Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว

เชียงราย – เรื่องท่องเที่ยวเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีแค่หมอกบนดอยหรือคาเฟ่วิวสูง ๆ แล้ว จังหวัดเริ่มลงรายละเอียดที่กระทบประสบการณ์จริงมากขึ้น เช่น สภาพถนน ทางเข้าพื้นที่ และจุดบริการช่วยเหลือหน้างาน…

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว

เชียงราย – เรื่องท่องเที่ยวเชียงรายวันนี้ไม่ได้มีแค่หมอกบนดอยหรือคาเฟ่วิวสูง ๆ แล้ว จังหวัดเริ่มลงรายละเอียดที่กระทบประสบการณ์จริงมากขึ้น เช่น สภาพถนน ทางเข้าพื้นที่ และจุดบริการช่วยเหลือหน้างาน เพราะทั้งหมดเป็นตัวกำหนดว่าทริปจะราบรื่นหรือเหนื่อยตั้งแต่ยังไม่ถึงจุดเที่ยว

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อทิตาธร วันชัย ธนาวงศ์ ประธานองค์การบริหารส่วนยาบ้าอีกราย">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย (อบจ.) ลงพื้นที่ จุดล่องแพไม้ไผ่ในอำเภอแม่สรวย โดยมีผู้นำท้องถิ่นร่วมต้อนรับและหารือแนวทางดูแลพื้นที่

ระหว่างลงพื้นที่ ประธาน อบจ. สั่งการให้ทีมช่างเร่งปรับเกรดถนนและบดอัดช่วงที่ชำรุด เพื่อเตรียมรับฤดูกาลท่องเที่ยวธรรมชาติที่มักคึกคักในหน้าร้อน และช่วงวันหยุดยาว

การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังสะท้อนภาพใหญ่จากตัวเลขท่องเที่ยวทั้งจังหวัดด้วย แม้ภาพรวมปี 2025 จะเติบโต แต่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับลดลง ซึ่งกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับการวางแผนปี 2026

เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว

สิ่งที่เห็นจากหน้างาน และสิ่งที่ตัวเลขทั้งปีบอกเรา

ภาพรวมที่ชัดขึ้นมี 3 เรื่องที่เชื่อมกัน

อย่างแรก โครงสร้างพื้นฐานมีผลต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่น กิจกรรมกลางแจ้งอย่างล่องแพไม้ไผ่แบบเปียก น้ำสนุกก็จริง แต่การเดินทางต้องปลอดภัยก่อน โดยเฉพาะถนนหลักและทางเชื่อมเข้าแหล่งกิจกรรม

อย่างที่สอง เชียงรายยังพึ่งพาตลาดคนไทยเป็นหลัก นักท่องเที่ยวไทยคิดเป็น 89.2% ของผู้มาเยือนทั้งหมด และสร้างรายได้ท่องเที่ยว 86.3%

อย่างที่สาม การลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นความเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้ เพราะจำนวนลดลง 15.13% และรายได้ลดลง 12.89% ตัวเลขนี้กระทบผู้ประกอบการที่พึ่งกำลังซื้อจากต่างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ตามเส้นทางท่องเที่ยวหลัก

ที่ จุดล่องแพแม่สรวย ประธาน อบจ. ย้ำให้เร่งนำเครื่องจักรหนักเข้าปรับระดับและบดอัดถนนที่เสียหาย เพราะถนนที่เรียบขึ้นช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ทันที โดยเฉพาะช่วงที่รถนักท่องเที่ยวเพิ่ม

แก่นของเรื่องนี้เข้าใจง่าย เส้นทางไปแหล่งเที่ยวควรเป็นส่วนหนึ่งของทริปที่ดี ไม่ใช่ด่านทดสอบความอดทน และเมื่อถนนพัง ผลกระทบไม่ได้หยุดที่นักท่องเที่ยว เพราะชาวบ้านใช้ถนนเส้นเดียวกันไปทำงาน ไปโรงเรียน และขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน

ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย Nakorn Chiang Rai ประธาน อบจ. ระบุว่าล่องแพไม้ไผ่เปียกแม่สรวยเป็นหมุดหมายสำคัญช่วงหน้าร้อนของเชียงราย ดังนั้น อบจ. จึงจัดกำลังและอุปกรณ์ เช่น รถเกรดและรถบด เพื่อปรับปรุงทั้งเส้นทางหลักและถนนเชื่อมให้ได้มาตรฐานพื้นฐาน

เป้าหมายคือทำให้การขับขี่ปลอดภัยขึ้น ขณะเดียวกันคนในพื้นที่ก็เดินทางสะดวกขึ้น และขนส่งผลผลิตเกษตรได้คล่องกว่าเดิม ซึ่งช่วยหนุนรายได้ชุมชนที่ผูกกับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว

จุดบริการนักท่องเที่ยวจะช่วยได้ ก็ต่อเมื่อทำจริงและพร้อมจริง

นอกจากงานถนน การลงพื้นที่ยังพูดถึงสวัสดิภาพนักท่องเที่ยว หน่วยงานท้องถิ่นหารือเรื่องการตั้งจุดบริการและศูนย์ประสานงาน เช่น จุดปฐมพยาบาล และบูธช่วยเหลือหน้างาน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ประสานงานจะสร้างความมั่นใจได้ ต้องมีองค์ประกอบครบ ทั้งคนที่ผ่านการอบรม อุปกรณ์ที่พร้อมใช้ ช่องทางสื่อสารที่ชัด และขั้นตอนปฏิบัติที่ง่าย ป้ายกับโต๊ะอย่างเดียวไม่พอ เพราะกิจกรรมทางน้ำและพื้นที่คนหนาแน่นต้องมีแผนรับเหตุฉุกเฉินที่ใช้ได้จริง เพื่อให้ความสนุกไม่มาพร้อมความเสี่ยงเกินจำเป็น

