ข่าว - News
อุบัติเหตุทางถนนสุดสยองคร่าชีวิตเด็กชายวัย 2 ขวบในลำปาง
ลำปาง – เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุการณ์สุดสยองบนถนนลำปาง-งาโอ (มุ่งหน้าไปทางเหนือ) ที่กิโลเมตรที่ 717 ใกล้บ้านโป่งวัง ตำบลพิชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง นายเดช อายุ 57 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ขับรถกระบะชนเข้ากับรถยนต์ที่จอดอยู่
แรงกระแทกทำให้รถยนต์ไถลไปชนครอบครัว 3 คน คือแม่และลูกชายวัย 2 ขวบ ที่กำลังเดินจูงมือกันอยู่ริมถนน แม่และลูกชายถูกเหวี่ยงลอยขึ้นไปในอากาศสูงถึง 15 เมตร อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้ “น้องเทอร์มฟาน” เด็กชายวัย 2 ขวบเสียชีวิตจากบาดเจ็บภายในอย่างรุนแรงและเสียเลือดมาก แม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมถึงขาหักสองแห่ง ขณะที่พ่อได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
นายอำเภอเมืองลำปางได้สั่งให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยอย่างจริงจังทันที พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะดำเนินการอย่างเป็นธรรมและพิจารณาปลดออกจากตำแหน่ง หากพบว่าข้อกล่าวหาในสำนักข่าว Manager Online เป็นความจริง
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- เหตุการณ์สะเทือนใจ: ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านขับรถกระบะชนท้ายรถเก๋งที่จอดข้างทาง แรงกระแทกส่งผลให้รถเก๋งพุ่งชนครอบครัวสามพ่อแม่ลูกที่เดินอยู่ริมถนน ร่างแม่ลูกกระเด็นไกล 15 เมตร
- ความสูญเสีย: “น้องเติมฝัน” หนูน้อยวัย 2 ขวบ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลจากอาการเลือดออกในร่างกายไม่หยุด ขณะที่แม่ขาหักสองท่อนต้องผ่าตัดซ้ำ ส่วนพ่อเข่าแตกจากการวิ่งไปช่วยลูก
- คำให้การของคนขับ: นายเดช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านวัย 57 ปี อ้างว่าตนเองมีโรคประจำตัวและเกิดอาการ “วูบ” ขณะขับขี่ ปฏิเสธว่าไม่ได้ดื่มสุรา แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า พ.ร.บ. รถยนต์ขาดอายุ
- ท่าทีจากส่วนกลาง: นายอำเภอเมืองลำปางสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเตรียมไล่ออก ย้ำชัดเจนห้ามมิให้ผู้ใดพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิดเด็ดขาด
อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ครอบครัวผู้เสียหายกำลังเดินจูงมือกันอยู่ริมถนน เพื่อจะเดินกลับไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้านซ่อมไฟใกล้กับร้านกาแฟริมทาง แต่ในจังหวะนั้น รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ซึ่งมีนายเดชเป็นคนขับ ได้พุ่งเข้าชนท้ายรถเก๋งที่จอดอยู่อย่างจัง
แรงอัดมหาศาลทำให้รถเก๋งพุ่งทะยานไปข้างหน้าและกระแทกเข้ากับร่างของคุณเมย์ (ผู้เป็นแม่) และน้องเติมฝัน ลูกชายวัย 2 ขวบ จนร่างลอยขึ้นฟ้าตกกระแทกพื้นห่างออกไปถึง 15 เมตร ฝ่ายคุณพ่อหลบได้หวุดหวิด แต่ด้วยความตกใจและรีบวิ่งไปดูอาการของลูกชายและภรรยา ทำให้ล้มลงจนหัวเข่าแตก
ต่อมาในเวลา 02.25 น. ของวันที่ 9 มิถุนายน 2569 แพทย์ได้แจ้งว่าน้องเติมฝันได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว มีเลือดออกในอวัยวะภายในอย่างรุนแรง ส่วนคุณเมย์ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยอาการขาหัก 2 ท่อน ซึ่งแพทย์ระบุว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง
2026/06/569000005523602.jpeg" alt="อุบัติเหตุทางถนนสุดสยองคร่าชีวิตเด็กชายวัย 2 ขวบในลำปาง" width="1024" height="622" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/569000005523602.jpeg?w=1024&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/569000005523602.jpeg?resize=300%2C182&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/06/569000005523602.jpeg?resize=768%2C467&ssl=1 768w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" />
คนขับอ้างโรคประจำตัวทำ “วูบ” ผลตรวจแอลกอฮอล์ยังต้องรอ
ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน นายเดช ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผู้ก่อเหตุ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง โดยเจ้าตัวได้ให้การภาคเสธและกล่าวแสดงความเสียใจสั้นๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายเดชระบุว่าตนเองไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร แต่เนื่องจากมีโรคประจำตัวจึงเกิดอาการวูบหมดสติไปในระหว่างขับรถ พร้อมทั้งยืนยันว่าตนเองไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์มาแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากล่าวหาเบื้องต้นในความผิดฐาน “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตาย และทรัพย์สินเสียหาย” ส่วนข้อหาขับรถในขณะมึนเมาสุรานั้น ยังคงต้องรอผลการตรวจเลือดอย่างเป็นทางการจากทางโรงพยาบาลอีกครั้ง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถกระบะคันที่ก่อเหตุนั้น พ.ร.บ. รถยนต์ขาดอายุใช้งานแล้ว ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป
นายอำเภอสั่งลุยชนไม่เลี้ยง เตือนพวกคิดบิดเบือนคดีให้หยุด
หลังเกิดเหตุ นายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า นายเดช ผู้ก่อเหตุ ยังคงมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จริง ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน ทางอำเภอเมืองลำปางจึงพร้อมที่จะดำเนินคดีและสอบสวนทางวินัยอย่างตรงไปตรงมาที่สุด โดยไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน
“ผมขอเตือนไปยังบุคคลใดก็ตามที่พยายามจะเข้ามาช่วยเหลือผู้ก่อเหตุในทางคดี ขอให้หยุดการกระทำนั้นเสีย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานและกฎหมายอย่างเท่าเทียม อย่าพยายามสร้างเรื่องบิดเบือนข้อเท็จจริง อำเภอเมืองลำปางจะให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่” นายอำเภอเมืองลำปางกล่าวเน้นย้ำ
นอกจากนี้ นายอำเภอเมืองลำปางยังได้เดินทางไปเยี่ยมและมอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวให้กับคุณเมย์ที่โรงพยาบาล พร้อมสั่งกำชับให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เข้ามาเร่งรัดดูแลเรื่องค่าสินไหมทดแทนและการเยียวยา แม้ว่า พ.ร.บ. รถยนต์ของผู้ก่อเหตุจะขาดอายุก็ตาม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและให้ญาติต่างๆ สามารถรับร่างของน้องเติมฝันไปประกอบพิธีทางศาสนาได้โดยเร็วที่สุด
ข่าวลำปางที่กำลังเป็นที่นิยม
รถบรรทุกสินค้าเสียหลักพุ่งชนเสาไฟราคา 500,000 บาท ในจังหวัดลำปาง
ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่
ข่าว - News
อุบัติเหตุสุดสยอง! อุบัติเหตุชนประสานงาอย่างรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บ 6 รายในภาคเหนือของประเทศไทย
เชียงใหม่ – เกิดอุบัติเหตุสุดระทึกขวัญขึ้นบนถนนสายแม่ทา-แม่ออน บริเวณบ้านผาตั้ง ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน รถกระบะของพ่อค้าแม่ค้าได้เสียหลักชนประสานงากับรถเก๋งของพนักงานโรงงานอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งหมด 6 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเด็กเล็กที่เดินทางมากับครอบครัวด้วย
เรื่องราวนี้ยิ่งน่าเศร้าและน่าตกใจมากขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบพบข้อมูลสำคัญ ผู้บาดเจ็บจากรถทั้งสองคันนั้น แท้จริงแล้วเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน พวกเขาล้วนมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านห้วยทราย อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งต่างฝ่ายต่างกำลังเดินทางในวันหยุด แต่กลับต้องมาประสบอุบัติเหตุด้วยกัน
ประเด็นสำคัญ
- อุบัติเหตุรุนแรงบนทางตรง: รถกระบะและรถเก๋งเกิดการชนประสานงากันอย่างจังบนถนนสายแม่ทา-แม่ออน ทำให้สภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย รวมเด็กเล็ก: ผู้โดยสารจากรถทั้งสองคันได้รับบาดเจ็บทั้งหมด โดยมี 3 รายที่อาการสาหัสและต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือ
- บังเอิญเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน: ความสลดใจคือผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งสองฝ่าย มาจากหมู่บ้านเดียวกันในจังหวัดเชียงใหม่โดยบังเอิญ
นาทีชีวิต! กู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ชีพไปถึงจุดเกิดเหตุ พวกเขาพบรถเก๋งสีดำยี่ห้อโตโยต้า วีออส สภาพพังเสียหายอย่างหนัก ภายในรถมีผู้โดยสารติดอยู่หลายคน โดยเฉพาะคนขับและผู้โดยสารด้านหน้าที่ถูกอัดติดอยู่กับเบาะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งประเมินสถานการณ์ เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด
ภาพที่สร้างความสะเทือนใจคือ ที่บริเวณเบาะหลังของรถเก๋ง มีชายคนหนึ่งนอนบาดเจ็บแต่ยังคงกอดเด็กชายเอาไว้แน่น ทีมกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลา โดยใช้เวลามากกว่า 20 นาทีในการทำงาน พวกเขาค่อยๆ นำร่างของผู้บาดเจ็บออกมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแม่ทาทันที
อุบัติเหตุบนทางตรง ตำรวจเร่งสืบสวนหาสาเหตุ
สำหรับรถยนต์คู่กรณีคือรถกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์เงิน ซึ่งสภาพรถด้านหน้าพังยับเยินเช่นเดียวกัน ผู้ขับขี่คือนายแดง อายุ 62 ปี เป็นพ่อค้าที่ตลาดหนองดอก จังหวัดลำพูน ในวันเกิดเหตุ เขากำลังขับรถพาภรรยากลับบ้านเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะมาเกิดการชนอย่างรุนแรง
ส่วนผู้โดยสารในรถเก๋งนั้น เป็นพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน พวกเขากำลังพาครอบครัวไปเลือกซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าในช่วงวันหยุดพักผ่อน แต่เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรง รถทั้งสองคันได้พุ่งชนประสานงากันอย่างจัง
บทเรียนจากอุบัติเหตุ และความสำคัญของการขับขี่ปลอดภัย
ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ทา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนนและเก็บหลักฐานอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นถนนทางตรง ที่ผู้ขับขี่มักจะใช้ความเร็วค่อนข้างสูง ตำรวจจะทำการสอบสวนพยานและผู้บาดเจ็บอีกครั้ง เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเหตุใดรถทั้งสองคันจึงชนประสานงากัน
อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ใช้รถทุกคนขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ว่าจะขับบนถนนทางตรงหรือทางโค้ง การลดความเร็วและมีสติอยู่เสมอ จะช่วยป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ หากคุณต้องการอ่านรายละเอียดของข่าวนี้เพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ข่าว MGR Online ซึ่งเป็นแหล่งข่าวต้นฉบับที่รายงานเหตุการณ์นี้
เหตุการณ์ที่มีเด็กเล็กอยู่ในรถขณะเกิดอุบัติเหตุ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของอุปกรณ์ความปลอดภัย พ่อแม่และผู้ปกครองควรติดตั้งคาร์ซีท (Car Seat) สำหรับเด็กทุกครั้งที่เดินทาง การให้เด็กนั่งในที่นั่งนิรภัย จะช่วยลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บได้มากเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
นอกจากนี้ การคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารทุกคน ก็เป็นกฎความปลอดภัยที่ไม่ควรละเลย การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้คุณและครอบครัวเดินทางกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ความไม่ประมาทคือสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้รถใช้ถนนในทุกๆ วัน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
มหาวิทยาลัยภาคเหนือของประเทศไทยผนึกกำลังส่งเสริมสิ่งทอไทยท้องถิ่น
โดรนไฮเทคบินขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อต่อสู้กับไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าว - News
ผู้เดินทางควรระมัดระวังเมื่อข้ามพรมแดนเชียงราย-เมียนมาร์ที่ด่านตะชีเลิก
ชียงราย ทหารพรานวิสามัญแก๊งค้ายา 3 ศพ ยึดยาบ้าเกือบ 4 แสนเม็ด">เชียงราย – นายอำเภอแม่สายได้ออกโรงเตือนประชาชนคนไทยอย่างเร่งด่วน สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามแดนไปยังจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยเน้นย้ำให้ทุกคนเคารพกฎหมายท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการถูกจับกุม
ทุกวันนี้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนมากเดินทางข้ามพรมแดน ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง และทำธุรกิจส่วนตัว แต่บางครั้งความไม่รู้กฎหมายก็อาจนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ได้
ประเด็นสำคัญ
- ต้องเคารพกฎหมาย: นายอำเภอแม่สายเตือนคนไทยให้ระมัดระวังพฤติกรรมเสี่ยงเมื่อข้ามแดนไปเยือนท่าขี้เหล็ก
- ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามถ่ายภาพในพื้นที่หวงห้าม ละเมิดกฎจราจร เล่นการพนัน หรือยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจผิดกฎหมายเด็ดขาด
- ช่องทางช่วยเหลือ: หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือพบสิ่งผิดปกติ ให้รีบติดต่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนฝั่งไทยทันที
นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ได้ฝากความห่วงใยถึงพี่น้องชาวไทยทุกคน การเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีข้อควรระวังมากมายที่คุณต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
พฤติกรรมบางอย่างที่เรามองว่าเป็นเรื่องปกติในบ้านเรา อาจเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงในประเทศเมียนมา ตัวอย่างเช่น การเดินหลงเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม หรือการละเมิดกฎจราจรในท้องถิ่น
พฤติกรรมต้องห้ามในท่าขี้เหล็ก
สิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องของการถ่ายภาพ คุณต้องระมัดระวังและมีสติอย่างมาก ห้ามถ่ายภาพในสถานที่ราชการหรือพื้นที่หวงห้ามของเมียนมาอย่างเด็ดขาด เพราะอาจถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงได้
นอกจากนี้ การเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือการเข้าไปเล่นการพนัน ก็เป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ทำให้คนไทยหลายคนต้องตกระกำลำบาก เจ้าหน้าที่เมียนมามีความเข้มงวดและเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก
ผลกระทบหากฝ่าฝืนกฎหมายเมียนมา
หากคุณเผลอทำผิดกฎหมายของเขา ผลที่ตามมานั้นอาจรุนแรงกว่าที่คุณคิด เจ้าหน้าที่เมียนมามีสิทธิ์ควบคุมตัวคุณเพื่อทำการสอบสวนเบื้องต้นได้ทันที
หลังจากนั้น คุณอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศเมียนมา ซึ่งกระบวนการต่างๆ จะมีความซับซ้อนและใช้เวลานานมาก การไปเที่ยวเพื่อความสนุกสนานอาจกลายเป็นฝันร้ายได้ในพริบตา
เอกสารสำคัญที่ต้องพกติดตัวเสมอ
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คุณควรพกเอกสารแสดงตัวตนให้ครบถ้วนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรผ่านแดน (Border Pass)
เอกสารเหล่านี้คือเครื่องยืนยันตัวตนที่ดีที่สุดเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจค้น การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายไทยและเมียนมาก็เป็นสิ่งสำคัญมาก คุณควรรับฟังและทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
ทำอย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน?
