ข่าวการเมือง Politics
“ธรรมนาถ” กล่าวสุนทรพจน์สำคัญในเชียงราย โดยให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาคเหนือของประเทศไทย
เชียงราย – เย็นวันที่ 24 ม.ค. ที่สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย พรรคกล้าธรรมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย 6 คน จากทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนจากหลายพื้นที่มาร่วมฟังราว 10,000…
เชียงราย – เย็นวันที่ 24 ม.ค. ที่สนามกีฬากลาง จ.เชียงราย พรรคกล้าธรรมจัดเวทีปราศรัยใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย 6 คน จากทั้งหมด 7 เขตเลือกตั้ง บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนจากหลายพื้นที่มาร่วมฟังราว 10,000 คน ภายในงานมีบอลลูนหาเสียงขนาดใหญ่ช่วยสร้างสีสัน
แกนนำพรรคที่ขึ้นเวทีมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เนื้อหาปราศรัยหลักเน้นชวนคนชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน">เชียงราย “เปลี่ยนจากการเมืองแบบเดิม” พร้อมยกผลงานช่วยเหลือประชาชนในอดีต รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินและที่ดินทำกิน
บนเวทีมีการพูดถึงงานช่วยเหลือประชาชนของมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ อ.แม่สาย ปลายปี 2567 และแนวคิดตั้ง “ธนาคารประชาชน” เพื่อลดภาระดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังผลักดันการเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าในอนาคตให้พัฒนาไปสู่โฉนดที่ดินที่มีสถานะชัดเจนยิ่งขึ้น
อีกหัวข้อที่ถูกหยิบยกคือการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.พะเยา ซึ่งอยู่ติดกับเชียงราย โดยย้ำว่าเป็นตัวอย่างที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
ผู้สมัคร ส.ส. เล่าที่มาและเหตุผลที่ลงสนาม
นายวุฒิชาติ เกรียงเกษร ผู้สมัครเขต 1 บอกว่าเดิมทำงานจิตอาสาและกู้ภัย ลงพื้นที่ช่วยประชาชนช่วงภัยพิบัติหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมแม่น้ำกกในช่วงใกล้เคียงกับเหตุการณ์น้ำท่วมแม่น้ำสาย เขาเล่าว่าระดมกำลังและนำรถออฟโรดที่นำมาโชว์ในงาน ไปช่วยผู้ประสบภัยด้วยตัวเอง
หลังเหตุการณ์คลี่คลาย เขามองเห็นการพัฒนาของ จ.พะเยา ที่ขับเคลื่อนท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และชื่นชอบสไตล์การทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส ที่พูดแล้วทำ จึงตัดสินใจมาร่วมงานเพื่อช่วยประชาชนให้มากขึ้น
ด้านนายสุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ ผู้สมัครเขต 7 กล่าวว่าเคยทำงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงรายมานาน 25 ปี เคยเป็นประธานสภา อบจ. 8 ปี และรองนายก อบจ. 1 สมัย จึงรู้ข้อจำกัดของท้องถิ่น ทั้งงบประมาณและอำนาจหน้าที่
เขายกตัวอย่างช่วงที่รัฐบาลชุดก่อนมีงบประมาณ 157,000 ล้านบาท แต่โครงการที่เขาเสนอให้จังหวัดถึง 101 โครงการกลับไม่ได้รับงบแม้แต่บาทเดียว เรื่องนี้ทำให้เขาตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. เพื่อเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างท้องถิ่นกับกระทรวงต่างๆ
“นฤมล” ชี้หลายพรรคมีแคนดิเดตหลายชื่อ แต่ไม่ใช่ตัวจริง
ดร.นฤมล กล่าวว่าหลายพรรคเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหลายคน แต่สุดท้ายอาจไม่ใช่คนที่จะได้เป็นจริง ต่างจากพรรคกล้าธรรมที่เสนอ ร.อ.ธรรมนัส เพียงคนเดียว และย้ำว่าพรรคพูดตรง ทำได้คือทำ ทำไม่ได้ก็อธิบายเหตุผลให้ชัด
เธอยกตัวอย่างนโยบายที่พรรคยืนยันว่าทำได้ เช่น การเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนด และแนวคิด “ซื้อปุ๋ยคนละครึ่ง” รวมถึงการตั้งธนาคารประชาชนที่ตั้งเป้าดอกเบี้ยไม่เกิน 4% โดยเปรียบเทียบว่าดอกเบี้ยบางแหล่งอยู่ระดับ 6-7% ซึ่งประชาชนแบกรับหนักเกินไป
“ปวีณา” บอกมาทำงานเพราะพรรคเปิดพื้นที่ให้ทำงานเพื่อสังคมเต็มที่
นางปวีณา เล่าว่าเดินทางไปเชียงรายบ่อย เพราะทำงานช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกหลอกไปทำงานฝั่งประเทศเมียนมา เธอบอกว่าพรรคกล้าธรรมเข้าใจปัญหาสังคม และเปิดโอกาสให้เธอทำงานเพื่อสังคมได้เต็มที่ จึงตัดสินใจมาร่วมทีม
“ธรรมนัส” ย้ำลงพื้นที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงเลือกตั้ง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าก่อนขึ้นเวทีวันนี้ เขาและหัวหน้าพรรคลงพื้นที่ อ.เชียงของ และ อ.แม่สรวย เพื่อรับฟังปัญหาและติดตามการแก้ไข โดยย้ำว่าทำงานต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ช่วงหาเสียง
เขาพูดถึงปัญหาที่ดินทำกินที่ทำมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จนเกิดการขับเคลื่อนเรื่องเปลี่ยน สปก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และตั้งเป้าพัฒนาต่อให้เป็นโฉนดที่ดินในอนาคต
อีกประเด็นคือเรื่องน้ำใน จ.เชียงราย ที่มีแม่น้ำหลายสายไหลลงสู่แม่น้ำโขงจำนวนมาก เขาระบุว่าจะผลักดันการกักเก็บน้ำให้เพียงพอในหน้าแล้ง และช่วยลดปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก
ส่วนปัญหาสารตกค้างในแม่น้ำที่ไหลมาจากเหมืองฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เขาบอกว่าได้สั่งการให้สำรองน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคไว้แล้วในระดับหนึ่ง ส่วนการแก้ระยะยาวต้องอาศัยการเจรจากับประเทศเมียนมา
ชูพรรคใหม่ของคนเหนือ และยก “พะเยาโมเดล” เป็นตัวอย่าง
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงการแข่งขันกับพรรคอื่นในพื้นที่ที่ครองฐานเสียงมานานว่า เขาทำงานมาตั้งแต่ปี 2562 และช่วงปี 2566 ที่เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ลงพื้นที่แก้ปัญหาให้ชาวเชียงรายต่อเนื่อง เขาย้ำว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคใหม่ และเป็นพรรคของคนเหนือ ไม่เป็นตัวแทนหรือนอมินีของใคร
เขายืนยันบนเวทีว่าพรรคกล้าธรรมมีแคนดิเดตนายกฯ “ตัวจริง” ไม่ใช่ชื่อที่ตั้งไว้เพื่อหลอกตา พร้อมอ้างว่าผลสำรวจหลายสำนักทำให้พรรคอยู่ในกลุ่มท็อป 5 ต่อเนื่อง และเชื่อว่าพรรคมีจุดขายของตัวเอง
ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส เชิญชวนชาวเชียงรายให้ตัดสินใจว่าจะอยู่กับการเมืองแบบเดิม หรือจะลองทางเลือกใหม่ พร้อมยกตัวอย่างงานท่องเที่ยวที่ จ.พะเยา โดยบอกว่าสถิติ ม.ค. ถึง ธ.ค. ระบุว่า GDP ด้านท่องเที่ยวของพะเยาเพิ่มขึ้น 10.82 เป็นอันดับ 1 ของ 17 จังหวัดภาคเหนือ ขณะที่ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศติดลบ 2 และย้ำว่าการขับเคลื่อนขึ้นอยู่กับ “คนทำ” และ “ผู้นำของแต่ละจังหวัด”
