เชียงใหม่ - Chiang Mai
คู่สามีภรรยาจากเชียงใหม่ถูกจับกุมในข้อหาล่อลวงผู้คนไปเป็นทาสในศูนย์บริการทางโทรศัพท์แห่งหนึ่งในกัมพูชา
ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ">เชียงใหม่ – ตำรวจได้จับกุมคู่สามีภรรยาชาวไทยหลังจากพบว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ พวกเขาถูกจับได้ขณะล่อลวงคนไทยด้วยกันให้ไปทำงานโดยไม่สมัครใจในศูนย์บริการทางโทรศัพท์ในกัมพูชา ข่าวนี้เป็นคำเตือนที่สำคัญสำหรับทุกคนที่กำลังมองหางานออนไลน์ให้ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
ตามรายงานจาก Bangkok Post ผู้ต้องหาทั้งสองรายคือ นายอังคาร อายุ 28 ปี และ นางสาวสหทัย อายุ 29 ปี ทั้งคู่ถูกจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในหมู่บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการนำกำลังเข้าจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์
จุดเริ่มต้นจากคำสัญญางานสบาย
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ผู้เสียหายสองคนได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเล่าว่าพวกเขาถูกคู่รักคู่นี้ชักชวนให้ไปทำงานเอกสารหรืองานธุรการที่ประเทศกัมพูชา ด้วยข้อเสนอที่ดูน่าสนใจและดูเหมือนจะไม่มีอันตรายใดๆ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจเดินทางข้ามพรมแดนไปทำงานตามที่ตกลงกันไว้
แต่เมื่อไปถึงประเทศกัมพูชา ความจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด พวกเขาถูกกักขังและบังคับให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หน้าที่หลักคือการหลอกลวงผู้บริสุทธิ์ให้มาร่วมลงทุน หรือการหลอกเอาเงินทางออนไลน์
ฝันร้ายและการทารุณกรรมในค่ายกักกัน
ชีวิตในค่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้นโหดร้ายมาก ผู้เสียหายเล่าว่าหากใครทำงานไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือหาเงินหลอกลวงเหยื่อได้ไม่ครบตามยอดที่หัวหน้าแก๊งกำหนด จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง
- การทำร้ายร่างกาย: มีการใช้กระบองไฟฟ้าช็อตและทุบตีพนักงานที่ไม่สามารถทำยอดได้ตามที่ตั้งไว้
- สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้าย: การกักขังหน่วงเหนี่ยวทำให้พนักงานไม่มีอิสระในการใช้ชีวิต ต้องทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่ได้พัก
- เหตุการณ์สลด: ผู้เสียหายยืนยันว่าพวกเขาเคยเห็นคนไทยบางคนที่ถูกทำร้ายอย่างหนักจนเสียชีวิตในห้องขัง ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคนในนั้น
การเจรจาเรียกค่าไถ่และการหลบหนี
เคราะห์ดีที่ผู้เสียหายทั้งสองคนล้มป่วยอย่างหนักในระหว่างที่ถูกกักขัง พวกเขาจึงขอร้องให้หัวหน้าแก๊งชาวจีนปล่อยตัวกลับประเทศไทย แต่ทางแก๊งกลับฉวยโอกาสนี้เรียกร้องเงินค่าไถ่สูงถึง 500,000 บาทต่อคน
หลังจากพยายามเจรจาต่อรอง ในที่สุดแก๊งชาวจีนก็ยอมลดค่าไถ่ลงเหลือ 120,000 บาทต่อคน เมื่อญาติของผู้เสียหายรวบรวมเงินและจ่ายให้เรียบร้อย พวกเขาก็ถูกปล่อยตัวและรีบเดินทางกลับมายังประเทศไทย เพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
ปฏิบัติการตามล่าตัวผู้กระทำผิด
หลังจากได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนและรวบรวมหลักฐานจนสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ถึง 10 คน ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวจีนที่เป็นตัวการใหญ่ระดับสั่งการที่กบดานอยู่ต่างประเทศ
จากการติดตามตัว ตำรวจพบว่านายอังคารและนางสาวสหทัยได้ลักลอบเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย โดยในตอนแรกทั้งคู่ไปซ่อนตัวอยู่ที่อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชา ก่อนจะย้ายไปกบดานที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งถูกตำรวจตามจับตัวได้ในที่สุด
เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้นห้องพัก ก็พบหลักฐานสำคัญคือประวัติการพูดคุยออนไลน์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังพยายามหาทางหลอกลวงเหยื่อรายใหม่ๆ เพิ่มเติม
ข้อแก้ตัวและการสืบสวนที่ยังดำเนินต่อไป
แม้หลักฐานจะมัดตัวแน่นหนา แต่ผู้ต้องหาทั้งสองยังคงให้การปฏิเสธ พวกเขาอ้างว่าเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานของผู้เสียหาย และยอมรับว่าเคยเห็นการทำร้ายร่างกายรวมถึงการเรียกค่าไถ่ในกัมพูชาจริง แต่ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นคนหลอกลวงผู้เสียหายไปทำงาน
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การดังกล่าว เนื่องจากมีพยานหลักฐานอื่นที่บ่งชี้ว่าคู่รักคู่นี้อาจทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ “บัญชีม้า” (บัญชีธนาคารที่ใช้รับโอนเงินผิดกฎหมายเพื่อซ่อนเส้นทางการเงิน) ให้กับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย
ทำไมคนไทยถึงตกเป็นเหยื่อ?
ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นผลมาจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ทำงานอย่างเป็นระบบ พวกเขามักจะใช้ความต้องการมีรายได้ที่มั่นคงของประชาชนมาเป็นเหยื่อล่อ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคือง มิจฉาชีพจะสร้างประกาศรับสมัครงานปลอมที่ดูน่าเชื่อถือ และเสนอเงินเดือนที่สูงเกินจริงเพื่อดึงดูดความสนใจ
วิธีป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพหลอกหางาน
จากเหตุการณ์นี้ เราสามารถเรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ดังนี้:
- ตรวจสอบข้อมูลบริษัทอย่างละเอียด: หากมีคนเสนอให้ไปทำงานต่างประเทศ ควรตรวจสอบชื่อบริษัท สถานที่ตั้ง และความน่าเชื่อถืออย่างรอบคอบ ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตว่ามีคนเคยพูดถึงบริษัทนี้ในแง่ลบหรือไม่
- ระวังข้อเสนอที่ดีเกินจริง: งานที่สัญญาว่าจะให้เงินเดือนสูง มีสวัสดิการดีเลิศ แลกกับงานที่ดูง่ายดาย เช่น การตอบแชทลูกค้า หรือการทำเอกสาร มักจะเป็นการหลอกลวง
- ปรึกษาหน่วยงานของรัฐ: ก่อนตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ควรสอบถามข้อมูลจากกรมการจัดหางาน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีนายจ้างที่มีตัวตนจริง
- สังเกตพฤติกรรมการชักชวน: หากผู้ชักชวนเร่งรัดให้ตัดสินใจเร็วๆ หรือบอกว่าไม่ต้องใช้เอกสารสำคัญใดๆ หรืออาสาจัดการเรื่องการเดินทางข้ามแดนแบบผิดกฎหมาย ให้สงสัยไว้ก่อนว่าคุณกำลังถูกหลอก
- อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าบนสื่อสังคมออนไลน์: มิจฉาชีพมักจะแฝงตัวมาในรูปแบบของเพื่อนใหม่ หรือคนคุยในแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ค่อยๆ สร้างความไว้ใจก่อนจะชักชวนไปทำงาน
ทางการตำรวจได้ย้ำเตือนอีกครั้งว่า การเข้าไปพัวพันกับแก๊งเหล่านี้ ไม่ว่าจะในฐานะผู้ถูกหลอก หรือผู้ที่เต็มใจไปทำงานเพื่อแลกกับเงินก้อนโต ล้วนมีความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยอย่างประเมินค่าไม่ได้ เมื่อก้าวข้ามพรมแดนไปแล้ว การขอความช่วยเหลือจะทำได้ยากลำบากมาก เนื่องจากพื้นที่เหล่านั้นมักถูกควบคุมโดยกลุ่มผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นที่ร่วมมือกับแก๊งอาชญากร
คดีนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่ฝังรากลึกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ประชาชน และสื่อมวลชนในการรับรู้ความจริง จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดจำนวนผู้เสียหายในอนาคต
ข่าวเชียงใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึกกลางวัดดังเชียงใหม่! กิ่งโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี หักทับชาวบ้านขณะทำบุญ บาดเจ็บระนาว
บริษัท บัส เทอร์มินัล (BTC) ได้เปิดให้บริการรถโดยสารประจำทาง 3 เส้นทางใหม่ เชื่อมต่อเชียงใหม่ เชียงราย และอุบลราชธานี
เชียงใหม่ - Chiang Mai
เกิดการปะทะอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเชียงใหม่!! ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ
เชียงใหม่ – กองกำลังผาเมืองเปิดฉากปะทะเดือดกับกลุ่มยาเสพติด">ขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดในพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงใหม่ เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นที่อำเภอแม่อายใกล้กับแนวชายแดน เจ้าหน้าที่ทหารต้องจัดกำลังลาดตระเวนอย่างหนักหลายวันเพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมายในพื้นที่ของเรา
เมื่อเวลาเช้ามืดของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ทหารสังเกตพบกลุ่มคนต้องสงสัยประมาณ 3 ถึง 5 คนเดินลัดเลาะมาตามป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและตะโกนขอตรวจค้นเพื่อความปลอดภัย แต่กลุ่มคนร้ายกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากยิงใส่ทหารก่อนทันที ทำให้เกิดการยิงปะทะกันนานประมาณ 5 นาที
ประเด็นสำคัญ
