เชียงราย - Chiang Rai News
ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ์คนไทย! จับอดีตปลัดเชียงราย โยงทุนเทาข้ามชาติ ซื้อบัตร 1 แสนบาท
ตำรวจเชียงรายยึดยาบ้า 1.16 ล้านเม็ดซ่อนในถังพลาสติก">เชียงราย – ตำรวจได้เริ่มปฏิบัติการจับกุมอดีตเจ้าหน้าที่อำเภอในอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย คดีนี้มีความสำคัญและสมควรได้รับการสืบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการทุจริตระดับชาติ โดยเฉพาะการใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอมสำหรับชาวต่างชาติ กลุ่มอาชญากรจากจีนและเมียนมาร์มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการด่วนให้กวาดล้างขบวนการนี้อย่างเด็ดขาด หน่วยงานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันเปิดปฏิบัติการรหัส “กวาดล้างทะเบียน G เทา” เพื่อหยุดยั้งการกระทำผิดและจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
Key Takeaways
- ตำรวจบุกจับกุมอดีตปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ อส. จังหวัดเชียงราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งทำบัตรประชาชนเถื่อน
- กลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติยอมจ่ายเงินสูงถึง 100,000 บาทต่อคน เพื่อแลกกับการสวมสิทธิ์เป็นคนไทยและทำธุรกรรมต่างๆ
- เจ้าหน้าที่พบประวัติการทุจริตสวมสิทธิ์ลักษณะนี้มากกว่า 200 รายในช่วงปี 2567-2568 ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคง
ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยมีการสนธิกำลังจากหลายภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด และขอศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดรวมทั้งสิ้น 27 หมายจับ ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 22 ราย
ผู้ต้องหากลุ่มนี้ประกอบด้วย อดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น 1 ราย เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน หรือ อส. จำนวน 2 ราย และชาวต่างชาติที่เข้ามาสวมสิทธิ์อีก 19 ราย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายสำคัญรวม 6 จุดในจังหวัดเชียงราย อ่านข่าวอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องจากสำนักข่าวแห่งชาติ
สถานที่ที่ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ได้แก่ บ้านพักของอดีตปลัดอำเภอและบ้านพักของภรรยา ในพื้นที่อำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังมีการตรวจค้นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ อส. อีก 2 จุด และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเวียงแก่น เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม
จุดเริ่มต้นของการทลายแก๊งบัตรเถื่อน
คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการทำงานที่รัดกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจความมั่นคงตามปกติในพื้นที่ และพบชายชาวต่างชาติคนหนึ่งลักลอบเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ชายคนนี้พกเงินสดติดตัวมาด้วยถึง 140,000 บาท
เมื่อถูกเจ้าหน้าที่สอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เงินจำนวนนี้เตรียมไว้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อทำบัตรประจำตัวสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คำให้การนี้กลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจเริ่มสงสัยว่า อาจมีขบวนการทุจริตเชิงระบบซ่อนอยู่เบื้องหลังในพื้นที่อำเภอนี้
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเริ่มขยายผลเจาะลึกอย่างละเอียด จนพบว่ามีการนำบุคคลต่างชาติมาสวมสิทธิ์เป็นเด็กนักเรียนที่มีรหัสอักษร “G” เริ่มแรกพบการกระทำผิด 4 ราย จึงเดินหน้าสืบสวนต่อจนพบเครือข่ายที่ใหญ่และซับซ้อนขึ้นมาก
กลโกงรหัส G เอื้อประโยชน์แก๊งคอลเซ็นเตอร์
รหัสอักษร “G” ปกติแล้วจะใช้สำหรับขึ้นทะเบียนเด็กนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาเรียนในประเทศไทย แต่ขบวนการนี้ฉวยโอกาสใช้ช่องโหว่ นำชาวต่างชาติผู้ใหญ่มาสวมสิทธิ์แทน ชาวต่างชาติเหล่านี้มาจากหลายประเทศ ทั้งจีน เมียนมา ลาว และเวียดนาม
เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อมั่นว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ เมื่อพวกเขาได้บัตรประจำตัวไปแล้ว จะสามารถใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้เหมือนคนไทยทั่วไป เช่น การเดินทางอย่างอิสระ หรือการเปิดบัญชีธนาคาร
การมีบัญชีธนาคารทำให้พวกเขาสามารถทำธุรกรรมทางการเงิน ฟอกเงินที่ได้จากการทำผิดกฎหมาย หรือซื้อทรัพย์สินในไทยได้ง่ายขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศชาติอย่างแท้จริง ติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงเพิ่มเติม
นายหน้าชาวเมียนมาและกลุ่มลับข้ามชาติ
จากการสอบปากคำผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมบางราย เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีกลุ่มลับของชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ภายในกลุ่มนี้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างเปิดเผยว่า สามารถจัดทำบัตรเลข “0” หรือบัตรผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนได้จริง
ขบวนการนี้มีตัวการหรือนายหน้าคนสำคัญเป็นชายชาวเมียนมา ทราบชื่อคือ “ตูน ลิน” (Tun Lin) อายุประมาณ 50 ปี เขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยนายตูน ลิน จะเป็นคนเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการทำบัตร ในราคาสูงถึงใบละ 100,000 บาท
เมื่อตำรวจตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไปในช่วงปี พ.ศ. 2567 ถึง 2568 พบว่ามีความผิดปกติในการสวมรายการนักเรียนรหัสอักษร G ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่นสูงมาก เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะมีการกระทำความผิดลักษณะนี้ไปแล้วมากกว่า 200 ราย
ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกับกรมการปกครองและทุกภาคส่วน เพื่อขยายผลกวาดล้างขบวนการนี้ให้หมดสิ้นไป โดยจะต้องนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
DSI ผนึกกำลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ยึดยาบ้ากว่า 7 ล้านเม็ดในเชียงรายและลำปาง
ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงราย หลังรัฐบาลวางแผนเวนคืนที่ดินริมแม่น้ำไทรเพื่อป้องกันน้ำท่วม
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจเชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด
เชียงราย – ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายร่วมกับ สภ.พาน แถลงผลงานสำคัญในการสกัดกั้นยาเสพติด การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ยึดยาบ้าได้ 300,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 350 กิโลกรัม การจับกุมแบ่งออกเป็น 2 คดีสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอพาน
คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของขบวนการค้ายาเสพติด ที่มักจะใช้เส้นทางจากชายแดนภาคเหนือเพื่อลักลอบขนของผิดกฎหมายเข้าสู่พื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่มักพบการใช้รถยนต์ดัดแปลงเพื่อซ่อนยาเสพติดอย่างแนบเนียน อย่างไรก็ตาม ตำรวจประจำด่านตรวจปูแกงได้ทำงานอย่างหนักเพื่อตรวจค้นและสกัดจับรถต้องสงสัยเหล่านี้อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจ สภ.พาน จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมยาบ้า 3 แสนเม็ด และยาไอซ์ 350 กิโลกรัม
- คดีแรกพบการซุกซ่อนยาบ้าในช่องลับของรถอเนกประสงค์ เพื่อเตรียมส่งไปจังหวัดนครสวรรค์
- คดีที่สองมีการดัดแปลงพื้นกระบะรถบรรทุกน้ำดื่ม ซ่อนยาไอซ์เตรียมส่งไปจังหวัดสมุทรปราการ
คดีที่ 1: รวบหนุ่มเชียงราย ซุกยาบ้าในรถ MU-X
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ตำรวจด่านปูแกงได้รับแจ้งข่าวกรอง จึงตั้งจุดสกัดรถ Isuzu MU-X สีดำ เมื่อถึงเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถคันดังกล่าวและเรียกตรวจค้น ผลการตรวจพบยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ตามโครงสร้างของรถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมนายสุรศักดิ์ พรมภิบาล อายุ 34 ปี พร้อมยึดของกลาง
นายสุรศักดิ์สารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากชายชื่อ “นายจะสอ” ผ่านแอปพลิเคชัน LINE ให้ไปส่งยาบ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ เขาตกลงรับงานในราคา 240,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้ามาแล้ว 50,000 บาท นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และสามารถยึดรถกระบะเพิ่มเติมได้อีกหนึ่งคันเพื่อตรวจสอบ
คดีที่ 2: สกัดรถบรรทุกน้ำ ซ่อนยาไอซ์ 350 กก.
สำหรับคดีที่สอง ตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจได้ร่วมกันสกัดจับรถบรรทุกยี่ห้อฮีโน่ สีขาว รถคันนี้บรรทุกแพ็กน้ำดื่มมาเต็มคันเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดตามแนวทางการปราบปราม ข่าวอาชญากรรม พบว่ามีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์ 350 ถุง น้ำหนักรวม 350 กิโลกรัม ซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา
เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวรวุฒิ และ น.ส.ปภัสรา ชาวจังหวัดหนองคาย นายวรวุฒิยอมรับว่าเคยรับจ้างขนยาเสพติดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างเที่ยวละ 300,000 บาท เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสมุทรปราการ เบื้องต้นผลการตรวจปัสสาวะของทั้งคู่ไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ผู้ต้องหาถูกส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.พาน ดำเนินคดีและขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News
รถกระบะคันหนึ่งเสียการควบคุมและพุ่งชนเสาไฟฟ้าในจังหวัดเชียงราย ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
ยาเสพติดครั้งใหญ่! ยึดยาไอซ์ได้ 350 กิโลกรัม และยาบ้าอีก 300,000 เม็ด">เชียงราย – เกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อรถกระบะซึ่งบรรทุกคนงานรวม 12 ชีวิต เกิดเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง บริเวณบ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย โดยทีมกู้ภัยต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มคนงานทั้งหมดกำลังเดินทางกลับจากการทำงานในตัวเมืองเชียงราย เพื่อมุ่งหน้ากลับที่พักในพื้นที่อำเภอแม่สาย แต่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ รถกลับเสียการควบคุมและพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่างจัง ส่งผลให้ผู้โดยสารในรถได้รับความตื่นตระหนกและมีผู้บาดเจ็บติดอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ประเด็นสำคัญ
- จุดเกิดเหตุและเส้นทาง: รถกระบะบรรทุกคนงาน 12 คน ประสบอุบัติเหตุเสียหลักชนเสาไฟฟ้าที่บ้านเหมืองกลาง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน ขณะมุ่งหน้ากลับอำเภอแม่สาย
- การเข้าช่วยเหลือเร่งด่วน: หน่วย กู้ภัยแสงธรรมแม่จัน ได้จัดรถพยาบาล 3 คัน ลงพื้นที่และนำผู้บาดเจ็บ 3 รายส่งโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย
- อยู่ระหว่างการสอบสวน: เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ของวันเกิดเหตุ ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุได้รับการประสานงานว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้าและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางหน่วยกู้ภัยแสงธรรมแม่จันจึงไม่ได้นิ่งนอนใจ จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉินจำนวน 3 คัน ลงพื้นที่เกิดเหตุทันทีเพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือ
เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะในสภาพพังเสียหายจากการชนเสาไฟฟ้าข้างทาง โดยมีคนงานที่โดยสารมาด้วยทั้งหมด 12 คนอยู่ในอาการตกใจ ทีมแพทย์และกู้ภัยจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งคัดกรองอาการของผู้ประสบเหตุอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
ผลจากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างเร่งด่วนจำนวน 3 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งไปยังโรงพยาบาลแม่จัน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป ทั้งนี้ ผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่เหลือปลอดภัยและมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น

การสืบสวนหาสาเหตุเพื่อป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต
หลังจากการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจในพื้นที่ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอย่างละเอียด มีการบันทึกภาพและรวบรวมหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบร่องรอยการเบรกบนพื้นถนนเพื่อประกอบการพิจารณาทางกฎหมาย
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากสภาพถนน ความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ หรืออาจมีการหักหลบสิ่งกีดขวางกะทันหัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวผู้ขับขี่และพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะบรรทุกคนงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนบนท้องถนน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
นักยกน้ำหนักเยาวชนจากเชียงรายคว้าเหรียญทอง 2 เหรียญ
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายจับกุมกลุ่มชาวจีนในแม่สาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายสืบสวนของด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำคนเข้าเมืองอย่างใกล้ชิด กลุ่มคนเหล่านี้มักจะแอบพาชาวต่างชาติข้ามพรมแดนเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
การสืบสวนครั้งนี้เริ่มต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสสำคัญจากชาวบ้านในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่ามีกลุ่มคนต้องสงสัยไปรับชาวต่างชาติมาจากริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตอำเภอเชียงแสน จากนั้นพวกเขาได้พาคนเหล่านั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านป่าแฝ อำเภอแม่สาย บ้านหลังนี้ถูกใช้เป็นจุดพักคอยเพื่อรอเวลาเดินทางต่อไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ
ประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกรวบชาวจีน 6 คนและคนไทย 2 คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักอำเภอแม่สาย
- กลุ่มชาวจีนแอบนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง หนีออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษในประเทศลาว
- ผู้ต้องหาชาวไทยรับสารภาพว่าได้เงินหัวละ 200 บาท เพื่อดูแลที่พักและอาหารรอคนมารับต่อ
เส้นทางหลบหนีจากสามเหลี่ยมทองคำ
หลังจากสืบสวนจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายในตำบลโป่งผา ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาอยู่ภายในบ้านรวมทั้งหมด 8 คน แบ่งเป็นคนไทย 2 คนและชาวจีนอีก 6 คน ผู้ต้องหาชาวจีนมีอายุหลากหลายตั้งแต่ 15 ปีไปจนถึง 36 ปี ทุกคนไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมายมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำชาวจีนทั้งหมดผ่านล่ามแปลภาษา พวกเขาเล่าว่าได้ลักลอบเดินทางออกมาจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ของประเทศลาว พวกเขาเลือกใช้วิธีจ้างเรือให้นำพาข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่งไทยในเวลากลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อเรือมาถึงฝั่งไทย พวกเขาแอบขึ้นฝั่งทางช่องทางธรรมชาติในอำเภอเชียงแสน แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ผ่านการตรวจอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามขั้นตอนปกติ หลังจากขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก็มีรถมารับตัวและพามาหลบซ่อนที่บ้านพักในอำเภอแม่สาย เพื่อเตรียมตัวเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครในขั้นตอนต่อไป
ขบวนการจัดหาที่พักและจุดซ่อนตัว
สำหรับผู้ต้องหาชาวไทยที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนี้คือ นายสุธิวัตร อายุ 43 ปี และ นางสาวพรชัย อายุ 54 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันจัดหาและทำสัญญาเช่าบ้านหลังนี้ พวกเขาจ่ายค่าเช่าในราคา 5,000 บาทต่อเดือน โดยเริ่มเช่ามาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมไว้เป็นเซฟเฮ้าส์โดยเฉพาะ
ผู้ต้องหาชาวไทยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีนายหน้าคนหนึ่งชื่อ “นายต้น” เป็นผู้ว่าจ้างและสั่งการทั้งหมด นายต้นเป็นคนจ่ายเงินให้พวกเขาในราคาหัวละ 200 บาท แลกกับการจัดหาอาหารและน้ำดื่มมาให้ชาวจีนที่มาพักรอ เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายต้นจะส่งทีมงานอีกชุดหนึ่งมารับชาวต่างชาติเหล่านี้เพื่อพาเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
ในท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาหนักกับคนไทยทั้งสองคนในความผิดฐานร่วมกันซ่อนเร้นและช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย ส่วนชาวจีนทั้ง 6 คนถูกแจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวแอบเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดแล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทองร่วง 300 บาท รูปพรรณขาย 67,000 ตลาดจับตาเฟด
นาฬิกา Casio กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะทางการเมืองในประเทศไทย
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago
งานวิ่ง Phu Chi Fa Trail Run 2026 ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
ครูคนหนึ่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการพิสูจน์แล้วว่าพูดถูก หลังจากการสืบสวนสอบสวนนาน 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เด็กหนุ่มจากเชียงรายคนนี้สุดยอดมาก! เขาได้รับรางวัลเยาวชนดีเด่นประจำปี 2027
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
ตำรวจยึดยาไอซ์ 350 กิโลกรัม ที่ด่านตรวจเชียงราย