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สนามบินหลักของไทยเพิ่มมาตรการตรวจสอบด้านสุขภาพ หลังพบรายงานการพบเชื้อไวรัสนิปาห์ในอินเดีย
ข่าวการเมือง Politics
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
ชียงรายจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่: ยึดยาเสพติดได้กว่า 1 ตัน">เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ตำรวจสถานีตำรวจภูสีน จังหวัดพะเยา ได้รับรายงานที่น่าตกใจ นำโดยร้อยตำรวจโททวี แก้วชมพู ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 ตำบลทุ่งเกลือ อำเภอภูสีน จังหวัดเชียงราย ว่าพบศพหญิงคนหนึ่งในบ้านหลังหนึ่งกลางสวนยางพารา หมู่ 6 ตำบลทุ่งเกลือ อำเภอภูสีน จังหวัดเชียงราย เมื่อได้รับรายงาน ตำรวจพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสว่างพะเยา และแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลภูสีน ได้รีบไปยังที่เกิดเหตุเพื่อทำการสอบสวนทันที
สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
- พบศพหญิงชาวม้ง วัย 41 ปี ถูกทำร้ายด้วยของแข็งที่ศีรษะ เสียชีวิตในบ้านพักกลางสวนยาง อำเภอภูซาง
- เจ้าหน้าที่กู้ภัยงมพบ “ค้อน” เปื้อนเลือดในสระน้ำใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นอาวุธสังหาร
- ผู้ตายมักมีปากเสียงเรื่องความหึงหวงกับแฟนหนุ่มวัย 42 ปี ซึ่งหายตัวไปจากพื้นที่หลังเกิดเหตุ
- ตำรวจเร่งติดตามตัวแฟนหนุ่มมาสอบปากคำอย่างเร่งด่วนในฐานะผู้ต้องสงสัยสำคัญ
สถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักที่ตั้งอยู่กลางสวนยางพาราที่ค่อนข้างเงียบสงบ โดยมีสระน้ำอยู่บริเวณด้านข้าง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบร่องรอยการงัดแงะและบุกรุกบริเวณห้องนอนและรอบๆ ตัวบ้าน นอกจากนี้ยังมีหน้าต่าง 1 บานถูกทำลายจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ภายในห้องนอน เจ้าหน้าที่พบศพ น.ส.มี แซ่ลี อายุ 41 ปี หญิงชาวม้งจากอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย สภาพศพน่าสลดใจ บริเวณศีรษะมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งอย่างรุนแรง ศพนอนคว่ำหน้า และร่างกายท่อนล่างไม่ได้สวมกางเกง แพทย์ประเมินว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน จนเริ่มมีกลิ่นโชยไปทั่วบริเวณ

ค้นพบอาวุธสังหารในสระน้ำ
ทีมสืบสวนของตำรวจคาดการณ์ว่า อาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุน่าจะเป็นค้อนหรือของแข็งที่มีน้ำหนัก จึงได้ประสานงานให้หน่วยกู้ภัยลงงมค้นหาในสระน้ำที่อยู่ติดกับบ้านพัก
การค้นหาใช้เวลาเพียงไม่นาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็พบหน้าทุบตีหรือค้อนจมอยู่กลางสระน้ำ สิ่งที่ยืนยันข้อสันนิษฐานคือพบคราบเลือดติดอยู่บนค้อนอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สำคัญใน คดีอาชญากรรม ครั้งนี้
ปมความหึงหวงและเบาะแสผู้ต้องสงสัย
ร.ต.อ.ทวี เปิดเผยข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้านว่า ผู้ตายเป็นลูกจ้างที่เข้ามารับจ้างกรีดยางในพื้นที่ เธอพักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่กับแฟนหนุ่มวัย 42 ปี ซึ่งเป็นชาวม้งจากอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ทั้งสองคนเพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกันได้ไม่นานนัก
พยานในพื้นที่ระบุว่า ทั้งคู่มักมีปากเสียงทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เป็นประจำ สาเหตุหลักมาจากความหึงหวง เนื่องจากผู้ตายเป็นคนหน้าตาดี เมื่อ 3-4 วันก่อนเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งเรียกทั้งสองคนมาพูดคุยไกล่เกลี่ย ซึ่งเรื่องราวก็ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นในเวลาต่อมา
สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีน้ำหนักมุ่งไปที่คนใกล้ชิดคือ หลังเกิดเหตุ แฟนหนุ่มของผู้ตายได้หลบหนีและหายตัวไปจากพื้นที่อย่างลึกลับ ไม่มีญาติหรือเพื่อนบ้านคนใดสามารถติดต่อเขาได้เลย
ขณะนี้ ชุดสืบสวนของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำพื้นที่ภูซาง กำลังเร่งแกะรอยและติดตามตัวแฟนหนุ่มคนนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อนำตัวมาสอบปากคำตามกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากเขาคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง หากมีความคืบหน้า เจ้าหน้าที่จะเร่งแจ้งให้ทราบเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ชุมชนต่อไป
ข่าวตำรวจที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจจับกุมชายชาวพม่าฐานทำร้ายหญิงเสียชีวิตด้วยค้อน
ตำรวจเชียงรายรวบสองสามีภรรยา ซุกยาบ้าเกือบ 3 แสนเม็ดคารถกระบะที่บายพาสตะวันตก
ข่าวการเมือง Politics
โฆษกของฮุน เซน ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการส่งข้อความลับไปยังประเทศไทย
กรุงเทพฯ – กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีมีการแชร์ข้อมูลอ้างว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา…
กรุงเทพฯ – กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีมีการแชร์ข้อมูลอ้างว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ส่งข้อความผ่านคนใกล้ชิดถึงบุคคลสำคัญของไทยเพื่อเสนอแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ล่าสุดทางโฆษกส่วนตัวของฮุน เซน ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว
กัมพูชาโต้ “ข่าวปลอม” ยันไม่มีการส่งสารลับ
นายเกียว กัญญาฤทธิ์ โฆษกส่วนตัวของสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นและเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางสื่อสารหลัก โดยระบุว่าข้อมูลที่ระบุว่ามีการส่งสารลับหรือข้อเสนอพิเศษผ่านตัวแทนมายังบุคคลระดับสูงของไทยนั้น “ไม่เป็นความจริง” และเป็นเพียงความพยายามในการสร้างกระแสในโลกออนไลน์
โฆษกฯ ย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและไทยในปัจจุบันยังคงดำเนินไปอย่างเป็นปกติผ่านช่องทางทางการทูต และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ตัวแทนที่ไม่เป็นทางการในการเจรจาเรื่องสำคัญระดับชาติ
- ข้อเท็จจริง: กัมพูชาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการส่งสารผ่าน “คนใกล้ชิด”
- สถานะปัจจุบัน: ความสัมพันธ์ยังคงเน้นการสื่อสารผ่านกระทรวงการต่างประเทศ
- คำเตือน: ขอให้ประชาชนระมัดระวังการแชร์ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ไม่ได้รับอนุญาต
นายกฯ ไทยย้ำ “ยังไม่ได้รับรายงาน” และยังไม่เปิดด่าน
ทางด้านนายกรัฐมนตรีของไทย ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าว ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุสั้นๆ ว่าในขณะนี้ “ยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการ” เกี่ยวกับข้อความหรือสารใดๆ จากทางอดีตผู้นำกัมพูชาตามที่เป็นข่าว
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ชี้แจงถึงประเด็นการเรียกร้องให้เปิดด่านพรมแดนเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าชายแดน โดยยืนยันว่าในขณะนี้ รัฐบาลจะยังไม่มีการพิจารณาเปิดด่านพรมแดนใหม่ หรือขยายเวลาเปิดปิดด่านเพิ่มเติม เนื่องจากยังต้องคำนึงถึงมาตรการด้านความมั่นคงและการตรวจสอบอย่างละเอียด
“เราต้องพิจารณาความพร้อมในทุกมิติ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดน ดังนั้นในเวลานี้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเรื่องจุดผ่านแดน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
วิเคราะห์สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ข่าวสารในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มักถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง ประเด็นสำคัญที่น่าจับตาในขณะนี้คือ:
- การจัดการข่าวบิดเบือน: ทั้งสองประเทศเริ่มมีความเข้มงวดในการตรวจสอบข่าวปลอม (Fake News) ที่อาจกระทบต่อความมั่นคง
- นโยบายชายแดน: แม้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าจะเรียกร้องให้เปิดด่าน แต่000 บาทจากคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ เพื่อนำเงินไปสนับสนุนโครงการ "ท่องเที่ยวครึ่งราคา"">รัฐบาลไทยยังคงใช้ “นโยบายความปลอดภัยนำการค้า”
- ความสัมพันธ์ส่วนบุคคล vs ทางการ: แม้ผู้นำทั้งสองประเทศจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่การดำเนินการทุกอย่างยังต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายระหว่างประเทศ
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ สามารถตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่ไม่ได้กรอง
สรุปได้ว่า ข้อมูลที่แชร์กันในโลกออนไลน์เรื่องสารลับจาก “ฮุน เซน” นั้น เป็นเพียงข่าวลือ ที่ถูกปฏิเสธโดยตรงจากฝั่งกัมพูชา ขณะที่ฝั่งไทยเองก็ยังคงยืนยันในหลักการเดิมเรื่องการรักษาความปลอดภัยแนวชายแดน ประชาชนจึงควรบริโภคข่าวสารด้วยความระมัดระวังและรอการยืนยันจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ผงาดแชมป์ FIFA Series 2026! อัด คองโก 2-0
การเดิมพันครั้งใหญ่ของ Allbirds กับกระแส AI ที่ทำหุ้นพุ่งกระฉูด 600%
ข่าวการเมือง Politics
ซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น คว้าชัยในการเลือกตั้งปี 2026 และก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างมั่นคง
ถล่มทลายครั้งประวัติศาสตร์ของทาคาอิจิ, LDP กวาดชัยชนะเลือกตั้งฉับพลัน คว้าซูเปอร์เมเจอริตีสูงสุดยุคหลังสงคราม
นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นยึดอำนาจแน่น ด้วยเสียงข้างมากเด็ดขาด ท่ามกลางสัญญาเศรษฐกิจและโจทย์ความมั่นคง
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – การเมืองญี่ปุ่นพลิกภาพแบบคาดไม่ถึง เมื่อพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยเลือกตั้งทั่วไปแบบฉับพลันในวันอาทิตย์อย่างขาดลอย จนได้เสียงข้างมากระดับสองในสามในสภาผู้แทนราษฎร ผลที่ NHK คาดการณ์และตัวเลขนับคะแนนช่วงต้นที่ยืนยันแล้ว ชี้ว่านี่คือชัยชนะที่เด็ดขาดที่สุดของพรรคเดียวในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นหลังสงคราม และทำให้ทาคาอิจิ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ มีพื้นที่ทางการเมืองกว้างกว่าที่เคยในการผลักดันวาระอนุรักษนิยม
LDP เพียงพรรคเดียวได้ 316 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาล่าง ทิ้งห่างเกณฑ์เสียงข้างมากธรรมดาที่ 233 ที่นั่ง และยังเกินเส้น 310 ที่นั่ง ที่ทำให้สภาล่างสามารถโหวตคว่ำมติสภาสูงได้ นี่คือการเพิ่มที่นั่งมากกว่า 100 จากก่อนเลือกตั้งที่มี 198 ที่นั่ง และถ้านับรวมพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรค Japan Innovation Party (JIP) ที่ได้ 36 ที่นั่ง กลุ่มรัฐบาลจะถือครองรวม 352 ที่นั่ง เป็นตัวเลขที่แข็งแรงพอจะกำหนดทิศทางการเมืองญี่ปุ่นไปได้อีกนาน
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์เกิดขึ้นท่ามกลางหิมะตกหนักเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ และถูกประกาศขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2025 ต่อจากชิเงรุ อิชิบะที่ลาออก ช่วงของอิชิบะเต็มไปด้วยแรงกดดันจากความพ่ายแพ้ทางการเมือง รวมถึงการที่ LDP เสียเสียงข้างมากในทั้งสองสภา ท่ามกลางประเด็นเงินการเมืองที่ไม่รายงาน และความไม่พอใจของประชาชนต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทาคาอิจิ นักการเมืองสายอนุรักษนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องท่าทีแข็งต่อประเด็นความมั่นคงและการปฏิรูปเศรษฐกิจ ตัดสินใจเสี่ยงยุบสภาเพื่อใช้ช่วงกระแสนิยมช่วงต้นวาระให้เกิดประโยชน์
ประชาชนตอบรับชัดเจน ผลสำรวจหลังคูหาและตัวเลขรวมบ่งชี้ว่า LDP ทำคะแนนนำทั้งในเขตเลือกตั้งและระบบบัญชีรายชื่อ โดยได้ 249 ที่นั่งจากเขต และ 67 ที่นั่งจากสัดส่วน พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรค Constitutional Democratic Party และกลุ่มที่เหลือจากอดีตพันธมิตรโคเมโตะ สูญเสียที่นั่งจำนวนมาก หลายการคาดการณ์ระบุว่าฝ่ายค้านรวมกันได้ไม่ถึง 120 ที่นั่ง ผลลัพธ์สะท้อนการสนับสนุนนโยบายของทาคาอิจิที่เน้นลดภาษีเพื่อกระตุ้นการเติบโต เพิ่มงบกลาโหมในช่วงความตึงเครียดกับจีนและเกาหลีเหนือ และคุมเข้มเรื่องผู้อพยพ
เดิมพันที่ออกดอกเต็มที่
การยุบสภาเร็วตั้งแต่เริ่มเป็นนายกฯ ถูกมองว่าเสี่ยงสูง เพราะ LDP เพิ่งเสียศรัทธาจากคดีเงินลับที่กระทบความไว้วางใจ และคนจำนวนไม่น้อยไม่อยากเห็นการเลือกตั้งที่มาเร็วอีกครั้ง แต่แคมเปญของทาคาอิจิที่สื่อบางส่วนเรียกกันว่า “Sanamania” โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เดินเรื่องด้วยภาพการเปลี่ยน “ความกังวลให้เป็นความหวัง” เธอชูมาตรการเศรษฐกิจที่แรงขึ้น ทั้งการกระตุ้นการใช้จ่ายและการผ่อนกฎระเบียบบางส่วน พร้อมสื่อสารความเด็ดขาดด้านความมั่นคง
แม้หิมะหนักทำให้การเดินทางในสุขภาพ">ภาคเหนือสะดุด และเกิดการยกเลิกเที่ยวบินกับรถไฟหลายเส้นทาง แต่คนยังออกมาใช้สิทธิไม่น้อย ผลที่ออกมาจึงถูกตีความว่าเป็น “ไฟเขียว” ให้รัฐบาลเดินหน้าปรับทิศทางประเทศ ภายใต้ความต่อเนื่องของการเมืองแบบ LDP ที่กลับมายืนเหนือเกมได้อีกครั้งหลังช่วงที่ดูเปราะบาง
ผลต่อทิศทางนโยบายและภูมิภาค
เมื่อครองเสียงระดับสองในสามในสภาล่าง ทาคาอิจิสามารถดันกฎหมายผ่านได้ แม้เจอแรงต้านในสภาสูงที่ฝ่ายรัฐบาลยังไม่คุมเสียงได้ทั้งหมด ประเด็นที่ถูกจับตา ได้แก่ ความพยายามแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นเป้าหมายระยะยาวของ LDP การเพิ่มงบด้านทหาร และการปรับนโยบายเกี่ยวกับการย้ายถิ่นและการท่องเที่ยว
ชัยชนะครั้งนี้ยังทำให้ตลาดการเงินเริ่มขยับตามกระแสคาดการณ์เรื่องการลดภาษีและแผนใช้จ่ายของรัฐ จนเกิดคำถามเรื่องวินัยการคลัง ในด้านต่างประเทศ ผลเลือกตั้งช่วยเสริมอำนาจต่อรองของทาคาอิจิในการย้ำความร่วมมือพันธมิตรสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น และส่งสัญญาณท่าทีแข็งขึ้นต่อปักกิ่ง โดยเฉพาะเรื่องไต้หวันและข้อพิพาทดินแดน
ผู้นำฝ่ายค้านหลายคนยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่เช้าวันจันทร์ บางฝ่ายพูดตรงกันว่าต้องทบทวนตัวเอง หลังไม่สามารถเปลี่ยนความไม่พอใจเรื่องเงินเฟ้อและความเหลื่อมล้ำให้เป็นคะแนนได้ กลุ่มฝ่ายค้านดูแตกกระจัดกระจาย และยังไม่สามารถรวมพลังเป็นตัวเลือกเดียวที่ชัดเจน
เส้นทางต่อจากนี้ของทาคาอิจิ
ในคำปราศรัยฉลองชัยคืนวันอาทิตย์ ทาคาอิจิแสดงท่าทีเรียบง่ายแต่หนักแน่น เธอขอบคุณผู้สนับสนุน และย้ำว่าจะทำตามที่หาเสียงไว้ “นี่ไม่ใช่ชัยชนะของคนคนเดียวหรือพรรคเดียว แต่เป็นชัยชนะของประชาชนญี่ปุ่นที่เลือกความหวังแทนความชะงักงัน” เธอกล่าวที่สำนักงานใหญ่ LDP ท่ามกลางบรรยากาศฉลองที่มีดอกกุหลาบกระดาษสีแดงประดับบนป้ายชื่อผู้สมัคร
ทาคาอิจิคาดว่าจะได้รับการยืนยันเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในการประชุมไดเอ็ตสมัยพิเศษที่เริ่มวันที่ 18 กุมภาพันธ์ และยังไม่มีสัญญาณปรับคณะรัฐมนตรีในทันที ซึ่งสะท้อนว่ารัฐบาลจะเดินหน้าด้วยทีมเดิมเพื่อเร่งผลักดันวาระสำคัญ
สำหรับญี่ปุ่น การเลือกตั้งปี 2026 คือช่วงเวลาที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่งสัญญาณชัดว่าไม่ต้องการความสั่นคลอนแบบที่ผ่านมา และพร้อมให้โอกาสแนวทางอนุรักษนิยมที่มีกลิ่นชาตินิยมของทาคาอิจิจะนำประเทศไปทางไหนต่อจากนี้ยังต้องรอดู แต่ตอนนี้ “สตรีเหล็ก” แห่งการเมืองญี่ปุ่นได้จารึกชื่อไว้ในหน้าประวัติศาสตร์แล้ว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผลเลือกตั้ง 2569: ภูมิใจไทยขึ้นนำ สภาชุดใหม่เปลี่ยนหน้าใหญ่
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
ตำรวจเร่งตามล่าชายชาวเมียนมาร์ หลังพบศพภรรยาถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
อุบัติเหตุรถชนกันกลางดึกสุดสยองในจังหวัดเชียงราย คร่าชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย
-
ข่าวการเมือง Politics6 days ago
ตำรวจไล่ล่าแฟนหนุ่มที่หลบหนีหลังพบศพหญิงชาวเชียงรายถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยม
-
ข่าว - News5 days ago
พ่อคนหนึ่งหัวใจสลายหลังจากคนขับรถเมาแล้วขับพรากชีวิตลูกชายวัย 2 ขวบของเขาไปในลำปาง






