Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน

เชียงราย – ปีนี้ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับส่งผู้โดยสารเหมือนเดิม แต่หันมาใส่ใจ “การต้อนรับแบบมีวัฒนธรรม” มากขึ้น เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกมั่นใจตั้งแต่ก้าวแรก และช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ ขณะเดียวกัน…

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

สนามบินเชียงรายเพิ่มบรรยากาศการต้อนรับตามวัฒนธรรมสำหรับเทศกาลตรุษจีน

เชียงราย – ปีนี้ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ไม่ได้ทำหน้าที่แค่รับส่งผู้โดยสารเหมือนเดิม แต่หันมาใส่ใจ “การต้อนรับแบบมีวัฒนธรรม” มากขึ้น เพื่อให้ผู้มาเยือนรู้สึกมั่นใจตั้งแต่ก้าวแรก และช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่

ขณะเดียวกัน ภาพรวมการฟื้นตัวของการบินไทยสะท้อนผ่านตัวเลขล่าสุดของ Airports of Thailand Public Company Limited (AOT) ซึ่งรายงานกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569

แม้ผลประกอบการของ AOT จะเป็นภาพระดับประเทศ แต่สำหรับสนามบินภูมิภาคแล้ว “ความต่อเนื่องของดีมานด์การเดินทาง” สำคัญกว่า เพราะยิ่งมีเที่ยวบินและผู้โดยสารมากขึ้น จังหวัดอย่างยาบ้าอีกราย">เชียงรายก็ได้ประโยชน์โดยตรง

เรื่องนี้ยิ่งมีความหมาย เพราะรายได้จากท่องเที่ยวยังเป็นเสาหลักของจังหวัด ในช่วงที่ภาคการผลิตของไทยเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างระยะยาว

Nakon Chiang Rai รายงานสถิติท่องเที่ยวเชียงรายปี 2025 ว่ามีรายได้รวม 51,540.09 ล้านบาท และมีผู้มาเยือนทั้งหมด 6,463,147 คน สำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่น ตัวเลขนี้ยังเป็นหนึ่งในฐานรายได้ที่มั่นคงที่สุด

สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน

สนามบินแม่ฟ้าหลวงจัดกิจกรรมตรุษจีน

บรรยากาศเริ่มคึกคักในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 09.30 น. เมื่อท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จัดกิจกรรมต้อนรับเทศกาลตรุษจีน 2026 โดยมี นาวาอากาศเอก สกานต์ อุดร (ผู้ชำนาญการระดับ 9) รักษาการผู้อำนวยการท่าอากาศยาน เป็นประธาน พร้อมทีมผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วม

ภายในงาน เจ้าหน้าที่มอบ “ส้มมงคล” ให้ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ และร้านค้าภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อส่งคำอวยพรปีใหม่จีน และสร้างความประทับใจตั้งแต่ต้นทางการเดินทาง

นอกจากนี้ สนามบินยังจัดมุมถ่ายภาพตกแต่งตามธีมเทศกาล เปิดให้ผู้เดินทางถ่ายรูปได้ตั้งแต่ 1 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2026 บริเวณใกล้พื้นที่ผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยให้การมาถึงเชียงรายดูอบอุ่นขึ้นทันที

ในมุมธุรกิจ กิจกรรมอาจดูไม่ใหญ่โตนัก แต่หลังช่วงปีที่การท่องเที่ยวผันผวน ผู้เดินทางมักประเมินจุดหมายจากเรื่องพื้นฐานก่อน เช่น ความสบายในสนามบิน การสื่อสารที่ชัดเจน การช่วยเหลือด้านภาษา และการต่อรถเข้าเมืองที่ง่าย เมื่อรู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแล ผู้คนก็มักอยู่ต่อและใช้จ่ายมากขึ้น

สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน

AOT กำไรสุทธิ 4.65 พันล้านบาท ในไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569 ของ AOT ครอบคลุมช่วงตุลาคมถึงธันวาคม 2025 โดยบริษัทระบุว่ามีกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท และมีรายได้รวม 17,332.42 ล้านบาท

ด้านปริมาณการเดินทางก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน AOT รายงานเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยว จากสนามบินทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่ ส่วนจำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ 34.47 ล้านคน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สื่อแค่เรื่องกำไร แต่ยังชี้ว่าความต้องการเดินทางยังเดินหน้าต่อ ซึ่งทำให้หลายสนามบินเข้าใกล้ขีดจำกัดรองรับผู้โดยสารมากขึ้น ดังนั้น แผนขยายความจุกลายเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะความจุที่เพิ่มขึ้นช่วยทั้งท่องเที่ยว การค้า และการเชื่อมต่อภูมิภาค

โดยทั่วไป สนามบินพึ่งรายได้จากกิจกรรมการบินเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เมื่อปัจจัยโลกผันผวน รายได้รูปแบบเดียวอาจเสี่ยงเกินไป ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการสนามบินหลายแห่งจึงพยายามเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่การบิน เช่น ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ บริการ และกิจกรรมเชิงพาณิชย์รอบสนามบิน

สำหรับ AOT บริษัทเคยพูดถึงการผลักดันรายได้กลุ่มนี้ผ่านการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และการลงทุนจากภาคเอกชน ตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึง ได้แก่ โครงการสถานีชาร์จรถบัสไฟฟ้าที่สุวรรณภูมิ ซึ่งผ่านการอนุมัติแล้ว นอกจากนี้ AOT ยังพูดถึงแผนเปิดประมูลพื้นที่พัฒนาเชิงพาณิชย์ที่หาดใหญ่

อีกประเด็นที่ถูกจับตาคือการปรับค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสารขาออกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีกรอบคาดการณ์ราวกลางปี 2026 นักลงทุนติดตามเรื่องนี้ เพราะกระทบกระแสเงินสดและความพร้อมในการลงทุนระยะยาว

สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน

ท่องเที่ยวเชียงรายทะลุ 51.5 พันล้านบาท

กลับมาที่เชียงราย ข้อมูลปี 2025 สะท้อนฐานท่องเที่ยวที่แข็งแรง จังหวัดต้อนรับผู้มาเยือน 6,463,147 คน และสร้างรายได้ท่องเที่ยวรวม 51,540.09 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดในสัดส่วนสำคัญไม่แพ้ตัวเลขรวม นักท่องเที่ยวไทยยังเป็นแรงหลัก มีจำนวน 5,765,564 คน สร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 697,583 คน ทำรายได้ 7,079.82 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ชุดข้อมูลเดียวกันระบุว่าตลาดต่างชาติของเชียงรายลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024 ทั้งจำนวนคนและรายได้ ดังนั้น เทศกาลตรุษจีนจึงมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ใช้ดูสัญญาณการกลับมาของตลาดจีน และดูว่าการมาเยือนจะต่อยอดเป็นการกลับมาซ้ำหรือการบอกต่อได้มากแค่ไหน

การจัดกิจกรรมต้อนรับที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ไทยจีน ส่งสัญญาณชัดว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนยังสำคัญต่อเชียงราย สำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ตรุษจีนไม่ใช่แค่ช่วงคนแน่น แต่เป็นช่วงทดสอบทั้งระบบ เช่น เที่ยวบิน การต่อรถเข้าเมือง การเดินทางในตัวเมือง การช่วยเหลือด้านภาษา ช่องทางชำระเงิน และการดูแลความปลอดภัย

เชียงรายมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมชัดเจน แต่ผู้มาเยือนก็ต้องการความสะดวกสบายและการเดินทางที่ไม่ซับซ้อนด้วย เมื่อทริปง่าย คนมักเพิ่มจำนวนคืน ใช้จ่ายต่อทริปมากขึ้น และกระจายเงินไปยังชุมชนมากกว่าเดิม นี่คือเป้าหมายที่จังหวัดต้องการ ไม่ใช่แค่คนมาเพิ่ม แต่เป็นการเข้าพักที่มีคุณภาพ

สนามบินเชียงรายเพิ่มสีสันวัฒนธรรม ต้อนรับตรุษจีน

เชียงรายต้องเปลี่ยน “ผู้โดยสารขาเข้า” ให้เป็น “การใช้จ่ายในจังหวัด”

จำนวนผู้โดยสารรวม 34.47 ล้านคน ในไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569 ของ AOT แปลว่าความต้องการเดินทางยังมีอยู่ แต่โจทย์ของเชียงรายคือทำอย่างไรให้การเดินทางผ่านสนามบินกลายเป็นมูลค่าจริงในพื้นที่

สำหรับเชียงราย ความสำเร็จไม่ได้อยู่แค่เพิ่มเที่ยวบินหรือเพิ่มผู้โดยสาร เป้าหมายที่ใหญ่กว่าคือทำให้คนที่ลงเครื่องอยู่ต่อให้นานขึ้น ซื้อสินค้าและบริการท้องถิ่น และออกเดินทางไปนอกตัวเมืองสู่เมืองรองและชุมชนต่าง ๆ

ถึงแม้รายได้ท่องเที่ยวจะสูง จังหวัดก็ยังอ่อนไหวต่อฤดูกาลและความผันผวนของตลาดต่างชาติ โดยเฉพาะหลังตัวเลขต่างชาติในปี 2025 ลดลง

ดังนั้น กิจกรรมตรุษจีนที่สนามบินช่วยสร้างภาพบวกตั้งแต่จุดสัมผัสแรก แต่ในระยะยาว เชียงรายยังต้องทำงานร่วมกันหลายด้าน เช่น การสื่อสารการตลาดที่ชัดขึ้น สินค้าท่องเที่ยวที่แข็งแรงขึ้น การเข้าถึงที่สะดวกขึ้น และมาตรฐานบริการที่สม่ำเสมอ หากทำไม่ต่อเนื่อง แรงส่งหลังเทศกาลก็อาจหายไปเร็ว

การขยายสนามบินและการปรับโครงสร้างรายได้ของสนามบินมีผลต่อจังหวัดอย่างเชียงรายโดยตรง เพราะเมื่อความจุเพิ่ม สายการบินก็เพิ่มเส้นทาง เพิ่มความถี่ และทำให้เดินทางสะดวกขึ้น ผลคือการดึงคนเข้าเมืองและการเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นทำได้ง่ายกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานอย่างเดียวไม่พอ หากรายได้ท่องเที่ยวไม่กระจายถึงธุรกิจรายย่อย ชุมชน และแรงงานบริการ ความร่วมมือในพื้นที่อาจลดลงได้ และสุดท้ายจะกระทบคุณภาพของจุดหมายปลายทางในระยะยาว

ในภาพรวม รายได้ท่องเที่ยวเชียงรายปี 2025 ที่ 51,540.09 ล้านบาท ยืนยันว่าการท่องเที่ยวช่วยพยุงเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ ขั้นต่อไปคือทำให้รายได้นี้สม่ำเสมอขึ้น และกระจายได้ดีขึ้น ไม่ใช่โฟกัสแค่จำนวนคน

ตรุษจีนปี 2026

ก้าวต่อไปของเชียงรายคือ “ความมั่นใจ”

ตรุษจีน 2026 เติมพลังให้บรรยากาศท่องเที่ยวเชียงราย ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เริ่มต้นด้วยกิจกรรมต้อนรับที่ทำให้การมาถึงรู้สึกพิเศษ ขณะเดียวกัน ภาพรวมการบินของประเทศก็ดีขึ้น จากกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569 ของ AOT ที่ 4,652.62 ล้านบาท และจำนวนผู้โดยสารรวม 34.47 ล้านคน

ถึงอย่างนั้น เชียงรายยังต้องเดินสองทางพร้อมกัน ทางแรกคือรักษาตลาดคนไทย ซึ่งเป็นรายได้หลักของจังหวัด ทางที่สองคือฟื้นดีมานด์จากต่างชาติ โดยเน้นคุณภาพมากขึ้น หลังตัวเลขปี 2025 ลดลงจากปีก่อนหน้า

ปี 2026 จุดเปลี่ยนจริงไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาลสัปดาห์เดียว แต่อยู่ที่ว่ากระแสวันหยุดจะพาคน “อยู่ต่อ” ใช้จ่าย “กว้างขึ้น” และเชื่อใจ “มากขึ้น” ได้หรือไม่ เมื่อทำได้ เศรษฐกิจท่องเที่ยวระดับ 51.5 พันล้านบาทก็จะกลายเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในจังหวัด

ตัวเลขและช่วงเวลาสำคัญ

  • เชียงราย (2025): ผู้มาเยือนรวม 6,463,147 คน รายได้ท่องเที่ยวรวม 51,540.09 ล้านบาท ตลาดหลักคือคนไทย และตลาดต่างชาติลดลงเมื่อเทียบกับ 2024
  • AOT (ไตรมาส 1 ปีงบฯ 2569): กำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท รายได้รวม 17,332.42 ล้านบาท เที่ยวบิน 208,281 เที่ยว ผู้โดยสาร 34.47 ล้านคน
  • กิจกรรมตรุษจีน สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (2026): จัดงานวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2026 และเปิดมุมถ่ายภาพวันที่ 1 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2026

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารในจังหวัดเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ดที่ฝังไว้ในนาข้าว

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending