Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่

Published

on

ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่

ลำปาง – อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากความประมาทและเมาแล้วขับยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดลำปาง เมื่อชายวัย 47 ปี ดื่มฉลองกับเพื่อนข้ามคืนจนขาดสติ ขับรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์กลางถนน ก่อนเสียหลักพุ่งทะลุเข้าไปในอาคารพาณิชย์และร้านค้าข้างทางจนพังยับเยิน งานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหามคนขับลงจากรถ และเมื่อตรวจวัดปริมาณเชียงราย! รัฐบาลขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นทางการ จาก 11.00 น. ถึง 24.00 น.">แอลกอฮอล์ก็ต้องตกตะลึง เพราะตัวเลขพุ่งสูงกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

อ้างอิงข้อมูลจากรายงานข่าวของ MGR Online เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งเหตุรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์และร้านค้า บริเวณใกล้สี่แยกทางเข้าบ้านพระบาทหนองหมู ถนนพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยจึงรีบลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือทันที

ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่

ลำดับเหตุการณ์: จากวงเหล้าสู่ซากปรักหักพัง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายปิยะ ชายวัย 47 ปี ชาวตำบลพิชัย เขาได้ไปร่วมวงดื่มสังสรรค์กับเพื่อนที่บ้านพักในซอย 5/4 ถนนพระบาท ตั้งแต่คืนก่อนเกิดเหตุ และนั่งดื่มต่อเนื่องยาวนานจนถึงช่วงสายของอีกวัน เมื่อถึงเวลาเลิกรา นายปิยะพยายามขับรถยนต์โตโยต้า สีขาว เพื่อเดินทางกลับบ้าน แต่ด้วยสภาพร่างกายที่เมาหนักมาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นตามลำดับดังนี้:

  • จุดชนที่ 1: ขณะที่กำลังเลี้ยวออกจากปากซอย รถได้พุ่งชนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น Click ที่ขับมาตามปกติ จนรถล้มและผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยต้องรีบปฐมพยาบาล
  • จุดชนที่ 2: แทนที่รถจะหยุด ผู้เห็นเหตุการณ์คาดว่าคนขับน่าจะตกใจและพยายามเหยียบเบรก แต่ด้วยความเมาไร้สติ จึงพลาดไปเหยียบคันเร่งจนสุด รถเก๋งจึงพุ่งข้ามถนน และหักหลบเข้าไปชนกับร้านค้าที่ตั้งอยู่ริมทางอย่างรุนแรง

ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่

รอดตายปาฏิหาริย์: นาทีเฉียดตายของเจ้าของร้าน

บริเวณที่รถพุ่งเข้าไปชนคืออาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ซึ่งเปิดเป็นร้านตัดเสื้อผ้าชื่อ “ไดสึเกะ” และด้านหน้ามีซุ้มขายชานมไต้หวันตั้งอยู่ สภาพหลังเกิดเหตุคือรถเก๋งพุ่งเข้าไปคาอยู่ในซุ้มชานมจนพังราบ

คุณก้อยและคุณโอ๋ เจ้าของร้านชานมไต้หวัน เปิดเผยด้วยความตื่นตระหนกว่า พวกเขารอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เพราะปกติแล้วในช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ทั้งคู่จะต้องยืนเตรียมของอยู่ในซุ้มแล้ว แต่วันนั้นโชคดีที่ออกไปซื้อของข้างนอกพอดี หากอยู่ในซุ้มตามปกติ คงต้องได้รับอันตรายถึงขั้นสาหัสอย่างแน่นอน

“ข้าวของในร้านเสียหายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ อุปกรณ์ชงชา หรือกระจกหน้าร้าน รวมมูลค่าความเสียหายน่าจะเกือบแสนบาท ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับมาเปิดร้านได้อีกเมื่อไหร่ รายได้ก็หายไปหมด” เจ้าของร้านชานมกล่าว พร้อมฝากเตือนสติว่า “ถ้าเมาก็ไม่ควรขับรถ เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้น มันกระทบกับคนอื่นที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย”

นอกจากร้านชานมแล้ว ร้านตัดเสื้อของลุงวิโรจน์ วัย 69 ปี ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ลุงวิโรจน์เล่าว่า ตอนเกิดเหตุตนเองไปงานศพที่จังหวัดลำพูน พอเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกข่าว ก็รีบเดินทางกลับมาดูทันที และพบว่าผนังหน้าร้านพังเสียหายจากการถูกซุ้มชานมไถลมากระแทก

ลุงวิโรจน์ได้ให้ข้อคิดเตือนใจว่า “แค่เสี้ยววินาทีเดียวที่คุณขาดสติ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเมาแล้วขับ มันไม่คุ้มเลยกับความเสียหายที่ตามมา”

ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่

จับตาสภาพคนขับ: แอลกอฮอล์พุ่งปรี๊ด

ภาพที่สร้างความตกใจให้กับผู้พบเห็นคือ สภาพของนายปิยะ (ผู้ก่อเหตุ) ที่นั่งคอพับอยู่ในเบาะคนขับ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือเดินลงจากรถได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องช่วยกันหิ้วปีกและพยุงตัวเขาออกมานั่งพักที่เก้าอี้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบ “ขวดเหล้า” อยู่ในรถอีกด้วย

เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดผ่านเครื่องเป่า ก็พบตัวเลขที่น่าตกใจ เพราะพุ่งสูงกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไปหลายเท่าตัว สภาพนี้ถือว่าเมามายรุนแรงจนสูญเสียการควบคุมร่างกายและสติอย่างสิ้นเชิง

เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจชิ้นใหญ่สำหรับผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์ การสังสรรค์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ความรับผิดชอบต่อสังคมคือสิ่งสำคัญที่สุด การเมาแล้วขับไม่เพียงแต่เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง แต่ยังนำพาความเดือดร้อนไปสู่ผู้อื่นที่ใช้ถนนร่วมกัน

ล่าสุด ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ได้แก่ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ และเจ้าของร้านค้าทั้ง 2 ร้าน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปางเรียบร้อยแล้ว เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายและดำเนินคดีกับคนขับรถเก๋งรายนี้ให้ถึงที่สุดตามกฎหมาย

ข่าวลำปางอื่นๆ

เจ้าของร้านอาหารลำปางเข้ามอบตัวตำรวจหลังฆ่าเพื่อนบ้าน: ศาลปฏิเสธการประกันตัว

ชายหนุ่มจากลำปางได้ออกมาเรียกร้องต่อสื่อมวลชน โดยอ้างว่าเขาถูกทหารลากลงจากเวทีการแสดงและถูกทำร้ายจนหมดสติ

 

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

Rebecca Kim

Published

on

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

หญิงคนหนึ่งกลางดึก">พะเยา – ตำรวจรายงานว่าชาวนาในภาคเหนือของประเทศไทย">ภาคเหนือของประเทศไทยพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขณะทำงานในนาข้าว เขาพบศพชายคนหนึ่งที่เน่าเปื่อยอย่างมากและมีรอยสักที่โดดเด่นอยู่ทั่วตัว ตำรวจท้องถิ่นกำลังเร่งรวบรวมเบาะแสและคลี่คลายคดีที่น่าตกใจนี้

เหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมที่เงียบสงบของบ้านจำปาหวาย ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดพะเยาทางภาคเหนือของประเทศไทย นายเชิด ปิงเมือง ชาวบ้านคนหนึ่ง กำลังดูแลนาของญาติในช่วงบ่าย ขณะที่เขากำลังใส่ปุ๋ย เขาได้สังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างมากซ่อนอยู่ลึกในน้ำโคลน

ประเด็นสำคัญ

  • พบศพชายปริศนาถูกทิ้งกลางทุ่งนาในจังหวัดพะเยา พร้อมรอยทุบที่ศีรษะ 4 จุด
  • จุดสังเกตสำคัญคือรอยสักรูปแมงมุม และรอยสักคำว่า “พ่อ” และ “แม่” ที่หัวไหล่
  • ผู้ใหญ่บ้านคาดว่าผู้ตายอาจเป็นชายวัย 55 ปีในหมู่บ้านที่หายตัวไปเมื่อ 3 วันก่อน

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวบ้านคนหนึ่งออกไปทำงานตามปกติ นายเชิด ปิงเมือง เป็นผู้พบศพคนแรกขณะกำลังใส่ปุ๋ยในนาของญาติ เขาเล่าว่าเห็นศพนอนหงายอยู่กลางทุ่งนาและมีสภาพที่น่ากลัวมาก

หนอนชอนไชไปทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัวจนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้ สภาพศพนั้นทำให้เขาตกใจมากจนต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เขาเชื่อว่าอาจมีคนนำศพมาทิ้งอำพรางไว้ในพื้นที่นาแห่งนี้

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

หลักฐานในที่เกิดเหตุและรอยสัก

ตำรวจจาก สภ.แม่กา และแพทย์นิติเวชได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ผู้ตายสวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบ สิ่งของที่พบในตัวมีเพียงซองบุหรี่ ยาเส้น และไฟแช็ก

สิ่งที่ช่วยระบุตัวตนได้ดีที่สุดคือรอยสักบนร่างกายของผู้ตาย เขามีรอยสักรูปแมงมุมที่มือขวาอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรอยสักคำว่า “พ่อ” ที่ไหล่ขวา และ “แม่” ที่ไหล่ซ้าย

จากการตรวจสอบเบื้องต้น แพทย์พบร่องรอยบาดแผลที่น่าสงสัย ศีรษะของผู้ตายมีรอยคล้ายถูกกระแทกด้วยของแข็งจำนวนสี่จุด คาดว่าชายคนนี้เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามวัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุการตายที่แน่ชัด แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตัดประเด็นการถูกทำร้ายหรือฆาตกรรมทิ้งไป ข้อมูลนี้อ้างอิงจากรายงานข่าวของ ผู้จัดการออนไลน์ ที่ติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

ความเชื่อมโยงกับคนหายในหมู่บ้าน

ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากกับทางตำรวจ เขาตั้งข้อสังเกตว่าผู้ตายอาจจะเป็นนายหล้า ชายวัย 55 ปีในหมู่บ้าน นายหล้าเป็นคนในพื้นที่และเป็นที่รู้จักว่ามักจะดื่มสุราเป็นประจำ

ชาวบ้านสังเกตเห็นว่าเขาหายตัวออกจากบ้านไปประมาณสามวันแล้ว อย่างไรก็ตาม ไม่มีญาติพี่น้องคนไหนไปแจ้งความคนหายที่สถานีตำรวจเลย ตำรวจเชื่อว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายคือนายหล้า แต่ทุกอย่างยังต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการ

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ปกติแล้วหมู่บ้านแห่งนี้มีความสงบสุขและไม่ค่อยมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกตกใจและอยากรู้ความจริงโดยเร็ว

พวกเขาหวังว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ หากนี่เป็นคดีฆาตกรรมจริงๆ ความปลอดภัยในชุมชนคือสิ่งที่ทุกคนกำลังให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้ ตอนนี้ทีมสืบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุทั้งหมด พวกเขาทำงานอย่างหนักและจำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบศพอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลพะเยา

ผลการตรวจสอบนี้จะช่วยยืนยันตัวตนที่แท้จริงของผู้เสียชีวิตได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยไขปริศนาได้ว่านี่คือการฆาตกรรมอำพรางหรือเกิดจากอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปเพื่อปิดคดีนี้ให้ได้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาอันตรายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในสวนผลไม้แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ได้แล้ว

 

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

Rebecca Kim

Published

on

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

ลำพูน – เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งสร้างความตกใจให้กับชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นอย่างมาก เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพวัยรุ่นชายสองคน ขับขี่รถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุอย่างอุกอาจ โดยหนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถพร้อมกับถือแกลลอนบรรจุน้ำมันมาด้วย จากนั้นเขาตรงเข้าไปราดน้ำมันใส่ร้านส้มตำปากเปิด ซึ่งตั้งอยู่ในตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน ก่อนที่จะจุดไฟเผาร้านอย่างรวดเร็ว

ประเด็นสำคัญ

  • วัยรุ่นสองคนขับขี่รถจักรยานยนต์ นำแกลลอนน้ำมันมาราดและจุดไฟเผาร้านส้มตำในจังหวัดลำพูน
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีตำรวจมาก และคนร้ายยังมีการถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุไว้ด้วย
  • ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าตกใจมากที่สุดคือ จุดเกิดเหตุอยู่ใกล้สถานีตำรวจภูธรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือเพียงแค่ 100 เมตรเท่านั้น นอกจากนี้เพื่อนของคนร้ายที่มาด้วยกัน ยังใจเย็นใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอขณะก่อเหตุเอาไว้อีกด้วย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบสตาร์ทรถ แล้วขับหลบหนีไปในความมืดอย่างรวดเร็ว

ตำรวจเร่งลงพื้นที่ค้นหาความจริง

สำหรับความคืบหน้าล่าสุดในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ต.อ.ฐิติพล อรุณสกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ท่านระบุว่าทางตำรวจได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และเห็นพฤติกรรมการก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปอย่างชัดเจน ดังนั้นภาพเหล่านี้จึงถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ในการตามหาตัวคนร้ายมารับโทษตามกฎหมาย

ในขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อพูดคุยและสอบถามเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย รวมไปถึงพยานแวดล้อมต่างๆ ตำรวจต้องการรับทราบข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ พ.ต.อ.ฐิติพล เน้นย้ำว่าทุกปัญหาต้องมีที่มาที่ไป และตำรวจจำเป็นต้องทราบถึงต้นเหตุของความขัดแย้งในครั้งนี้

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

มั่นใจตามจับกุมคนร้ายได้แน่นอน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความมั่นใจอย่างมาก ว่าจะสามารถตามจับผู้ก่อเหตุทั้งสองคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ทีมตำรวจกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยการไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายอย่างใกล้ชิด

คดีนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก เพราะเป็นการกระทำที่ท้าทายกฎหมาย และสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ทำมาหากิน คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวต้นฉบับเพิ่มเติมได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์ ทางตำรวจยืนยันว่าจะตามจับคนผิดมารับโทษให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความปลอดภัยและคืนความสงบสุขให้กับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส

ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส

Naree Srisuk

Published

on

สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส

กำแพงเพชร – เกิดเหตุสลดขึ้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถยนต์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกดังขึ้นเพื่อเป็นการเตือน ทำให้รถจักรยานยนต์คันหนึ่งประสบอุบัติเหตุ ส่งผลให้หญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิต">รถจักรยานยนต์ของ 3 แม่ลูกอย่างแรง อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนลูกอีก 2 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส คุณสามารถอ่านรายละเอียดของเหตุการณ์นี้ได้จากข่าวต้นฉบับที่ MGR Online

ประเด็นสำคัญ

  • อุบัติเหตุรุนแรง: รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างแรง ส่งผลให้แม่เสียชีวิตและลูก 2 คนบาดเจ็บสาหัส
  • คำให้การที่ขัดแย้ง: ตำรวจอ้างว่ารถเสียหลักและปฏิเสธการดื่มสุรา แต่พยานในที่เกิดเหตุยืนยันว่าได้กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดเจน
  • การเยียวยาครอบครัว: ตำรวจคู่กรณีเข้าร่วมงานศพเพื่อขอขมา และสัญญาว่าจะดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายคลองลาน-กำแพงเพชร ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นรถยนต์พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์อย่างรุนแรง ความแรงของการชนทำให้ร่างของ 3 แม่ลูกกระเด็นไปคนละทิศละทาง

ผู้เป็นแม่ตกลงไปในท่อระบายน้ำและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ส่วนลูกชายวัย 13 ปีและลูกอีกคนกระเด็นไปกลางถนน ตอนนี้เด็กทั้งคู่ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

ครอบครัวกังวลเรื่องอนาคต

ลูกสาวของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า เธอยังรู้สึกสับสนและกังวลใจอย่างมาก แม่คือเสาหลักของครอบครัวที่จากไปอย่างกะทันหัน ตอนนี้ทุกคนเป็นห่วงอาการของน้องๆ ที่ยังไม่ฟื้น

นอกจากนี้ ทางครอบครัวยังกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและผลกระทบระยะยาว หากน้องๆ ฟื้นขึ้นมาแล้วร่างกายอาจจะไม่เหมือนเดิม นายอานนท์ น้องชายของผู้เสียชีวิต ย้ำว่าครอบครัวต้องการความยุติธรรมและการเยียวยาที่ชัดเจนที่สุด

ร้อยตำรวจตรีเกรียงไกร ตำรวจคู่กรณี ได้เดินทางไปร่วมงานศพและกราบขอขมาศพผู้เสียชีวิต เขาได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัว พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างเต็มที่

เขาอธิบายว่าตอนเกิดเหตุ รถไหลลงจากเนินและควบคุมไม่ได้ จึงเสียหลักไปชนท้ายรถจักรยานยนต์ เขายืนยันว่าไม่ได้หลบหนีและลงมาช่วยคนเจ็บทันที นอกจากนี้เขายังปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ได้ดื่มสุรา

สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส

พยานยืนยันได้กลิ่นแอลกอฮอล์

อย่างไรก็ตาม คำให้การของตำรวจกลับขัดแย้งกับข้อมูลของพยานในที่เกิดเหตุ นางสาวศิริณา ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่ารถกระบะขับเบี่ยงไปชนท้ายรถจักรยานยนต์โดยตรง ไม่ได้มีการตัดหน้าตามที่อ้าง

ที่สำคัญ พยานระบุอย่างชัดเจนว่าได้กลิ่นสุรา และสังเกตเห็นท่าทางมึนเมาของตำรวจคู่กรณี เธอพร้อมที่จะให้การกับเจ้าหน้าที่ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย

หลังจากคลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ผู้คนจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น หลายคนรู้สึกสะเทือนใจกับภาพที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างโปร่งใส

เนื่องจากคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประชาชนจึงจับตามองการทำงานของกระบวนการยุติธรรมอย่างใกล้ชิด ทุกคนหวังว่าครอบครัวผู้สูญเสียจะได้รับการชดเชยที่เหมาะสมและเป็นธรรม

เหตุการณ์นี้ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวหนึ่ง การสูญเสียเสาหลักของบ้านส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพจิตใจและความเป็นอยู่ของคนที่เหลือ

กระบวนการทางกฎหมายจะต้องดำเนินต่อไปเพื่อค้นหาความจริง เจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อให้สังคมมั่นใจว่ากระบวนการยุติธรรมนั้นโปร่งใสอย่างแท้จริง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจไซเบอร์จับกุมแฮกเกอร์ที่เรียนรู้ด้วยตนเองฐานใช้ AI เจาะเว็บไซต์เกม

ช่วงเวลาแห่งการช่วยชีวิต! ตำรวจหญิงผู้กล้าหาญช่วยหญิงคลอดลูกแฝดในห้องน้ำ

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว
ข่าวอาชญากรรม - Crime9 hours ago

ตำรวจใช้รอยสักเพื่อระบุตัวตนศพที่เน่าเปื่อยซึ่งพบในนาข้าว

โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน
เชียงราย - Chiang Rai News10 hours ago

โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ภูเขาห่างไกลของเชียงรายกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับเกษตรกรรมยั่งยืน

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี "Young Talents Music Competition 2026"
เชียงราย - Chiang Rai News10 hours ago

เชียงรายเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดดนตรี “Young Talents Music Competition 2026”

บการในแม่สายต่างยินดี!! ตำรวจเร่งปราบปรามรถแท็กซี่ผิดกฎหมายของเมียนมาร์ ส่งผลให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

บรรดาผู้ประกอบการในแม่สายต่างยินดี!! ตำรวจเร่งปราบปรามรถแท็กซี่ผิดกฎหมายของเมียนมาร์ ส่งผลให้การจราจรกลับสู่ภาวะปกติ

เชียงรายยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว!! ฝึกอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นสำหรับปี 2026
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

เชียงรายยกระดับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว!! ฝึกอบรมเสริมศักยภาพอาสาสมัครท้องถิ่นสำหรับปี 2026

โรงเรียนบ้านดอยหลาน บีพีพี จังหวัดเชียงราย ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์กีฬาใหม่
เชียงราย - Chiang Rai News11 hours ago

โรงเรียนบ้านดอยหลาน บีพีพี จังหวัดเชียงราย ได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์กีฬาใหม่

จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C
ข่าวระดับชาติ - National12 hours ago

จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C

เจ้าหน้าที่เร่งเฝ้าระวังความเสี่ยงสารหนูปนเปื้อนในแหล่งน้ำเชียงราย
สุขภาพและการแพทย์ Health12 hours ago

เจ้าหน้าที่เร่งเฝ้าระวังความเสี่ยงสารหนูปนเปื้อนในแหล่งน้ำเชียงราย

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

เหลือเชื่อ! วัยรุ่นจุดไฟเผาร้านอาหารที่อยู่ห่างจากสถานีตำรวจเพียง 100 เมตร

สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

สลด! ตำรวจขับรถพุ่งชนจักรยานยนต์ 3 แม่ลูก แม่เสียชีวิต ลูกเจ็บสาหัส

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

การไล่ล่าของตำรวจจบลงด้วยความหายนะ เมื่อผู้ต้องสงสัยขับรถชนโชว์รูมรถยนต์ในจังหวัดลำปาง

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

น่าตกใจ! ชายคนหนึ่งจากจังหวัดพะเยา เมาสารเสพติด ทำร้ายร่างกายผู้หญิงคนหนึ่งกลางดึก

เครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง
ข่าว - News3 weeks ago

เครื่องบินขนาดเล็กพุ่งชนตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่ง

นักกีฬายิงปืนเยาวชนเชียงรายครองความยิ่งใหญ่ในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

นักกีฬายิงปืนเยาวชนเชียงรายครองความยิ่งใหญ่ในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติ

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถูกแทงอย่างโหดเหี้ยมบนท้องถนน: วัยรุ่นผู้ต้องสงสัย 3 คนเข้ามอบตัวแล้ว
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวถูกแทงอย่างโหดเหี้ยมบนท้องถนน: วัยรุ่นผู้ต้องสงสัย 3 คนเข้ามอบตัวแล้ว

ทหารเชียงรายบุกเข้าตรวจค้นแหล่งซ่อนยาเสพติดในป่า ยึดยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น และเมทแอมเฟตามีน
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ทหารเชียงรายบุกเข้าตรวจค้นแหล่งซ่อนยาเสพติดในป่า ยึดยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ฝิ่น และเมทแอมเฟตามีน

าหนังคาเขา! ชายวัย 55 ปี ถูกจับในข้อหาขโมยสายล่อฟ้าจากระบบประปาของหมู่บ้านในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

จับได้คาหนังคาเขา! ชายวัย 55 ปี ถูกจับในข้อหาขโมยสายล่อฟ้าจากระบบประปาของหมู่บ้านในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

ปฏิบัติการขุดบิตคอยน์ใต้ดินถูกทลายในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

ปฏิบัติการขุดบิตคอยน์ใต้ดินถูกทลายในภาคเหนือของประเทศไทย

ปิดคดีสลดพัทยา! หนุ่มออสซี่รับสารภาพ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า อ้างทำไปเพื่อป้องกันตัว
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ปิดคดีสลดพัทยา! หนุ่มออสซี่รับสารภาพ ฆ่าสาว 17 ยัดกระเป๋า อ้างทำไปเพื่อป้องกันตัว

ภัยเงียบสายปาร์ตี้! ป.ป.ส. เตือนระวัง "โคเคนสีชมพู" ยาเสพติดมรณะระบาดผับบาร์
สุขภาพและการแพทย์ Health4 weeks ago

ภัยเงียบสายปาร์ตี้! ป.ป.ส. เตือนระวัง “โคเคนสีชมพู” ยาเสพติดมรณะระบาดผับบาร์

Download Our App

Trending