงที่ราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวน พร้อมสื่อสารว่าไทยยังบริหารจัดการได้ และยังไม่มีสัญญาณขาดแคลนตามที่หลายคนกังวล
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ถูกสั่งให้ลงพื้นที่ติดตามพฤติกรรมการจำหน่ายอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงก่อนปรับขึ้นราคา เพราะมักมีการอ้าง “น้ำมันหมด” เพื่อหวังผลประโยชน์ นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันด้วยว่าน้ำมันในประเทศยังเพียงพอ แม้ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ แต่มีแผนรองรับไว้แล้ว
จังหวัดยังขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนกหรือซื้อกักตุนเกินจำเป็น เพราะยิ่งแห่ซื้อพร้อมกัน จะยิ่งทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเทียม และกระทบคนที่จำเป็นต้องใช้จริง

6 มาตรการเร่งด่วน ดูแลสถานการณ์น้ำมันในอำเภอแม่สาย
- ให้คนไทยได้ใช้ก่อน สถานีบริการต้องจัดสรรน้ำมันให้ประชาชนชาวไทยเป็นอันดับแรก เพื่อใช้ทำเกษตร เดินทาง และขนส่งในชีวิตประจำวัน
- ห้ามขายใส่ภาชนะอื่นเด็ดขาด ยกเว้นกรณีจำเป็นเพื่อเกษตรกรรมหรือก่อสร้าง โดยต้อง ลงทะเบียน ระบุชื่อและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
- ต่างชาติต้องลงทะเบียนทุกครั้ง ชาวต่างชาติที่เข้ามาเติมน้ำมันในพื้นที่แม่สาย ต้องลงทะเบียนก่อนรับบริการ
- เติมเกินจำเป็น หรือเติมวนหลายรอบ ให้ปฏิเสธขายทันที หากพบพฤติกรรมเติมมากกว่า 1 ครั้งต่อวัน หรือเข้าข่าย “เวียนเติม” ให้สถานีบริการหยุดขายในทันที
- แนะนำกระจายไปจุดใกล้เคียง หากแม่สายตึงตัว ถ้าน้ำมันในแม่สายเริ่มไม่พอ ให้ประชาชนไปใช้บริการในอำเภอใกล้เคียงที่ยังมีสต็อกเพียงพอ
- พบโกง กักตุน หรือปฏิเสธขายแบบไม่มีเหตุผล ให้แจ้งทันที จังหวัดย้ำว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มงวด และดำเนินการถึงที่สุดกับผู้กระทำผิด
ผู้ว่าฯเชียงรายย้ำว่า มาตรการทั้งหมดตั้งใจจัดระเบียบให้คนในพื้นที่มีพลังงานใช้อย่างทั่วถึง โดยให้ความสำคัญกับปากท้องและปัจจัยการผลิตของคนท้องถิ่นก่อน
ช่องทางแจ้งเหตุ
หากพบปั๊มน้ำมันปฏิเสธการขาย หรือมีพฤติกรรมกักตุนโดยไร้เหตุผล แจ้งได้ที่ สำนักงานพลังงานจังหวัดเชียงราย โทร. 081-6926662 (สายด่วน 24 ชม.)
ผู้ว่าฯ เชียงรายเร่งเคลียร์ข้อกังวล “สารหนูในแม่น้ำกก ก่อนสงกรานต์
เชียงรายแมนเปิดเผยที่มาของเลขล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัล กวาดเงินรางวัลไปถึง 60 ล้านบาท
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoจังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน


