ข่าวระดับชาติ - National
มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ เควนติน กริฟฟิธส์ เสียชีวิตหลังพลัดตกจากคอนโดหรูในพัทยา
พัทยา – เควนติน กริฟฟิธส์ นักธุรกิจชาวอังกฤษวัย 58 ปี ผู้ร่วมก่อตั้ง ASO S เสียชีวิตหลังจากพลัดตกจากระเบียงชั้น 17 ของคอนโดมิเนียมหรูในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจไทยกำลังสอบสวน โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย…
พัทยา – เควนติน กริฟฟิธส์ นักธุรกิจชาวอังกฤษวัย 58 ปี ผู้ร่วมก่อตั้ง ASOS เสียชีวิตหลังจากพลัดตกจากระเบียงชั้น 17 ของคอนโดมิเนียมหรูในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจไทยกำลังสอบสวน โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือการบุกรุก
กริฟฟิธส์ร่วมก่อตั้ง ASOS กับนิค โรเบิร์ตสันในปี 2000 ที่ลอนดอน สหราชอาณาจักร บริษัทเติบโตขึ้นเป็นแพลตฟอร์มแฟชั่นออนไลน์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก เขาถือหุ้นจำนวนมากในช่วงสำคัญ และขายหุ้นของเขาไปในราคาหลายสิบล้านปอนด์ก่อนที่จะออกจากบริษัทในปี 2005 ต่อมาเขาย้ายไปภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยในปี 2007 และอาศัยอยู่ในพัทยา เมืองท่องเที่ยวชื่อดังริมอ่าวไทยเป็นระยะเวลานาน

รายละเอียดของเหตุการณ์และการสืบสวนของตำรวจ:
ตำรวจพัทยาพบศพของกริฟฟิธส์ที่ชั้นล่างของคอนโดมิเนียมหรู 18 ชั้น เขาอาศัยอยู่ในห้องเช่าระยะยาวบนชั้น 17 ซึ่งคล้ายกับห้องพักในโรงแรม ห้องนั้นล็อกจากด้านใน และไม่มีร่องรอยการงัดแงะ
ยิ่งไปกว่านั้น ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่าไม่มีบุคคลอื่นเข้าหรือออกจากห้องก่อนเกิดเหตุ เขาอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าตัวตายมากกว่าฆาตกรรม
การระบุเบื้องต้นของตำรวจคือการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่มีหลักฐานการกระทำผิดใดๆ
ศพถูกส่งไปชันสูตรเพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
เอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีความและกระบวนการทางกฎหมายหลายคดีถูกพบในห้องพัก

ตำรวจระบุว่าเขาเผชิญกับแรงกดดันทางกฎหมายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อพิพาททางกฎหมายกับอดีตภรรยาชาวไทยของเขา ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งเรื่องธุรกิจและทรัพย์สิน รวมถึงข้อหาฉ้อโกง เอกสารคดีจำนวนหนึ่งถูกพบในห้องพักโรงแรมของเขา ทำให้ตำรวจเชื่อว่าปัญหาทางกฎหมายและการเงินอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาเครียด
ASOS ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ โดยกล่าวว่า “เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของเควนติน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งดั้งเดิมของเรา” และไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา
คดีล่าสุดและปัญหาส่วนตัวที่ถูกกล่าวถึง
ก่อนเสียชีวิต รายงานระบุว่ากริฟฟิธส์มีปัญหาทางกฎหมายที่ค้างอยู่หลายเรื่อง ซึ่งเชื่อมโยงกับความเครียดที่ตำรวจกล่าวถึง รวมถึง:
ข้อพิพาทกับอดีตภรรยาชาวไทยของเขาเกี่ยวกับธุรกิจและทรัพย์สิน;
ข้อหาฉ้อโกงทางอาญา ซึ่งเจ้าหน้าที่พิจารณาว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเครียด
ไม่มีข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับอาการป่วยทางจิตของเขา แต่รายงานของตำรวจกล่าวถึงความเครียดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะเดียวกัน อดีตภรรยาของเขาปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเขา โดยกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ฉันไม่ได้ฆ่าเขา” หลังจากมีข่าวลือแพร่กระจายในโซเชียลมีเดีย

สถิติการตกจากระเบียงสูงในพัทยา ปัญหาที่ยังคงน่าเป็นห่วง
พัทยามีรายงานการตกจากระเบียงหรือหน้าต่างของอาคารสูงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้เกิดคำถามในสังคมเกี่ยวกับความปลอดภัยและสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละกรณี
ในปี 2024 มีรายงานชาวต่างชาติอย่างน้อย 36 คนเสียชีวิตจากการตกจากคอนโดมิเนียมในพัทยา โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี หลายกรณีถูกบันทึกว่าเป็นฆ่าตัวตาย
นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น มีผู้เสียชีวิต 5 รายใน 8 วัน
พัทยามีรายงานการตกจากระเบียงหรือหน้าต่างของอาคารสูงบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งทำให้เกิดคำถามในสังคมเกี่ยวกับความปลอดภัยและสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละกรณี
ในปี 2024 มีรายงานชาวต่างชาติเสียชีวิตจากการตกจากคอนโดมิเนียมในพัทยาอย่างน้อย 36 ราย โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี หลายกรณีถูกบันทึกว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2024 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น มีผู้เสียชีวิต 5 รายใน 8 วัน
สถิติระหว่างปี 2015 ถึง 2024 ระบุว่า พัทยามีจำนวนผู้เสียชีวิตค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ในประเทศ รองจากกรุงเทพฯ เท่านั้น และส่วนใหญ่มักพบในชาวต่างชาติที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
วิธีการที่พบมากที่สุดคือการกระโดดจากระเบียงคอนโดมิเนียมสูง ซึ่งเป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในพื้นที่
แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างโปร่งใสเนื่องจากมีข่าวลือว่าบางเหตุการณ์อาจถูกจัดฉากให้ดูเหมือนฆ่าตัวตาย ตำรวจยังคงยืนยันว่าหลายกรณีเป็นอุบัติเหตุหรือการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายอย่างแท้จริง ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความเครียดทางการเงิน ปัญหาความสัมพันธ์ หรือปัญหาสุขภาพจิต

สรุปโดยรวม
การเสียชีวิตของเควนติน กริฟฟิธส์ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันที่ชาวต่างชาติบางคนอาจเผชิญขณะอาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย การเงิน หรือส่วนตัว ในขณะเดียวกัน การตกจากที่สูงในพัทยายังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตำรวจพัทยากำลังดำเนินการสอบสวนต่อไปและรอผลการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและ ASOS ต่อการสูญเสียอันน่าเศร้าในเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทยแห่งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว
ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาพิษตำรวจหญิง “สารวัตรปู”
ข่าวระดับชาติ - National
ข้อตกลงน้ำระหว่างไทยและเมียนมาร์จุดชนวนความไม่พอใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมลพิษที่ซ่อนเร้น
พระภิกษุจังหวัดเชียงรายพบอยู่กับหญิงฆราวาสในห้องเดียวกัน และระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกิน 300 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร">เชียงราย – เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิชาการและกลุ่มภาคประชาชนได้ออกมาวิจารณ์ข้อตกลง หรือ TOR ด้านการจัดการคุณภาพน้ำระหว่างภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยและเมียนมาอย่างหนัก พวกเขาระบุอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงฉบับนี้ ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในหลายด้าน นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขบางประการที่อาจละเมิดรัฐธรรมนูญของไทยอีกด้วย
ข้อตกลงนี้ถูกลงนามในช่วงที่ผู้นำเมียนมา เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ ได้ตรวจสอบรายละเอียดของ TOR อย่างถี่ถ้วน เขาเปิดเผยว่า ฝ่ายไทยยอมทำตามการแก้ไขของเมียนมาถึง 7 จุดสำคัญด้วยกัน
ประเด็นสำคัญ
- ไทยยอมถอยหลายประเด็นสำคัญ: ไทยยอมตัดความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ และยกเลิกการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษร่วมกัน ทำให้ขาดกลไกการป้องกันมลพิษข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ
- ความเสียเปรียบด้านการทำงาน: คณะทำงานของเมียนมาครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า ขณะที่ไทยละเลยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างจังหวัดระนอง
- ส่อปิดบังข้อมูลของประชาชน: ไทยเป็นผู้เสนอเงื่อนไขให้รักษาความลับของข้อมูล ซึ่งนักวิชาการมองว่าขัดต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญไทยกำหนดไว้
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ประเทศไทยยอมให้ตัดการร่วมมือ ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำร่วมกันออกไปอย่างน่าตกใจ นอกจากนี้ยังยกเลิกการหาแหล่งที่มาของมลพิษ การประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการป้องกันปัญหาทางน้ำ
ในด้านการกำหนดนโยบาย ไทยยอมตัดความช่วยเหลือจากองค์กรระดับนานาชาติ เช่น คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และหน่วยงานของอาเซียนออกไป นอกจากนี้ยังตัดเรื่องการสนับสนุนเงินทุน การช่วยเหลือทางเทคนิค และกลุ่มผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศออกทั้งหมด ข้อตกลงนี้ยังถูกระบุให้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ อีกด้วย
ข้อเสนอของไทยที่สร้างความเสียเปรียบเอง
สิ่งที่ทำให้ภาคประชาชนผิดหวังคือ ข้อเสนอของฝ่ายไทยจำนวน 3 จุด กลับทำให้ประเทศของเราเสียเปรียบมากขึ้น จุดแรกคือการกำหนดคณะทำงานร่วม ฝ่ายไทยมีตัวแทนเพียง 7 หน่วยงานเท่านั้น ซึ่งนำโดยกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานระดับจังหวัดในภาคเหนือ
ขณะที่เมียนมามีคณะทำงานถึง 9 หน่วยงาน ซึ่งครอบคลุมมิติที่หลากหลายกว่า ทั้งด้านป่าไม้ การขนส่ง และเหมืองแร่ นอกจากนี้ ไทยยังไม่ได้รวมหน่วยงานจากจังหวัดระนองเข้าไปในคณะทำงาน ทั้งที่แม่น้ำกระบุรีในระนองกำลังเผชิญปัญหาการปนเปื้อน จากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างรุนแรง
ดร.สืบสกุล ตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานระดับจังหวัดมักอ้างเสมอว่าแม่น้ำไม่มีปัญหาและพืชผลยังปลอดภัย พวกเขามักระบุว่าสารโลหะหนักมาจากชั้นดินตามธรรมชาติ โดยไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ สิ่งนี้ทำให้รัฐละเลยการแก้ปัญหาการสะสมของโลหะหนักในระยะยาว
ปัญหาหน่วยงานท้องถิ่นและการปิดบังข้อมูล
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการรักษาความลับ ประเทศไทยเป็นผู้เสนอเองว่าข้อมูลทุกอย่างต้องถูกเก็บเป็นความลับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลดิบหรือเอกสารสำคัญต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นการปิดบังข้อมูลประชาชน
จุดสุดท้ายคือเรื่องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ฝ่ายไทยเสนอว่าเอกสารข่าว แถลงการณ์ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายก่อนเสมอ สิ่งนี้ยิ่งทำให้การทำงานตรวจสอบโปร่งใสเป็นไปได้ยากมาก ดร.สืบสกุลกล่าวอย่างสิ้นหวังว่า เขาไม่มีความเชื่อมั่นใน TOR ฉบับนี้เลย
การจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนั้น ต้องการความร่วมมือที่โปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา หากปราศจากความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ประชาชนในพื้นที่จะต้องรับกรรมต่อไป คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็มได้จากต้นฉบับที่ MGR Online
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบศพชายปริศนาเปลือยกาย ลอยติดประตูระบายน้ำเขื่อนเชียงราย
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที
ข่าวระดับชาติ - National
จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C
เลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย – ทหารเรือหญิงชาวไทยคนหนึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในกองทัพเรือสหรัฐฯ ด้วยการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการสนับสนุนฝูงบินขับไล่สมรรถนะสูงระดับโลก ทหารเรือหญิงผู้นี้คือ พลทหารหญิง กอร์รานิส ออนริต ซึ่งเติบโตในจังหวัดมหาสารคาม และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในฝูงบินขับไล่โจมตี (VFA) 122 ณ ฐานทัพอากาศนาวิกโยธินเลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
ประเด็นสำคัญ
- จุดเริ่มต้นจากภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย: พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ เติบโตและจบการศึกษาจากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนจะก้าวข้ามขีดจำกัดเปลี่ยนสายงานจากสถาปนิกสู่อาชีพทหารเรือสหรัฐฯ
- บทบาทสำคัญในกองทัพ: เธอทำหน้าที่ดูแลระบบส่งกำลังบำรุงให้ฝูงบิน VFA 122 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของเครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II และ F/A-18E/F Super Hornet
- รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ: ความทุ่มเททำให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศแรกในอาชีพรับราชการทหารเรือ
พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ สำเร็จการศึกษาจากนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี 2005 ต่อมาเธอคว้าปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมและการผังเมือง จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปี 2011
หลังจากนั้น เธอเดินทางไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Lincoln University ในเมืองออกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 2017 และทำงานเป็นสถาปนิกอยู่หลายปี
อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจสมัครเข้ารับราชการในกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อสองปีที่แล้ว เพื่อท้าทายศักยภาพของตนเอง การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตและอาชีพการทำงานของเธอ
บทบาทสำคัญในฐานทัพเรือ NAS Lemoore
ปัจจุบัน พลทหารกรณิส ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านส่งกำลังบำรุง ประจำฝูงบิน “Flying Eagles” (VFA 122) ณ ฐานทัพเรือ NAS Lemoore ฐานทัพแห่งนี้เป็นบ้านของฝูงบินขับไล่แปซิฟิก และเป็นสถานที่เดียวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการเครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยรุ่น F-35C Lightning II
ฝูงบินแห่งนี้มีกำลังพลรวมกันมากกว่า 700 คน ทุกคนทำงานร่วมกันเป็นทีมขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนภารกิจ การบริหารจัดการอะไหล่ อุปกรณ์ และทรัพยากรต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ฝูงบินสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง
กองทัพเรือสหรัฐฯ พึ่งพาความพร้อมของเรือบรรทุกเครื่องบินและฝูงบินในการรักษาความมั่นคงทางทะเลทั่วโลก การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพของทหารเรือทุกนาย จึงมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงและการคุ้มครองเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเล
ทลายกรอบความเชื่อและสร้างความภาคภูมิใจ
ในสังคมและวัฒนธรรมเอเชีย อาชีพทหารมักถูกมองว่าเป็นอาชีพของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง การที่เธอสามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรือระดับโลกได้ จึงเป็นเรื่องที่เธอภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง
ความตั้งใจในการทำงานของเธอส่งผลให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 รางวัลนี้มอบให้แก่ทหารเรือที่มีผลงานโดดเด่นและมีความประพฤติดีเยี่ยม
กรณิสกล่าวขอบคุณ สุรเดช สามีของเธอที่เป็นกำลังใจและสนับสนุนเธอมาโดยตลอด รวมถึงทักษะการทำงานเป็นทีมที่เธอเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กในประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในวันนี้ คุณสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ U.S. Navy
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สรุปสิทธิประโยชน์ประกันสังคมประจำปี 2026 ที่พนักงานควรรู้
เช็กเลย! สวัสดิการรัฐบาล เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินเข้าวันไหน วงเงินรวมสูงสุด 1,330 บาท รีบตรวจสิทธิ์ก่อนหมดอายุ
ข่าวระดับชาติ - National
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
ลำปาง – เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.40 น. เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณใต้สะพานลอยกาดเมฆ ตำบลพระบาท ต่างตกใจเมื่อเห็นผู้โดยสารจำนวนมากรีบขนสัมภาระลงจากขบวนรถไฟ ขบวนรถไฟดังกล่าวจอดนิ่งสนิทอยู่บนราง ทำให้หลายคนสงสัยและเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้โดยสารต่างพากันเดินข้ามราวเหล็กออกมาพักคอยอยู่ริมถนนอย่างปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานอย่างรวดเร็วเพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของการเดินรถ
ประเด็นสำคัญ
- รถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 7 (กรุงเทพอภิวัฒน์–รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่) เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องกะทันหันในพื้นที่จังหวัดลำปาง
- เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอพยพผู้โดยสารกว่า 100 คน นั่งรถบัสเดินทางต่อไปยังปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างปลอดภัย
- ทีมวิศวกรเร่งซ่อมแซมและเคลียร์เส้นทาง เพื่อไม่ให้กระทบรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 ที่จะวิ่งสวนลงมาในช่วงค่ำ
ต่อมา กองจัดการเดินรถเขต 3 (สายเหนือ) ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่แท้จริง รถไฟที่เกิดเหตุคือรถด่วนพิเศษขบวนที่ 7 ซึ่งเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ขบวนรถเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องอย่างกะทันหันระหว่างสถานีหนองวัวเฒ่า
เหตุขัดข้องนี้เกิดขึ้นขณะที่ขบวนรถกำลังจะเคลื่อนตัวเข้าสู่สถานีนครลำปาง ส่งผลให้รถไฟไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน โดยจัดเตรียมรถบัสเพื่อขนย้ายผู้โดยสารประมาณ 100 คน เดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่จนถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพ

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ขบวนรถ หวั่นกระทบตารางเดินรถสายเหนือ
ล่าสุด ทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่เฉพาะทางของการรถไฟฯ ได้ลงพื้นที่พร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทั้งแม่แรงและรอกขนาดใหญ่ พวกเขาเร่งดำเนินการถอดเครื่องยนต์ที่ขัดข้องออกจากโบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา ขบวนรถไฟเที่ยวนี้มีทั้งหมด 3 โบกี้ การทำงานจึงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและแข่งกับเวลา
หลังจากถอดเครื่องยนต์ที่มีปัญหาออกเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการลากจูงขบวนรถไฟที่เหลือเข้าจอดพักที่สถานีรถไฟนครลำปาง ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อเคลียร์เส้นทางเดินรถสายเหนือให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเดินทางเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวท้องถิ่นและ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และคำขออภัยจาก รฟท.
การเร่งเคลียร์รางรถไฟครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเนื่องที่จะเกิดกับผู้โดยสารกลุ่มอื่น หากเปิดเส้นทางเดินรถไม่ทันเวลา อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 รถขบวนนี้มีกำหนดเดินทางจากเชียงใหม่กลับสู่กรุงเทพอภิวัฒน์ และต้องแล่นผ่านสถานีนครลำปางในเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเดียวกัน
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ประเทศไทย">การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กล่าวขออภัยผู้โดยสารทุกท่านสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และจะคอยรายงานข้อมูลอัปเดตให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ
สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทางในเส้นทางสายเหนือช่วงเวลานี้ ควรเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ท่านสามารถตรวจสอบสถานะขบวนรถไฟแบบเรียลไทม์ได้ทางแอปพลิเคชันหรือคอลเซ็นเตอร์ 1690 เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ
อุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือภาวะฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ แม้จะเกิดความล่าช้า แต่ความปลอดภัยของทุกคนต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ เราหวังว่าระบบการเดินรถสายเหนือจะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเพื่อให้บริการประชาชนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต
อัปเดตล่าสุด! สถานีรถไฟเชียงรายคืบหน้าเกือบ 67% เตรียมเปิดใช้ปี 2571
-
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoน่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจเชียงรายจับกุมหญิง 2 ราย ในคดีฉ้อโกงเกี่ยวกับการเสนองานปลอม มูลค่า 27 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoด่วน! AIS เตือนลูกค้าอัปเดตข้อมูลซิมก่อน 31 ส.ค. 2569 ป้องกันโดนตัดสัญญาณ
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoตำรวจทลายแก๊งค้าอาวุธปืนผิดกฎหมายในจังหวัดเชียงราย


