เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจไซเบอร์บุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในจังหวัดเชียงราย จับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย
เชียงราย – ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 ร่วมมือกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี">อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) เปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบเข้าบุกทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ในจังหวัดเชียงราย ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน 2569 โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้กระทำผิดในช่วงมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโลก ผลการปฏิบัติงานครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก
จากการลงพื้นที่อย่างเข้มงวด ตำรวจได้บุกเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดสำคัญในจังหวัดเชียงราย และพบหลักฐานเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่มีเงินหมุนเวียนหลักล้านบาทต่อเดือน การจับกุมนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์อย่างจริงจัง โดยคุณสามารถอ่านรายงานต้นฉบับได้จาก มติชนออนไลน์
ประเด็นสำคัญ – Key Takeaways
- ตำรวจบุกค้น 4 พื้นที่ในจังหวัดเชียงราย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ได้ 6 ราย
- เครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนในระบบหลายล้านบาทต่อเดือน และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 102 ล้านบาท
- ปฏิบัติการกวาดล้างนี้เป็นการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อรับมือกับปัญหาการพนันในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก
การบุกค้นจุดแรกเกิดขึ้นในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่ง และพบว่ามีการลักลอบบริหารเว็บไซต์พนันออนไลน์ขนาดใหญ่ เว็บไซต์ดังกล่าวมีสมาชิกร่วมเล่นพนันกว่า 6,000 ราย ซึ่งถือเป็นฐานลูกค้าที่ใหญ่มากในพื้นที่ โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึง 8.57 ล้านบาทในแต่ละเดือน
ในจุดนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย นอกจากนี้ยังทำการตรวจยึดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตไว้เป็นหลักฐาน มูลค่าของกลางที่ยึดได้มีราคาประมาณ 50,000 บาท ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นถูกประเมินว่าสูงถึง 102 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขยายผลจับกุมเครือข่ายส่วนที่เหลือ
จุดที่สองยังคงอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่สายเช่นเดียวกัน โดยตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาเพิ่มได้อีก 1 ราย ผู้ต้องหารายนี้มีหน้าที่หลักในการทำโฆษณา และคอยสนับสนุนการตลาดให้กับเว็บไซต์พนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานเอาผิดผู้ร่วมขบวนการในศาล
ขยายผลปราบปราม ครอบคลุมอำเภอเทิงและเมืองเชียงราย
ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายพนันไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่อำเภอแม่สาย ตำรวจยังเดินทางไปยังจุดที่สามในพื้นที่ตำบลหนองแรด อำเภอเทิง ที่แห่งนี้เจ้าหน้าที่พบฐานปฏิบัติการของเว็บพนันออนไลน์อีกเครือข่ายหนึ่ง ส่งผลให้ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมอายัดอุปกรณ์เครือข่ายทั้งหมดที่ใช้ในการกระทำความผิด
สุดท้ายในจุดที่สี่ ตำรวจได้บุกเข้าตรวจค้นบ้านพักในตำบลแม่กรณ์ อำเภอเมืองเชียงราย จุดนี้เป็นแหล่งบริหารจัดการเว็บไซต์พนันชื่อดังอีกสองแห่ง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 2 ราย พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ โดยมูลค่าของกลางที่ยึดได้จากเป้าหมายนี้มีราคาประมาณ 80,000 บาท
ของกลางและข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะถูกส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีตรวจสอบอย่างละเอียด การตรวจสอบนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ตำรวจมองเห็นเส้นทางการเงินทั้งหมด นอกจากนี้ยังช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมนายทุนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ช่วงฟุตบอลโลก
การบุกทลายเว็บไซต์พนันออนไลน์ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายสำคัญจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป้าหมายหลักคือการกวาดล้างการพนันฟุตบอลและพนันออนไลน์ในช่วงที่มีการแข่งขันระดับโลก เนื่องจากเป็นช่วงที่มียอดผู้เข้าเล่นพนันพุ่งสูงขึ้น ตำรวจจึงต้องเร่งทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิบัติการดังกล่าวยังมุ่งหวังที่จะตัดท่อน้ำเลี้ยงของกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ เงินที่ได้จากการพนันมักจะถูกนำไปฟอกในธุรกิจผิดกฎหมายรูปแบบอื่นๆ การยึดอุปกรณ์และตรวจสอบบัญชีธนาคารจึงเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด ในการหยุดยั้งการเติบโตของเครือข่ายเหล่านี้ในระยะยาว
ประชาชนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ได้อย่างง่ายดาย หากคุณพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ ควรแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้สังคมปลอดภัยมากขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทยต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ปะทะกันบนภูเขาในจังหวัดเชียงราย: ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้หนึ่งล้านเม็ด
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ทหารม้าจากกองกำลังผาเมืองเปิดศึกปะทะเดือดกับกลุ่มยาเสพติด">ขบวนการค้ายาเสพติด บริเวณชายแดนอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เหตุการณ์ยิงปะทะกันอย่างสนั่นหวั่นไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดยาบ้าล็อตใหญ่ได้เป็นจำนวนมากถึงหนึ่งล้านเม็ด
การปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก ได้รับรายงานจากสายลับว่าจะมีการลักลอบขนส่งยาเสพติด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนเพื่อเฝ้าระวังพื้นที่ป่าตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา อย่างเข้มงวด
ประเด็นสำคัญ
- เหตุเกิดที่เชียงราย: เจ้าหน้าที่ทหารม้าปะทะกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดบริเวณป่าชายแดน บ้านสามต้าว ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง
- ตรวจยึดยาบ้าจำนวนมาก: ทางเจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาบ้าบรรจุในกระสอบดัดแปลงจำนวน 5 ใบ รวมทั้งหมดประมาณ 1,000,000 เม็ด
- คนร้ายหลบหนีไปได้: กลุ่มผู้ต้องสงสัยอาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนจะทิ้งของกลางแล้วหลบหนีไป
เมื่อกำลังพลเดินทางไปถึงบริเวณช่องทางธรรมชาติใกล้กับหมู่บ้านสามต้าว เจ้าหน้าที่ได้พบกับกลุ่มชายต้องสงสัยจำนวนประมาณ 4-5 คน กำลังเดินแบกกระสอบดัดแปลงลัดเลาะมาตามแนวป่า ทหารจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้นตามขั้นตอนกฎหมาย
ทว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวกลับใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดเปิดฉากสาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เกิดการยิงต่อสู้ปะทะกันนานประมาณ 5 นาที ก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะอาศัยความมืดมิดและความชำนาญในภูมิประเทศพากันวิ่งหลบหนีหายไปในที่สุด
เคลียร์พื้นที่รุ่งเช้าพบของกลางมูลค่ามหาศาล
หลังจากเสียงปืนสงบลง เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัยดีแต่ยังไม่สามารถเข้าเคลียร์พื้นที่ได้เนื่องจากทัศนวิสัยที่มืดสนิท ทางผู้บังคับบัญชาจึงสั่งการให้ปิดล้อมพื้นที่เอาไว้โดยรอบตลอดทั้งคืนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพล
ครั้นรุ่งเช้าตรู่ของอีกวัน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดจนพบกระสอบฟางดัดแปลงตกกระจายอยู่ตามพงหญ้า ตรวจสอบภายในพบว่าเป็นยาบ้ากระสอบละ 2 แสนเม็ด รวมเป็นหนึ่งล้านเม็ดเต็ม โดยรายงานข่าวจาก MGR Online ระบุว่าเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบของกลางทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวง เพื่อดำเนินคดีและขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนริมแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ติดตั้งระบบตรวจสอบระดับน้ำ
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กระทรวงคมนาคมได้ตรวจสอบและกำลังเร่งแก้ไขจุดกลับรถอันตรายในเชียงของ จังหวัดเชียงราย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองจังหวัดเชียงราย">ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และคณะทำงาน ได้ลงพื้นที่อำเภอเชียงของเพื่อตรวจสอบจุดเสี่ยงอุบัติเหตุบริเวณหน้าเทศบาลตำบลบุญเรือง บนทางหลวงหมายเลข 1020
จุดกลับรถบริเวณกิโลเมตรที่ 103+160 นี้ เป็นทางลงเนินที่มีรถสัญจรหนาแน่นและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ล่าสุดแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 2 ได้สำรวจและออกแบบโครงการปรับปรุงเพื่อลดความลาดชันแล้ว โดยเตรียมเสนอของบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 30 ล้านบาทในปี 2571 เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ประเด็นสำคัญ
- งบประมาณ 30 ล้านบาท: กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันงบประมาณเพื่อปรับปรุงจุดกลับรถอันตรายหน้าเทศบาลตำบลบุญเรืองบน ทล.1020 โดยจะเร่งของบเพิ่มเติมในปี 2571
- แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก: ผู้นำท้องถิ่นสะท้อนปัญหาน้ำท่วมและผิวทางชำรุดจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับปากจะเร่งแก้ไข
- เพิ่มความปลอดภัยหน้าโรงเรียน: เตรียมแผนสร้างสะพานลอยคนข้ามหน้าโรงเรียนเชียงของวิทยาคม โดยในระยะเร่งด่วนได้ติดตั้งแบริเออร์เพื่อจัดระเบียบจราจรแล้ว
ฟังเสียงสะท้อนชาวบ้าน ปัญหาน้ำท่วมและข้อเสนอสะพานลอย
นอกจากการแก้จุดเสี่ยงทางถนนแล้ว รมช.คมนาคม ยังได้รับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้านโครงสร้างพื้นฐานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายกเทศบาลตำบลสถานระบุว่า การก่อสร้างรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมขังบ่อยครั้งบริเวณแยกสัญญาณไฟจราจร ทล.1020 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักไปอำเภอเวียงแก่น
ขณะเดียวกัน นายกเทศมนตรีตำบลครึ่ง ได้เสนอให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำเพิ่มเติมตามแนวถนน 4 ช่องจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมทั้งขอให้ปรับปรุงจุดกลับรถในชุมชนเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ทางด้านภาคการศึกษา นายแมนสรวง แซ่ซิ้ม ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงของวิทยาคม ได้ยื่นข้อเสนอขอสร้างสะพานลอยบริเวณหน้าโรงเรียน เนื่องจากมีนักเรียนเดินข้ามถนนจำนวนมากในแต่ละวัน เบื้องต้นแขวงทางหลวงได้นำแบริเออร์มาติดตั้งเพื่อความปลอดภัยชั่วคราวแล้ว
หนุนโลจิสติกส์เชื่อมโยง ท่าเรือเชียงแสน สู่ รถไฟทางคู่
นายสรรเพชญ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปติดตามการพัฒนาท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งสินค้าผ่านลุ่มน้ำโขง ปัจจุบันพบว่ายอดขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เติบโตสูงขึ้นกว่า 300% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีมากเศรษฐกิจไทย
ในอนาคตเมื่อโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของ ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ระบบนี้จะเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการแข่งขันของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
รมช.คมนาคม กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ทุกข้อเสนอแนะทั้งเรื่องจุดเสี่ยง ระบบระบายน้ำ และสะพานลอยหน้าโรงเรียน จะได้รับการเร่งรัดติดตามเพื่อแก้ไขให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการคมนาคมในพื้นที่ภาคเหนือเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ กระทรวงคมนาคม และ กรมทางหลวง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
จับกุมขบวนการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ บริเวณชายแดนเชียงราย-เมียนมาร์
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
จับกุมขบวนการลักลอบขนน้ำมันเชื้อเพลิงรายใหญ่ บริเวณชายแดนเชียงราย-เมียนมาร์
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจและศุลกากรเชียงแสนเพิ่งตรวจพบขบวนการลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงครั้งใหญ่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย การสืบสวนพบว่าผู้ค้าใช้วิธีแจ้งเอกสารเท็จต่อเจ้าหน้าที่ว่าต้องการขนส่งน้ำมันไปยังประเทศลาว แต่ในความเป็นจริงกลับสลับเส้นทางนำน้ำมันไปขึ้นฝั่งที่เมียนมาแทน
พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ทางการไทยสั่งระงับการส่งออกน้ำมันและตัดกระแสไฟฟ้าไปเมียนมา เพื่อปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบ่อนพนันออนไลน์ ขบวนการนี้ลักลอบขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางเรือในแม่น้ำโขงเป็นปริมาณมากกว่า 10 ล้านลิตร ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีจำนวนมหาศาล
ประเด็นสำคัญ
- มาตรการบังคับใช้: ประเทศไทยได้สั่งห้ามส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังเมียนมาตั้งแต่ต้นปี 2568 เพื่อสกัดกั้นกลุ่มมิจฉาชีพทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์
- กลอุบายผู้ค้า: ผู้ประกอบการที่ทุจริตใช้วิธีการสำแดงเอกสารเท็จอ้างว่าส่งน้ำมันไปลาว แต่แอบเปลี่ยนเส้นทางขนส่งทางเรือในแม่น้ำโขงเข้าสู่เมียนมาแทน
- ผลกระทบอย่างรุนแรง: การลักลอบขนส่งน้ำมันเถื่อนในครั้งนี้มีปริมาณสูงกว่า 10 ล้านลิตร ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้ทางภาษีเป็นจำนวนเงินมหาศาล
พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำทีมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ชายแดนอำเภอเชียงแสนด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่พบความผิดปกติของเรือบรรทุกสินค้าที่วิ่งทวนน้ำขึ้นไปทางตอนเหนือของสามเหลี่ยมทองคำ หลังจากจับตาดูพฤติกรรมมาเกือบหนึ่งปีเต็ม
จากข้อมูลของ MGR Online ระบุว่าเรือขนส่งแต่ละลำสามารถบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงถึง 400,000 ลิตรต่อเที่ยว การตรวจสอบเส้นทางน้ำทำได้ยากกว่าทางบกมากเนื่องจากแม่น้ำโขงมีพื้นที่ติดต่อกับทั้งลาวและเมียนมาหลายจุด ขบวนการทุจริตจึงอาศัยช่องโหว่ทางภูมิศาสตร์นี้ในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบของศุลกากร
เร่งขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการลักลอบค้าน้ำมัน
เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมมือกับศุลกากรเชียงแสนในการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการนี้อย่างเด็ดขาด ทางการไทยกำลังเร่งตรวจสอบบัญชีรายชื่อเรือบรรทุกและบริษัทผู้ส่งออกที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยเพื่อหยุดยั้งวงจรการค้าผิดกฎหมาย
ด่านศุลกากรเชียงแสนถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าในปี 2568 สูงกว่า 9,000 ล้านบาท โดยน้ำมันดีเซลจัดเป็นสินค้าส่งออกอันดับสองที่มีมูลค่าการค้าขายสูงมาก เจ้าหน้าที่จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบเอกสารเพื่อป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันเถื่อนข้ามแดนในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนริมแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ติดตั้งระบบตรวจสอบระดับน้ำ
สุดเศร้า! ครอบครัวรับร่าง ส.ต.ต.หญิง เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กลับบ้านเกิดเชียงราย
-
ข่าวธุรกิจ Business7 days ago
ราคาน้ำมันลดลงวันนี้!! ราคาน้ำมันดีเซลในจังหวัดเชียงรายลดลง 2.56 บาทต่อลิตร
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายร่วมมือกับลาวในการต่อสู้กับโรคปากและเท้าเปื่อยสายพันธุ์ SAT1






