เชียงราย - Chiang Rai News
ชุมชนเชียงรายส่งเสริมกิจกรรมล่องแก่งและเล่นห่วงยางในแม่น้ำแม่ยาว
เชียงราย – เชียงราย หลังเจอปีที่หนักจากปัญหาโลหะหนัก มลพิษในแม่น้ำก๊ก และภัยธรรมชาติหลายระลอก อบต.แม่ยาว จังหวัดเชียงราย เดินหน้าแนวทางท่องเที่ยวใหม่ โดยหันมาโปรโมต “แม่น้ำแม่ยาว” แทน ครั้งนี้จุดสนใจอยู่ที่ แม่น้ำลาว…
เชียงราย – เชียงราย หลังเจอปีที่หนักจากปัญหาโลหะหนัก มลพิษในแม่น้ำก๊ก และภัยธรรมชาติหลายระลอก อบต.แม่ยาว ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต "ลุงเลย" หลังวิกฤตไฟไหม้">เชียงราย">จังหวัดเชียงราย เดินหน้าแนวทางท่องเที่ยวใหม่ โดยหันมาโปรโมต “แม่น้ำแม่ยาว” แทน
ครั้งนี้จุดสนใจอยู่ที่ แม่น้ำลาว ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาที่ชุมชนยืนยันว่าใสสะอาด และยังไม่พบปัญหาสารปนเปื้อนแบบที่เกิดในแม่น้ำกก ตัวแทนชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่เพิ่งประชุมร่วมกันภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนวิกฤตปนเปื้อนแม่น้ำกกให้เป็นโอกาส เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ริมแม่น้ำแม่ยาว”
ช่วงเวลานี้สำคัญ เพราะใกล้เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่คนออกมาเล่นน้ำและเที่ยวริมแม่น้ำกันคึกคัก แต่แม่น้ำกกที่เคยเป็นจุดหลักของการท่องเที่ยว ยังถูกมองว่าเสี่ยงจากปัญหามลพิษต่อเนื่อง ดังนั้นชุมชนจึงเร่งสร้างทางเลือกใหม่ เพื่อให้คนยังมาเที่ยวเชียงรายได้ และลดความเสี่ยงต่อสุขภาพไปพร้อมกัน

วิกฤตแม่น้ำกก ทำรายได้หายไปทั้งปี
แม่น้ำกกซึ่งเป็นสาขาสำคัญของแม่น้ำโขง ไหลผ่านเชียงรายและเชียงใหม่ กลายเป็นประเด็นใหญ่ตั้งแต่ต้นปี 2025 หลังผลตรวจพบโลหะหนักหลายชนิด เช่น สารหนู ตะกั่ว แคดเมียม และสารอื่นๆ ลำน้ำมีต้นกำเนิดจากรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งมีการขยายเหมืองแร่หายากและเหมืองทอง เมื่อมีพายุหรืออุทกภัย น้ำไหลบ่าพาตะกอนจากพื้นที่เหมืองลงสู่ลำน้ำ
เดือนเมษายน 2025 กรมควบคุมมลพิษของไทยออกคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำในแม่น้ำกก เพราะบางจุดตรวจพบค่าสารหนูเกินมาตรฐานความปลอดภัยของประเทศที่ 0.01 mg/L และบางจุดสูงเกินกว่านั้นมากกว่าเท่าตัว ต่อมา Mekong River Commission และนักวิจัยอิสระ รวมถึงทีมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานว่ามลพิษกระจายไปยังลำน้ำที่เชื่อมต่อ เช่น แม่น้ำสาย-รวก และแม่น้ำโขง
พื้นที่ตำบลแม่ยาวได้รับผลกระทบเร็ว เพราะคนจำนวนมากพึ่งกิจกรรมริมแม่น้ำทำมาหากิน เมื่อความกังวลเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวริมน้ำก็ชะลอลง และหยุดไปในที่สุด ทริปล่องแพ แคมป์ช้าง และทัวร์ธรรมชาติเจอการยกเลิกต่อเนื่อง จนผู้ประกอบการหลายรายต้องหยุดกิจการชั่วคราว
รายงานในภาคเหนือประเมินความเสียหายรวมต่อปีสูงถึง 1.3 พันล้านบาท (ราว 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทั้งจากเกษตร ประมง และท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ ในแม่ยาว ชุมชนอย่างกะเหรี่ยงรวมมิตรต้องปรับวิถีชีวิต แคมป์ช้างงดอาบน้ำในแม่น้ำ ผู้ให้บริการเรือหยุดวิ่ง และงานสงกรานต์ริมแม่น้ำกกในปี 2025 ก็เงียบลง บางงานยกเลิก ทำให้รายได้ตามฤดูกาลหายไปทันที
ยิ่งไปกว่านั้น น้ำท่วมในปี 2024 และ 2025 ซ้ำเติมสถานการณ์ เพราะน้ำหลากพาตะกอนปนเปื้อนขึ้นพื้นที่เกษตรและชุมชน ผลคือหลายคนเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ที่ยังพยุงการท่องเที่ยวได้ โดยไม่ต้องพึ่งแม่น้ำกก
หันมาใช้แม่น้ำแม่ยาว จุดขายคือใสสะอาดและน้ำไหลสม่ำเสมอ
อ้างอิงจาก ข่าวทรานบาวน์ดรี ผู้นำท้องถิ่นและผู้ใหญ่บ้านเสนอให้ขยับกิจกรรมมาอยู่ที่แม่น้ำแม่ยาวแทน ลำน้ำนี้ไหลไปรวมกับแม่น้ำกก แต่มีต้นน้ำจากพื้นที่สูง โดยรับน้ำจากลำห้วยแม่สายและลำห้วยสงควาย ชาวบ้านบอกว่าน้ำใส และมีน้ำไหลต่อเนื่องเกือบตลอดปี เพราะมาจากแหล่งน้ำบนดอยที่ถูกรบกวนน้อยกว่า
ในที่ประชุม ตัวแทนจาก อบต.แม่ยาวย้ำว่าแม่น้ำแม่ยาวยังดูสะอาดและน่าใช้งาน อีกทั้งทิวทัศน์สวยและระดับน้ำค่อนข้างคงที่ จึงเหมาะสำหรับรองรับกิจกรรมที่เคยพึ่งแม่น้ำกก
แผนเบื้องต้นวางให้ “บ้านสันมูล” (หมู่ 8) เป็นจุดหลักของการพัฒนา พื้นที่ริมน้ำเข้าถึงได้ราว 2 กิโลเมตร และกำหนดช่วงนำร่องประมาณ 800 เมตร เพื่อเริ่มจัดกิจกรรมท่องเที่ยวก่อน
แนวคิดเริ่มต้นมีหัวข้อหลักดังนี้
- ล่องแพเปียกและเล่นท่อยาง เป็นกิจกรรมหลัก เน้นความสนุกแบบปลอดภัย เหมาะกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนช่วงสงกรานต์
- ให้ชุมชนดูแลเอง ตั้งแต่การวางแผน การทำงานประจำวัน ไปจนถึงการดูแลลำน้ำ
- มีมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น จำกัดจำนวนคนในบางช่วง และมีกติกาง่ายๆ เพื่อไม่ให้แม่น้ำสกปรก
- ผูกกับวัฒนธรรมและธรรมชาติท้องถิ่น เช่น กลิ่นอายล้านนา โฮมสเตย์ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติพร้อมไกด์ชุมชน
ผู้ประกอบการที่ร่วมวงคุยบอกว่า การย้ายจุดเล่นน้ำช่วยประคองรายได้ช่วงสงกรานต์ที่เคยพึ่งคนริมแม่น้ำกก หลายคนเห็นตรงกันว่าไม่ควรปล่อยให้ปัญหาของแม่น้ำสายเดียว ทำให้การท่องเที่ยวทั้งพื้นที่หยุดชะงัก และแม่น้ำแม่ยาวคือทางเริ่มต้นใหม่ที่คนสบายใจจะลงเล่นน้ำ
ท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อพยุงเศรษฐกิจและดูแลแม่น้ำไปพร้อมกัน
แผนของแม่น้ำแม่ยาวสอดคล้องกับแนวทางท่องเที่ยวโดยชุมชนที่หลายพื้นที่ภาคเหนือทำอยู่ แนวคิดหลักคือให้รายได้กลับสู่ครอบครัวในพื้นที่ ไม่รั่วไหลออกไปมาก ขณะเดียวกัน ชุมชนก็มีแรงจูงใจในการรักษาความสะอาดของแม่น้ำ เพราะถ้าน้ำเสีย กิจกรรมทั้งหมดก็ไปต่อไม่ได้
ฝั่งผู้นำหมู่บ้านย้ำเรื่อง “รับผิดชอบร่วมกัน” จึงมีการคุยเรื่องอบรมไกด์ท้องถิ่น วางขั้นตอนความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมทางน้ำ และจัดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น จุดพัก จุดเปลี่ยนเสื้อผ้า และพื้นที่บริการนักท่องเที่ยว
สำหรับสงกรานต์ 2026 ผู้จัดมองภาพเป็นงานขนาดไม่ใหญ่เกินไป แต่คึกคักพอให้คนมาใช้เวลาได้ทั้งวัน กิจกรรมที่คาดไว้มีทั้งเล่นน้ำอย่างปลอดภัย การแสดงวัฒนธรรม และร้านอาหารจากผู้ค้าท้องถิ่น โดยหวังให้ถูกใจทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังอยากสัมผัสบรรยากาศสงกรานต์ แต่ต้องการหลีกเลี่ยงโซนที่มีข่าวปนเปื้อน
อย่างไรก็ตาม งานยังมีโจทย์ที่ต้องทำต่อ ทั้งงบเริ่มต้นสำหรับทำพื้นที่ และการประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนรู้จักแม่น้ำแม่ยาวในฐานะจุดหมายใหม่ของเชียงราย ถึงกระนั้น หลายฝ่ายก็ชื่นชมความพยายามของชุมชนที่ปรับตัวได้เร็ว ท่ามกลางปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่ยังไม่จบง่ายๆ
สำหรับคนแม่ยาว แม่น้ำสายนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวัง เพราะน้ำที่ใสช่วยให้เล่นสงกรานต์ได้อย่างสบายใจ และยังพาคนกลับมาให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอีกครั้ง ผู้นำชุมชนคนหนึ่งสรุปความรู้สึกไว้ว่า ชุมชนเสียไปมากจากพิษในแม่น้ำกก แต่ตอนนี้กำลังสร้างสิ่งที่มั่นคงกว่าเดิมบนฐานของแม่น้ำแม่ยาว
เมื่อสงกรานต์ใกล้เข้ามา แม่ยาวจึงเดินหน้าต่อ โดยจับตาต้นน้ำจากภูเขาและลำห้วยต่างๆ และขับเคลื่อนแผนที่ยึดความปลอดภัย การจัดการโดยคนในพื้นที่ และการฟื้นตัวที่ทำได้จริงเป็นหลัก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผู้ว่าฯเชียงรายสั่งห้ามใช้น้ำแม่น้ำกก-แม่น้ำสาย หลังพบปนเปื้อนสารหนู
เชียงราย - Chiang Rai News
เชียงรายรวมใจ! ส่งมอบบ้านใหม่ชุบชีวิต “ลุงเลย” หลังวิกฤตไฟไหม้
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงรายได้จัดพิธีส่งมอบบ้านหลังใหม่ให้แก่ นายศักดิ์ดา วงค์สมบัติ หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ “ลุงเลย” พิธีนี้จัดขึ้นอย่างอบอุ่นในเวลา 15.30 น. โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้เกียรติเป็นประธานในงาน งานนี้ยังมีบุคคลสำคัญอย่าง พลตรีจักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ มาร่วมงาน พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์เริ่มต้นจากฝันร้ายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เมื่อไฟไหม้บ้านของลุงเลยจนวอดวายไปทั้งหลัง นาวาอากาศเอก ปราโมทย์ กุยแก้ว ผู้บังคับฝูงบิน 416 จึงได้จับมือกับกลุ่มผู้บริหารในจังหวัด ก่อตั้งโครงการ “สร้างบ้านใหม่ให้ลุงเลย” ขึ้นมา โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือและมอบความหวังให้ผู้ประสบภัยได้มีที่อยู่อาศัยที่อบอุ่นและปลอดภัยอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ
- ระดมทุนสำเร็จเกินคาด: โครงการได้รับเงินบริจาคจากผู้ใจบุญรวมกว่า 2.1 แสนบาท ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน
- โปร่งใสและประหยัดงบ: ใช้เงินก่อสร้างจริงเพียง 1.1 แสนบาท เนื่องจากได้รับการสนับสนุนวัสดุและ แรงงานจิตอาสาเชียงราย
- ส่งต่อน้ำใจไม่สิ้นสุด: เงินบริจาคที่เหลือถูกนำไปช่วยทหารที่ประสบภัยรายอื่น และบริจาคให้โรงพยาบาลในพื้นที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
พลังแห่งความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือน โครงการนี้ได้รับเงินบริจาคหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 217,171.15 บาท สิ่งที่น่าประทับใจคือค่าก่อสร้างบ้านใช้เงินไปเพียง 116,312.90 บาทเท่านั้น งบประมาณนี้ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เพราะสังคมได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โครงการได้รับวัสดุก่อสร้างและแรงงานฟรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เรือนจำกลางเชียงราย และบริษัทเอกชนหลายแห่ง
สำหรับเงินบริจาคที่ยังคงเหลือ คณะทำงานไม่ได้เก็บไว้เฉยๆ แต่ได้นำไปสร้างประโยชน์ต่อทันที โดยแบ่งไปช่วยสร้างบ้านให้พลทหารที่ถูกไฟไหม้บ้านในตำบลนางแลอีก 20,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบเงิน 60,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลวัดห้วยปลากั้งเพื่อสังคม ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 2 หมื่นบาท ได้นำไปซื้อของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันมอบให้ลุงเลยเพิ่มเติม
แบบอย่างที่ดีของการช่วยเหลือสังคม
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวด้วยความชื่นชมว่า บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางใจอย่างมหาศาล บ้านหลังนี้เกิดขึ้นได้เพราะความเสียสละและความร่วมมือของทุกคนในสังคมอย่างแท้จริง การที่ภาครัฐและประชาชนมาร่วมมือกัน ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลายเป็นความจริงได้เสมอ
ท่านผู้ว่าฯ ยังเน้นย้ำว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล โครงการนี้ยังเป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมในการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า น้ำใจของคนไทยสามารถส่งต่อเพื่อสร้างความหวังได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News
การฉ้อโกงบัตรประจำตัวประชาชนเชียงราย: เจ้าหน้าที่เตือนชนกลุ่มน้อยใกล้ชายแดนแม่สาย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – สถานการณ์บริเวณชายแดนอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย กำลังน่าเป็นห่วงอย่างมาก ล่าสุดมีกลุ่มคนร้ายแอบอ้างว่าสามารถช่วยทำบัตรต่างด้าวให้กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย ทำให้มีชาวบ้านในพื้นที่หลงเชื่อและสูญเสียเงินไปแล้วหลายราย
เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “น.ส.เอ้ย” เข้ามาตีสนิทกับชาวบ้าน เธออ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ระดับสูงในอำเภอแม่สาย และสามารถลัดคิวทำเอกสารให้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน
ประเด็นสำคัญ
- มิจฉาชีพเรียกเก็บเงินค่านายหน้าทำบัตรต่างด้าวสูงถึง 43,000 บาทต่อคน
- เหยื่อรายล่าสุดถูกหลอกให้โอนเงินมัดจำ 6,000 บาท ก่อนที่คนร้ายจะตัดการติดต่อและหนีไป
- ทางอำเภอแม่สายยืนยันว่า การทำเอกสารไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง จะต้องจ่ายแค่ค่าธรรมเนียมของรัฐที่มีใบเสร็จเท่านั้น
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางแสง อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นชาวไทใหญ่ในตำบลโป่งผา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจที่ สภ.แม่สาย เธอเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังว่า น.ส.เอ้ย ได้เสนอตัวเข้ามาช่วยทำบัตรต่างด้าวให้ โดยบอกว่ามีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 43,000 บาท
ด้วยความที่อยากมีสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย นางแสงจึงหลงเชื่อและยอมจ่ายเงินค่ามัดจำไปก่อน 6,000 บาทตามที่ตกลงกันไว้ เธอหวังว่าจะได้จ่ายส่วนที่เหลืออีก 37,000 บาทเมื่อทำเอกสารเสร็จเรียบร้อย แต่หลังจากรับเงินไปแล้ว น.ส.เอ้ย ก็หายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาใหญ่ในพื้นที่ชายแดน หากต้องการติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่ เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น
อำเภอสั่งคุมเข้ม ป้องกันการหลอกลวงซ้ำรอย
นายวรายุทธ ค่อยบุญ นายอำเภอแม่สาย ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาได้ออกประกาศเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้านทุกคน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาในหมู่บ้าน
นายอำเภอย้ำอย่างชัดเจนว่า การทำบัตรต่างด้าวตามแนวชายแดนเป็นขั้นตอนปกติของรัฐ ทางการไม่มีการเรียกเก็บเงินหลักหมื่นอย่างแน่นอน ทุกขั้นตอนจะต้องเสียแค่ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องออกใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง
ในตอนท้าย นายอำเภอได้ขอร้องให้ชาวบ้านช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นใครที่ทำตัวเป็นนายหน้า หรือเรียกเก็บเงินล่วงหน้าเพื่อทำเอกสาร ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทันที เพื่อที่ตำรวจจะได้เข้าไปจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้คนกลุ่มนี้สร้างความเดือดร้อนหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News
กองกำลังทหารไทยและลาวร่วมกันลาดตระเวนตามแนวชายแดนแม่น้ำโขงในจังหวัดเชียงราย
เหญิงสาวจากเชียงราย ในข้อหาเปิดบัญชีธนาคารปลอมและหลอกลวงเหยื่อเป็นเงินเกือบห้าแสนบาท">ตำรวจเชียงรายทลายแก๊งค้ายาเสพติดในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ยึดยาเสพติดมูลค่าหลายแสนบาท">ชียงราย – เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์ชายแดนไทย-ลาวมีความคืบหน้าที่น่าสนใจมาก กองกำลังผาเมือง ของประเทศไทยได้จัดการลาดตระเวนร่วมทางน้ำ ตามแนวลำแม่น้ำโขงครั้งสำคัญ กิจกรรมนี้จัดขึ้นร่วมกับกองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
การปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการรักษาความสงบเรียบร้อย และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน พิธีสำคัญจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บรรยากาศของการทำงานเต็มไปด้วยมิตรภาพ และความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่จากทั้งสองฝั่งโขง
ประเด็นสำคัญ
- ความร่วมมือระดับสูง: กองกำลังผาเมืองและกองบัญชาการทหารแขวงบ่อแก้ว ร่วมกันลาดตระเวนแม่น้ำโขงอย่างใกล้ชิด
- จุดศูนย์กลางการทำงาน: กิจกรรมหลักจัดขึ้นที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
- เป้าหมายชัดเจน: มุ่งเน้นกระชับความสัมพันธ์อันดี และยกระดับความปลอดภัยตลอดแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ
ผู้นำสองประเทศร่วมประชุมหารือ
งานนี้ได้รับเกียรติจาก พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย ท่านยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าชุดประสานงาน ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว พื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย ในขณะที่ฝ่ายลาวนำโดย พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี หัวหน้ากองบัญชาการทหาร แขวงบ่อแก้ว ซึ่งเป็นตัวแทนสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
ในช่วงเช้า ฝ่ายไทยได้ร่วมให้การต้อนรับ พันเอก แสงเพ็ด แสงมะนี และคณะทำงานอย่างอบอุ่น การต้อนรับจัดขึ้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ หลังจากนั้นคณะผู้แทนทั้งสองฝ่าย ได้เดินทางไปร่วมประชุมหารือข้อราชการที่ห้องประชุมด่านศุลกากรเชียงของ ตามแผนงานที่วางไว้
การประชุมครั้งนี้เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการวางแผนป้องกันปัญหายาเสพติดข้ามชาติตามที่ สำนักข่าวไทยพีบีเอส และสื่อท้องถิ่นมักรายงานถึงความท้าทายนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหาวิธีการทำงานที่รัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน มีความรู้สึกปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในทุกๆ วัน
ลาดตระเวนร่วมทางน้ำเพื่อความมั่นคง
เมื่อการประชุมหารือเสร็จสิ้น คณะผู้บริหารได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติงานจริงทันที พวกเขาได้ร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติงานลาดตระเวนร่วมทางน้ำ โดยใช้จุดสังเกตการณ์บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 เป็นศูนย์กลางในการบัญชาการ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมของแม่น้ำโขงได้อย่างชัดเจน
เจ้าหน้าที่ทหารของทั้งสองประเทศ ได้นำเรือออกลาดตระเวนไปตามลำแม่น้ำโขงอย่างพร้อมเพรียง การทำงานร่วมกันครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อม และความสามัคคีในการปกป้องพื้นที่ชายแดน การลาดตระเวนร่วมยังช่วยลดช่องโหว่ของการลักลอบกระทำผิดกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กิจกรรมนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในระดับพื้นที่ การที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงเรือปฏิบัติงานร่วมกัน เป็นการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานประสานงานชายแดน ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
สร้างความสัมพันธ์ผ่านมื้ออาหาร
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการลาดตระเวนทางน้ำในช่วงเช้า คณะทำงานทั้งสองฝ่ายได้พักผ่อนและร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน การรับประทานอาหารร่วมกันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่มื้ออาหารธรรมดา แต่ยังเป็นโอกาสดีในการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบเป็นกันเองนอกห้องประชุม
ความสัมพันธ์ส่วนตัวที่แน่นแฟ้นของผู้นำ จะส่งผลดีต่อการทำงานประสานงานในระดับปฏิบัติการต่อไป เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานจะสามารถติดต่อสื่อสาร และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เมื่อกิจกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลง ฝ่ายไทยได้ร่วมส่งคณะผู้แทนจากฝ่ายลาวเดินทางกลับอย่างปลอดภัย
พิธีส่งกลับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สมเกียรติ ณ บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ เช่นเดิม การปฏิบัติภารกิจร่วมกันในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ที่สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างไทยกับลาว
ในอนาคต เราคงจะได้เห็นกิจกรรมดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน การทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความมั่นคง ให้กับภูมิภาคอาเซียนของเรา ประชาชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำโขงก็จะสามารถไปมาหาสู่ และทำการค้าขายกันได้อย่างสบายใจตลอดไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยึดยาบ้าได้ 200,000 เม็ด ที่ด่านตรวจเชียงราย
น้ำท่วมเชียงราย: ระดับน้ำลดลงแล้วหลังจากบ้านเรือน 20 หลังในตำบลเม็งรายได้รับผลกระทบ
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ตำรวจเชียงรายบุกจับกุมผู้ค้ายาเสพติดในอำเภอแม่สุ่ย จับกุม 5 ราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
รถกระบะพุ่งชนตลาดในเชียงของ จังหวัดเชียงราย มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงใหม่ - Chiang Mai6 days ago
ด่วน! ถนนดอยแหลม เชียงใหม่ ทรุดตัวหนัก รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ เตือนภัยพื้นที่เสี่ยงดินถล่ม
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days ago
เชียงรายก้าวล้ำ! เปิดศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกวัย สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ยั่งยืน









