Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานปีใหม่ลาหูสากลครั้งที่ 3

เชียงรายจัดงาน มหกรรมเฉลิมฉลองปีใหม่ลาหูนานาชาติ ครั้งที่ 3 และงานอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยประชาสัมพันธ์ว่าจะเปิดงานวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS จังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย พิธีเปิดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย…

Naree Srisuk

Published

on

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดงานปีใหม่ลาหูสากลครั้งที่ 3

เชียงรายจัดงาน มหกรรมเฉลิมฉลองปีใหม่ลาหูนานาชาติ ครั้งที่ 3 และงานอนุรักษ์วัฒนธรรม โดยประชาสัมพันธ์ว่าจะเปิดงานวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS จังหวัดเชียงราย อำเภอเมืองเชียงราย พิธีเปิดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชูชีพ พงษ์ไชย เป็นประธาน

มองเผินๆ งานนี้อาจดูเหมือนเทศกาลประจำปีทั่วไป แต่ถ้ามองให้ลึกขึ้น จะเห็นความพยายามระดับท้องถิ่นที่สำคัญ คือการทำให้ “ความหลากหลายชาติพันธุ์” เป็นพลังร่วมของสังคมไทย โดยไม่ทำให้ชุมชนถูกลดทอนเหลือแค่สินค้าในตลาดท่องเที่ยว

ปีใหม่ลาหูคืออะไร

ข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์จาก ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หรือ SAC อธิบายว่า ปีใหม่ลาหูที่มักเรียกว่า “กินวอ (Kin Wo)” เป็นพิธีและเทศกาลหลักที่ผูกกับวงจรชีวิต ความเชื่อ และโครงสร้างของชุมชน ภายในงานมักมีพิธีกรรม การรวมญาติ การแสดงความเคารพผู้ใหญ่ และการแสดงทางวัฒนธรรม

หัวใจของเรื่องนี้เข้าใจไม่ยาก วัฒนธรรมไม่ได้อยู่แค่บนเวที แต่มันคือระบบคุณค่าที่กำกับความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน เช่น การให้เกียรติผู้สูงอายุ สายสัมพันธ์เครือญาติ กติกาที่อยู่ร่วมกัน และบทบาทของพิธีกรรม พอเทศกาลถูกย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ในเมือง ความท้าทายก็เพิ่มทันที คือทำอย่างไรให้แก่นของประเพณียังอยู่ครบ ขณะเดียวกันคนภายนอกก็เข้าถึงและเข้าใจได้

เรื่องชาติพันธุ์ไม่ใช่ประเด็นเล็ก เพราะเป็นชีวิตจริงของผู้คนที่กระจายอยู่ตามจังหวัดภาคเหนือและพื้นที่ชายแดน ฐานข้อมูลชาติพันธุ์ของ SAC ระบุชุดตัวเลขหนึ่งว่า ประเทศไทยมีชาวลาหู 116,126 คน (ชาย 57,941 คน หญิง 58,185 คน) อยู่ใน 452 กลุ่มหมู่บ้าน ครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร ลำปาง น่าน และเพชรบูรณ์ โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานด้านสังคมและการพัฒนา

ขณะเดียวกัน รายงานของ กรมประชาสัมพันธ์ ในปี 2568 (งานครั้งที่ 2) ใช้อีกชุดตัวเลข ระบุว่ามีชาวลาหูในไทยราว 150,000 คน อยู่ในมากกว่า 800 หมู่บ้าน ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาในหลายจังหวัด

ตัวเลขที่ต่างกันไม่ได้แปลว่าใครผิดเสมอไป บ่อยครั้งเกิดจากความต่างของฐานข้อมูล ช่วงเวลาเก็บข้อมูล หรือคำนิยามที่ใช้ (เช่น สำรวจชุมชน ข้อมูลทะเบียน หรือค่าประเมินเชิงนโยบาย) การสื่อสารที่รับผิดชอบควรทำควบคู่กัน 2 อย่างคือ

  • ระบุแหล่งที่มาของตัวเลขทุกครั้ง
  • ใช้ตัวเลขเพื่อบอก “ขนาดของประเด็น” ไม่ใช่เพื่อขยายความเกินจริง

จากงานวัฒนธรรมสู่ Soft Power

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การพูดถึง Soft Power ของไทย ทำให้เทศกาลชาติพันธุ์ถูกจับตามากขึ้น หลายคนมองว่าเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ต่อยอดได้ทั้งท่องเที่ยว งานสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ของประเทศ ในมุมนี้ งานปีใหม่ลาหูนานาชาติที่เชียงรายก็ถูกมองเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารวัฒนธรรมต่อสาธารณะโดยอัตโนมัติ

คำว่า “นานาชาติ” ยังสื่อถึงความเชื่อมโยงข้ามพรมแดนของผู้คน สำหรับงานครั้งที่ 3 ในปี 2569 ณ เวลาที่เรียบเรียง ยังไม่พบเอกสารสาธารณะที่ตรวจสอบได้ซึ่งระบุรายชื่อประเทศที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ส่วนในปี 2568 กรมประชาสัมพันธ์รายงานว่า งานครั้งที่ 2 มีความร่วมมือกับชุมชนลาหูจากหลายประเทศ เน้นการฟื้นฟู อนุรักษ์ และสร้างการรับรู้ต่อสาธารณะ พร้อมเชื่อมกับการท่องเที่ยวเชียงราย

ถ้าวางแผนดี งานแบบนี้สร้างผลบวกได้อย่างน้อย 3 ชั้น

  1. การยอมรับในสังคม
    คนเห็นกลุ่มชาติพันธุ์เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ ไม่ใช่แค่ “ชุมชนชายแดน” ที่ถูกพูดถึงตอนเกิดวิกฤต
  2. รายได้จากฐานชุมชน
    งานสามารถเชื่อมงานหัตถกรรม อาหาร การแสดง และการเยี่ยมชุมชน โดยให้เกียรติเจ้าบ้าน
  3. ตัวตนและความภูมิใจ
    พื้นที่สาธารณะช่วยให้คนรุ่นใหม่อยากเรียนภาษา การแต่งกาย งานฝีมือ และพิธีกรรม เพื่อให้วัฒนธรรมเดินต่อได้

แต่ Soft Power ก็มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ถ้าวัฒนธรรมถูกแพ็กเป็นสินค้า และชุมชนไม่มีอำนาจตัดสินใจจริง ความเสี่ยงหลักๆ ได้แก่

  • ทำพิธีให้กลายเป็นโชว์
    ตารางงานที่แน่นอาจทำให้พิธีถูกย่อหรือปรับจนความหมายจางลงสำหรับคนในชุมชน
  • การหยิบใช้วัฒนธรรมโดยไม่ให้เครดิต
    ลวดลาย เสื้อผ้า สัญลักษณ์ หรือดนตรีอาจถูกนำไปใช้โดยไม่ระบุที่มา หรือไม่มีผลตอบแทนที่เป็นธรรม
  • การกระจายประโยชน์ไม่เท่าเทียม
    รายได้อาจไปกองอยู่ที่ผู้จัดหรือธุรกิจภายนอก มากกว่าจะถึงช่างฝีมือและศิลปินของชุมชน

รายงานกรมประชาสัมพันธ์ปี 2568 ยังบันทึกถ้อยแถลงของ จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดงานครั้งที่ 2 โดยเน้นการสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปะและประเพณีที่เชื่อมคนชาติพันธุ์ ย้ำหลักสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ

เมื่อนำมาวางในบริบทปี 2569 ภาพนี้เหมือนกรอบปฏิบัติที่งานวัฒนธรรมควรยึดไว้ให้ชัด

  • วัฒนธรรมคือ “สิทธิ” ไม่ใช่ของตกแต่งของชาติ
  • การทำให้งานชาติพันธุ์เป็นที่รู้จัก ต้องไม่ลดคนชาติพันธุ์เหลือแค่นักแสดงที่ต่อรองอะไรไม่ได้
  • ความหลากหลายต้องมากับความปลอดภัยและศักดิ์ศรี

เพราะแบบนี้ งานปีใหม่ลาหูนานาชาติที่เชียงรายจึงไม่ใช่แค่รายการกิจกรรม แต่มันแตะเรื่อง “ประชาธิปไตยทางวัฒนธรรม” ของไทยด้วย คือสังคมรับความต่างได้แค่ไหนในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่ในวันงาน

เทศกาลในเมืองกับการท่องเที่ยว

เชียงรายมีข้อได้เปรียบชัดเจน จังหวัดนี้มีชื่อด้านศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวมานาน พื้นที่จัดงานแบบศูนย์ประชุมทำให้รองรับคนจำนวนมากได้สะดวก และมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อม แต่ก็มีโจทย์สำคัญอยู่เหมือนกัน คือทำอย่างไรให้เทศกาลในเมืองเชื่อมไปถึง “ประสบการณ์ชุมชนจริง” โดยไม่สร้างผลกระทบด้านลบ

แนวทางที่พูดกันมากขึ้นในไทยคือการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (ethical หรือ responsible tourism) สำหรับบริบทวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ควรมีอย่างน้อย 4 ส่วน

  • ความยินยอมและกติกาชัดเจน
    การถ่ายภาพ วิดีโอ และการใช้ลวดลายควรขออนุญาต พร้อมแนวปฏิบัติที่ชัดเจน
  • การแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม
    รายได้ควรกลับไปถึงผู้ผลิตและผู้แสดงของชุมชนในสัดส่วนที่เหมาะสม
  • ให้ชุมชนเล่าเรื่องของตัวเอง
    เจ้าของวัฒนธรรมควรเป็นคนกำหนดเรื่องเล่า ไม่ใช่ให้คนอื่นพูดแทน
  • มีมาตรการป้องกันความเสียหาย
    ลดการเหมารวม การล้อเลียน และการทำให้วัฒนธรรมกลายเป็นความ “แปลกตา” เพื่อความบันเทิง

ข้อความประชาสัมพันธ์ของงานปี 2569 ระบุเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน เช่น การสร้างพื้นที่เรียนรู้และแลกเปลี่ยน และการสื่อสารอัตลักษณ์เพื่อให้สังคมเข้าใจและเคารพการอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม จุดชี้วัดจริงอยู่ที่การทำให้คำพูดพวกนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องในทางปฏิบัติ

ถ้าต้องการให้งานปีใหม่ลาหูนานาชาติกลายเป็น Soft Power ที่ยืนระยะ ไม่ใช่กระแสตามฤดูกาล งานในอนาคตควรตอบ 3 ประเด็นระดับระบบให้ได้

  1. ใครเป็นเจ้าของเรื่องเล่า
    ถ้าเนื้อหาถูกกำหนดจากมุมมองคนนอกเป็นหลัก ชุมชนจะกลายเป็น “โชว์” แต่ถ้าเรื่องเล่าออกมาจากชุมชน ความหมายจะมั่นคงและต่อยอดได้แบบไม่เสียรูป
  2. ใครได้ประโยชน์ และได้มากน้อยแค่ไหน
    งานที่แข็งแรงควรโปร่งใสตลอดห่วงโซ่ เช่น ค่าตอบแทนการแสดง สิทธิการขายสินค้า และทางเลือกงานให้คนรุ่นใหม่ในชุมชน
  3. รัฐและท้องถิ่นทำความเสมอภาคให้เกิดจริงอย่างไร
    คำประกาศเรื่องไม่เลือกปฏิบัติเป็นจุดเริ่มต้น แต่การปฏิบัติในชีวิตจริงต้องเชื่อมกับบริการสาธารณะ การเข้าถึงสิทธิ และการคุ้มครองศักดิ์ศรี ให้สอดคล้องกับสารที่รัฐสื่อสารไว้ในปี 2568

งาน ปีใหม่ลาหูนานาชาติ ครั้งที่ 3 จังหวัดเชียงราย (ประชาสัมพันธ์ว่าเริ่ม 17 มกราคม 2569) จึงเป็นทั้งโอกาสและบททดสอบ โอกาสคือการต่อยอดพลังวัฒนธรรมไปสู่การท่องเที่ยวและรายได้สร้างสรรค์ โดยยังรักษาศักดิ์ศรีไว้ บททดสอบคือการพาประเพณีขึ้นเวทีใหญ่แล้วไม่ทำให้วัฒนธรรมแบนลง หรือทำให้ชุมชนเสียอำนาจในการนิยามความหมายของตัวเอง

ในช่วงที่คำว่า Soft Power ถูกพูดถึงบ่อย สิ่งที่แยกงานที่อยู่ยาวออกจากข่าวที่ผ่านไปเร็ว คือความสามารถในการยืนบน 3 ฐานพร้อมกัน ได้แก่ ความจริงของพิธีกรรม สิทธิและศักดิ์ศรีของชุมชน และการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

ถ้าเชียงรายรักษาทั้ง 3 ข้อนี้ได้ งานปีใหม่ลาหูนานาชาติจะไม่ใช่แค่วันหนึ่งในปฏิทิน แต่มันอาจกลายเป็นตัวอย่างที่ใช้ได้จริงของการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพกัน และค่อยๆ สร้างความไว้ใจในชีวิตประจำวันในระยะยาว

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

รัฐมนตรีต่างประเทศชี้แจงว่า สหรัฐฯ ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพเป็นการชั่วคราว

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้

Rebecca Kim

Published

on

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
  • โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
  • ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้

พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง

สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้

แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม

นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ

ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

Naree Srisuk

Published

on

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน

ประเด็นสำคัญ

  • มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
  • เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
  • ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท

ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น

อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย

นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน

นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง

ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

Naree Srisuk

Published

on

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

หญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง

ประเด็นสำคัญ

  • ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
  • จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
  • เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ

งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน

ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้

การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง

เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม

ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย

พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว

ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว
ข่าวกีฬา Sports12 hours ago

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News13 hours ago

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
เชียงราย - Chiang Rai News14 hours ago

น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?
เทคโนโลยี - Tech15 hours ago

ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงใหม่ - Chiang Mai1 day ago

ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร
ข่าว - News1 day ago

นักเรียนชั้น ป.5 ต้องเย็บแผล 16 เข็ม หลังเพื่อนร่วมชั้นแทงด้วยกรรไกร

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News2 days ago

กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 weeks ago

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026
ฟุตบอล4 weeks ago

นอร์เวย์โชว์ฟอร์มดุ ถล่มอิรัก 4-1 เออร์ลิง ฮาลันด์ เหมาสองประตูในศึกฟุตบอลโลก 2026

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย
ข่าว - News4 weeks ago

อุบัติเหตุสุดสยอง! รถบัสคนงานโรงงานชนท้ายรถโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี บาดเจ็บ 24 ราย

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 weeks ago

นาทีชีวิต! กู้ภัยระดมกำลังช่วยคนงานพลัดตกตึกไซต์ก่อสร้างเชียงใหม่ เหล็กเส้นเสียบหลังสยอง

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว
ข่าว - News4 weeks ago

เปิดวิ่งฉลุย! ขยายถนนทางหลวงหมายเลข 101 เส้นทางใหม่ เชื่อมน่านทะลุลาว ยกระดับการค้าและท่องเที่ยว

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจกำลังตามล่าชายที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุ 13 ปี นานกว่า 2 ปี

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่
ฟุตบอล4 weeks ago

เมสซี่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริก! อาร์เจนตินา ถล่ม แอลจีเรีย 3-0 เปิดหัวฟุตบอลโลก 2026 อย่างยิ่งใหญ่

เหตุการณ์ยิงกันเสียชีวิตที่ฟิตเนส: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตเพราะนอกใจ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เหตุการณ์ยิงกันเสียชีวิตที่ฟิตเนส: ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตเพราะนอกใจ

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน

Download Our App

Trending