แม้เราจะระมัดระวังตัวดีแล้ว แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากคุณพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่าเพิ่งตื่นตระหนกจนเกินไป
ให้คุณตั้งสติและรีบประสานงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนทันที อ้างอิงจากรายงานของเว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ หน่วยงานราชการของไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่
ท่าขี้เหล็ก: แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่ต้องระวัง
จังหวัดท่าขี้เหล็กเป็นเมืองชายแดนที่มีเสน่ห์ และดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยมาอย่างยาวนาน ที่นี่มีตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่นไปจนถึงของใช้ราคาประหยัด
แต่นอกจากความสนุกในการจับจ่ายใช้สอยแล้ว นักท่องเที่ยวต้องไม่ลืมว่าเรากำลังยืนอยู่บนแผ่นดินของประเทศอื่น การให้ความเคารพต่อสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
ก่อนที่คุณจะวางแผนเดินทางไปเยือนท่าขี้เหล็ก การศึกษาข้อมูลข่าวสารล่าสุดเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง สถานการณ์ตามแนวชายแดนและกฎระเบียบต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับกฎระเบียบข้อใด สามารถเดินเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ด่านพรมแดนฝั่งไทยก่อนข้ามไปได้เลย การป้องกันและเตรียมตัวไว้ก่อนย่อมดีกว่าการต้องมาตามแก้ปัญหาในภายหลังอย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
UNIDO และ JICA ส่งทีมงานไปเชียงรายเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดน
กลุ่มภาคประชาสังคมเชียงรายผลักดันให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่ของจีน
ข่าว - News
บทสรุปดราม่ารถไฟฟ้า BTS! นักเรียนอิตาลีขอโทษสาวไทย ยอมรับผิดและจ่ายค่าปรับตามกฎหมาย
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา ณ สน.สำเหร่ กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีและผู้ดูแลได้เข้าพบเพื่อขอโทษคุณซูกัส ผู้เสียหายชาวไทย หลังเกิดเหตุโต้เถียงกันบนรถไฟฟ้า BTS เพื่อปรับความเข้าใจและรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ลำปาง">ตำรวจได้ทำการเปรียบเทียบปรับกลุ่มผู้ก่อเหตุตามกฎหมาย ในขณะที่ผู้เสียหายยินดีรับคำขอโทษและวอนสังคมไทยยุติการคุกคาม เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้สามารถศึกษาดูงานในไทยต่อไปได้ตามกำหนดการ
เรื่องราวความขัดแย้งบนรถไฟฟ้า BTS ได้จบลงด้วยดีแล้วในขณะนี้ เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อนางสาวซูกัส ผู้เสียหายชาวไทย ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มเยาวชนชาวอิตาลี การแจ้งความเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา และสร้างความสนใจให้กับสังคมออนไลน์อย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำเหร่ ได้ทำงานอย่างรวดเร็ว โดยเชิญเยาวชนชาวอิตาลี 5 คน และผู้ดูแลอีก 1 คน มาพูดคุยที่สถานีตำรวจ การเจรจาครั้งนี้มีล่ามแปลภาษาคอยช่วยเหลือ โดยทั้งหมดได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและนางสาวซูกัสเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.
ประเด็นสำคัญ
- การยอมรับผิดและขอโทษ: กลุ่มนักเรียนชาวอิตาลีและผู้ดูแลรู้สึกสำนึกผิดอย่างแท้จริง และได้กล่าวขอโทษผู้เสียหายชาวไทยอย่างเป็นทางการ
- การจัดการทางกฎหมายที่ชัดเจน: เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับผู้ก่อเหตุในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า และข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อสาธารณะ
- การให้อภัยจากผู้เสียหาย: ครอบครัวผู้เสียหายรับคำขอโทษ และขอให้ชาวไทยหยุดโจมตี เพื่อให้นักเรียนกลุ่มนี้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและศึกษาดูงานต่อ
การเจรจาเพื่อปรับความเข้าใจ
การพูดคุยที่สถานีตำรวจใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหา กลุ่มนักเรียนและผู้ดูแลได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พวกเขากล่าวขอโทษนางสาวซูกัส และยอมรับว่าพฤติกรรมที่แสดงออกไปนั้นไม่เหมาะสมและขาดความยั้งคิด
ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยจนตกลงกันได้ และเลือกที่จะยุติข้อพิพาททั้งหมดด้วยความเข้าใจ พวกเขาตกลงที่จะไม่ติดใจเอาความ หรือดำเนินคดีใดๆ ต่อกันอีกในอนาคต นอกจากนี้ ทุกคนยังยินยอมที่จะลบภาพและคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ออกจากโทรศัพท์ และลบออกจากสื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดร่วมกัน
หนึ่งในผู้ดูแลของคณะนักเรียนอิตาลีกล่าวว่า เขารู้สึกเสียใจและตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างมาก เขายืนยันว่าทางกลุ่มมีความเคารพและชื่นชมต่อวัฒนธรรมไทยเสมอมา เหตุการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับทุกคนในกลุ่ม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต
ผู้ดูแลยังเน้นย้ำว่าจะคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งลักษณะนี้ขึ้นอีก เขาและเด็กๆ ทั้ง 5 คนที่ปรากฏในคลิปวิดีโอ รู้สึกสำนึกผิดอย่างแท้จริงต่อการกระทำของตนเอง และพร้อมที่จะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น
การให้อภัยและบทสรุปทางกฎหมาย
ทางด้านนางสาวซูกัส ผู้เสียหาย กล่าวว่าเธอสามารถสัมผัสได้ถึงความสำนึกผิดอย่างจริงใจของอีกฝ่าย เธอเชื่อว่าบุคคลที่กล้ายอมรับผิดและเอ่ยคำขอโทษ สมควรได้รับโอกาสในการแก้ไขตัวเองเสมอ
เธออธิบายเพิ่มเติมว่า การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ ทำไปเพื่อปกป้องสิทธิ์และศักดิ์ศรีของตนเองในฐานะคนไทย เธอต้องการส่งข้อความว่า ผู้ที่มาเยือนประเทศไทยควรเคารพสิทธิและวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นด้วย เมื่ออีกฝ่ายเข้าใจข้อนี้แล้ว เธอจึงยินดีที่จะจบเรื่องราวทั้งหมดลง
นายประพัทธ์ พ่อของนางสาวซูกัส กล่าวว่า ในระหว่างการพูดคุย เขาได้อธิบายให้กลุ่มนักเรียนเข้าใจถึงมารยาทอันดีงามและวัฒนธรรมของสังคมไทย เขาขอขอบคุณทุกกำลังใจจากชาวไทยที่ส่งมาให้ครอบครัวอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่างๆ (สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Thairath News)
นายประพัทธ์ยังฝากคำขอร้องถึงคนไทยทุกคน ว่าอย่าคุกคามหรือต่อว่ากลุ่มนักเรียนกลุ่มนี้อีกต่อไป เพราะทุกคนได้สำนึกผิดแล้วอย่างแท้จริง นอกจากนี้ พวกเขายังมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศไทยต่อไปอีกหลายวันตามกำหนดการเดิม
ในส่วนของการดำเนินการตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา “ดูหมิ่นซึ่งหน้า” แก่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน พร้อมสั่งปรับเป็นเงินคนละ 1,000 บาท ส่วนผู้ที่แสดงสัญลักษณ์ชูนิ้วกลาง ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหาเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
ข้อหาเพิ่มเติมคือ การกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล ทำให้ผู้ที่ชูนิ้วกลางถูกเปรียบเทียบปรับรวมเป็นเงิน 2,000 บาท หลังจากการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเสร็จสิ้น ทั้งสองฝ่ายก็จับมือและยุติเรื่องราวทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ยึดบุหรี่ไฟฟ้า 50,000 เครื่องและเงินสดจำนวนมากจากบ้านหลังหนึ่งในกรุงเทพฯ
เกิดเหตุการณ์ดราม่าสุดเดือดบนรถไฟฟ้า BTS! หญิงชาวไทยปะทะคารมอย่างดุเดือดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเรื่องเสียงดัง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมในลำปาง!! แม่เรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูกสาววัย 15 ปี
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
สลดเชียงใหม่! กระบะเมาแล้วขับชนเด็กชายวัย 11 ขวบเสียชีวิต ก่อนหนีซุกหอพัก
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
ตำรวจเชียงรายจับกุม “ผู้ต้องสงสัยรายใหญ่” ในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงรายลดลง 24 เซนติเมตร ขณะที่งานสำคัญในเชียงของยังคงดำเนินต่อไป







