ข่าวระดับชาติ - National

สถิติชวนสะเทือนใจ ยอดเสียชีวิตช่วงปีใหม่พุ่ง 171 ราย ในช่วง 7 วันอันตราย

Published

on

กรุงเทพฯ – เทศกาลปีใหม่ของไทยเดินทางมาถึงช่วงกลาง แต่ภาพบนท้องถนนกลับหนักหน่วงเกินกว่าคำว่าเฉลิมฉลอง หลังครบ 4 วันของช่วงที่คนคุ้นชื่อว่า “7 วันอันตราย” ยอดผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็น 171 รายแล้ว ตัวเลขนี้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 161 ราย คิดเป็นเพิ่มขึ้นราว 6% อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน

ท่ามกลางการเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยว มอเตอร์ไซค์ยังเป็นพาหนะที่เกี่ยวข้องกับเหตุส่วนใหญ่ โดยพบใน 73% ของอุบัติเหตุทั้งหมด สะท้อนปัญหาความปลอดภัยบนถนนที่ยังแก้ไม่ขาด แม้จะมีด่านตรวจและการรณรงค์ต่อเนื่องก็ตาม

แคมเปญ “7 วันอันตราย” ปีนี้กำหนดช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2025 ถึง 5 มกราคม 2026 เป็นมาตรการของรัฐเพื่อกดอุบัติเหตุในช่วงที่มีคนออกเดินทางจำนวนมาก แต่ตัวเลขล่าสุดยังชี้ว่าความเสี่ยงยังสูง โดยเฉพาะพฤติกรรมขับขี่ที่ประมาท

เฉพาะวันศุกร์ที่ 2 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ ศูนย์ฯ รายงานอุบัติเหตุ 187 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 185 คน และเสียชีวิต 21 ราย ทำให้ยอดรวม 4 วันแรกอยู่ที่อุบัติเหตุ 991 ครั้ง บาดเจ็บ 956 คน และเสียชีวิต 171 ราย

หน่วยงานระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์ตึงตัวมาจากปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นหลังการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายบางพื้นที่ที่ยังไม่เข้มพอ โดยนายธีรภัทร คชามาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวในการแถลงข่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้เตือนให้เห็นว่า ความสนุกสามารถกลายเป็นความสูญเสียได้ในพริบตา และขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากขึ้น เพราะพฤติกรรมเดิมๆ ยังเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องแก้ต่อ

สรุปสถานการณ์รายวัน ตัวเลขเพิ่มต่อเนื่อง

วันแรกของช่วงรณรงค์ 30 ธันวาคม เกิดอุบัติเหตุ 198 ครั้ง บาดเจ็บ 190 คน เสียชีวิต 29 ราย แม้เจ้าหน้าที่จะมองว่าบางตัวชี้วัดดีขึ้นเมื่อเทียบกับสถิติช่วงวันหยุดยาวในอดีต และระบุว่าอุบัติเหตุลดลงราว 38% จากค่าเฉลี่ยเดิม แต่ความผ่อนใจนั้นอยู่ไม่นาน

วันที่ 2 ของช่วงเทศกาล 31 ธันวาคม (คืนส่งท้ายปีเก่า) ตัวเลขขยับแรง อุบัติเหตุ 271 ครั้ง บาดเจ็บ 262 คน เสียชีวิต 53 ราย โดยเหตุช่วงเวลา 18.00-21.00 น. เพิ่มขึ้นชัดเจน

วันที่ 3 คือ 1 มกราคม สถานการณ์ยังไม่เบาลง อุบัติเหตุ 326 ครั้ง บาดเจ็บ 317 คน เสียชีวิต 54 ราย ส่งผลให้ยอดรวม 3 วันแรกอยู่ที่อุบัติเหตุ 798 ครั้ง บาดเจ็บ 769 คน และเสียชีวิต 145 ราย

ส่วนตัวเลขของวันศุกร์ แม้จำนวนเหตุลดลงเล็กน้อย แต่ยังเพิ่มผู้เสียชีวิตอีก 21 ราย ซึ่งตอกย้ำว่าความเสี่ยงยังต่อเนื่องตลอดวันหยุด

เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ภาพรวม 4 วันแรกพบว่าอุบัติเหตุสะสมลดลงจาก 1,058 ครั้ง เหลือ 991 ครั้ง คิดเป็นลดลงประมาณ 6.3% ขณะที่ผู้บาดเจ็บก็ลดลงจาก 1,058 คน เหลือ 956 คน แต่ยอดผู้เสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นว่าอุบัติเหตุแต่ละครั้งมีความรุนแรงมากขึ้น

ขับเร็วและเมาแล้วขับ ยังเป็นต้นตอหลักของอุบัติเหตุ

ตลอด 4 วัน พฤติกรรม “ขับเร็ว” และ “เมาแล้วขับ” ยังเป็นสาเหตุหลักที่พบซ้ำๆ

  • วันแรก ขับเร็วเกี่ยวข้องราว 42% (83 กรณี) เมาแล้วขับราว 20% (40 กรณี)
  • วันที่สอง ขับเร็ว 41% เมาแล้วขับ 27% และพบมอเตอร์ไซค์เกี่ยวข้อง 74%
  • วันที่สาม ขับเร็ว 40% เมาแล้วขับ 29% โดยอุบัติเหตุช่วงดึก 00.00-03.00 น. เพิ่มขึ้น
  • วันศุกร์ ขับเร็วลดลงมาที่ 35% เมาแล้วขับ 21% แต่ยังเกิดเหตุจำนวนมากบนถนนทางตรง (86%) และถนนสายหลักหรือทางหลวง (47%)

ภาพรวมยังพบคดีคุมประพฤติจากความผิดด้านจราจรมากกว่า 2,793 คดี และถึง 94% เป็นคดีเมาแล้วขับ โดยนนทบุรีเป็นจังหวัดที่มีจำนวนคดีประเภทนี้สูงสุดที่ 290 คดี

นายจิรพงษ์ สงเคราะห์ รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน อธิบายว่า แอลกอฮอล์ทำให้ตัดสินใจแย่ลง และเมื่อรวมกับความเร็ว ก็เพิ่มโอกาสเกิดเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่เพิ่มการตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้ว แต่ยังเจอความยากในพื้นที่ห่างไกลที่มีการหลบเลี่ยงด่าน

มอเตอร์ไซค์ยังเป็นกลุ่มที่เปราะบางที่สุด เพราะใช้งานเยอะทั้งในเมืองและชนบท เมื่อเกิดเหตุ ความรุนแรงมักสูง โดยกลุ่มอายุ 20-29 ปีคิดเป็น 23% ของผู้ประสบเหตุ และพบไม่น้อยที่ไม่สวมหมวกกันน็อก ทำให้อาการบาดเจ็บหนักขึ้น

จังหวัดเสี่ยงสูง เมืองท่องเที่ยวและพื้นที่รถหนาแน่นยังนำ

ข้อมูลรายจังหวัดสะท้อนความต่างของความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ตลอด 4 วันแรก ภูเก็ตมีจำนวนอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 39 ครั้ง และผู้บาดเจ็บสูงสุด 43 คน สอดคล้องกับช่วงนักท่องเที่ยวแน่นและเส้นทางบางจุดที่ขับขี่ท้าทาย

กรุงเทพมหานครมียอดเสียชีวิตสะสมสูงสุด 14 ราย ซึ่งมักเชื่อมโยงกับปริมาณรถมาก และการใช้ความเร็วบนเส้นทางหลัก

จังหวัดที่มีตัวเลขน่าจับตาในช่วงต้น ได้แก่ นครราชสีมาและสุพรรณบุรี ซึ่งมียอดเสียชีวิตสูงในช่วงวันแรกๆ (รายละ 5 รายภายในวันที่สอง) ปทุมธานีและปราจีนบุรีก็อยู่ในกลุ่มที่พบเหตุบ่อย โดยวันศุกร์ปราจีนบุรีมีจำนวนอุบัติเหตุสูงสุดร่วมกับพัทลุงที่ 10 ครั้ง ขณะที่บึงกาฬมียอดเสียชีวิตสูงสุดของวันศุกร์ที่ 3 ราย และพัทลุงมีผู้บาดเจ็บมากสุดของวันศุกร์ที่ 12 คน

ภาคเหนือเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเชียงรายในวันแรกมีอุบัติเหตุสูงสุดร่วมกับภูเก็ตที่ 12 ครั้ง สะท้อนความท้าทายของเส้นทางภูเขาและการเดินทางช่วงวันหยุดไปยังพื้นที่ชายแดน แม้ตัวเลขรายวันของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในเชียงรายไม่ได้แยกละเอียด แต่รายงานในพื้นที่พบปัจจัยเสี่ยงอย่างการขับเร็วของมอเตอร์ไซค์และการแซงไม่ปลอดภัย ทำให้จังหวัดยังถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง

เดินหน้ามาตรการต่อ แต่เสียงเรียกร้องอยากเห็นการแก้ทั้งปี

ในช่วงที่เหลือของ “7 วันอันตราย” รัฐระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 60,000 นาย ตั้งจุดตรวจในพื้นที่เสี่ยง และสื่อสารผ่านโซเชียลและวิทยุในแนวทาง “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ขณะเดียวกันก็มีเสียงสะท้อนว่า การแก้ปัญหาควรทำตลอดทั้งปี เช่น เข้มงวดเรื่องใบอนุญาตและวินัยของผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ เพิ่มทางเลือกขนส่งสาธารณะ เพื่อลดการใช้รถส่วนตัวในช่วงเทศกาล

อีกด้านที่มองข้ามไม่ได้คือผลกระทบทางเศรษฐกิจ อุบัติเหตุบนถนนสร้างภาระค่าแพทย์และการสูญเสียรายได้จำนวนมากทุกปี ยิ่งช่วงท่องเที่ยวฟื้นตัว ความเสี่ยงก็ยิ่งขยายตาม โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตที่คาดว่าจะมีผู้มาเยือนจำนวนมาก

ท้ายที่สุด ตัวเลข 171 ชีวิตที่หายไปใน 4 วันแรก ไม่ใช่แค่สถิติ แต่มันคือครอบครัวที่ต้องเจอกับความสูญเสียบนถนน หากพฤติกรรมขับขี่ไม่เปลี่ยน และการบังคับใช้กฎหมายยังไม่สม่ำเสมอ “7 วันอันตราย” ก็อาจยังเป็นช่วงเวลาที่คนไทยต้องกลัวทุกปีต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:

หญิงเรียกร้องความเป็นธรรมหลังฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเธอถูกเนรเทศไปยังเมียนมาร์

Trending

Exit mobile version