Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

เชียงราย – เชียงราย หลังเจอปีที่หนักจากปัญหาโลหะหนัก มลพิษในแม่น้ำก๊ก และภัยธรรมชาติหลายระลอก อบต.แม่ยาว จังหวัดเชียงราย เดินหน้าแนวทางท่องเที่ยวใหม่ โดยหันมาโปรโมต “แม่น้ำแม่ยาว” แทน ครั้งนี้จุดสนใจอยู่ที่ แม่น้ำลาว…

Thanawat Chaiyaporn

Published

on

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

เชียงราย – เชียงราย หลังเจอปีที่หนักจากปัญหาโลหะหนัก มลพิษในแม่น้ำก๊ก และภัยธรรมชาติหลายระลอก อบต.แม่ยาว ยาบ้าอีกราย">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย เดินหน้าแนวทางท่องเที่ยวใหม่ โดยหันมาโปรโมต “แม่น้ำแม่ยาว” แทน

ครั้งนี้จุดสนใจอยู่ที่ แม่น้ำลาว ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่ชุมชนยืนยันว่าใสสะอาด และยังไม่พบปัญหาสารปนเปื้อนแบบที่เกิดในแม่น้ำกก ตัวแทนชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เพิ่งประชุมร่วมกันภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนวิกฤตปนเปื้อนแม่น้ำกกให้เป็นโอกาส เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมแม่น้ำแม่ยาว”

ช่วงเวลานี้สำคัญ เพราะใกล้เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนออกมาเล่นน้ำและเที่ยวริมแม่น้ำกันคึกคัก แต่แม่น้ำกกที่เคยเป็นจุดหลักของการท่องเที่ยว ยังถูกมองว่าเสี่ยงจากปัญหามลพิษต่อเนื่อง ดังนั้นชุมชนจึงเร่งสร้างทางเลือกใหม่ เพื่อให้คนยังมาเที่ยวเชียงรายได้ และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพไปพร้อมกัน

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

วิกฤตแม่น้ำกก ทำรายได้หายไปทั้งปี

แม่น้ำกกซึ่งเป็นสาขาสำคัญของแม่น้ำโขง ไหลผ่านเชียงรายและเชียงใหม่ กลายเป็นประเด็นใหญ่ตั้งแต่ต้นปี 2025 หลังผลตรวจพบโลหะหนักหลายชนิด เช่น สารหนู ตะกั่ว แคดเมียม และสารอื่นๆ ลำน้ำมีต้นกำเนิดจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งมีการขยายเหมืองแร่หายากและเหมืองทอง เมื่อมีพายุหรืออุทกภัย น้ำไหลบ่าพาตะกอนจากพื้นที่เหมืองลงสู่ลำน้ำ

เดือนเมษายน 2025 กรมควบคุมมลพิษของไทยออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในแม่น้ำกก เพราะบางจุดตรวจพบค่าสารหนูเกินมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศที่ 0.01 mg/L และบางจุดสูงเกินกว่านั้นมากกว่าเท่าตัว ต่อมา Mekong River Commission และนักวิจัยอิสระ รวมถึงทีมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานว่ามลพิษกระจายไปยังลำน้ำที่เชื่อมต่อ เช่น แม่น้ำสาย-รวก และแม่น้ำโขง

พื้นที่ตำบลแม่ยาวได้รับผลกระทบเร็ว เพราะคนจำนวนมากพึ่งกิจกรรมริมแม่น้ำทำมาหากิน เมื่อความกังวลเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวริมน้ำก็ชะลอลง และหยุดไปในที่สุด ทริปล่องแพ แคมป์ช้าง และทัวร์ธรรมชาติเจอการยกเลิกต่อเนื่อง จนผู้ประกอบการหลายรายต้องหยุดกิจการชั่วคราว

รายงานในภาคเหนือประเมินความเสียหายรวมต่อปีสูงถึง 1.3 พันล้านบาท (ราว 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งจากเกษตร ประมง และท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ ในแม่ยาว ชุมชนอย่างกะเหรี่ยงรวมมิตรต้องปรับวิถีชีวิต แคมป์ช้างงดอาบน้ำในแม่น้ำ ผู้ให้บริการเรือหยุดวิ่ง และงานสงกรานต์ริมแม่น้ำกกในปี 2025 ก็เงียบลง บางงานยกเลิก ทำให้รายได้ตามฤดูกาลหายไปทันที

ยิ่งไปกว่านั้น น้ำท่วมในปี 2024 และ 2025 ซ้ำเติมสถานการณ์ เพราะน้ำหลากพาตะกอนปนเปื้อนขึ้นพื้นที่เกษตรและชุมชน ผลคือหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ที่ยังพยุงการท่องเที่ยวได้ โดยไม่ต้องพึ่งแม่น้ำกก

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

หันมาใช้แม่น้ำแม่ยาว จุดขายคือใสสะอาดและน้ำไหลสม่ำเสมอ

อ้างอิงจาก ข่าวทรานบาวน์ดรี ผู้นำท้องถิ่นและผู้ใหญ่บ้านเสนอให้ขยับกิจกรรมมาอยู่ที่แม่น้ำแม่ยาวแทน ลำน้ำนี้ไหลไปรวมกับแม่น้ำกก แต่มีต้นน้ำจากพื้นที่สูง โดยรับน้ำจากลำห้วยแม่สายและลำห้วยสงควาย ชาวบ้านบอกว่าน้ำใส และมีน้ำไหลต่อเนื่องเกือบตลอดปี เพราะมาจากแหล่งน้ำบนดอยที่ถูกรบกวนน้อยกว่า

ในที่ประชุม ตัวแทนจาก อบต.แม่ยาวย้ำว่าแม่น้ำแม่ยาวยังดูสะอาดและน่าใช้งาน อีกทั้งทิวทัศน์สวยและระดับน้ำค่อนข้างคงที่ จึงเหมาะสำหรับรองรับกิจกรรมที่เคยพึ่งแม่น้ำกก

แผนเบื้องต้นวางให้ “บ้านสันมูล” (หมู่ 8) เป็นจุดหลักของการพัฒนา พื้นที่ริมน้ำเข้าถึงได้ราว 2 กิโลเมตร และกำหนดช่วงนำร่องประมาณ 800 เมตร เพื่อเริ่มจัดกิจกรรมท่องเที่ยวก่อน

แนวคิดเริ่มต้นมีหัวข้อหลักดังนี้

  • ล่องแพเปียกและเล่นท่อยาง เป็นกิจกรรมหลัก เน้นความสนุกแบบปลอดภัย เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนช่วงสงกรานต์
  • ให้ชุมชนดูแลเอง ตั้งแต่การวางแผน การทำงานประจำวัน ไปจนถึงการดูแลลำน้ำ
  • มีมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น จำกัดจำนวนคนในบางช่วง และมีกติกาง่ายๆ เพื่อไม่ให้แม่น้ำสกปรก
  • ผูกกับวัฒนธรรมและธรรมชาติท้องถิ่น เช่น กลิ่นอายล้านนา โฮมสเตย์ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติพร้อมไกด์ชุมชน

ผู้ประกอบการที่ร่วมวงคุยบอกว่า การย้ายจุดเล่นน้ำช่วยประคองรายได้ช่วงสงกรานต์ที่เคยพึ่งคนริมแม่น้ำกก หลายคนเห็นตรงกันว่าไม่ควรปล่อยให้ปัญหาของแม่น้ำสายเดียว ทำให้การท่องเที่ยวทั้งพื้นที่หยุดชะงัก และแม่น้ำแม่ยาวคือทางเริ่มต้นใหม่ที่คนสบายใจจะลงเล่นน้ำ

ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว

ท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อพยุงเศรษฐกิจและดูแลแม่น้ำไปพร้อมกัน

แผนของแม่น้ำแม่ยาวสอดคล้องกับแนวทางท่องเที่ยวโดยชุมชนที่หลายพื้นที่ภาคเหนือทำอยู่ แนวคิดหลักคือให้รายได้กลับสู่ครอบครัวในพื้นที่ ไม่รั่วไหลออกไปมาก ขณะเดียวกัน ชุมชนก็มีแรงจูงใจในการรักษาความสะอาดของแม่น้ำ เพราะถ้าน้ำเสีย กิจกรรมทั้งหมดก็ไปต่อไม่ได้

ฝั่งผู้นำหมู่บ้านย้ำเรื่อง “รับผิดชอบร่วมกัน” จึงมีการคุยเรื่องอบรมไกด์ท้องถิ่น วางขั้นตอนความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมทางน้ำ และจัดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น จุดพัก จุดเปลี่ยนเสื้อผ้า และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว

สำหรับสงกรานต์ 2026 ผู้จัดมองภาพเป็นงานขนาดไม่ใหญ่เกินไป แต่คึกคักพอให้คนมาใช้เวลาได้ทั้งวัน กิจกรรมที่คาดไว้มีทั้งเล่นน้ำอย่างปลอดภัย การแสดงวัฒนธรรม และร้านอาหารจากผู้ค้าท้องถิ่น โดยหวังให้ถูกใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังอยากสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์ แต่ต้องการหลีกเลี่ยงโซนที่มีข่าวปนเปื้อน

อย่างไรก็ตาม งานยังมีโจทย์ที่ต้องทำต่อ ทั้งงบเริ่มต้นสำหรับทำพื้นที่ และการประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนรู้จักแม่น้ำแม่ยาวในฐานะจุดหมายใหม่ของเชียงราย ถึงกระนั้น หลายฝ่ายก็ชื่นชมความพยายามของชุมชนที่ปรับตัวได้เร็ว ท่ามกลางปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ยังไม่จบง่ายๆ

สำหรับคนแม่ยาว แม่น้ำสายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง เพราะน้ำที่ใสช่วยให้เล่นสงกรานต์ได้อย่างสบายใจ และยังพาคนกลับมาให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอีกครั้ง ผู้นำชุมชนคนหนึ่งสรุปความรู้สึกไว้ว่า ชุมชนเสียไปมากจากพิษในแม่น้ำกก แต่ตอนนี้กำลังสร้างสิ่งที่มั่นคงกว่าเดิมบนฐานของแม่น้ำแม่ยาว

เมื่อสงกรานต์ใกล้เข้ามา แม่ยาวจึงเดินหน้าต่อ โดยจับตาต้นน้ำจากภูเขาและลำห้วยต่างๆ และขับเคลื่อนแผนที่ยึดความปลอดภัย การจัดการโดยคนในพื้นที่ และการฟื้นตัวที่ทำได้จริงเป็นหลัก

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ผู้ว่าฯเชียงรายสั่งห้ามใช้น้ำแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย หลังพบปนเปื้อนสารหนู

 

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending