เชียงราย - Chiang Rai News
ชาวบ้านในอำเภอแม่สายไม่พอใจโครงการก่อสร้างกำแพงกันน้ำท่วมมูลค่า 3 พันล้านบาท
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวจาก ข่าวข้ามพรมแดน รายงานว่า ในช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมา ชาวบ้านและเจ้าของธุรกิจในชุมชนถ้ำผาจอมและไทรลมชอย อำเภอแม่ไทร จังหวัดเชียงราย…
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวจาก ข่าวข้ามพรมแดน รายงานว่า ในช่วงสองถึงสามวันที่ผ่านมา ชาวบ้านและเจ้าของธุรกิจในชุมชนถ้ำผาจอมและไทรลมชอย อำเภอแม่ไทร พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย ได้ออกมาประท้วงโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมของกรมโยธาธิการและผังเมือง
สาเหตุหลักคือ พวกเขาไม่เห็นด้วยกับโครงการมูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท ที่เสนอให้สร้างเขื่อนสองชั้น โดยพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนกว่า 840 หลังที่อยู่ระหว่างกำแพงทั้งสองจะถูกกำหนดให้เป็น “ทางน้ำไหล” แทนที่จะได้รับการปกป้องเหมือนพื้นที่ภายในกำแพง
ตัวแทนจากบ้านแม่ไทร หมู่บ้านที่ 1 ตำบลเวียงพังคำ กล่าวว่า แผนดังกล่าวดูเหมือนจะผลักภาระความเสี่ยงไปให้ผู้ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พวกเขากังวลเป็นพิเศษว่า หากเกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนในปี 2567 พื้นที่ระหว่างกำแพงอาจกลายเป็นแอ่งน้ำขังที่มีการระบายน้ำไม่ดี อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างความไม่สบายใจให้กับชาวบ้านคือ การที่รัฐบาลยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการชดเชยหรือการเยียวยาที่เป็นธรรม หากผังเมืองกำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตป้องกันน้ำท่วมตามกฎหมาย ดังนั้น ชาวบ้านจึงต้องการให้ทางการสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมที่แข็งแรงขึ้น และเร่งดำเนินการขุดลอกแม่น้ำแม่สาย

นายสิทธิศักดิ์ อินใจคำ รองนายอำเภอแม่สาย กล่าวว่า เขาได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาและอธิบายข้อมูลให้ประชาชนเข้าใจแล้ว เขาเน้นย้ำว่า โครงการกำแพงป้องกันน้ำท่วมสองชั้นยังอยู่ในขั้นตอนการปรึกษาหารือกับประชาชน ก่อนหน้านี้ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งแรกเพื่อศึกษาแผนแม่บทในการปรับปรุงแม่น้ำแม่สายและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในจังหวัดเชียงราย การศึกษานี้ดำเนินการโดยบริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นบริษัทที่กรมโยธาธิการและผังเมืองว่าจ้างให้สำรวจและออกแบบ ในเบื้องต้น การออกแบบยังไม่เสร็จสมบูรณ์และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่
นายสิทธิศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความกังวลเรื่องน้ำท่วมในปี 2569 ทางอำเภอร่วมกับจังหวัดและกรมโยธาธิการจังหวัดเชียงราย ได้ขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ซึ่งได้รับการอนุมัติในหลักการแล้วจำนวน 36 ล้านบาท ขณะนี้กำลังจัดทำแผนรายละเอียดสำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยจะเน้นการเสริมความแข็งแรงของแนวกั้นน้ำชั่วคราว/กึ่งถาวรที่มีอยู่ ซ่อมแซมรอยรั่วที่ก่อให้เกิดความเสียหาย และรื้อถอนอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง 14 หลังที่กีดขวางทางน้ำและสร้างปัญหาคอขวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

รองนายอำเภอแม่สายกล่าวเพิ่มเติมว่า… ได้มีการประสานงานอย่างต่อเนื่องกับทางการเมียนมาร์ และได้ตกลงที่จะจัดการประชุมความคืบหน้าทุกสัปดาห์ ฝ่ายเมียนมาร์ได้เริ่มดำเนินการขุดลอกและก่อสร้างกำแพงกันดินในพื้นที่แล้ว ความกังวลเกี่ยวกับการถมดินในแม่น้ำ ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะเป็นการรุกล้ำ ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นขั้นตอนทางเทคนิคเพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานได้ ดินที่ขุดออกไปจะถูกนำออกเมื่อโครงการแล้วเสร็จ เพื่อฟื้นฟูการไหลของแม่น้ำให้เหมือนกับฝั่งไทย
นายบันดิต พันภากร ประธานสภาเทศบาลเมืองเวียงพังคำ กล่าวว่า เข้าใจความต้องการของชาวบ้านที่ต้องการเพิ่มความสูงของกำแพงกันดิน แต่ความสูงที่เสนอไว้ที่ 6 เมตรนั้นเป็นข้อจำกัดเนื่องจากข้อควรพิจารณาด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่มากเกินไปต่อฝั่งเมียนมาร์จากระดับน้ำที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงไม่สามารถสร้างกำแพงให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมจริงในปี 2567 ได้

ประธานสภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เทศบาลกำลังเร่งดำเนินการขอเงินทุน 250,000 บาทจากสถาบันพัฒนาชุมชน (CODI) เพื่อขุดลอกตะกอนจาก “ลำเมืองแดง” ซึ่งเป็นทางน้ำสายหลักในพื้นที่ไทรลมชอย โดยใช้รถขุดขนาดเล็กในการทำงานในพื้นที่แคบและพื้นที่หน่วยงานราชการที่เครื่องจักรขนาดใหญ่จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเข้าไม่ถึง เพื่อปรับปรุงการระบายน้ำในพื้นที่ด้านใน
แม้มาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ในระดับหนึ่ง แต่ชาวบ้านแม่สายยังคงเฝ้าติดตามและกังวลเกี่ยวกับ… ความชัดเจนของโครงการระยะยาวมูลค่า 3 พันล้านบาท และวิธีที่รัฐบาลจะจัดการกับบ้านเรือน 840 หลังที่อาจอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยไม่มีการรับประกันค่าชดเชยที่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังผาเมือง (ฉก.ทัพเจ้าตาก) สกัดยาเสพติดพื้นที่แม่สาย เชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – นักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม
การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก
ประเด็นสำคัญ
- โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
- นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
- กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน
หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ
ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้
หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย
ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด
ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย
การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว
กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ
สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก
นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว
การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ
ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย
การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
เชียงราย - Chiang Rai News
ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ท่ามกลางความเงียบสงบของชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างดุเดือด แก๊งคนร้ายพยายามขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมหาศาลข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งประเทศไทย แต่โชคดีที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐสกัดกั้นเอาไว้ได้ทันท่วงที
ชุดปฏิบัติการทหารจากกองกำลังผาเมืองได้ออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา พวกเขาเฝ้าระวังพื้นที่บริเวณชุมชนตลาดชายแดนบ้านสายลมจอย เพื่อป้องกันการลักลอบกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ การลาดตระเวนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยครั้งนี้นำไปสู่การเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่กำลังแอบข้ามแม่น้ำสาย
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุปะทะเดือด: ทหารไทยยิงปะทะกับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาตินานประมาณ 5 นาที ที่บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
- ยึดของกลางจำนวนมาก: เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาคีตามีนน้ำหนักรวมกว่า 150 กิโลกรัม พร้อมกับรถยนต์หนึ่งคันที่เตรียมไว้สำหรับขนย้าย
- คนร้ายล่าถอยหลบหนี: กลุ่มผู้ก่อเหตุตัดสินใจทิ้งของกลางและหลบหนีข้ามแม่น้ำกลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลาประมาณตีสี่ครึ่ง เจ้าหน้าที่ทหารได้สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนสี่ถึงหกคนกำลังเดินฝ่ากระแสน้ำ พวกเขาแบกกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำอย่างมิดชิดข้ามมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อชายกลุ่มนี้เดินทางมาถึงฝั่งไทย พวกเขาก็รีบขนถุงดำมุ่งหน้าไปยังรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี สีขาวที่จอดรอรับอยู่บริเวณนั้น
ทันทีที่ประเมินสถานการณ์และเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอเข้าทำการตรวจค้นอย่างละเอียดทันที ทว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยกลับไม่ยอมจำนนต่อเจ้าหน้าที่ และตัดสินใจใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเบิกทางใส่กลุ่มทหาร เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการยิงปะทะตอบโต้กันอย่างดุเดือดนานประมาณห้านาทีริมฝั่งแม่น้ำ
หลังจากสิ้นเสียงปืนปะทะกัน เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายยังคงปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย ส่วนกลุ่มคนร้ายเมื่อเห็นท่าไม่ดีและไม่สามารถสู้รบได้ จึงตัดสินใจทิ้งของกลางแล้วล่าถอยหนีข้ามแม่น้ำสายกลับไป พวกเขาสามารถหลบหนีข้ามพรมแดนไปยังฝั่งตรงข้ามได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยความมืด
การตรวจสอบพื้นที่และค้นพบยาเสพติดอันตราย
เมื่อสถานการณ์ความตึงเครียดสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารได้จัดกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวที่ถูกจอดทิ้งเอาไว้ พวกเขาทำการตรวจค้นอย่างละเอียดแต่ไม่พบผู้ใดหลบซ่อนตัวอยู่ภายในรถยนต์คันนั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางที่ถูกดัดแปลงและห่อด้วยถุงดำจำนวนสี่ใบวางอยู่ใกล้กับรถ
ถุงสีดำปริศนาเหล่านี้ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมสำหรับนำขึ้นรถ เพื่อขนย้ายยาเสพติดส่งต่อไปยังพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย เมื่อทำการเปิดตรวจสอบภายในถุงอย่างระมัดระวัง เจ้าหน้าที่พบว่ามันคือยาเสพติดประเภทคีตามีนจำนวนมหาศาลซุกซ่อนอยู่ ยาเสพติดล็อตนี้ถือเป็นสารอันตรายที่ทำลายระบบประสาทและจิตใจของผู้เสพอย่างรุนแรง
การยึดของกลางและการดำเนินคดีทางกฎหมายตามขั้นตอน
จากการชั่งน้ำหนัก แต่ละกระสอบมียาคีตามีนบรรจุอยู่ประมาณสี่สิบกิโลกรัม รวมน้ำหนักของกลางทั้งหมดที่ยึดได้สูงถึง 150 กิโลกรัม หลังจากนั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองกำลังผาเมืองได้สั่งการด่วนให้หน่วยทหารในพื้นที่เข้ามาจัดการและควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดยาคีตามีนทั้งหมดพร้อมกับรถยนต์ของกลางอย่างรวดเร็ว
ของกลางทั้งหมดถูกนำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อนำไปเป็นหลักฐานและดำเนินการสืบสวนตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ในการปกป้องชายแดน การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดนี้จะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อความปลอดภัยของสังคมไทย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน
สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ชาวบ้านต้องตื่นตกใจเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้อย่างรุนแรงที่อู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง สถานที่เกิดเหตุตั้งอยู่บริเวณใต้สะพานฮ่องอ้อ ในพื้นที่ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากในอู่ซ่อมรถมักมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดีเก็บไว้จำนวนมาก
หลังจากได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินเมื่อเวลา 21.25 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างมีระบบและตรงจุด พวกเขาสามารถระดมกำลังฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเปลวไฟได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไฟไม่ลุกลามไปยังบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ข้างเคียง ซึ่งถือเป็นการป้องกันภัยที่รวดเร็วมาก
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถยนต์ใต้สะพานฮ่องอ้อ ตำบลดอยฮาง เมื่อเวลา 21.25 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2569
- ทีมดับเพลิงทำงานรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการสกัดกั้นเพลิง ทำให้เปลวไฟไม่ลุกลามไปยังพื้นที่อื่น
- ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินความเสียหายทั้งหมด
การระดมกำลังของทีมกู้ภัยจากหลายหน่วยงาน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่เปิดให้บริการในลักษณะอาคารเช่า โดยไม่มีเลขที่ตั้งชัดเจน เมื่อทีมงานไปถึง ไฟกำลังลุกไหม้ตัวอาคารอย่างรวดเร็ว ทีมดับเพลิงจึงไม่รอช้า เร่งวางสายยางและระดมฉีดน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ พวกเขาใช้เวลาเพียง 20 นาทีก็สามารถดับเปลวไฟลงได้สำเร็จ
การระงับเหตุครั้งนี้สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตามการรายงานของ สำนักข่าวท้องถิ่น ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งเทศบาลนครเชียงราย เทศบาลตำบลดอยฮาง และเทศบาลตำบลแม่ยาว นอกจากนี้ยังมีทีมกู้ภัยจากมูลนิธิสยามเชียงราย มูลนิธิแสงธรรมเชียงราย และทีมเชียงรายการดับเพลิงเข้ามาช่วยสนับสนุน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็เข้าตัดไฟเพื่อความปลอดภัยด้วย
เดินหน้าหาสาเหตุและประเมินความเสียหาย
แม้ว่าสถานการณ์เพลิงไหม้จะสงบลงแล้ว แต่การทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินต่อไป เบื้องต้นยังไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าต้นเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากอะไร โชคดีที่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีท่ามกลางความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้น
ในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในอู่ซ่อมรถ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินอย่างละเอียด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานจากกองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการปิดกั้นพื้นที่เอาไว้ พวกเขาเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างรอบคอบ เพื่อรวบรวมหลักฐานและหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ที่ถูกต้องต่อไป
เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจและชาวบ้านในพื้นที่ การดูแลความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีวัตถุไวไฟหรือสารเคมีต่างๆ การเตรียมถังดับเพลิงและการมีสติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ได้อย่างแน่นอน ความรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ช่วยรักษาชุมชนดอยฮางเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
แพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมหญิง 2 ราย ในคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการเสนองานปลอม มูลค่า 27 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoด่วน! AIS เตือนลูกค้าอัปเดตข้อมูลซิมก่อน 31 ส.ค. 2569 ป้องกันโดนตัดสัญญาณ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจทลายแก๊งค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย




