ข่าวอาชญากรรม - Crime
จบปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์! Apple เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน iPhone สกัดสายสแปมอยู่หมัด
กรุงเทพฯ -เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับความน่ารำคาญนี้เป็นอย่างดี เมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นแต่กลับกลายเป็นสายสแปมหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ปัญหานี้กวนใจผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกมานานหลายปี และยังสร้างความรำคาญใจอย่างต่อเนื่องทุกวัน แต่การรอคอยเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาดได้สิ้นสุดลงแล้ว
ล่าสุด Apple ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ในระบบปฏิบัติการ iOS ที่เปลี่ยนวิธีการจัดการกับสายเรียกเข้าแบบพลิกโฉม ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อคัดกรองและบล็อกสายสแปมโดยอัตโนมัติ ซึ่งกำลังได้รับคำชมอย่างมากจากผู้ใช้งานทั่วโลก มันคือจุดเริ่มต้นของการทวงคืนความสงบสุขให้แก่ผู้ใช้งาน
ประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- ระบบ Call Screening ล่าสุด: iOS มาพร้อมฟีเจอร์คัดกรองสายเรียกเข้า โดยใช้ระบบผู้ช่วยส่วนตัวถามชื่อและเหตุผลการโทรแทนคุณก่อนที่สายจะดัง
- แสดงผลข้อความแบบเรียลไทม์: ผู้ใช้สามารถอ่านสิ่งที่ปลายสายตอบกลับเป็นข้อความบนหน้าจอ เพื่อประเมินก่อนตัดสินใจว่าจะรับสายนั้นหรือไม่
- ตัดปัญหาโรโบคอลได้อย่างเด็ดขาด: ระบบอัตโนมัติของคอลเซ็นเตอร์จะไม่สามารถตอบคำถามของหน้าจอคัดกรองได้ ทำให้สายสแปมถูกตัดไปโดยปริยาย
- ความปลอดภัยข้อมูลระดับสูงสุด: การวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดเกิดขึ้นบนชิปภายใน iPhone โดยไม่มีการส่งข้อมูลเสียงของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
ฟีเจอร์นี้ทำงานอย่างไรในสถานการณ์จริง?
ระบบ Call Screening หรือระบบคัดกรองสายเรียกเข้า ถือเป็นอาวุธใหม่ที่ทรงพลังที่สุดที่ Apple พัฒนาขึ้นมา เมื่อมีเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ โทรเข้ามาหาคุณ iPhone ของคุณจะทำงานเป็นผู้ช่วยรับสายแทนแบบเงียบๆ
จากนั้น เสียงอัตโนมัติของระบบจะพูดสายเพื่อขอให้ผู้โทรระบุชื่อและเหตุผลที่พยายามติดต่อมา สิ่งที่ปลายสายพูดจะถูกแปลงเป็นข้อความ (Live Transcript) และแสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ของคุณแบบวินาทีต่อวินาที
คุณสามารถอ่านข้อความบนหน้าจอ และประเมินสถานการณ์ได้ทันทีก่อนที่โทรศัพท์จะส่งเสียงเตือน คุณอาจเลือกที่จะรับสายหากเป็นธุระสำคัญ หรือกดส่งเข้ากล่องฝากข้อความเสียง ฟีเจอร์นี้ทำให้คุณมีอำนาจควบคุมการสื่อสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ อ้างอิงจากรายละเอียดในเว็บไซต์ Apple Support การตั้งค่านี้ช่วยลดการถูกรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก
จุดจบของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบอทอัตโนมัติ
เป้าหมายหลักของการพัฒนาระบบคัดกรองนี้ คือการสร้างอุปสรรคทางเทคนิคให้กับสายสแปมและโรโบคอล (Robocalls) ปกติแล้ว พวกมิจฉาชีพมักจะใช้ระบบคอมพิวเตอร์โทรสุ่มเบอร์แบบหว่านแหไปทั่วทุกหมายเลข
เมื่อระบบโทรอัตโนมัติเหล่านี้เจอคำถามจาก iPhone ที่ให้ระบุเหตุผล พวกมันมักจะสับสนและไม่สามารถตอบกลับได้อย่างถูกต้องตามบริบท สายเหล่านั้นจึงถูกตัดไปหรือส่งเข้าวอยซ์เมลทันที ทำให้โทรศัพท์ของคุณไม่ส่งเสียงดังรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
ผู้ใช้หลายคนที่ได้อัปเดตและทดลองใช้ฟีเจอร์นี้ รายงานว่าจำนวนสายสแปมลดลงเกือบเป็นศูนย์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากเว็บไซต์ Macworld ยกย่องและเรียกสิ่งนี้ว่า เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ดีที่สุดของระบบปฏิบัติการอัปเดตใหม่ที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณได้เลย
วิธีเปิดใช้งานบนสมาร์ทโฟนของคุณ
ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานทุกคนคือ การเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้นั้นง่ายและรวดเร็วมาก คุณไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากนักพัฒนาภายนอกให้เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล เพียงแค่คุณอัปเดตซอฟต์แวร์ของเครื่อง iPhone ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
เมื่อทำการอัปเดตระบบเรียบร้อยแล้ว ให้คุณเข้าไปที่แอปพลิเคชัน การตั้งค่า (Settings) บนหน้าจอหลัก จากนั้นให้เลือกเมนูย่อย แอป (Apps) และแตะเข้าไปที่การตั้งค่า โทรศัพท์ (Phone)
ให้คุณเลื่อนหน้าจอลงมาที่หัวข้อ คัดกรองสายที่ไม่รู้จัก (Screen Unknown Callers) แล้วเลือกเปลี่ยนเป็นตัวเลือก ถามเหตุผลที่โทร (Ask Reason for Calling) เพียงเท่านี้ สมาร์ทโฟนของคุณก็พร้อมเป็นป้อมปราการป้องกันมิจฉาชีพแล้ว
ความเป็นส่วนตัวต้องมาก่อนเสมอ
สิ่งที่ทำให้เทคโนโลยีของ Apple โดดเด่นกว่าแอปพลิเคชันบล็อกสายสแปมทั่วไปในท้องตลาด คือจุดยืนที่แข็งแกร่งเรื่องความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้อย่างเคร่งครัด
แอปพลิเคชันคัดกรองสายโทรเข้าทั่วไป มักจะขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อ ตำแหน่งที่ตั้ง หรือประวัติการโทรของคุณทั้งหมด แต่ระบบจัดการสายสแปมของ Apple ไม่ทำงานด้วยวิธีการละเมิดข้อมูลอันตรายเช่นนั้น
การวิเคราะห์ข้อมูลเสียงและแปลงเสียงเป็นข้อความทั้งหมดในฟีเจอร์นี้ เกิดขึ้นบนชิปประมวลผลภายในอุปกรณ์ iPhone ของคุณ 100% ข้อมูลการสนทนาจะไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์คลาวด์ หรือหลุดรอดไปถึงบุคคลที่สามอย่างแน่นอน
ข้อจำกัดและสิ่งที่ผู้ใช้ควรระมัดระวัง
แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะสามารถจัดการกับระบบโทรศัพท์อัตโนมัติและสแปมบอทได้อย่างยอดเยี่ยม แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดบางประการในโลกความเป็นจริงที่คุณควรทำความเข้าใจก่อนใช้งาน
หากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้คนจริงๆ ในการโทร พวกเขาอาจเตรียมพร้อมและสร้างเรื่องโกหกที่ฟังดูแนบเนียน เพื่อหลอกตอบคำถามของระบบปัญญาประดิษฐ์ได้ ดังนั้น ผู้ใช้งานยังคงต้องมีสติและใช้ความระมัดระวังเสมอเมื่ออ่านข้อความ
นอกจากนี้ กระบวนการคัดกรองอาจทำให้สายจากพนักงานส่งพัสดุ หรือสายจากคนรู้จักที่เพิ่งเปลี่ยนเบอร์ใหม่ ต้องเสียเวลารอและตอบคำถามเล็กน้อย แต่นี่ถือเป็นราคาที่คุ้มค่าและยอมรับได้ เพื่อแลกกับความปลอดภัยในชีวิตประจำวันของคุณ
อนาคตของการสื่อสารที่ปลอดภัยในยุคดิจิทัล
การนำเสนอระบบ Call Screening ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของ Apple ในการสร้างเกราะป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ สมาร์ทโฟนควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิต ไม่ใช่ช่องทางที่เปิดรับความรำคาญใจ
นวัตกรรมด้านการจัดการสายเรียกเข้านี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณสายสแปมที่น่ารำคาญเท่านั้น แต่ยังช่วยคืนเวลาอันมีค่าและสมาธิในการทำงานให้กลับมาเป็นของเราอีกครั้ง มันคือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เรียบง่าย แต่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง
หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่เบื่อหน่ายกับเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นพร้อมกับคำโกหกของมิจฉาชีพ ฟีเจอร์คัดกรองสายเรียกเข้านี้คือทางออกและคำตอบที่คุณค้นหา ถึงเวลาแล้วที่คุณจะอัปเดตระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์ และทวงคืนความสงบสุขกลับมาอย่างถาวร
ข่าวเทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยม
เจาะลึกกล้อง iPhone 18 Pro: ก้าวกระโดดที่เงียบเชียบแต่ทรงพลัง ทั้งวิสัยทัศน์และความคมชัด
เจาะลึก iPhone 18 Pro Max: ปฏิวัติวงการด้วยชิป 2nm และกล้องรูรับแสงปรับได้ (เตรียมเข้าไทย กันยายน 2026)
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในคดีทำให้ทารกอายุ 4 เดือนจมน้ำเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า
อยุธยา – เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา บุกจับกุมตัวนายเฉลิมชัย หรือเหน่ง อายุ 36 ปี ชายคนสนิทของแม่เด็ก หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีการเสียชีวิตปริศนาของเด็กทารกวัย 4 เดือน โดยผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกายอย่างชัดเจน
จากการเค้นสอบสวนอย่างเข้มข้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนแอบพายเรือไปอุ้มเด็กออกจากบ้านพักกลางดึก แต่เกิดอุบัติเหตุทำเด็กร่วงหลุดมือจมหายไปในแม่น้ำเจ้าพระยา สามารถอ่านรายงานข่าวต้นทางเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ประเด็นสำคัญ• ผู้ต้องหาคือ ชายคนสนิทของแม่ รับสารภาพว่าแอบพายเรือมาอุ้มเด็กวัย 4 เดือนกลางดึก ก่อนทำร่วงหลุดมือตกน้ำเสียชีวิต • ผลการตรวจร่างกาย พบสารเสพติดในตัวนายเหน่ง โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดเรือพลาสติกสีส้มและไม้พายของกลางไปตรวจพิสูจน์ • ตำรวจ สภ.บางปะอิน แจ้งข้อหาหนักดำเนินคดีตามกฎหมาย ท่ามกลางบรรยากาศการทำแผนสุดเดือดจากทางญาติและแม่เด็ก |
เปิดคำสารภาพสิ้นไส้: อ้างเอ็นดูเด็ก พลาดพลั้งทำหลุดมือ
นายเหน่งเปิดเผยต่อพนักงานสอบสวนว่า ตนคบหาดูใจอยู่กับแม่ของเด็ก แต่ยายของเด็กตั้งแง่กีดกันความรัก ทำให้ตนต้องแอบพายเรือลัดเลาะตามคลองบ้านเลนมาหาอยู่เป็นประจำในยามค่ำคืน
ผู้ต้องหาอ้างว่า ตนรักและเอ็นดูเด็กทารกคนนี้มาก และเคยเอ่ยปากขอเด็กมาเลี้ยงดูแต่ทางแม่ไม่ยินยอม ในคืนเกิดเหตุตนจึงลอบเข้าไปอุ้มเด็กออกจากมุ้งขณะที่คนในบ้านหลับสนิท สามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ได้ที่ ข้อมูลอำเภอบางปะอิน
ทว่าระหว่างที่กำลังอุ้มเด็กพาดบ่าเพื่อก้าวลงเรือพลาสติกสีส้ม เด็กกลับลื่นพลัดตกลงไปในสายน้ำที่เชี่ยวกราก ด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ตนจึงตัดสินใจพายเรือหนีกลับบ้านโดยไม่บอกใคร
บรรยากาศทำแผนประกอบคำรับสารภาพสุดตึงเครียด
ต่อมา พ.ต.อ.พิภพ นาพุทรา ผกก.สภ.บางปะอิน ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่คุมตัวนายเหน่งลงเรือเพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดเกิดเหตุ ติดตามแนวทางปฏิบัติงานได้ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เมื่อเดินทางไปถึงบ้านพักที่เกิดเหตุ มารดาของเด็กทารกที่อยู่ในอาการโศกเศร้าได้ปรี่ตรงเข้าหานายเหน่งพร้อมตะโกนด่าทอด้วยความแค้น จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบกันตัวเพื่อความปลอดภัย
นายเหน่งได้ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาฆ่าหรือทำร้ายเด็กแม้แต่น้อย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวขึ้นรถตู้เพื่อนำไปฝากขังดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปาฏิหาริย์! มช. ทำคลอด แฝด 4 แท้ธรรมชาติ รอดปลอดภัยทุกคน
ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
ข่าวอาชญากรรม - Crime
หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
เชียงราย — กองกำลังผาเมืองเปิดปฏิบัติการเชิงรุกสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนืออย่างเข้มข้นต่อเนื่อง โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าตรวจสอบของกลางยาบ้าล็อตใหญ่กว่า 4 ล้านเม็ด หลังเปิดฉากยิงปะทะกับกลุ่มคาราวานลักลอบลำเลียงยาเสพติดในเขตป่าเขาบ้านผาแตก ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
การปะทะเกิดขึ้นกลางดึกเมื่อทหารร้อย ม.3 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ตรวจพบกลุ่มติดอาวุธลอบขนกระสอบฟางข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน และเมื่อเจ้าหน้าที่ส่งสัญญาณขอตรวจค้น กลุ่มคนร้ายกลับเปิดฉากยิงอาวุธปืนเข้าใส่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้ทหารต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว ก่อนที่ขบวนการจะทิ้งกระสอบฟางบรรจุยาบ้า 16 ใบไว้ในแนวป่าแล้วล่าถอยหนีไป
สรุปประเด็นสำคัญ• ยึดยาบ้ามหาศาล: กองกำลังผาเมืองสกัดกั้นยาบ้าสะสมกว่า 18.4 ล้านเม็ด และไอซ์ 120 กก. ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนของปีงบประมาณใหม่ • ปะทะเดือดชายแดน: เกิดเหตุปะทะกับขบวนการลำเลียงยาเสพติด 4 ครั้ง ส่งผลให้คนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิตรวม 3 ราย • จุดเพ่งเล็งแม่สาย: เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ล่าสุด 4 ล้านเม็ด บริเวณบ้านผาแตก อำเภอแม่สาย หลังคาราวานคนร้ายยิงเปิดทางหนี |
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ตุลาคม พลตรีสาธิตย์ ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ได้มอบหมายให้ พันเอกสุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วยพันเอกบัณฑิต ชาวกัณหา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก และนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.แม่สาย เข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบกระสอบฟางสีรุ้งดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังจำนวน 16 ใบ ซุกซ่อนยาบ้ารวมกว่า 4,000,000 เม็ด ซึ่งกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดวางแผนลักลอบลำเลียงเข้ามาพักในหมู่บ้านแนวตะเข็บชายแดน เพื่อเตรียมกระจายส่งต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศตามคำสั่งของเครือข่ายรายใหญ่
คำสั่งเข้มงวดสกัดกั้นยาเสพติดตลอด 24 ชั่วโมง
พันเอกสุทธิเขต เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จโดยไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ รายงานสถิติผลการปฏิบัติงานของ กองกำลังผาเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่าสามารถสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดได้มากถึง 26 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 24 ราย เกิดการปะทะติดอาวุธ 4 ครั้ง และมีคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมเสียชีวิต 3 ศพ
สรุปยอดจับกุมสะสม: ยาบ้าทะลุ 18 ล้านเม็ด เชียงรายครองสถิติสูงสุด
ยอดตรวจยึดของกลางรวมประกอบด้วย ยาบ้า 18,470,529 เม็ด, ยาไอซ์ 120 กิโลกรัม, ฝิ่นดิบ 102.4 กิโลกรัม และคีตามีนอีก 139 กิโลกรัม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเพียงจังหวัดเดียว มีการสกัดกั้นได้ถึง 9 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 9 ราย ปะทะ 2 ครั้ง และยึดยาบ้าได้มากถึง 13,385,605 เม็ด
กองทัพภาคที่ 3 และฝ่ายปกครองยืนยันจะเดินหน้ากดดันขบวนการค้ายาเสพตามแนวป่าเขาชายแดนไทย-เมียนมาอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติไม่ให้ทะลักเข้ามาทำลายความมั่นคงและเศรษฐกิจของสังคมไทยในทุกมิติ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงรายเปิด Life Artist Exhibition โชว์งานผ้าดันเที่ยว
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ด
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ช็อกวัดอ่างทอง พระบวช 24 พรรษา ผูกคอมรณภาพปริศนา
กำแพงเพชร – เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้นที่วัดอ่างทองในช่วงปลายเทศกาลเข้าพรรษา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุพระภิกษุรูปหนึ่งเสียชีวิตกะทันหันภายในที่พักของท่าน เหตุการณ์นี้สร้างความตกใจและเศร้าโศกแก่ฆราวาสและพระภิกษุรูปอื่นๆ ในวัด ตำรวจและทีมแพทย์นิติเวชได้เดินทางมาตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตในทันที
เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม ทางด้าน พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สิงพา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุด่วน จึงได้ประสานแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลกำแพงเพชรและอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถานรุดไปยังวัดอ่างทอง หมู่ 1 บ้านปากอ่าง ต.อ่างทอง จุดเกิดเหตุเป็นกุฏิไม้ติดกับศาลาการเปรียญ ซึ่งพบร่างของพระภิกษุใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับไม้แปกุฏิในสภาพกึ่งยืนกึ่งนั่งย่อเข่า
ประเด็นสำคัญ• พบศพพระสมบุญ ใบพะออม อายุ 57 ปี บวชมานาน 24 พรรษา มรณภาพในกุฏิไม้ โดยไม่มีร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้าย • โยมพ่อวัย 76 ปีติดต่อลูกชายไม่ได้ จึงขึ้นไปเรียกพร้อมพระลูกวัดก่อนพังประตูพบร่างผูกคอติดกับไม้แป • สาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความเครียดปัญหาสุขภาพระบบทางเดินหายใจ ประกอบกับความวิตกกังวลเรื่องลี้ลับหลังเผาตอไม้ |
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดภายในที่เกิดเหตุ พบว่าผู้เสียชีวิตคือ พระสมบุญ ใบพะออม หรือฉายา ปภสฺสโร อายุ 57 ปี โดยสภาพศพไม่พบร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกาย และข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องยังคงวางเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการรื้อค้นทรัพย์สินใดๆ ภายในกุฏิไม้หลังดังกล่าว
สอบถามพระลูกวัดผู้เห็นเหตุการณ์คนแรกเล่าว่า โยมพ่อของพระสมบุญได้เดินทางมาตามหาลูกชายที่วัดเนื่องจากโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ทั้งสองจึงช่วยกันขึ้นไปเรียกที่หน้าประตูกุฏิแต่กลับไม่มีเสียงขานรับหรือสัญญาณตอบกลับใดๆ ออกมา ทุกคนจึงตัดสินใจช่วยกันพังประตูเข้าไป ก่อนที่โยมพ่อจะสังเกตเห็นร่างของพระลูกชายผูกคออยู่บริเวณมุมห้องและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
ทางด้าน นายอัครพล ใบพะออม อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นโยมพ่อของพระสมบุญ ได้เปิดเผยข้อมูลด้วยน้ำตาและความอาลัยอย่างสุดซึ้ง โดยระบุว่าพระลูกชายได้อุทิศตนในร่มกาสาวพัสตร์บวชเรียนมาอย่างยาวนานถึง 24 พรรษา และมีอุปนิสัยร่าเริงเป็นมิตรกับทุกคน อีกทั้งที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางหรือมีปัญหากระทบกระทั่งกับใครในชุมชนวัดแห่งนี้แม้แต่ครั้งเดียว
ปมปริศนาความเครียดและลางบอกเหตุก่อนมรณภาพ
อย่างไรก็ตาม โยมพ่อได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเมื่อไม่นานมานี้ พระสมบุญได้ไปทำการเผาตอไม้ต้นหนึ่งภายในบริเวณวัด หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา พระลูกชายเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนเงียบขรึม มีสีหน้าหมองคล้ำและมักบ่นว่ารู้สึกเหมือนมีคนคอยติดตามเอาชีวิตตลอดเวลา แม้ว่าจะมีหมอดูทักเตือนให้รีบทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้เคล็ด แต่พระสมบุญก็ยังไม่ได้มีโอกาสประกอบพิธีดังกล่าวแต่อย่างใด
ในส่วนของวันก่อนเกิดเหตุ โยมพ่อยังคงเดินทางมาร่วมทำบุญวันออกพรรษาตามประเพณีและได้นัดหมายกับพระลูกชายไว้ล่วงหน้า โดยตกลงกันว่าจะมาช่วยกางร่มให้ในพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะช่วงเช้า แต่วันรุ่งขึ้นกลับไม่เห็นพระสมบุญลงมารับบิณฑบาต จนกระทั่งรอถึงช่วงเย็นด้วยความเป็นห่วงจึงตัดสินใจเดินทางมาตรวจสอบที่กุฏิและพบกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต
ขณะเดียวกันกลุ่มญาติโยมและพระลูกวัดต่างให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า เมื่อวันก่อนพระสมบุญยังคงขึ้นแสดงธรรมเทศนามหาชาติกัณฑ์ที่สองตามหน้าที่ ทว่าในขณะแสดงธรรมนั้นมีอาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ช่วงเย็นจะยังคงลงมากวาดลานวัดตามกิจวัตรสงฆ์ แต่พอถึงเช้าวันถัดไปก็ไม่ปรากฏตัวในพิธีตักบาตรเทโว และพบว่าจานภัตตาหารที่นำมาถวายไว้หน้ากุฏิยังคงวางอยู่โดยไม่ได้เปิดฉัน
สรุปแนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชสันนิษฐานสาเหตุเบื้องต้นว่า อาจเกิดจากภาวะความเครียดสะสมจากปัญหาสุขภาพทางกาย โดยเฉพาะอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรือโรคปอด ซึ่งพระสมบุญเคยบ่นกับคนใกล้ชิดว่ามีอาการเหนื่อยหอบอยู่เป็นประจำ บวกกับความวิตกกังวลทางจิตใจเกี่ยวกับเรื่องที่มีคนจะมาปองร้ายหลังจากเผาตอไม้ จึงอาจเป็นแรงกดดันที่ทำให้ตัดสินใจจบชีวิตลง
ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้ทำการบันทึกภาพและรวบรวมพยานหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุไว้อย่างครบถ้วน พร้อมส่งมอบร่างของพระสมบุญให้ทีมแพทย์นำไปชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการอีกครั้งเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ก่อนจะอนุญาตให้ทางครอบครัวรับร่างไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามประเพณีของครอบครัวต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พระภิกษุผู้กล้าหาญหยุดยั้งโจรหน้าด้านที่วัดเชียงใหม่
พระภิกษุรูปหนึ่งถูกปลดจากตำแหน่งและถูกจับกุมหลังก่อเหตุทารุณกรรมลูกสุนัขอย่างน่าตกใจ
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News3 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