- ทหารกองกำลังผาเมืองยิงปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติดที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
- เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยและยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด พร้อมฝิ่นดิบ 17.6 กิโลกรัม
- สถิติการทำงานปีนี้พบว่ามีการปะทะถึง 62 ครั้ง และยึดยาบ้าได้กว่า 263 ล้านเม็ด
หลังจากการเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทหารทุกนายปลอดภัยดีและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ทางหน่วยได้เรียกกำลังเสริมจำนวน 3 ชุดปฏิบัติการเข้ามาช่วยควบคุมพื้นที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว การกระทำเช่นนี้มีขึ้นเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดเมื่อฟ้าสว่าง
เมื่อถึงเวลา 07.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารเข้าเคลียร์พื้นที่และพบกระสอบปุ๋ยที่ถูกดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลังตกอยู่จำนวน 2 ใบ ภายในกระสอบพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่มากถึง 150,000 เม็ด นอกจากนี้ยังพบฝิ่นดิบอีกจำนวน 11 ก้อน น้ำหนักรวม 17.6 กิโลกรัม พร้อมด้วยปืนแก๊ปและมีดของคนร้ายที่ทิ้งไว้ ติดตามข่าวอาชญากรรมท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่นี่
การแถลงข่าวและการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในช่วงสายของวันเดียวกัน ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบของกลางทั้งหมดด้วยตนเอง พันเอก สมเจตน์ ผลประเสริฐ ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมในครั้งนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้สถานีตำรวจภูธรแม่อายเพื่อดำเนินคดีต่อไปตามขั้นตอน
การจับกุมครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดที่รุนแรงตามแนวชายแดนภาคเหนือของเรา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้มากกว่า 434 ครั้งแล้ว ซึ่งถือเป็นตัวเลขการจับกุมที่สูงมากและน่าตกใจ
สถิติการจับกุมที่น่าสนใจในปีนี้
ในช่วงเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา ทหารสามารถยึดยาบ้าได้จำนวนมหาศาลถึง 263 ล้านเม็ด นอกจากนี้ยังยึดยาไอซ์ได้เกือบ 6,000 กิโลกรัม และเฮโรอีนอีก 20 กิโลกรัม การปะทะกับกลุ่มคนร้ายติดอาวุธเกิดขึ้นบ่อยครั้งถึง 62 ครั้ง
จากการปะทะที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดเสียชีวิตไปแล้ว 46 ราย เจ้าหน้าที่รัฐยังคงต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อปกป้องชุมชนของเรา ทุกคนทำงานด้วยความเสียสละเพื่อลดปัญหายาเสพติดในประเทศอย่างจริงจัง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
เชียงใหม่ - Chiang Mai
มูลนิธิเชียงใหม่ มอบความช่วยเหลือแก่คุณแม่พิการที่ดูแลลูกสาวป่วยติดเตียง
ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ">เชียงใหม่ – เกิดเรื่องราวสุดสะเทือนอกสะเทือนใจขึ้นกลางเมืองเชียงใหม่ ภายในซอยสุริยวงศ์ 6 เมื่อมีครอบครัวหนึ่งต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส ล่าสุด พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ได้นำทีมงานจากมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามและให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ภาพที่ทุกคนเห็นคือผู้ป่วยติดเตียงที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ กับแม่ที่พิการ
สภาพความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกนั้นน่าเวทนาอย่างมาก ผู้เป็นแม่มีความพิการที่ขาและไม่สามารถเดินได้เลย เธอต้องใช้วิธีไถตัวและคลานไปตามพื้นเพื่อทำกิจวัตรต่างๆ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือเธอต้องคอยดูแลลูกสาวอย่างใกล้ชิด ลูกสาวคนนี้เคยเป็นเสาหลักที่คอยหาเงินเลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาไขสันหลังช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากการผ่าตัดครั้งนั้น เธอได้กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป
ประเด็นสำคัญ
- แม่ที่พิการทางขาต้องใช้วิธีคลานไปรอบบ้าน เพื่อคอยดูแลลูกสาวที่ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิดในทุกๆ วัน
- ลูกสาวเคยเป็นเสาหลักของบ้าน ก่อนโชคร้ายต้องรับการผ่าตัดไขสันหลังเมื่อเดือนเมษายนจนขยับตัวไม่ได้
- พระครูอ๊อดและมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ได้เข้ามอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ พร้อมวอนสังคมร่วมบริจาคช่วยเหลือ
น้ำใจจากมูลนิธิและชาวเชียงใหม่ที่ไม่เคยเหือดแห้ง
ชีวิตในแต่ละวันของครอบครัวนี้ดำเนินไปอย่างยากลำบาก แม่ที่พิการต้องพยายามคลานไปหุงข้าว คลานไปเช็ดตัว และคลานไปเทปัสสาวะให้ลูกสาวทุกวัน เมื่อเห็นความยากลำบากนี้ พระครูอ๊อด วีรวฑฺฒโน ภิกฺขุ ร่วมกับทีมงานของ มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ จึงได้รวบรวมความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธา พวกเขาตั้งใจนำสิ่งของไปมอบให้ถึงมือเพื่อเป็นกำลังใจและต่อสู้ชีวิต
สิ่งของที่นำไปช่วยเหลือประกอบไปด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมากมาย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง นม และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ การมอบของช่วยเหลือครั้งนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในบ้านได้มาก นอกจากนี้ยังเป็นการส่งต่อพลังใจที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้สองแม่ลูกมีแรงใจในการสู้ชีวิตต่อไปในสังคมที่ยังคงมีความหวัง
ไม่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมโลกและเดินหน้าช่วยเหลือต่อ
ทีมงานผู้ช่วยเหลือยังมีความใส่ใจไปถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย เนื่องจากคุณยายผู้พิการได้เลี้ยงแมวเพื่อนยากเอาไว้อีกถึง 4 ตัว ทางทีมงานจึงได้จัดเตรียมอาหารแมวไปมอบให้เพิ่มเติม การช่วยเหลือเรื่องอาหารสัตว์นี้ช่วยลดความกังวลใจของคุณยายลงไปได้มาก ทำให้ครอบครัวมีรอยยิ้มและกำลังใจที่ดีขึ้น
เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างยั่งยืน ทางมูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่และพระครูอ๊อด ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงติดตามดูแลครอบครัวนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป พวกเขาจะไม่ทอดทิ้งให้สองแม่ลูกต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ด้วย
ทางมูลนิธิจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาและประชาชนทั่วไป มาร่วมกันแบ่งปันน้ำใจด้วยการบริจาคสิ่งของที่ยังมีความจำเป็น สิ่งของที่ต้องการมากในตอนนี้คือ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ นม อาหารแห้ง และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ น้ำใจของทุกท่านจะช่วยต่อความหวังและต่อลมหายใจให้กับสองแม่ลูกคู่นี้ ให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ ท่านสามารถติดตามข่าวสารหรือช่องทางการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ทางสื่อท้องถิ่นอย่าง เชียงใหม่นิวส์ และเพจของมูลนิธิโดยตรง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
เชียงใหม่ - Chiang Mai
น่าตกใจ! สวนสัตว์ช้างชื่อดังในเชียงใหม่เสนอเงินรางวัล 50,000 บาท หลังจากพนักงานถูกทำร้ายอย่างโหโหด
ทหารยึดยาบ้าได้ 150,000 เม็ด และฝิ่นดิบ">เชียงใหม่ – เหตุการณ์สุดอุกอาจและสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคนงานดูแลสัตว์ของปางช้างชื่อดังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดักอุ้มและทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยม ชายกลุ่มนี้ตั้งด่านลอยเถื่อนเพื่อดักรอเหยื่อในเวลากลางคืน ก่อนจะทิ้งชายวัย 36 ปีให้นอนรอความตายในสภาพโคม่าอยู่ข้างทาง
คุณแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้งเอลลิแฟนท์ เนเจอร์ ปาร์ค ได้ออกมาร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเร่งด่วน เธอเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐเร่งตรวจสอบและนำตัวคนผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด พร้อมชี้ว่าเรื่องนี้สร้างความหวาดผวาและเป็นอันตรายต่อชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก
ประเด็นสำคัญ
- เกิดเหตุลักพาตัวอุกอาจ: กลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคนตั้งด่านลอยเถื่อน และอุ้มคนงานของปางช้างไปทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส
- เหยื่ออยู่ในภาวะวิกฤต: คนงานวัย 36 ปีถูกพบทิ้งไว้ในพงหญ้าข้างทาง มีอาการโคม่า สมองบวม และต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วน
- มีการตั้งรางวัลนำจับคนร้าย: ประธานปางช้างประกาศมอบเงิน 50,000 บาท สำหรับประชาชนที่แจ้งเบาะแสรถกระบะต้องสงสัย
เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นายทุนอิ คนงานวัย 36 ปี กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน เขาถูกเรียกให้จอดโดยกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนมากกว่า 10 คน
กลุ่มคนร้ายได้ตั้งด่านลอยโดยไม่มีป้ายหรือสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ บริเวณถนนสายบ้านแม่ตะมาน อำเภอแม่แตง พวกเขาบังคับให้นายทุนอิขึ้นรถกระบะอีซูซุดีแมคซ์สีบรอนซ์อย่างไม่เต็มใจ และยังยึดรถจักรยานยนต์ของเขาขึ้นรถกระบะสีขาวอีกคันแล้วขับหลบหนีไป
เพื่อนและญาติของเหยื่อบังเอิญขับรถสวนทางมาและเห็นเขานั่งอยู่ท้ายกระบะพอดี นายทุนอิพยายามลุกขึ้นส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างสุดชีวิต เขายังพยายามโทรศัพท์บอกพิกัดกับน้องชายอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่สัญญาณโทรศัพท์จะขาดหายไปในความมืด
เหยื่ออาการโคม่า ต้องผ่าตัดด่วน
ช่วงเช้ามืดเวลาประมาณตีสี่ของวันต่อมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบคนเจ็บนอนอยู่ริมถนน เขาถูกทิ้งให้นอนหมดสติอยู่ในพงหญ้าในสภาพที่ร่างกายถูกทำร้ายอย่างหนัก
ใบหน้าของเขาบวมช้ำอย่างรุนแรง และมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่เต็มใบหน้า คาดว่าเหยื่อพยายามตะเกียกตะกายคลานออกจากพงหญ้าเพื่อขอความช่วยเหลือจนหมดแรงและสลบไป ปัจจุบันนายทุนอิยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียู
อาการของเขาวิกฤตมากเนื่องจากมีภาวะสมองบวมอย่างรุนแรงและมีเลือดคั่งตามจุดต่างๆ แพทย์ต้องทำการผ่าตัดด่วนเพื่อช่วยชีวิต ข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับทุกคนที่ทราบเรื่องอย่างมาก
คุณแสงเดือนเปิดเผยเพิ่มเติมว่า พื้นที่นี้มักจะมีการตั้งด่านลอยในลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง กลุ่มคนเหล่านี้มักไม่แสดงบัตรประจำตัว ไม่มีป้ายบอกด่านตรวจที่ชัดเจน และบางครั้งก็แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อตบตาประชาชน
เพื่อเป็นการเร่งรัดคดีให้เร็วขึ้น เธอได้ประกาศมอบเงินรางวัล 50,000 บาท ทันที รางวัลนี้เตรียมไว้สำหรับผู้ที่สามารถให้เบาะแสเกี่ยวกับเส้นทางของรถกระบะทั้งสองคันที่ใช้ก่อเหตุ โดยสามารถอ่านรายละเอียดและอัปเดตเพิ่มเติมได้โดยตรงจาก เว็บไซต์ข่าว MGR Online ที่รายงานเรื่องนี้
ทางครอบครัวของเหยื่อได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีและมอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดให้ตำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากใครมีเบาะแสเพิ่มเติม สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันหยุดยั้งความรุนแรงในชุมชนของเรา
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
น่าเศร้า! ชายวัยกลางคนกระโดดลงจากสะพานดอนจันทร์ในจังหวัดเชียงใหม่เสียชีวิต
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai7 days ago
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
-
เทคโนโลยี - Tech6 days ago
ทำไม Samsung A55 จึงได้รับความนิยมในประเทศไทย?







