ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าชาวอินเดียที่สนามบินสุวรรณภูมิ
กรุงเทพฯ – เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ป่าจับกุมนายนาวิน กุมาร อายุ 38 ปี หลังจากพบสัตว์ป่ามีชีวิต 13 ตัว ซึ่งรวมถึงลิงแลงเกอร์ ลิงชะนี และเต่าหายาก ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเขา เขาอาจต้องรับโทษหนักตามกฎหมายไทย ผู้ต้องหาคือ…
กรุงเทพฯ – เจ้าหน้าที่ศุลกากรและเจ้าหน้าที่คุ้มครองสัตว์ป่าจับกุมนายนาวิน กุมาร อายุ 38 ปี หลังจากพบสัตว์ป่ามีชีวิต 13 ตัว ซึ่งรวมถึงลิงแลงเกอร์ ลิงชะนี และเต่าหายาก ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเขา เขาอาจต้องรับโทษหนักตามกฎหมายไทย
ผู้ต้องหาคือ นายนาวีน กุมาร อายุ 38 ปี สัญชาติอินเดีย เขาเตรียมเดินทางด้วยสายการบินไทยแอร์เวย์ส ไปยังเมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย ระหว่างตรวจคัดกรอง เจ้าหน้าที่พบภาพเอกซเรย์ของกระเป๋าเดินทางสีเทาแบบมีล้อมีจุดผิดสังเกต จึงเปิดตรวจละเอียดทันที
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบสัตว์ป่ามีชีวิตรวม 15 ตัว ถูกซ่อนในตะกร้าพลาสติกและถุงผ้า ปะปนมากับของใช้ส่วนตัว รายการที่พบ ได้แก่
- ลิงลางูร์ (langur) 1 ตัว
- กิบบอน (gibbon) 1 ตัว
- เต่าพูลู (Pulu turtles) และเต่าน้ำจืดหายากชนิดอื่น ๆ รวม 13 ตัว
แม้สัตว์ทั้งหมดจะยังมีชีวิต แต่การขนส่งทำอย่างไม่เหมาะสม ทำให้เสี่ยงบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ง่าย อีกทั้งยังอาจกระทบต่อสุขภาพสาธารณะ เจ้าหน้าที่จึงยึดสัตว์ไว้เป็นของกลาง และส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตรวจชนิดพันธุ์ ประเมินสุขภาพ และจัดการดูแลตามขั้นตอน
ข้อหาที่ผู้ต้องหาถูกแจ้ง
คดีนี้เกี่ยวข้องกับหลายกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับนายนาวีน กุมาร ในข้อหาหลัก ๆ ดังนี้
- พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ซึ่งใช้ควบคุมการครอบครองและการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง รวมถึงชนิดพันธุ์ในบัญชี CITES (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์) เช่น
- ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
- พยายามส่งออกหรือนำสัตว์ป่าคุ้มครองออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต
- พระราชบัญญัติศุลกากร ในฐานลักลอบนำของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร
- พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เพราะการเคลื่อนย้ายสัตว์โดยไม่ผ่านการตรวจสุขภาพ อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านโรคระบาด
สำหรับโทษนั้นถือว่าหนัก โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ที่เพิ่มความเข้มงวดเพื่อสกัดอาชญากรรมสัตว์ป่า โทษอาจถึง จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับสูงสุด 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและจำนวนสัตว์ รวมถึงสถานะในบัญชี CITES ซึ่งสัตว์อย่างลิงลางูร์และกิบบอนหลายชนิดถูกคุ้มครองในระดับสูง ขณะที่เต่าหายากหลายชนิดก็อยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์
ภาพรวมปัญหาลักลอบค้าสัตว์ป่าในไทย
ไทยถูกมองว่าเป็นจุดสำคัญของเส้นทางค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะมีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ เช่น สุวรรณภูมิและดอนเมือง อีกทั้งยังมีแนวพรมแดนติดหลายประเทศ ทำให้ถูกใช้เป็นจุดผ่านไปยังตลาดปลายทาง เช่น จีน เวียดนาม และอินเดีย
ธุรกิจผิดกฎหมายนี้มีมูลค่าสูงระดับพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีในภาพรวมทั่วโลก สัตว์ที่มักถูกลักลอบได้แก่ ลิงหลายชนิด เต่า งาช้าง และสัตว์ป่าอื่น ๆ เพื่อนำไปเป็นอาหาร ยา สัตว์เลี้ยง หรือใช้ในการแสดง อย่างไรก็ตาม การจับจากธรรมชาติและการขนส่งที่โหดร้ายทำให้สัตว์จำนวนมากตายระหว่างทาง ผลที่ตามมาคือประชากรสัตว์ลดลงเร็ว และระบบนิเวศเสียสมดุล
ช่วงหลัง ๆ ยังพบคดีที่สนามบินสุวรรณภูมิบ่อยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความพยายามนำลิงแสม ลิงอุรังอุตัง หรือเต่าหายากออกนอกประเทศ เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าปัญหายังไม่จบ และผู้กระทำผิดยังพยายามหาช่องทางใหม่อยู่เสมอ
ไทยรับมืออย่างไรกับการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย
ภาครัฐ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินหน้าเข้มงวดมากขึ้นเพื่อสกัดการลักลอบค้าสัตว์ป่า แนวทางสำคัญที่ใช้ ได้แก่
- เพิ่มความเข้มของจุดตรวจสัตว์ป่า ที่สนามบินและด่านชายแดน พร้อมใช้เครื่องเอกซเรย์และอุปกรณ์ตรวจจับที่ละเอียดขึ้น
- ทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน เช่น ศุลกากร ตำรวจสิ่งแวดล้อม และความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น INTERPOL, ASEAN-WEN และ CITES Secretariat
- ยกระดับกฎหมายและบทลงโทษ โดย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เพิ่มโทษจำคุกและค่าปรับ รวมถึงครอบคลุมสัตว์ต่างถิ่นในบัญชี CITES
- ดูแลสัตว์ป่าที่ตรวจยึดได้ ส่งต่อศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าเพื่อฟื้นฟู บำบัด และพิจารณาปล่อยคืนธรรมชาติเมื่อพร้อม
- รณรงค์ลดความต้องการซื้อขาย ผ่านการสื่อสารสาธารณะ และการทำงานร่วมกับ NGOs เช่น TRAFFIC และ WWF เพื่อให้คนลดการบริโภคและใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า
ในช่วงปี 2568 ถึง 2569 หน่วยงานรัฐยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครื่องมือและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ เพื่อรับมือกับรูปแบบการลักลอบที่ซับซ้อนมากขึ้น
คดีของนายนาวีน กุมาร เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อนการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ไทยในการปกป้องสัตว์ป่า และส่งสัญญาณชัดว่าไทยไม่ใช่ช่องทางง่ายสำหรับขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่เดินหน้าสอบสวนต่อเพื่อขยายผลหาเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันสัตว์ทั้ง 15 ตัวได้รับการดูแลเบื้องต้น และจะเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันชนิดพันธุ์ รวมถึงการตรวจ DNA ตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ทหารในจังหวัดเชียงรายยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ดที่ฝังไว้ในนาข้าว
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตำรวจเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีน 2.1 ล้านเม็ดที่ซ่อนไว้ริมถนนในอำเภอแม่สวาย
เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ปราบปรามยาเสพติด">ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ตรวจยึดยาบ้าครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่พบยาบ้าจำนวนกว่า 2,170,000 เม็ด ถูกซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนในอำเภอแม่สรวย ปฏิบัติการนี้ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน ตำรวจได้รับเบาะแสสำคัญว่าขบวนการค้ายาเสพติดชายแดนเหนือเตรียมขนย้ายของกลาง กลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะนำยาเสพติดมาพักไว้ในพื้นที่ก่อนส่งต่อไปยังภาคกลาง เจ้าหน้าที่จึงได้จัดกำลังออกลาดตระเวนอย่างเข้มงวดบนทางหลวงหมายเลข 109 ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจยึดยาบ้าได้ 2.17 ล้านเม็ด ถูกทิ้งไว้ริมถนนในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
- เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ขับวนเวียนในพื้นที่ก่อนเร่งเครื่องหลบหนี
- ยาเสพติดล็อตใหญ่ถูกเตรียมไว้เพื่อลักลอบขนส่งเข้าไปยังพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย
การค้นพบกระสอบยาเสพติดริมทาง
ในระหว่างการลาดตระเวน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ขับขี่มาตามถนนเส้นดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยได้ขับรถวนเวียนไปมาหลายรอบในเขตตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็รีบเร่งเครื่องขับออกจากพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมที่ผิดปกตินี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าต้องมีสิ่งผิดกฎหมายซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนที่กลุ่มรถจักรยานยนต์เหล่านั้นขับวนเวียน พวกเขาพบถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่จำนวน 9 ใบ วางกองอยู่ห่างจากถนนเพียงเล็กน้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดถุงออกดู ก็พบกระสอบฟางที่บรรจุยาบ้าจำนวน 2,170,000 เม็ดอยู่ภายใน ตำรวจจึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางคดีทันที
เดินหน้าขยายผลจับกุมเครือข่าย
ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ตำรวจจะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่และติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างละเอียด การตรวจยึดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง หากต้องการติดตามข่าวสารและผลการดำเนินงานเพิ่มเติม สามารถอ่านประกาศอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
การแพร่ระบาดของยาเสพติดส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของชุมชน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส หากพบเห็นบุคคลหรือยานพาหนะที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา ข้อมูลจากประชาชนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การสกัดกั้นยาเสพติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการปกป้องสังคมไทยจากภัยคุกคามของยาเสพติด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
บุกจับร้านหมาล่าเชียงราย ลอบขายน้ำกระท่อมให้เยาวชน
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว">เชียงราย – เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกเข้าตรวจสอบร้านหมาล่าแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้ถูกจับกุมหลังพบว่ามีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงรสให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การจับกุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อกวาดล้างสิ่งเสพติดและคืนความสงบสุขสู่สังคม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน
นโยบายนี้ตอบรับข้อสั่งการเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการสร้างความปลอดภัยให้ทุกชุมชน การลงพื้นที่นำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และ กอ.รมน.จังหวัดเชียงราย พวกเขาทำงานประสานกันเพื่อปราบปรามแหล่งมั่วสุมและตัดวงจรยาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินการที่รวดเร็วเช่นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนตกเป็นเหยื่อของสารเสพติดได้ทันท่วงที
ประเด็นสำคัญ:
- เจ้าหน้าที่บุกจับร้านหมาล่าในอำเภอเมืองเชียงรายที่ลอบขายน้ำกระท่อมให้เด็กและวัยรุ่น
- ร้านค้าเปลี่ยนรูปแบบมาขายน้ำกระท่อมปรุงรสเพียงอย่างเดียวในราคาถุงละ 85 บาท
- การจับกุมเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้ปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส”
สภาพร้านและพฤติการณ์การขาย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบว่าร้านดังกล่าวมีป้ายขายหมาล่าและชานมบังหน้า แต่ความเป็นจริงไม่ได้ขายสินค้าเหล่านั้นแล้ว ภายในร้านมีการต้มและผสมน้ำกระท่อมปรุงรสตามที่ลูกค้าวัยรุ่นต้องการอย่างเปิดเผย แหล่ง ข่าวท้องถิ่น รายงานว่าทางร้านจำหน่ายน้ำกระท่อมในราคาถุงละ 85 บาท ร้านแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ไปจนถึง 23.00 น. ของทุกวัน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าทางร้านมีรายได้จากการขายน้ำกระท่อมเฉลี่ยประมาณ 2,000 บาทต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักจะเดินทางมาซื้อในช่วงค่ำลากยาวไปจนถึงตอนดึก เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านจำนวน 1 คนไว้สอบปากคำ พร้อมทั้งทำการยึดของกลางทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นโยบายกวาดล้างยาเสพติดระดับชาติ
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและผู้บริหารระดับสูง การทำงานร่วมกันระหว่างนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานความมั่นคงแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด ชุมชนในจังหวัดเชียงรายจึงสามารถคาดหวังถึงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับบุตรหลานได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สุดยอด! เด็ก ป.3 เชียงราย คว้าที่ 1 ภาษาอังกฤษระดับประเทศ
กลุ่มความร่วมมือเชียงราย-เมียนมาร์จะหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ตร.ภาค 5 โชว์ฟอร์ม สกัดยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด ซุกรถกระบะดัดแปลง
เชียงราย – ตำรวจภูธรภาค 5 เดินหน้าทลายเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถสกัดจับยาบ้าล็อตใหญ่รวมจำนวนเกือบ 3 ล้านเม็ดได้อย่างทันท่วงที กลุ่มผู้ต้องหาพยายามซุกซ่อนของกลางอย่างแนบเนียนในรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงมาเป็นพิเศษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นสายตาและการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ไปได้
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงจากการผสานกำลังพล ข่าวกรองเชิงลึก และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยขบวนการค้ายาเสพติดได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางได้ในพื้นที่จังหวัดแพร่และเชียงราย
ประเด็นสำคัญ
- ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถยึดยาบ้าได้ 2 ล็อตใหญ่ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2.8 ล้านเม็ด
- ผู้ต้องหาใช้เทคนิคดัดแปลงรถยนต์ทำช่องลับ และซุกซ่อนยาเสพติดไว้ใต้พืชผลทางการเกษตร
- ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการนำเทคโนโลยีสืบสวนมาใช้คู่กับงานข่าวกรองที่แม่นยำ
ยึดยาบ้ามหึมา 2.5 ล้านเม็ดที่แพร่
คดีแรกของการกวาดล้างเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบตัวผู้ต้องหาสำคัญได้ 2 ราย คือ นายทินบัติ และนายจิรายุ ทั้งคู่เป็นชาวอำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย พวกเขาถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ขณะกำลังลำเลียงสิ่งผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียดจนพบยาบ้าจำนวนมหาศาลถึง 2.5 ล้านเม็ด ยาเสพติดเหล่านี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในรถกระบะที่มีการเจาะทำช่องลับเพื่ออำพรางสายตา นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ทำการตรวจยึดรถยนต์ของกลางจำนวน 2 คัน ไว้เป็นหลักฐานเพื่อสืบสวนขยายผลต่อไป
กลุ่มผู้ต้องหาใช้วิธีขับรถไปตามเส้นทางรองเพื่อหวังหลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมของเครือข่ายนี้อย่างใกล้ชิด การนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเส้นทางมาใช้ ช่วยให้สกัดจับขบวนการนี้ได้สำเร็จก่อนที่ยาเสพติดทั้งหมดจะทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ
รวบอีกคดีที่เชียงราย ยึดเพิ่ม 3 แสนเม็ด
ถัดมาเพียงแค่วันเดียว ในวันที่ 4 ตุลาคม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งเป็นชาวอำเภอเมืองเชียงราย เขาถูกรวบตัวได้อย่างทันควันขณะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรพาน จังหวัดเชียงราย
การตรวจค้นตัวรถในครั้งนี้ ตำรวจพบยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 300,000 เม็ด ซุกซ่อนมากับรถยนต์อย่างมิดชิด แม้ว่าผู้ต้องหาจะพยายามใช้เทคนิคตบตาเจ้าหน้าที่อย่างสุดความสามารถ และทำตัวกลมกลืนกับประชาชนทั่วไป แต่ก็ถูกจับพิรุธและรวบตัวได้ในที่สุด
การจับกุมอย่างต่อเนื่องทั้งสองคดี แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่มักจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการพัฒนาขีดความสามารถ และปรับแผนการป้องกันอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ทำให้สามารถรู้เท่าทันกลโกงเหล่านี้ได้
นโยบายปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้วยตนเอง ท่านได้กล่าวชื่นชมการทำงานอันเข้มแข็งของตำรวจภูธรภาค 5 ที่สามารถบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างยอดเยี่ยมและมีประสิทธิภาพ
ท่านได้เน้นย้ำว่า พื้นที่ชายแดนภาคเหนือถือเป็นปราการด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นยาเสพติด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงาน และลดความเสี่ยงในการสูญเสียของกำลังพลได้อย่างมหาศาล
ในอนาคต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยังคงเดินหน้ายกระดับมาตรการปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อไป โดยจะมุ่งเน้นที่การสืบสวนขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สิน และตัดวงจรการเงินของเครือข่ายยาเสพติดในทุกมิติ เพื่อกวาดล้างปัญหานี้ให้หมดไปอย่างยั่งยืน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจไซเบอร์ปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย
กฟก.เชียงรายลุยแจกไก่พื้นเมือง หนุนชาวอำเภอพานสร้างรายได้
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoเชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด

