Connect with us

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจทางหลวงจังหวัดเชียงรายจับกุมแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวได้สำเร็จ

Published

on

ตำรวจทางหลวงจังหวัดเชียงรายจับกุมแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวได้สำเร็จ

เชียงราย -ตำรวจทางหลวงสกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว หลังพบการลำเลียงชาวต่างชาติจากจังหวัดเชียงราย เพื่อเข้ามาทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เหตุเกิดบนทางหลวงบริเวณกิโลเมตรที่ 58 ตำบลโคกเดื่อ อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ตำรวจทางหลวงได้รับข้อมูลจากสายลับว่าอาจมีแรงงานผิดกฎหมายถูกพาเข้าพื้นที่ จึงจัดกำลังเฝ้าระวังและติดตามรถต้องสงสัย

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบรถกระบะต้องสงสัย 2 คัน ขับมาด้วยความเร็ว จึงเข้าห้ามและตรวจค้น ผลตรวจพบผู้ขับขี่คือ นายอนัน และ นายอนุพงษ์ สัญชาติเมียนมา ภายในรถมีการซุกซ่อนแรงงานชาวเมียนมาอีก 15 คน

จากการสอบถาม ทั้งสองคนรับสารภาพว่าได้รับจ้างขนแรงงานต่างด้าวมาจากชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ปลายทางคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมยอมรับว่าได้ใช้ป้ายทะเบียนปลอมติดรถ เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาคนขับทั้ง 2 ราย รวม 3 ข้อหา คือ ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, ให้ที่พักอาศัยหรือช่วยเหลือชาวต่างชาติให้พ้นการจับกุม, และปลอมเอกสารทางราชการ ส่วนแรงงานผิดกฎหมาย 15 คน ถูกแจ้งข้อหาเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไพศาลี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ทดสอบระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินทั่วประเทศ 20 ม.ค. เวลา 14.00 น.

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

Published

on

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

เชียงใหม่ – เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่แกะรอยนานหลายเดือน จนพบโรงแรมหรูขนาด 22 ห้องในย่านช้างคลาน กลางเมืองเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นเป็นฉากหน้า แล้วให้นายทุนจีนสลับเข้ามาคุมการบริหาร พร้อมพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมไปต่างประเทศ ก่อนเข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ 3 ราย ส่วนอีก 1 รายหลบหนีออกนอกประเทศ

วันที่ 16 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จ.เชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ต.สุธีรเทพ โพธิ์นฤมิต สารวัตร ตม.จ.เชียงใหม่ พร้อมหมายศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 8 ม.ค.2569 เข้าจับกุม MR.MA และ MR.MI สองนายทุนสัญชาติจีน รวมถึง น.ส.จิน หญิงไทย ภายในโรงแรมระดับ 4 ดาว บริเวณถนนช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่

เบื้องต้น ชาวจีนทั้ง 2 คนถูกแจ้งข้อหา “ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนหญิงไทยถูกแจ้งข้อหา “ช่วยเหลือ สนับสนุน หรือเป็นตัวแทน (นอมินี) ในการประกอบกิจการ”

คดีนี้เริ่มจากช่วงเดือน ส.ค.2568 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า โรงแรมดังกล่าวมีการให้ชาวจีนเข้ามาดูแลกิจการ โดยโครงสร้างถือหุ้นระบุว่า น.ส.จิน ถือหุ้น 55.56% ขณะที่ MR.MA และ MR.MI ถือหุ้นรายละ 22.22% รวมเงินลงทุนประมาณ 4.5 ล้านบาท

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

เอกสารยังระบุว่า น.ส.จิน เป็นผู้มีอำนาจบริหารตั้งแต่ 3 ก.ค.2567 ก่อนมีการเปลี่ยนชื่อผู้บริหารเป็น MR.MA และ MR.MI ตั้งแต่ 24 มี.ค.2568 และกลับมาเปลี่ยนเป็น น.ส.จิน อีกครั้งในวันที่ 29 ส.ค.2568 ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นความผิดปกติ จึงขยายผลตรวจสอบทั้งเอกสารและเส้นทางเงิน

ด้านการเงิน เจ้าหน้าที่ตรวจพบรายได้จากการเข้าพักราว 400,000 บาท และมีเงินจากตัวแทนหรือเอเย่นซี่อีกประมาณ 1.5 ล้านบาท ก่อนเงินถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารของ MS.MA ซึ่งเป็นภรรยาของ MR.MA เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่ามีลักษณะทำธุรกิจแทนผู้อื่น หรือเข้าข่ายนอมินี อาจขัดต่อกฎหมายการลงทุนของไทย และมีความเสี่ยงทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ

รวบรวมหลักฐานก่อนขอหมายจับ 4 คน จับได้ 3 คน

ต่อมา ตม.เชียงใหม่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2568 จากนั้นจึงรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล เอกสาร เส้นทางการเงิน และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ก่อนยื่นขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คน

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการครั้งนี้จับกุมได้ 3 คน ส่วน MS.MA หลบหนีกลับประเทศจีนแล้ว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเดินหน้าตามกระบวนการเพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบุกเข้าตรวจค้นโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ และจับกุมชาวจีนหลายคน

พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 ระบุว่า ยังพบรูปแบบการกระทำลักษณะนี้อีกหลายแห่ง โดยมากอยู่ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว แต่การสืบสวนต้องใช้เวลา เพราะต้องอาศัยหลักฐานรอบด้าน จึงฝากเตือนคนไทยที่รับเป็นนอมินี รวมถึงนายทุนต่างชาติให้ยุติพฤติกรรม หากต้องการทำธุรกิจในไทยสามารถทำได้ตามกฎหมาย ประเทศไทยยินดีต้อนรับ แต่การใช้นอมินีทำให้เกิดปัญหาเงินรั่วไหล และบางอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยเท่านั้น

อีกคดี ตม.ร่วมจัดหางานตรวจร้านไอศกรีม พบชาวญี่ปุ่นทำงานไม่มีใบอนุญาต

นอกจากนี้ ชุดสืบสวน ตม.เชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานจัดหางาน จ.เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการใน ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ หลังพบการเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะว่า มีชาวต่างชาติเปิดร้านขายไอศกรีมมัทฉะทำเอง

ผลตรวจพบชายชาวญี่ปุ่น 1 คน ใช้วีซ่า Non-Immigrant O (ภรรยาเป็นคนไทย) พำนักในไทย แต่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่ง สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

ตำรวจทางหลวงจังหวัดเชียงรายจับกุมแก๊งค้าแรงงานต่างด้าวได้สำเร็จ

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นชาวจีนถูกจับกุมแล้วในจังหวัดชลบุรี

Published

on

รวบผู้ต้องหาสแกมเมอร์ระดับสั่งการที่ชลบุรี

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทยจับกุม แจ็ก ยัง (Jack Yang) ผู้ต้องหาชาวจีนที่ถูกมองว่าเป็นตัวการสำคัญของขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ปิดฉากการหลบหนีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็น “ระดับสั่งการ” ของเครือข่ายสแกม

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้เปลี่ยนชื่อและสลับสัญชาติ โดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศโดมินิกาในแคริบเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีคดีฉ้อโกงที่ก่อความเสียหายรวมมากกว่า 800 ล้านบาท

ชุดสืบสวนจากกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 เผยว่า ได้รับข้อมูลว่าผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025

ต่อมาเจ้าหน้าที่ระบุตัวบุคคลได้ว่าเป็น “หยาง โหยว” อายุ 41 ปี ชาวจีน ซึ่งถูกจัดให้เป็นผู้ก่อเหตุระดับ Tier 1 ในเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

ตำรวจระบุว่า ตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่แก๊งหลอกลวงออนไลน์ขยายตัวรวดเร็วในภูมิภาค ชื่อของเขาปรากฏในคดีฉ้อโกงออนไลน์ขนาดใหญ่ในจีนหลายคดี และถูกกล่าวหาว่าทำให้ผู้เสียหายชาวจีนสูญเงินจำนวนมาก

หัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นชาวจีนถูกจับกุมแล้วในจังหวัดชลบุรี

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีผู้ต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายของหยางถูกจับกุมแล้ว 320 รายในคดีอื่น ๆ และหลายคนให้ข้อมูลว่าเขาเป็นผู้จัดการหลักของขบวนการ โดยเชื่อว่าเครือข่ายนี้เคยตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ที่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์

รูปแบบการหลอกลวงที่ตำรวจอธิบายคือ ส่งข้อความชักชวนให้เหยื่อดาวน์โหลดแอปพนันออนไลน์ จากนั้นโน้มน้าวให้โอนเงินและซื้อเหรียญในแอป ช่วงแรกจะให้กำไรเล็กน้อยที่ถอนออกได้จริงเพื่อสร้างความไว้ใจ แต่เมื่อเหยื่อใส่เงินมากขึ้น แอปจะถูกปิดและเงินของเหยื่อถูกนำไป

ตำรวจระบุว่า คดีนี้มีผู้เสียหายมากกว่า 600 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประเมินเกือบ 900 ล้านบาท

จากบทบาทที่ถูกกล่าวหา ทำให้ชื่อของหยางถูกขึ้นบัญชีผู้ต้องการตัวของ Interpol และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศ โดยรายงานระบุว่าเขาหลบเลี่ยงการจับกุมจากทางการนานาชาติ จีน และฟิลิปปินส์ มาเป็นเวลาหลายปี

หลังประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ ตำรวจไทยได้นำข้อมูลข่าวกรองและผลการตรวจสอบใบหน้ามาเปรียบเทียบ ก่อนยืนยันว่า ชายที่ถูกจับกุมคือบุคคลเดียวกับ “แจ็ก ยัง” ผู้ถือสัญชาติโดมินิกา ซึ่งเปลี่ยนชื่อและสัญชาติเพื่อเข้ามาในไทยในฐานะนักท่องเที่ยว

ระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหายังปฏิเสธว่าไม่ใช่บุคคลตามหมายจับนานาชาติ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการเพิกถอนสิทธิการอยู่ในราชอาณาจักร และควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ตำรวจจับกุมชายอายุ 39 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า

Continue Reading

ข่าวอาชญากรรม - Crime

ตำรวจจับกุมชายอายุ 39 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า

Published

on

ตำรวจจับกุมชายอายุ 39 ปี ในข้อหาพยายามฆ่า

เชียงราย – ตำรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง ผกก.สภ.แม่สาย พร้อมชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมนายณรงวิทย์ หรือ เต๋า อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่า และมีอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

คดีนี้เริ่มจากคืนวันที่ 8 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.อร่าม คมบาง สว.(สอบสวน) ปฏิบัติหน้าที่เวรสอบสวน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่าเกิดเหตุยิงกันในพื้นที่บ้าน หมู่ 13 ต.ปิยะพร อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยผู้บาดเจ็บมีพลเมืองดีช่วยนำส่งโรงพยาบาลศรีบุรินทร์แม่สาย

หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่รายงานผู้บังคับบัญชา และลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุ ทำบันทึกภาพ ทำแผนที่ กันพื้นที่ไว้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงรายเข้าตรวจ จากนั้นเดินทางไปโรงพยาบาล พบผู้บาดเจ็บคือนายบัณฑิต อายุ 29 ปี ชาว ต.แม่สาย อ.แม่สาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืน แพทย์ดูแลใกล้ชิดจนพ้นอันตราย

ต่อมาวันที่ 10 ม.ค. 2569 นายบัณฑิตเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ขอให้ดำเนินคดีกับนายณรงวิทย์ หรือ เต๋า ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญา ลงวันที่ 10 ม.ค. 2569

ตำรวจ สภ.แม่สาย รวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ ซึ่งศาลจังหวัดเชียงรายออกหมายจับลงวันที่ 11 ม.ค. 2569 กระทั่งวันที่ 13 ม.ค. 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมนายณรงวิทย์ได้ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อสมิทแอนด์เวลสัน ขนาด 9 มม. พร้อมแมกาซีนและกระสุน 9 มม. จำนวน 5 นัด ซึ่งระบุว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยบอกว่าเหตุเกิดจากการทะเลาะกันในวงเหล้า เป็นเรื่องส่วนตัว ก่อนถูกคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กรมอนามัยเตือน ไทยคลอดก่อนกำหนดพุ่ง 9.91% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

Continue Reading

Trending

Copyright © 2026 CTN