ข่าวระดับชาติ - National
รถบรรทุกสินค้าเสียหลักพุ่งชนเสาไฟราคา 500,000 บาท ในจังหวัดลำปาง
ลำปาง – เช้าวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นที่จังหวัดลำปาง นายสะพล อายุ 44 ปี จังหวัดพิษณุโลก คนขับรถบรรทุก 22 ล้อ เสียหลัก ทำให้รถพุ่งชนเกาะกลางถนนและทำลายเสาไฟขนาดใหญ่
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหน้าศาลาว่าราชการจังหวัดลำปาง บนถนนวชิรวุฒิดำเนิน (ทางลงเขาดอยพระบาท) อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สาเหตุหลักมาจากฝนตกหนักและต่อเนื่อง ทำให้ถนนทางลงเขาลื่นมาก รถบรรทุกจึงเสียหลัก แม้เหตุการณ์จะดูรุนแรงและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างมาก แต่โชคดีที่คนขับได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และไม่มีผู้ใช้ถนนคนอื่นได้รับบาดเจ็บ
ถนนวชิราวุธดำเนินในช่วงที่ลงจากดอยพระบาทนั้น ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางหลักที่ผู้คนใช้เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองลำปาง ซึ่งมีความลาดชันและต้องใช้ความระมัดระวังสูง จากการให้การของนายสพล ผู้ขับขี่รถบรรทุกพ่วง 22 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ คันเกิดเหตุ เขาเล่าว่าตนเองกำลังขับรถพ่วงแบบไม่มีการบรรทุกสินค้า (วิ่งรถเปล่า) ลงมาจากดอยเพื่อมุ่งหน้าเข้าเมือง แต่ในระหว่างนั้นเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก
สภาพถนนที่ลาดชันประกอบกับน้ำฝนที่ปกคลุมผิวจราจร ทำให้ล้อรถสูญเสียการยึดเกาะถนนอย่างฉับพลัน แม้คนขับจะพยายามบังคับพวงมาลัยและแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็วแล้ว แต่ก็ไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถขนาดใหญ่เอาไว้ได้ รถจึงเกิดอาการส่าย เสียหลัก และพุ่งทะยานขึ้นไปบนเกาะกลางถนนอย่างแรง ตัวหัวลากและหางพ่วงบิดงอขวางเส้นทางการจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเมือง สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่กำลังขับรถผ่านไปมาในบริเวณนั้นอย่างมาก
ความเสียหายระดับหลักแสน เสาไฟทางหลวงหักโค่น
อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงแค่ตัวรถบรรทุกที่หัวเก๋งและส่วนพ่วงพังยับเยินเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเสาไฟฟ้าส่องสว่างชนิดพิเศษของกรมทางหลวงที่ติดตั้งอยู่บนเกาะกลางถนน เพื่อให้แสงสว่างแก่ผู้เดินทางในยามค่ำคืน
เสาไฟฟ้ายักษ์ต้นนี้มีความสูงถึง 30 เมตร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีราคาสูงมาก แรงกระแทกจากน้ำหนักของรถบรรทุกทำให้โคนเสาคดงอและเกิดรอยแตกร้าวอย่างชัดเจน จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ประเมินมูลค่าความเสียหายของเสาไฟต้นนี้ไว้สูงถึงประมาณ 500,000 บาท ซึ่งจำนวนนี้ยังไม่รวมค่าความเสียหายของตัวรถบรรทุกและค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดพื้นผิวจราจร
ระดมกำลังกู้ภัยและเคลียร์คราบน้ำมัน ป้องกันเหตุซ้ำซ้อน
หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนจากสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง พร้อมด้วยทีมเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปางและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวง ได้รีบลงพื้นที่เพื่อจัดการสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยสิ่งแรกที่ทำคือการเข้าไปช่วยเหลือคนขับรถที่ติดอยู่ในห้องโดยสาร ทางทีมกู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวเขาส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในที่เกิดเหตุคือ คราบน้ำมันเครื่องและของเหลวจากตัวรถบรรทุกที่แตกและรั่วไหลออกมากระจายเป็นวงกว้างบนพื้นผิวถนน ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก เพราะเสี่ยงที่จะทำให้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นที่ขับตามมาลื่นไถลและเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องรีบนำทรายและวัสดุดูดซับมาโรยทับคราบน้ำมันทั้งหมด พร้อมกับปิดช่องจราจรบางส่วนชั่วคราว นอกจากนี้ยังได้ประสานงานนำรถเครนขนาดใหญ่เข้ามาเร่งกู้ซากรถพ่วงและเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้การจราจรกลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