สถิติท่องเที่ยวช่วง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2025 ระบุว่า เชียงรายต้อนรับนักท่องเที่ยว 6,463,147 คน เพิ่มขึ้น 2.88% จากปี 2024 ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 51,540.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.36%

เมื่อรายได้โตเร็วกว่าจำนวนคน ก็สะท้อนว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอาจสูงขึ้น หรือกิจกรรมและบริการมูลค่าสูงมีสัดส่วนมากขึ้นในเศรษฐกิจท่องเที่ยวของจังหวัด

เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว

เจาะลึกแล้วพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง

  • นักท่องเที่ยวไทย: 5,765,564 คน (89.2%) สร้างรายได้ 44,460.27 ล้านบาท (86.3%)
  • นักท่องเที่ยวต่างชาติ: 697,583 คน (10.8%) สร้างรายได้ 7,079.82 ล้านบาท (13.7%)

พูดอีกแบบคือ คนไทยยังเป็นตลาดหลัก เชียงรายจึงต้องพัฒนาประสบการณ์สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศต่อไป และในเวลาเดียวกันก็ต้องวางแผนฟื้นตลาดต่างชาติให้ตรงกลุ่มมากขึ้น

เมื่อเทียบกับปี 2024 การท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2025 ลดลงทั้งจำนวนและรายได้ โดยจำนวนผู้มาเยือนลด 15.13% และรายได้ลด 12.89%

จุดนี้สำคัญมากกับบางชุมชนและผู้ประกอบการ เพราะหลายธุรกิจพึ่งรายจ่ายจากต่างชาติ หรืออยู่บนเส้นทางที่เคยมีกรุ๊ปทัวร์ต่างชาติจำนวนมาก ถึงรายได้รวมของจังหวัดจะเพิ่ม แต่ถ้าโตไม่ทั่วถึง บางพื้นที่ก็อาจตามไม่ทัน และข้อมูลรายเดือนก็ชี้ว่าการท่องเที่ยวไม่ได้ขึ้นลงเป็นเส้นตรง

ฝั่งนักท่องเที่ยวไทย เดือนมกราคมมีจำนวนสูงสุดที่ 644,347 คน ทำรายได้ 4,885.26 ล้านบาท ส่วนเดือนกันยายนต่ำสุดที่ 330,826 คน รายได้ 2,601.18 ล้านบาท

ด้านรายได้ก็ไม่ได้เดินตามจำนวนคนเสมอไป เดือนธันวาคมทำรายได้สูงสุด ทั้งที่จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยกว่ามกราคม

ฝั่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดือนธันวาคมสูงสุดที่ 83,236 คน ทำรายได้ 1,081.34 ล้านบาท ขณะที่เดือนกันยายนต่ำสุดที่ 37,754 คน รายได้ 393.42 ล้านบาท

ดังนั้น แผนท่องเที่ยวควรแยกเป็น 2 ทางให้ชัด ทางหนึ่งเน้นเพิ่มจำนวนผู้มาเยือน อีกทางเน้นเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคน เพราะสองอย่างนี้ไม่ได้เกิดพร้อมกันเสมอ

เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว

ไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ยังเป็นช่วงพีกของเชียงราย

เมื่อมองรายไตรมาส ช่วงที่แข็งแรงที่สุดของเชียงรายคือไตรมาส 4 (ตุลาคมถึงธันวาคม) ที่ 28.7% ของทั้งปี และไตรมาส 1 (มกราคมถึงมีนาคม) ที่ 28.7% เช่นกัน ภาพนี้ย้ำว่าเชียงรายยังพึ่งแรงส่งตามฤดูกาล โดยเฉพาะปลายปีต่อเนื่องต้นปี ส่วนกลางปีมักต้องมีกิจกรรมหรือแคมเปญช่วยกระตุ้น

เพราะเหตุนี้ การปรับถนนและระบบบริการในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างแม่สรวยจึงไม่ใช่งานซ่อมทั่วไป แต่เป็นการช่วยยืดฤดูกาลท่องเที่ยวให้ยาวขึ้น และลดการพึ่งพาช่วงพีกสั้น ๆ

ในชีวิตจริง ถนนที่ดีช่วยมากกว่าความสะดวกของนักท่องเที่ยว เพราะยังลดต้นทุนการเดินทางของคนในพื้นที่ ทำให้เข้าถึงบริการสาธารณะได้ง่าย และช่วยขนส่งสินค้าเกษตรไปตลาดได้ทันเวลา

เมื่อการท่องเที่ยวต้องหนุนรายได้ชุมชน สิ่งที่เห็นผลเร็วที่สุดมักเริ่มจากเรื่องพื้นฐาน ความปลอดภัย ความสะดวก และการดูแลเมื่อไปถึงหน้างาน คือเหตุผลที่การทำจุดปฐมพยาบาล จุดประสานงาน และซ่อมถนนก่อนเข้าฤดูกาลท่องเที่ยว ส่งผลดีกับทุกคน ทั้งช่วงวันหยุดคนแน่น และวันทำงานปกติ

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ระดับ “โลหะหนัก” ในแม่น้ำของเชียงรายยังคงสูงกว่ามาตรฐาน

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending