Connect with us

ข่าวระดับชาติ - National

สถิติชวนสะเทือนใจ ยอดเสียชีวิตช่วงปีใหม่พุ่ง 171 ราย ในช่วง 7 วันอันตราย

Published

on

สถิติชวนสะเทือนใจ ยอดเสียชีวิตช่วงปีใหม่พุ่ง 171 ราย ในช่วง 7 วันอันตราย

กรุงเทพฯ – เทศกาลปีใหม่ของไทยเดินทางมาถึงช่วงกลาง แต่ภาพบนท้องถนนกลับหนักหน่วงเกินกว่าคำว่าเฉลิมฉลอง หลังครบ 4 วันของช่วงที่คนคุ้นชื่อว่า “7 วันอันตราย” ยอดผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 171 รายแล้ว ตัวเลขนี้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 161 ราย คิดเป็นเพิ่มขึ้นราว 6% อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน

ท่ามกลางการเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยว มอเตอร์ไซค์ยังเป็นพาหนะที่เกี่ยวข้องกับเหตุส่วนใหญ่ โดยพบใน 73% ของอุบัติเหตุทั้งหมด สะท้อนปัญหาความปลอดภัยบนถนนที่ยังแก้ไม่ขาด แม้จะมีด่านตรวจและการรณรงค์ต่อเนื่องก็ตาม

แคมเปญ “7 วันอันตราย” ปีนี้กำหนดช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ถึง 5 มกราคม 2026 เป็นมาตรการของรัฐเพื่อกดอุบัติเหตุในช่วงที่มีคนออกเดินทางจำนวนมาก แต่ตัวเลขล่าสุดยังชี้ว่าความเสี่ยงยังสูง โดยเฉพาะพฤติกรรมขับขี่ที่ประมาท

เฉพาะวันศุกร์ที่ 2 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ ศูนย์ฯ รายงานอุบัติเหตุ 187 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 185 คน และเสียชีวิต 21 ราย ทำให้ยอดรวม 4 วันแรกอยู่ที่อุบัติเหตุ 991 ครั้ง บาดเจ็บ 956 คน และเสียชีวิต 171 ราย

หน่วยงานระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ตึงตัวมาจากปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นหลังการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายบางพื้นที่ที่ยังไม่เข้มพอ โดยนายธีรภัทร คชามาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวในการแถลงข่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้เตือนให้เห็นว่า ความสนุกสามารถกลายเป็นความสูญเสียได้ในพริบตา และขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น เพราะพฤติกรรมเดิมๆ ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ต่อ

สรุปสถานการณ์รายวัน ตัวเลขเพิ่มต่อเนื่อง

วันแรกของช่วงรณรงค์ 30 ธันวาคม เกิดอุบัติเหตุ 198 ครั้ง บาดเจ็บ 190 คน เสียชีวิต 29 ราย แม้เจ้าหน้าที่จะมองว่าบางตัวชี้วัดดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถิติช่วงวันหยุดยาวในอดีต และระบุว่าอุบัติเหตุลดลงราว 38% จากค่าเฉลี่ยเดิม แต่ความผ่อนใจนั้นอยู่ไม่นาน

วันที่ 2 ของช่วงเทศกาล 31 ธันวาคม (คืนส่งท้ายปีเก่า) ตัวเลขขยับแรง อุบัติเหตุ 271 ครั้ง บาดเจ็บ 262 คน เสียชีวิต 53 ราย โดยเหตุช่วงเวลา 18.00-21.00 น. เพิ่มขึ้นชัดเจน

วันที่ 3 คือ 1 มกราคม สถานการณ์ยังไม่เบาลง อุบัติเหตุ 326 ครั้ง บาดเจ็บ 317 คน เสียชีวิต 54 ราย ส่งผลให้ยอดรวม 3 วันแรกอยู่ที่อุบัติเหตุ 798 ครั้ง บาดเจ็บ 769 คน และเสียชีวิต 145 ราย

ส่วนตัวเลขของวันศุกร์ แม้จำนวนเหตุลดลงเล็กน้อย แต่ยังเพิ่มผู้เสียชีวิตอีก 21 ราย ซึ่งตอกย้ำว่าความเสี่ยงยังต่อเนื่องตลอดวันหยุด

เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ภาพรวม 4 วันแรกพบว่าอุบัติเหตุสะสมลดลงจาก 1,058 ครั้ง เหลือ 991 ครั้ง คิดเป็นลดลงประมาณ 6.3% ขณะที่ผู้บาดเจ็บก็ลดลงจาก 1,058 คน เหลือ 956 คน แต่ยอดผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นว่าอุบัติเหตุแต่ละครั้งมีความรุนแรงมากขึ้น

ขับเร็วและเมาแล้วขับ ยังเป็นต้นตอหลักของอุบัติเหตุ

ตลอด 4 วัน พฤติกรรม “ขับเร็ว” และ “เมาแล้วขับ” ยังเป็นสาเหตุหลักที่พบซ้ำๆ

  • วันแรก ขับเร็วเกี่ยวข้องราว 42% (83 กรณี) เมาแล้วขับราว 20% (40 กรณี)
  • วันที่สอง ขับเร็ว 41% เมาแล้วขับ 27% และพบมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้อง 74%
  • วันที่สาม ขับเร็ว 40% เมาแล้วขับ 29% โดยอุบัติเหตุช่วงดึก 00.00-03.00 น. เพิ่มขึ้น
  • วันศุกร์ ขับเร็วลดลงมาที่ 35% เมาแล้วขับ 21% แต่ยังเกิดเหตุจำนวนมากบนถนนทางตรง (86%) และถนนสายหลักหรือทางหลวง (47%)

ภาพรวมยังพบคดีคุมประพฤติจากความผิดด้านจราจรมากกว่า 2,793 คดี และถึง 94% เป็นคดีเมาแล้วขับ โดยนนทบุรีเป็นจังหวัดที่มีจำนวนคดีประเภทนี้สูงสุดที่ 290 คดี

นายจิรพงษ์ สงเคราะห์ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน อธิบายว่า แอลกอฮอล์ทำให้ตัดสินใจแย่ลง และเมื่อรวมกับความเร็ว ก็เพิ่มโอกาสเกิดเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่เพิ่มการตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้ว แต่ยังเจอความยากในพื้นที่ห่างไกลที่มีการหลบเลี่ยงด่าน

มอเตอร์ไซค์ยังเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เพราะใช้งานเยอะทั้งในเมืองและชนบท เมื่อเกิดเหตุ ความรุนแรงมักสูง โดยกลุ่มอายุ 20-29 ปีคิดเป็น 23% ของผู้ประสบเหตุ และพบไม่น้อยที่ไม่สวมหมวกกันน็อก ทำให้อาการบาดเจ็บหนักขึ้น

จังหวัดเสี่ยงสูง เมืองท่องเที่ยวและพื้นที่รถหนาแน่นยังนำ

ข้อมูลรายจังหวัดสะท้อนความต่างของความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ตลอด 4 วันแรก ภูเก็ตมีจำนวนอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 39 ครั้ง และผู้บาดเจ็บสูงสุด 43 คน สอดคล้องกับช่วงนักท่องเที่ยวแน่นและเส้นทางบางจุดที่ขับขี่ท้าทาย

กรุงเทพมหานครมียอดเสียชีวิตสะสมสูงสุด 14 ราย ซึ่งมักเชื่อมโยงกับปริมาณรถมาก และการใช้ความเร็วบนเส้นทางหลัก

จังหวัดที่มีตัวเลขน่าจับตาในช่วงต้น ได้แก่ นครราชสีมาและสุพรรณบุรี ซึ่งมียอดเสียชีวิตสูงในช่วงวันแรกๆ (รายละ 5 รายภายในวันที่สอง) ปทุมธานีและปราจีนบุรีก็อยู่ในกลุ่มที่พบเหตุบ่อย โดยวันศุกร์ปราจีนบุรีมีจำนวนอุบัติเหตุสูงสุดร่วมกับพัทลุงที่ 10 ครั้ง ขณะที่บึงกาฬมียอดเสียชีวิตสูงสุดของวันศุกร์ที่ 3 ราย และพัทลุงมีผู้บาดเจ็บมากสุดของวันศุกร์ที่ 12 คน

ภาคเหนือเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเชียงรายในวันแรกมีอุบัติเหตุสูงสุดร่วมกับภูเก็ตที่ 12 ครั้ง สะท้อนความท้าทายของเส้นทางภูเขาและการเดินทางช่วงวันหยุดไปยังพื้นที่ชายแดน แม้ตัวเลขรายวันของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเชียงรายไม่ได้แยกละเอียด แต่รายงานในพื้นที่พบปัจจัยเสี่ยงอย่างการขับเร็วของมอเตอร์ไซค์และการแซงไม่ปลอดภัย ทำให้จังหวัดยังถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง

เดินหน้ามาตรการต่อ แต่เสียงเรียกร้องอยากเห็นการแก้ทั้งปี

ในช่วงที่เหลือของ “7 วันอันตราย” รัฐระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 60,000 นาย ตั้งจุดตรวจในพื้นที่เสี่ยง และสื่อสารผ่านโซเชียลและวิทยุในแนวทาง “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนว่า การแก้ปัญหาควรทำตลอดทั้งปี เช่น เข้มงวดเรื่องใบอนุญาตและวินัยของผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ เพิ่มทางเลือกขนส่งสาธารณะ เพื่อลดการใช้รถส่วนตัวในช่วงเทศกาล

อีกด้านที่มองข้ามไม่ได้คือผลกระทบทางเศรษฐกิจ อุบัติเหตุบนถนนสร้างภาระค่าแพทย์และการสูญเสียรายได้จำนวนมากทุกปี ยิ่งช่วงท่องเที่ยวฟื้นตัว ความเสี่ยงก็ยิ่งขยายตาม โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตที่คาดว่าจะมีผู้มาเยือนจำนวนมาก

ท้ายที่สุด ตัวเลข 171 ชีวิตที่หายไปใน 4 วันแรก ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือครอบครัวที่ต้องเจอกับความสูญเสียบนถนน หากพฤติกรรมขับขี่ไม่เปลี่ยน และการบังคับใช้กฎหมายยังไม่สม่ำเสมอ “7 วันอันตราย” ก็อาจยังเป็นช่วงเวลาที่คนไทยต้องกลัวทุกปีต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

หญิงเรียกร้องความเป็นธรรมหลังฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเธอถูกเนรเทศไปยังเมียนมาร์

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา

Published

on

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา

พัทยา – เควนติน กริฟฟิธส์ นักธุรกิจชาวอังกฤษวัย 58 ปี ผู้ร่วมก่อตั้ง ASOS เสียชีวิตหลังจากพลัดตกจากระเบียงชั้น 17 ของคอนโดมิเนียมหรูในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจไทยกำลังสอบสวน โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการบุกรุก

กริฟฟิธส์ร่วมก่อตั้ง ASOS กับนิค โรเบิร์ตสันในปี 2000 ที่ลอนดอน สหราชอาณาจักร บริษัทเติบโตขึ้นเป็นแพลตฟอร์มแฟชั่นออนไลน์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เขาถือหุ้นจำนวนมากในช่วงสำคัญ และขายหุ้นของเขาไปในราคาหลายสิบล้านปอนด์ก่อนที่จะออกจากบริษัทในปี 2005 ต่อมาเขาย้ายไปประเทศไทยในปี 2007 และอาศัยอยู่ในพัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังริมอ่าวไทยเป็นระยะเวลานาน

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา

รายละเอียดของเหตุการณ์และการสืบสวนของตำรวจ:

ตำรวจพัทยาพบศพของกริฟฟิธส์ที่ชั้นล่างของคอนโดมิเนียมหรู 18 ชั้น เขาอาศัยอยู่ในห้องเช่าระยะยาวบนชั้น 17 ซึ่งคล้ายกับห้องพักในโรงแรม ห้องนั้นล็อกจากด้านใน และไม่มีร่องรอยการงัดแงะ

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าไม่มีบุคคลอื่นเข้าหรือออกจากห้องก่อนเกิดเหตุ เขาอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตายมากกว่าฆาตกรรม

การระบุเบื้องต้นของตำรวจคือการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่มีหลักฐานการกระทำผิดใดๆ

ศพถูกส่งไปชันสูตรเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีความและกระบวนการทางกฎหมายหลายคดีถูกพบในห้องพัก

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา

ตำรวจระบุว่าเขาเผชิญกับแรงกดดันทางกฎหมายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อพิพาททางกฎหมายกับอดีตภรรยาชาวไทยของเขา ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งเรื่องธุรกิจและทรัพย์สิน รวมถึงข้อหาฉ้อโกง เอกสารคดีจำนวนหนึ่งถูกพบในห้องพักโรงแรมของเขา ทำให้ตำรวจเชื่อว่าปัญหาทางกฎหมายและการเงินอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาเครียด

ASOS ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ โดยกล่าวว่า “เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของเควนติน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งดั้งเดิมของเรา” และไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา

คดีล่าสุดและปัญหาส่วนตัวที่ถูกกล่าวถึง

ก่อนเสียชีวิต รายงานระบุว่ากริฟฟิธส์มีปัญหาทางกฎหมายที่ค้างอยู่หลายเรื่อง ซึ่งเชื่อมโยงกับความเครียดที่ตำรวจกล่าวถึง รวมถึง:

ข้อพิพาทกับอดีตภรรยาชาวไทยของเขาเกี่ยวกับธุรกิจและทรัพย์สิน;
ข้อหาฉ้อโกงทางอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียด

ไม่มีข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับอาการป่วยทางจิตของเขา แต่รายงานของตำรวจกล่าวถึงความเครียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขณะเดียวกัน อดีตภรรยาของเขาปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเขา โดยกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ฉันไม่ได้ฆ่าเขา” หลังจากมีข่าวลือแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา

สถิติการตกจากระเบียงสูงในพัทยา ปัญหาที่ยังคงน่าเป็นห่วง

พัทยามีรายงานการตกจากระเบียงหรือหน้าต่างของอาคารสูงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้เกิดคำถามในสังคมเกี่ยวกับความปลอดภัยและสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละกรณี

ในปี 2024 มีรายงานชาวต่างชาติอย่างน้อย 36 คนเสียชีวิตจากการตกจากคอนโดมิเนียมในพัทยา โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี หลายกรณีถูกบันทึกว่าเป็นฆ่าตัวตาย
นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น มีผู้เสียชีวิต 5 รายใน 8 วัน

พัทยามีรายงานการตกจากระเบียงหรือหน้าต่างของอาคารสูงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้เกิดคำถามในสังคมเกี่ยวกับความปลอดภัยและสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละกรณี

ในปี 2024 มีรายงานชาวต่างชาติเสียชีวิตจากการตกจากคอนโดมิเนียมในพัทยาอย่างน้อย 36 ราย โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี หลายกรณีถูกบันทึกว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น มีผู้เสียชีวิต 5 รายใน 8 วัน

สถิติระหว่างปี 2015 ถึง 2024 ระบุว่า พัทยามีจำนวนผู้เสียชีวิตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศ รองจากกรุงเทพฯ เท่านั้น และส่วนใหญ่มักพบในชาวต่างชาติที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
วิธีการที่พบมากที่สุดคือการกระโดดจากระเบียงคอนโดมิเนียมสูง ซึ่งเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในพื้นที่

แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใสเนื่องจากมีข่าวลือว่าบางเหตุการณ์อาจถูกจัดฉากให้ดูเหมือนฆ่าตัวตาย ตำรวจยังคงยืนยันว่าหลายกรณีเป็นอุบัติเหตุหรือการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายอย่างแท้จริง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความเครียดทางการเงิน ปัญหาความสัมพันธ์ หรือปัญหาสุขภาพจิต

สรุปโดยรวม

การเสียชีวิตของเควนติน กริฟฟิธส์ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ชาวต่างชาติบางคนอาจเผชิญขณะอาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย การเงิน หรือส่วนตัว ในขณะเดียวกัน การตกจากที่สูงในพัทยายังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ตำรวจพัทยากำลังดำเนินการสอบสวนต่อไปและรอผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและ ASOS ต่อการสูญเสียอันน่าเศร้าในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทยแห่งนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาพิษตำรวจหญิง “สารวัตรปู”

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง

Published

on

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง

ข่าวเศร้าทำใจแฟนๆ หาย เช้าวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ติดตามเรื่องราวของ “มอลลี่” สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้เพศเมียวัย 2 ปี ได้รับข่าวเศร้าพร้อมกัน เมื่อเจ้าของยืนยันว่า มอลลี่จากไปแล้ว หลังต่อสู้กับอาการบาดเจ็บหนักจากเหตุทารุณกรรมที่โหดร้าย

ข้อความจากใจจริงของเจ้าของ โทนเลว ยานิกา ระบุอย่างชัดเจนว่ามอลลี่ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว เธอโพสต์บนเฟซบุ๊ก “#มอลลี่ที่รักของฉัน เธอไม่ต้องเจ็บปวดและทรมานอีกต่อไปแล้ว #มอลลี่ของฉันต่อสู้มาอย่างดีแล้ว และตอนนี้ถึงเวลาพักผ่อนชั่วนิรันดร์แล้ว” ข้อความภาษาไทยที่แนบมาด้วยระบุว่า “ทุกคนต่อสู้เพื่อเธอจนถึงวินาทีสุดท้าย”

โพสต์ดังกล่าวทำให้หลายคนสะเทือนใจ เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากเฝ้าติดตามอาการของมอลลี่อย่างใกล้ชิด โดยมอลลี่เสียชีวิตราว 08.00 น. ของวันเดียวกัน หลังสัตวแพทย์แจ้งข่าวกับเจ้าของ

หนึ่งวันก่อนหน้า ในหลวงทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อส่งต่อการรักษา การจากไปของมอลลี่เกิดขึ้นหลังมีข่าวดีเพียงไม่นาน เพราะก่อนหน้านั้น 1 วัน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระเมตตารับ “มอลลี่” ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อให้ได้รับการรักษาต่อที่กรุงเทพมหานคร

กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา

แผนการดำเนินการในตอนนั้น ระบุไว้ว่า

  • ราชเลขานุการในพระองค์เตรียมเดินทางไปรับตัวมอลลี่ที่จังหวัดสงขลา
  • วางแผนใช้เครื่องบิน C-130 จากกองบิน 56 อำเภอเมืองสงขลา เพื่อนำส่งจากโรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ไปยังโรงพยาบาลสัตว์ในกรุงเทพฯ
  • พระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้ทำให้หลายคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเรียกร้องความยุติธรรมในสังคม

อย่างไรก็ตาม มอลลี่จากไปก่อนจะได้เดินทางไปรับการรักษาต่อ

จุดเริ่มต้นของคดี เหตุทารุณกรรมที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศ
มอลลี่หายออกจากบ้านในตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมสุนัขอีกตัวชื่อ “เมสซี่” ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านแจ้งเจ้าของว่า พบมอลลี่นอนหมดแรงอยู่ริมสระน้ำบริเวณบ้านแหลมขวัญ ซอย 4 โดยมีรอยไฟไหม้เกือบทั้งตัว

สัตวแพทย์วินิจฉัยว่า มอลลี่มีแผลไฟไหม้ระดับ 5 ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ มีเนื้อตายแห้ง แผลติดเชื้อรุนแรง มีภาวะเลือดเป็นพิษ (sepsis) ความดันต่ำ ค่าไตและตับสูง เม็ดเลือดต่ำ จึงต้องถ่ายเลือดและทำแผลต่อเนื่อง แต่ร่างกายของน้องอ่อนแรงมาก

เจ้าของให้ข้อมูลว่า คนร้ายน่าจะราดน้ำมัน (คาดว่าเบนซิน) แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น ก่อนที่มอลลี่จะพยายามหนีเอาชีวิตรอดกลับมาทางบ้าน แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา

แจ้งความและเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ มูลนิธิ Watchdog Thailand Foundation เข้าช่วย
หลังเกิดเหตุ นายสมชัย ชนะวรรโณ (สามีของ Tonlew Yanika) เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสงขลา เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดี โดยมี Watchdog Thailand Foundation (มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์) ช่วยประสานงานและให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย

ด้านการสืบสวน ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด และมีข้อมูลผู้ต้องสงสัยที่ค่อนข้างชัดเจน ตามข้อมูลล่าสุดในช่วงก่อนหน้านี้ ระบุว่าคาดติดตามจับกุมได้ภายใน 1-2 วัน ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์กดดันให้ดำเนินคดีจริงจัง เพื่อป้องกันเหตุทารุณกรรมสัตว์ซ้ำรอย

สำหรับบทลงโทษตามพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 ผู้ทารุณกรรมสัตว์มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เสียงจากสังคม ทั้งเศร้า ทั้งโกรธ และอยากเห็นความยุติธรรม
เรื่องของมอลลี่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย เพราะหลายคนติดตามตั้งแต่วันแรกและหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ เมื่อทราบข่าวการจากไป หลายคนบอกตรงกันว่า “มอลลี่สู้สุดชีวิตแล้ว” พร้อมทั้งประณามผู้กระทำผิด และเรียกร้องให้ลงโทษอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ หลายเสียงยังชวนให้สังคมหันมาจริงจังกับสิทธิสัตว์และสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น เพราะความรุนแรงแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับสัตว์ตัวไหนอีก

คำลาและคำขอบคุณจากครอบครัวของมอลลี่
Tonlew Yanika และครอบครัวกล่าวขอบคุณทุกกำลังใจ รวมถึงทีมสัตวแพทย์ พยาบาล มูลนิธิ และประชาชนที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือ พร้อมบอกลามอลลี่ด้วยถ้อยคำที่หลายคนอ่านแล้วน้ำตาซึมว่า มอลลี่จากไปอย่างสงบ และไม่ต้องเจ็บอีกต่อไป ขอให้น้องได้วิ่งเล่นอย่างมีความสุขบนสวรรค์

เรื่องของมอลลี่สะท้อนทั้งความโหดร้ายจากมนุษย์บางคน และอีกด้านหนึ่งก็เห็นชัดว่า ความเมตตาและพลังของคนในสังคมไทยยังมีอยู่เสมอ เมื่อทุกคนพร้อมยืนข้างผู้ที่ไม่มีเสียงอย่างสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งจนถึงวินาทีสุดท้าย

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา

Published

on

กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา

สงขลา, ไทย 18 กุมภาพันธ์ 2026 คนรักสัตว์ทั่วประเทศแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก หลังพบสุนัขไซบีเรียน ฮัสกีเพศเมียวัย 2 ปี บาดเจ็บสาหัสจากไฟไหม้ และมีข้อมูลชี้ว่าอาจถูกสาดน้ำมันเบนซินก่อนถูกจุดไฟ เป็นการทารุณกรรมที่โหดร้ายเกินรับได้

สุนัขตัวนี้เจ้าของตั้งชื่อว่า “มอลลี่” เธอหายออกจากบ้านในอำเภอเมืองสงขลา ช่วงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ หลังจากนั้นครอบครัวพยายามตามหาเต็มที่ ทั้งเดินหาและโพสต์ขอความช่วยเหลือทางออนไลน์ อย่างไรก็ตาม วันที่ 15 กุมภาพันธ์ มีคนพบมอลลี่นอนอยู่ข้างถนนในสภาพไหม้เกือบทั่วตัว

พยานในพื้นที่และการประเมินของสัตวแพทย์ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า มีคนตั้งใจสาดน้ำมันแล้วจุดไฟ จนเกิดแผลไหม้ระดับรุนแรงมาก ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ มีเนื้อตายเป็นวงกว้าง และตามมาด้วยการติดเชื้อในกระแสเลือด

กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา

สมชาย จันทวรรณโณ อายุ 52 ปี เจ้าของมอลลี่ รีบนำสุนัขไปรักษาที่คลินิกสัตวแพทย์ใกล้บ้านก่อน จากนั้นจึงส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพื่อรับการดูแลเฉพาะทาง สัตวแพทย์ระบุว่าอาการอยู่ในขั้นวิกฤต แผลมีน้ำเหลืองไหลมาก ร่างกายขาดน้ำอย่างหนัก ค่าการอักเสบสูง และกินอาหารไม่ได้

แนวทางรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทั้งล้างแผล ให้ยาปฏิชีวนะ ทายาฆ่าเชื้อ และเฝ้าระวังอาการในพื้นที่ปลอดเชื้อ ทีมรักษาประเมินว่าการฟื้นตัวอาจใช้เวลาหลายเดือน เพราะต้องรอให้ผิวหนังใหม่ค่อย ๆ สร้างขึ้นทดแทนส่วนที่เสียหาย

กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา

ด้านคดีความ สมชายได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.เมืองสงขลา โดยมีมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ (Watchdog Thailand Foundation, WDT) เข้าช่วยติดตามคดี ตำรวจเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ รวมถึงบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุที่รายงานว่าอยู่แถวบ้านแหลมกวาง ซึ่งเหตุเกิดช่วงดึก เจ้าหน้าที่เผยว่าพบเบาะแสที่น่าสนใจ และคาดว่าจะติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้ภายในไม่กี่วัน

ขณะเดียวกัน กระแสในโซเชียลร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้คนจำนวนมากแชร์ภาพและคลิปอาการบาดเจ็บของมอลลี่ พร้อมเรียกร้องให้ลงโทษหนักที่สุดตามกฎหมายทารุณกรรมสัตว์ หลายโพสต์ติดแฮชแท็กทวงความยุติธรรม และขอให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจริงจังมากขึ้น เพราะหลายคนมองว่าโทษที่มักจบด้วยค่าปรับหรือจำคุกระยะสั้น ยังไม่พอจะยับยั้งคนทำผิดซ้ำ

เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนปัญหาทารุณกรรมสัตว์ในไทยที่เกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะกับสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรจัดที่ปกป้องตัวเองไม่ได้

เหตุคล้ายกันในภาคเหนือยิ่งทำให้สังคมกังวล

ก่อนหน้านี้มีคดีที่ทำให้คนตกใจไม่แพ้กัน เดือนสิงหาคม 2025 ที่จังหวัดลำปาง ตำรวจจับกุมวัยรุ่น 3 คน อายุ 14 ปี หลังถูกกล่าวหาว่าจุดไฟเผาสุนัขสีดำที่พิการ ภายในห้องน้ำร้างใกล้วัดพระธาตุลำปางหลวง กลุ่มผู้ก่อเหตุยังถ่ายคลิปและนำไปเผยแพร่ จนเกิดเสียงวิจารณ์รุนแรงและนำไปสู่การติดตามจับกุมอย่างรวดเร็ว สุนัขตัวนั้นได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว และต้องทนเจ็บปวดอย่างหนักขณะพยายามหลบหนี

กลุ่มคนรักสัตว์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงหลังจากสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ถูกจุดไฟเผา

แม้สองคดีจะไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงกันโดยตรง แต่ภาพรวมทำให้สังคมยิ่งเรียกร้องเรื่องการให้ความรู้ การปลูกฝังความเมตตาต่อสัตว์ และการปรับมาตรการลงโทษให้จริงจังกว่านี้

สื่อท้องถิ่นหลายแห่งติดตามอาการของมอลลี่อย่างใกล้ชิด ซึ่งยิ่งทำให้เสียงโกรธของประชาชนดังขึ้น ขณะเดียวกัน Chiang Rai Times เคยรายงานแนวโน้มคดีทารุณกรรมสัตว์ในภาคเหนือ ทั้งการละเลยและการทำร้ายที่หลายครั้งไม่ถูกแจ้งความ รายงานเหล่านี้ชี้ให้เห็นความจำเป็นของการเฝ้าระวังในชุมชน และช่องทางแจ้งเหตุที่เข้าถึงง่ายเพื่อช่วยสัตว์ที่เสี่ยงอันตราย

กระแสสังคมและข้อเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลง

เสียงจากโซเชียลมีเดียพูดไปในทิศทางเดียวกัน เช่น

  • ขอให้ลงโทษสูงสุดตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์
  • ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในฐานะทรมานสัตว์อย่างร้ายแรง และมีเจตนาทำให้ตาย
  • แชร์ช่องทางรับบริจาคเพื่อช่วยค่ารักษาของมอลลี่
  • เรียกร้องให้มีแคมเปญรณรงค์ลดการทารุณกรรมสัตว์อย่างต่อเนื่อง

นักรณรงค์ด้านสิทธิสัตว์มองว่า แม้ไทยมีความคืบหน้าด้านกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ตั้งแต่ปี 2014 แต่การบังคับใช้ยังไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ด้วยเหตุนี้ กลุ่มอย่าง Watchdog Thailand จึงผลักดันให้ปรับปรุงมาตรการ เช่น เพิ่มค่าปรับ กำหนดโทษจำคุกในคดีร้ายแรง และทำระบบติดตามผู้กระทำผิด

ตอนนี้มอลลี่ยังต่อสู้เพื่อชีวิตภายใต้การดูแลของทีมสัตวแพทย์ เรื่องของเธอทำให้คนไทยจำนวนมากรู้สึกทั้งเศร้าและโกรธ พร้อมกันนั้นก็เกิดแรงผลักให้สังคมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่เดือดไม่นานแล้วเงียบไป

หากต้องการติดตามอาการของมอลลี่และความคืบหน้าคดี สามารถติดตามข่าวจากสื่อท้องถิ่นและองค์กรช่วยเหลือสัตว์ ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ โปรดติดต่อ สภ.เมืองสงขลาโดยตรง

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจกำลังไล่ล่าคนร้ายติดอาวุธ ส่งผลให้โรงเรียน 14 แห่งต้องปิดทำการ

Continue Reading

SOi Dog FOundation

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา
ข่าวระดับชาติ - National9 hours ago

มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว
เชียงราย - Chiang Rai News10 hours ago

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต "แอม ไซยาไนด์" คดีวางยาพิษตำรวจหญิง "สารวัตรปู"
ข่าวอาชญากรรม - Crime22 hours ago

ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาพิษตำรวจหญิง “สารวัตรปู”

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง
ข่าวระดับชาติ - National1 day ago

มอลลี่ ไซบีเรียนฮัสกี้จากไปอย่างสงบ หลังสู้จนถึงที่สุด ท่ามกลางพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง

ตำรวจไซเบอร์จับกุมหญิงชาวยูเครนในคดีฉ้อโกงแบบพีระมิดมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ตำรวจไซเบอร์จับกุมหญิงชาวยูเครนในคดีฉ้อโกงแบบพีระมิดมูลค่า 340 ล้านดอลลาร์

สนามบินเชียงรายเพิ่มบรรยากาศการต้อนรับตามวัฒนธรรมสำหรับเทศกาลตรุษจีน
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน

ทหารเชียงรายยึดยาบ้า 9 ล้านเม็ดในเชียงแสน
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

ทหารเชียงรายยึดยาบ้า 9 ล้านเม็ดในเชียงแสน

โจรขโมยทองจากกรุงเทพฯ ถูกจับกุมที่อำเภอแม่สุ่ย จังหวัดเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 day ago

โจรขโมยทองจากกรุงเทพฯ ถูกจับกุมที่อำเภอแม่สุ่ย จังหวัดเชียงราย

วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-2 อาร์เซนอล
ฟุตบอล2 days ago

วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-2 อาร์เซนอล: เกมสุดดุเดือดจบลงด้วยความวุ่นวาย เมื่อผู้เล่นปะทะกัน

นิวคาสเซิล ถล่ม คาราบัก 6-1 จ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก
ฟุตบอล2 days ago

นิวคาสเซิล ถล่ม คาราบัก 6-1 จ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก

เพลงของ Lil Poppa ได้รับความนิยมอย่างมากบน Spotify หลังจากมีการประกาศข่าวการเสียชีวิต
บันเทิง - Entertainment2 days ago

เพลงของ Lil Poppa ได้รับความนิยมอย่างมากบน Spotify หลังจากมีการประกาศข่าวการเสียชีวิต

YouTube
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

YouTube ประสบปัญหาขัดข้องครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วโลก

มือปืนที่ทำให้ปทุมธานีผวาเข้ามอบตัว ตำรวจเผยขอโทษและย้ำไม่คิดทำร้ายเด็ก
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

มือปืนที่ทำให้ปทุมธานีผวาเข้ามอบตัว ตำรวจเผยขอโทษและย้ำไม่คิดทำร้ายเด็ก

ตำรวจจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าชาวอินเดียที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 days ago

ตำรวจจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าชาวอินเดียที่สนามบินสุวรรณภูมิ

หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเกี่ยวกับระดับ PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่
สุขภาพและการแพทย์2 days ago

หน่วยงานสาธารณสุขเตือนเกี่ยวกับระดับ PM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่

สำนักงานสอบสวนอาชญากรรม (CIB) ได้จับกุมเจ้าหน้าที่ 6 คน ในข้อหาออกบัตรประจำตัวประชาชนไทยให้แก่พลเมืองชาวจีน
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

สำนักงานสอบสวนอาชญากรรม (CIB) ได้จับกุมเจ้าหน้าที่ 6 คน ในข้อหาออกบัตรประจำตัวประชาชนไทยให้แก่พลเมืองชาวจีน

ตำรวจเชียงรายจับกุมชาวต่างชาติฐานกระทำการอนาจารและข่มขู่เภสัชกร
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมชาวต่างชาติฐานกระทำการอนาจารและข่มขู่เภสัชกร

นักท่องเที่ยวชาวจีนก่อเหตุทะเลวิวาทที่วัดร่องขุน (วัดขาว) จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

นักท่องเที่ยวชาวจีนก่อเหตุทะเลวิวาทในแถวรอเข้าชมวัดร่องขุน (วัดขาว)

รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ประสบอุบัติเหตุขณะขับด้วยความเร็วสูง ทำให้ชาวจีนเสียชีวิต 2 ราย
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ประสบอุบัติเหตุขณะขับด้วยความเร็วสูง ทำให้ชาวจีนเสียชีวิต 2 ราย

ราคาทองวันนี้
ข่าวธุรกิจ4 weeks ago

ราคาทองวันนี้ (23 ม.ค. 2569) เช็กให้เป็นก่อนซื้อขาย เพราะเช้าเดียวก็เปลี่ยนได้หลายรอบ

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

Iเชียงราย สิงห์ พาร์ค ขอเชิญท่านมาเยี่ยมชม International Balloon Fiesta 2026

เฟเนร์บาห์เช่ แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-0
ฟุตบอล4 weeks ago

เฟเนร์บาห์เช่พลาดท่าคาบ้าน แพ้แอสตัน วิลลา 0-1 ในศึก UEFA Europa League

สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย

ตำรวจชายแดนเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด หลังไล่ล่ารถยนต์
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ตำรวจชายแดนเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด หลังไล่ล่ารถยนต์

ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

ญาติช็อก จัดงานศพไปแล้ว หนุ่มเชียงรายวัย 48 กลับมาปรากฏตัวต่อหน้า

หมู่บ้านต่างๆ ในเมืองทาลยัค ประเทศเมียนมาร์ กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวการลักพาตัว
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

หมู่บ้านต่างๆ ในภูมิภาคทาลยัคของเมียนมาร์กำลังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวกลุ่มลักพาตัวชาวจีน

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 weeks ago

ตำรวจจับกุมชายชาวอังกฤษวัย 58 ปี หลังยิงภรรยาชาวไทยเสียชีวิต

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน
ข่าวระดับชาติ - National4 weeks ago

นักเรียนชั้น ม.1 หวาดกลัวสุดขีด หลังถูกเพื่อนร่วมชั้นรังแกและดูถูกเหยียดหยามที่โรงเรียน

“ธรรมนัส” กล่าวปาฐกถาสำคัญที่จังหวัดเชียงราย
ข่าวการเมือง4 weeks ago

“ธรรมนาถ” กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในเชียงราย โดยให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

เชียงรายฉลองครบรอบ 764 ปี เมืองก่อตั้ง

Trending