สรุป 5 ข้อควรระวัง ขับรถบรรทุกหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัย
อุบัติเหตุที่ดอยพระบาทครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญสำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกและรถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางภูเขาในหน้าฝนที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อความปลอดภัยทั้งต่อตัวเองและเพื่อนร่วมทาง ขอสรุปข้อควรปฏิบัติที่เข้าใจง่ายและใช้ได้จริง ดังนี้:
- ลดความเร็วลงทันทีเมื่อฝนตก: ถนนที่เปียกน้ำจะลื่นกว่าปกติ การขับรถให้ช้าลงจะช่วยให้คุณมีเวลาตัดสินใจและมีระยะเบรกที่ปลอดภัยมากขึ้น
- ระวังเป็นพิเศษเมื่อขับรถเปล่า: รถบรรทุกที่ไม่มีสิ่งของบรรทุกอยู่ด้านหลัง มักจะมีปัญหาเรื่องการยึดเกาะถนนที่น้อยกว่าปกติ ทำให้หางพ่วงส่ายหรือล้อลื่นไถลได้ง่ายเมื่อต้องเบรกกะทันหัน
- ใช้เกียร์ต่ำเมื่อลงเขา: หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกแช่ยาว ๆ เพราะจะทำให้ผ้าเบรกไหม้และเบรกแตกได้ ควรใช้เกียร์ต่ำเพื่อช่วยหน่วงความเร็วเครื่องยนต์แทน
- รักษาระยะห่างจากรถคันหน้า: ในช่วงที่ถนนลื่น ระยะที่รถจะหยุดนิ่งได้หลังจากเหยียบเบรกจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า คุณจึงควรเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ
- ตรวจสอบสภาพยางและเบรกเสมอ: ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ต้องแน่ใจว่าดอกยางมีความลึกพอที่จะรีดน้ำฝนได้ดี และระบบเบรกต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายของเส้นทางลาดชันในช่วงฤดูฝนได้อย่างชัดเจน โชคดีที่ไม่มีการสูญเสียชีวิตหรือมีผู้บาดเจ็บสาหัสเกิดขึ้น ในส่วนของความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินการให้ผู้ก่อเหตุชดใช้ค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของทางราชการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ท่านสามารถติดตามและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมของข่าวนี้ได้จากแหล่งที่มาต้นฉบับที่ MGR Online
ข่าวไทยยอดนิยม
เจ้าของร้านอาหารลำปางเข้ามอบตัวตำรวจหลังฆ่าเพื่อนบ้าน: ศาลปฏิเสธการประกันตัว
ระทึกกลางเมืองลำปาง! หนุ่มเมาค้างซิ่งเก๋งชนยับ แอลกอฮอล์พุ่งทะลุ 300 เกือบสลดหมู่
ข่าวระดับชาติ - National
ข้อตกลงน้ำระหว่างไทยและเมียนมาร์จุดชนวนความไม่พอใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมลพิษที่ซ่อนเร้น
นักเรียนเสียชีวิต 2 ราย">เชียงราย – เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิชาการและกลุ่มภาคประชาชนได้ออกมาวิจารณ์ข้อตกลง หรือ TOR ด้านการจัดการคุณภาพน้ำระหว่างภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยและเมียนมาอย่างหนัก พวกเขาระบุอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงฉบับนี้ ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในหลายด้าน นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขบางประการที่อาจละเมิดรัฐธรรมนูญของไทยอีกด้วย
ข้อตกลงนี้ถูกลงนามในช่วงที่ผู้นำเมียนมา เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ ได้ตรวจสอบรายละเอียดของ TOR อย่างถี่ถ้วน เขาเปิดเผยว่า ฝ่ายไทยยอมทำตามการแก้ไขของเมียนมาถึง 7 จุดสำคัญด้วยกัน
ประเด็นสำคัญ
- ไทยยอมถอยหลายประเด็นสำคัญ: ไทยยอมตัดความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ และยกเลิกการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษร่วมกัน ทำให้ขาดกลไกการป้องกันมลพิษข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ
- ความเสียเปรียบด้านการทำงาน: คณะทำงานของเมียนมาครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า ขณะที่ไทยละเลยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างจังหวัดระนอง
- ส่อปิดบังข้อมูลของประชาชน: ไทยเป็นผู้เสนอเงื่อนไขให้รักษาความลับของข้อมูล ซึ่งนักวิชาการมองว่าขัดต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญไทยกำหนดไว้
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ประเทศไทยยอมให้ตัดการร่วมมือ ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำร่วมกันออกไปอย่างน่าตกใจ นอกจากนี้ยังยกเลิกการหาแหล่งที่มาของมลพิษ การประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการป้องกันปัญหาทางน้ำ
ในด้านการกำหนดนโยบาย ไทยยอมตัดความช่วยเหลือจากองค์กรระดับนานาชาติ เช่น คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และหน่วยงานของอาเซียนออกไป นอกจากนี้ยังตัดเรื่องการสนับสนุนเงินทุน การช่วยเหลือทางเทคนิค และกลุ่มผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศออกทั้งหมด ข้อตกลงนี้ยังถูกระบุให้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ อีกด้วย
ข้อเสนอของไทยที่สร้างความเสียเปรียบเอง
สิ่งที่ทำให้ภาคประชาชนผิดหวังคือ ข้อเสนอของฝ่ายไทยจำนวน 3 จุด กลับทำให้ประเทศของเราเสียเปรียบมากขึ้น จุดแรกคือการกำหนดคณะทำงานร่วม ฝ่ายไทยมีตัวแทนเพียง 7 หน่วยงานเท่านั้น ซึ่งนำโดยกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานระดับจังหวัดในภาคเหนือ
ขณะที่เมียนมามีคณะทำงานถึง 9 หน่วยงาน ซึ่งครอบคลุมมิติที่หลากหลายกว่า ทั้งด้านป่าไม้ การขนส่ง และเหมืองแร่ นอกจากนี้ ไทยยังไม่ได้รวมหน่วยงานจากจังหวัดระนองเข้าไปในคณะทำงาน ทั้งที่แม่น้ำกระบุรีในระนองกำลังเผชิญปัญหาการปนเปื้อน จากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างรุนแรง
ดร.สืบสกุล ตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานระดับจังหวัดมักอ้างเสมอว่าแม่น้ำไม่มีปัญหาและพืชผลยังปลอดภัย พวกเขามักระบุว่าสารโลหะหนักมาจากชั้นดินตามธรรมชาติ โดยไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ สิ่งนี้ทำให้รัฐละเลยการแก้ปัญหาการสะสมของโลหะหนักในระยะยาว
ปัญหาหน่วยงานท้องถิ่นและการปิดบังข้อมูล
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการรักษาความลับ ประเทศไทยเป็นผู้เสนอเองว่าข้อมูลทุกอย่างต้องถูกเก็บเป็นความลับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลดิบหรือเอกสารสำคัญต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นการปิดบังข้อมูลประชาชน
จุดสุดท้ายคือเรื่องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ฝ่ายไทยเสนอว่าเอกสารข่าว แถลงการณ์ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายก่อนเสมอ สิ่งนี้ยิ่งทำให้การทำงานตรวจสอบโปร่งใสเป็นไปได้ยากมาก ดร.สืบสกุลกล่าวอย่างสิ้นหวังว่า เขาไม่มีความเชื่อมั่นใน TOR ฉบับนี้เลย
การจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนั้น ต้องการความร่วมมือที่โปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา หากปราศจากความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ประชาชนในพื้นที่จะต้องรับกรรมต่อไป คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็มได้จากต้นฉบับที่ MGR Online
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบศพชายปริศนาเปลือยกาย ลอยติดประตูระบายน้ำเขื่อนเชียงราย
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที
ข่าวระดับชาติ - National
จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C
เลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย – ทหารเรือหญิงชาวไทยคนหนึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในกองทัพเรือสหรัฐฯ ด้วยการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการสนับสนุนฝูงบินขับไล่สมรรถนะสูงระดับโลก ทหารเรือหญิงผู้นี้คือ พลทหารหญิง กอร์รานิส ออนริต ซึ่งเติบโตในจังหวัดมหาสารคาม และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในฝูงบินขับไล่โจมตี (VFA) 122 ณ ฐานทัพอากาศนาวิกโยธินเลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเด็นสำคัญ
- จุดเริ่มต้นจากภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย: พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ เติบโตและจบการศึกษาจากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนจะก้าวข้ามขีดจำกัดเปลี่ยนสายงานจากสถาปนิกสู่อาชีพทหารเรือสหรัฐฯ
- บทบาทสำคัญในกองทัพ: เธอทำหน้าที่ดูแลระบบส่งกำลังบำรุงให้ฝูงบิน VFA 122 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของเครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II และ F/A-18E/F Super Hornet
- รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ: ความทุ่มเททำให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศแรกในอาชีพรับราชการทหารเรือ
พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ สำเร็จการศึกษาจากนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี 2005 ต่อมาเธอคว้าปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมและการผังเมือง จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปี 2011
หลังจากนั้น เธอเดินทางไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Lincoln University ในเมืองออกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 2017 และทำงานเป็นสถาปนิกอยู่หลายปี
อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจสมัครเข้ารับราชการในกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อสองปีที่แล้ว เพื่อท้าทายศักยภาพของตนเอง การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตและอาชีพการทำงานของเธอ
บทบาทสำคัญในฐานทัพเรือ NAS Lemoore
ปัจจุบัน พลทหารกรณิส ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านส่งกำลังบำรุง ประจำฝูงบิน “Flying Eagles” (VFA 122) ณ ฐานทัพเรือ NAS Lemoore ฐานทัพแห่งนี้เป็นบ้านของฝูงบินขับไล่แปซิฟิก และเป็นสถานที่เดียวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการเครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยรุ่น F-35C Lightning II
ฝูงบินแห่งนี้มีกำลังพลรวมกันมากกว่า 700 คน ทุกคนทำงานร่วมกันเป็นทีมขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนภารกิจ การบริหารจัดการอะไหล่ อุปกรณ์ และทรัพยากรต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ฝูงบินสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง
กองทัพเรือสหรัฐฯ พึ่งพาความพร้อมของเรือบรรทุกเครื่องบินและฝูงบินในการรักษาความมั่นคงทางทะเลทั่วโลก การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพของทหารเรือทุกนาย จึงมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงและการคุ้มครองเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเล
ทลายกรอบความเชื่อและสร้างความภาคภูมิใจ
ในสังคมและวัฒนธรรมเอเชีย อาชีพทหารมักถูกมองว่าเป็นอาชีพของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง การที่เธอสามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรือระดับโลกได้ จึงเป็นเรื่องที่เธอภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
ความตั้งใจในการทำงานของเธอส่งผลให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 รางวัลนี้มอบให้แก่ทหารเรือที่มีผลงานโดดเด่นและมีความประพฤติดีเยี่ยม
กรณิสกล่าวขอบคุณ สุรเดช สามีของเธอที่เป็นกำลังใจและสนับสนุนเธอมาโดยตลอด รวมถึงทักษะการทำงานเป็นทีมที่เธอเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กในประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในวันนี้ คุณสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ U.S. Navy
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สรุปสิทธิประโยชน์ประกันสังคมประจำปี 2026 ที่พนักงานควรรู้
เช็กเลย! สวัสดิการรัฐบาล เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินเข้าวันไหน วงเงินรวมสูงสุด 1,330 บาท รีบตรวจสิทธิ์ก่อนหมดอายุ
ข่าวระดับชาติ - National
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
ลำปาง – เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.40 น. เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณใต้สะพานลอยกาดเมฆ ตำบลพระบาท ต่างตกใจเมื่อเห็นผู้โดยสารจำนวนมากรีบขนสัมภาระลงจากขบวนรถไฟ ขบวนรถไฟดังกล่าวจอดนิ่งสนิทอยู่บนราง ทำให้หลายคนสงสัยและเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้โดยสารต่างพากันเดินข้ามราวเหล็กออกมาพักคอยอยู่ริมถนนอย่างปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานอย่างรวดเร็วเพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของการเดินรถ
ประเด็นสำคัญ
- รถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 7 (กรุงเทพอภิวัฒน์–เชียงใหม่) เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องกะทันหันในพื้นที่จังหวัดลำปาง
- เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอพยพผู้โดยสารกว่า 100 คน นั่งรถบัสเดินทางต่อไปยังปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างปลอดภัย
- ทีมวิศวกรเร่งซ่อมแซมและเคลียร์เส้นทาง เพื่อไม่ให้กระทบรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 ที่จะวิ่งสวนลงมาในช่วงค่ำ
ต่อมา กองจัดการเดินรถเขต 3 (สายเหนือ) ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่แท้จริง รถไฟที่เกิดเหตุคือรถด่วนพิเศษขบวนที่ 7 ซึ่งเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ขบวนรถเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องอย่างกะทันหันระหว่างสถานีหนองวัวเฒ่า
เหตุขัดข้องนี้เกิดขึ้นขณะที่ขบวนรถกำลังจะเคลื่อนตัวเข้าสู่สถานีนครลำปาง ส่งผลให้รถไฟไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน โดยจัดเตรียมรถบัสเพื่อขนย้ายผู้โดยสารประมาณ 100 คน เดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่จนถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพ

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ขบวนรถ หวั่นกระทบตารางเดินรถสายเหนือ
ล่าสุด ทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่เฉพาะทางของการรถไฟฯ ได้ลงพื้นที่พร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทั้งแม่แรงและรอกขนาดใหญ่ พวกเขาเร่งดำเนินการถอดเครื่องยนต์ที่ขัดข้องออกจากโบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา ขบวนรถไฟเที่ยวนี้มีทั้งหมด 3 โบกี้ การทำงานจึงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและแข่งกับเวลา
หลังจากถอดเครื่องยนต์ที่มีปัญหาออกเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการลากจูงขบวนรถไฟที่เหลือเข้าจอดพักที่สถานีรถไฟนครลำปาง ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อเคลียร์เส้นทางเดินรถสายเหนือให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเดินทางเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวท้องถิ่นและ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และคำขออภัยจาก รฟท.
การเร่งเคลียร์รางรถไฟครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเนื่องที่จะเกิดกับผู้โดยสารกลุ่มอื่น หากเปิดเส้นทางเดินรถไม่ทันเวลา อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 รถขบวนนี้มีกำหนดเดินทางจากเชียงใหม่กลับสู่กรุงเทพอภิวัฒน์ และต้องแล่นผ่านสถานีนครลำปางในเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเดียวกัน
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย">การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กล่าวขออภัยผู้โดยสารทุกท่านสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และจะคอยรายงานข้อมูลอัปเดตให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทางในเส้นทางสายเหนือช่วงเวลานี้ ควรเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ท่านสามารถตรวจสอบสถานะขบวนรถไฟแบบเรียลไทม์ได้ทางแอปพลิเคชันหรือคอลเซ็นเตอร์ 1690 เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ
อุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือภาวะฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ แม้จะเกิดความล่าช้า แต่ความปลอดภัยของทุกคนต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ เราหวังว่าระบบการเดินรถสายเหนือจะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเพื่อให้บริการประชาชนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
อัปเดตล่าสุด! สถานีรถไฟเชียงรายคืบหน้าเกือบ 67% เตรียมเปิดใช้ปี 2571
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู


