สภาพอากาศ - Weather
ปภ. เตือนหน้าฝน! เช็กสายไฟในบ้านด่วน ลดเสี่ยงไฟไหม้
เนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน">เชียงราย – ช่วงฤดูฝนแบบนี้ หลายพื้นที่มักเผชิญกับพายุและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ตามมาคือความชื้นสูงและปัญหาน้ำรั่วซึมเข้าสู่ตัวบ้าน สถานการณ์นี้ถือว่าอันตรายมากหากน้ำไหลไปโดนปลั๊กไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงออกมาเตือนให้ทุกคนรีบเช็กระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่าหน้าฝนเป็นช่วงที่ต้องระวังภัยไฟไหม้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะบ้านเก่าที่มีอายุการใช้งานนานมักจะมีระบบไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้เจอกับความชื้นสะสมหรือน้ำฝนที่รั่วซึม จะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้ง่ายมาก ดังนั้น การหมั่นตรวจสอบความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- หน้าฝนเพิ่มความเสี่ยงไฟไหม้จากความชื้นและน้ำฝนรั่วซึมใส่เครื่องใช้ไฟฟ้า
- ห้ามซ่อมแซมสายไฟชำรุดเอง ควรเรียกช่างผู้ชำนาญมาตรวจสอบเบรกเกอร์และสายดิน
- หากเกิดไฟไหม้จากอุปกรณ์ไฟฟ้า ห้ามใช้น้ำสาดเด็ดขาด ให้ตัดไฟและรีบหนีทันที
วิธีเช็กระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยรับหน้าฝน
การป้องกันสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการสังเกตจุดต่างๆ ภายในบ้านของคุณเอง ลองเดินสำรวจสายไฟ ปลั๊กไฟ และเต้ารับว่ามีรอยแตก สายกรอบ หรือมีรอยไหม้หรือไม่ หากพบว่าปลั๊กหลวมหรือชำรุด ให้หยุดใช้งานทันทีและห้ามซ่อมแซมด้วยตัวเองอย่างเด็ดขาด ที่สำคัญ ควรจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ห่างจากหน้าต่างหรือจุดที่เสี่ยงต่อน้ำสาดกระเซ็น
อีกเรื่องที่ห้ามละเลยคือการใช้งานปลั๊กพ่วงอย่างถูกวิธีเพื่อป้องกันไฟเกิน คุณไม่ควรเสียบปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กำลังไฟสูงๆ พร้อมกันในเต้ารับเดียว หลีกเลี่ยงการนำปลั๊กพ่วงมาต่อซ้อนกันหลายชั้น เพราะจะทำให้เกิดความร้อนสะสมจนลุกลามเป็นเพลิงไหม้ได้ นอกจากนี้ เวลาจะหยิบจับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ต้องมั่นใจว่ามือและร่างกายของคุณแห้งสนิท
แม้เราจะป้องกันอย่างดีแล้ว แต่เหตุฉุกเฉินก็อาจเกิดขึ้นได้เสมอแบบไม่คาดคิด หากโชคร้ายเกิดไฟไหม้ที่มีสาเหตุมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งแรกที่ต้องจำให้แม่นคือห้ามตกใจ ข้อควรระวังสูงสุดคือ “ห้ามใช้น้ำสาดเพื่อดับไฟเด็ดขาด” เพราะน้ำเป็นสื่อนำไฟฟ้าและจะทำให้คุณถูกไฟดูดจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่คุณควรทำคือรีบสับคัทเอาท์หรือเบรกเกอร์เพื่อตัดกระแสไฟฟ้าในบ้านทันที จากนั้นให้รีบอพยพทุกคนในครอบครัวออกจากพื้นที่เกิดเหตุให้เร็วและปลอดภัยที่สุด เมื่ออยู่ในจุดที่ปลอดภัยแล้ว ให้รีบโทรแจ้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือเจ้าหน้าที่ดับเพลิง การให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการจะช่วยระงับเหตุได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยกว่า
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจเชียงรายจัดแข่งกีฬาปี 2569 มุ่งสานสัมพันธ์ทีม
อัปเดตการจราจรเชียงราย: เริ่มใช้กฎการกลับรถใหม่ 20 กันยายนนี้
สภาพอากาศ - Weather
เตือนด่วน 76 จังหวัดรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ฝนตกหนัก 18-20 ก.ย.
เนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน">เชียงราย – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศแจ้งเตือนภัยระดับสีเหลืองและสีส้ม ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 กันยายนนี้ การแจ้งเตือนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแบบจำลองสภาพอากาศชี้ตรงกันว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตเมืองและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าร่องมรสุมกำลังแรงกำลังพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศแปรปรวนนี้จะทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวเกือบทุกภูมิภาค ชาวบ้านในพื้นที่ลาดเชิงเขาต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ ขณะที่ชุมชนริมแม่น้ำสายหลักควรตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เฝ้าระวัง: ครอบคลุม 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีความเสี่ยงฝนตกสะสมตั้งแต่วันที่ 18-20 กันยายน
- ความเสี่ยงหลัก: เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำสำคัญ
- การสั่งการ: ปภ. ระดมเครื่องสูบน้ำและเรือท้องแบนประจำจุดเสี่ยง พร้อมเปิดสายด่วน 1784 รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือและอีสานเฝ้าระวังดินสไลด์ กรุงเทพฯ เสี่ยงน้ำขังรอระบาย
สถานการณ์ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือน่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากผืนดินในหลายอำเภออุ้มน้ำไว้เต็มพิกัดจากฝนสัปดาห์ก่อน หากมีฝนระลอกใหม่ตกลงมาซ้ำ พื้นที่ภูเขาจะสูญเสียความสามารถในการดูดซับน้ำ ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่ลำห้วยท้ายน้ำด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ประจำอุทยานแห่งชาติต่างๆ ได้รับคำสั่งให้ปิดแหล่งท่องเที่ยวประเภทน้ำตกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ปัญหาหลักคือฝนตกสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มักเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำ ท่อระบายน้ำหลักตามถนนสายสำคัญอาจเกิดน้ำท่วมขังผิวจราจร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน หน่วยงานท้องถิ่นได้เริ่มพร่องน้ำในคลองสายหลักและเตรียมเครื่องผลักดันน้ำไว้ล่วงหน้าแล้ว
วิเคราะห์สภาพอากาศ: ร่องมรสุมกำลังแรงตัวการฝนระลอกใหญ่
ข้อมูลล่าสุดจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อธิบายว่า ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ปัจจัยนี้ช่วยเติมเต็มความชื้นเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ตลอดเวลา เมื่อปะทะกับมวลอากาศเย็นจากตอนบน จึงกลั่นตัวกลายเป็นเมฆฝนขนาดใหญ่ปกคลุมประเทศไทยเกือบทั้งประเทศ
คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือและชาวประมงพื้นบ้านควรงดออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามแผนที่คาดการณ์ปริมาณฝนแบบเรียลไทม์ได้จากระบบเรดาร์ของทางราชการ
ประชาชนควรเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินที่บรรจุเอกสารสำคัญ ยารักษาโรค น้ำดื่มสะอาด และอาหารแห้งไว้ให้พร้อม ยกข้าวของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้น ที่สำคัญที่สุดคือการตัดสะพานไฟในชั้นล่างหากพบว่าระดับน้ำเริ่มท่วมเข้ามาในตัวบ้าน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว
หากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัยของ ปภ. ได้ที่หมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือส่งข้อความแจ้งพิกัดน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Line ทางการ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” เพื่อให้ทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ปภ. เตือนหน้าฝน! เช็กสายไฟในบ้านด่วน ลดเสี่ยงไฟไหม้
ยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด! แฉกลโกงใหม่แก๊งค้ายาภาคเหนือ
สภาพอากาศ - Weather
เตือนด่วน! พายุฝนถล่มภาคเหนือ เชียงรายอ่วม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
เนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน">เชียงราย – ชาวเหนือต้องเตรียมรับมือด่วน! วันนี้ (9 กันยายน 2569) สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยได้รับคำเตือนให้เตรียมรับมือฝนตกหนัก">ภาคเหนือของประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก หลายพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืด สิ่งนี้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ ที่อาจเกิดน้ำป่าและน้ำท่วมฉับพลันได้ทุกเมื่อ
จังหวัดเชียงรายถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบนี้ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ถนนบางสายเริ่มมีน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ยังมีจังหวัดใกล้เคียงอย่างเชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ และแม่ฮ่องสอน ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณเชิงเขาควรเตรียมพร้อมอพยพและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากความเสี่ยงของน้ำป่าไหลหลากยังคงอยู่ในระดับที่วิกฤตในช่วงเวลานี้
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักทั่วภาคเหนือ: พื้นที่ส่วนใหญ่เผชิญฝนฟ้าคะนอง 60-80% ของพื้นที่ โดยจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงรับศึกหนักที่สุด
- ระวังน้ำท่วมฉับพลัน: ทางการเตือนขั้นสูงสุดให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
- พยากรณ์อากาศ 5 วัน: แนวโน้มฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องจนถึงวันที่ 11 กันยายน ก่อนที่ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงในช่วงสุดสัปดาห์
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในเดือนกันยายนนี้ ถือเป็นช่วงที่ร่องมรสุมมีกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน สภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากทางการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล
พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 5 วัน (9 – 13 กันยายน 2569)
สำหรับพยากรณ์อากาศในช่วง 5 วันข้างหน้านี้ ประชาชนยังคงต้องพกร่มและระมัดระวังตัวเสมอ ในช่วงวันที่ 9 – 11 กันยายน ภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ ปริมาณฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตชุมชนและเส้นทางสัญจรหลัก ดังนั้นผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนถนนที่ลื่นและทัศนวิสัยย่ำแย่
จากข้อมูลพยากรณ์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 13 กันยายน สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย ปริมาณฝนในภาคเหนือตอนบนจะเริ่มลดลงเหลือร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 22 – 37 องศาเซลเซียส แม้ว่าปริมาณฝนจะน้อยลงในช่วงนี้ แต่ความเสี่ยงเรื่องดินสไลด์จากน้ำฝนสะสมก็ยังคงมีอยู่ จึงไม่ควรชะล่าใจอย่างเด็ดขาด
วิธีรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและคำแนะนำเบื้องต้น
ผลกระทบจากพายุฝนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเขตเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น พื้นที่ทางการเกษตรหลายแห่งในภาคเหนือก็เริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่ง เกษตรกรควรเร่งระบายน้ำและปกป้องผลผลิตเท่าที่ทำได้ เพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทางการได้เริ่มเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว
การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมต้องเริ่มต้นที่ความไม่ประมาท สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อมใช้งานเสมอ กระเป๋าใบนี้ควรมีน้ำดื่มสะอาด อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย และเอกสารสำคัญประจำตัว หากบ้านของคุณตั้งอยู่ในจุดเสี่ยงสูง ควรศึกษาเส้นทางอพยพและจุดปลอดภัยที่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้จัดเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า
นอกจากนี้ การสื่อสารภายในชุมชนก็เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในยามวิกฤต การคอยแจ้งเตือนข่าวสารและช่วยเหลือเพื่อนบ้าน จะช่วยให้ทุกคนสามารถรับมือกับภัยธรรมชาติได้ทันท่วงที ท้ายที่สุดนี้ ขอส่งกำลังใจให้ชาวภาคเหนือทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศนี้ไปได้อย่างราบรื่น อย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดีในช่วงฤดูฝนที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเช่นนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
โศกนาฏกรรม! ก้อนหินขนาดมหึมาหนัก 100 กิโลกรัม ร่วงหล่นทับรถกระบะ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิตคาที่
สภาพอากาศ - Weather
คำเตือนด่วน! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักสำหรับภาคเหนือ
เชียงราย -กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับที่ 5 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยระบุถึงพายุฝนที่จะพัดถล่มภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยตอนบน ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 7 กันยายน 2569 นี้
สาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย สถานการณ์นี้จะทำให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมสูงมาก ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤติน้ำท่วมได้
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด: 33 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก
- ช่วงเวลาเฝ้าระวัง: ตั้งแต่วันที่ 4-7 กันยายน 2569 อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและลุ่มต่ำ
- การเตรียมพร้อม: ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด
พื้นที่สีแดงและสีส้มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ในช่วงวันที่ 4-5 กันยายน จังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสานหลายแห่งถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงระดับสีแดง ตัวอย่างเช่น เชียงราย พะเยา น่าน บึงกาฬ และนครพนม พื้นที่เหล่านี้ต้องระวังน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด
ส่วนพื้นที่เสี่ยงระดับสีส้มหรือพื้นที่ฝนตกหนัก ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และอีกหลายจังหวัดในภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานคร ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำหรือลุ่มน้ำโขงต้องยกของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
พายุดีเปรสชัน “โซเดล” ที่เคยอยู่ในประเทศจีน ตอนนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่ความชื้นยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในภูมิภาคของเรา ทำให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกสถานการณ์ฝนตกแบบรายวัน
ในวันที่ 4 กันยายน จังหวัดที่ต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักมากในภาคเหนือคือ เชียงราย พะเยา และน่าน ส่วนภาคอีสานคือ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี พื้นที่เหล่านี้อาจเผชิญปริมาณน้ำฝนสะสมที่อันตราย
สำหรับวันที่ 5 กันยายน พื้นที่สีแดงจะขยับมาที่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู และขอนแก่น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สีส้มครอบคลุมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้คนกรุงต้องเตรียมอุปกรณ์กันฝนให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน
ภาคตะวันออกเช่น นครนายก จันทบุรี และตราด ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ผู้ที่สัญจรไปมาควรระมัดระวังอุบัติเหตุบนท้องถนน เนื่องจากวิสัยทัศน์ในการขับขี่อาจลดลงอย่างมากจากฝนที่ตกหนัก
การพยากรณ์อากาศช่วงปลายสัปดาห์
เมื่อเข้าสู่วันที่ 6 กันยายน ความรุนแรงของพายุฝนจะเริ่มกระจุกตัว พื้นที่สีแดงจะลดลงเหลือเพียง อุบลราชธานี และตราด แต่จังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานและภาคกลางตอนบนยังคงมีฝนตกหนักในระดับสีส้ม
ในวันที่ 7 กันยายน สถานการณ์โดยรวมจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ก็ยังมีฝนตกประปรายในหลายพื้นที่ เช่น ตาก พิษณุโลก สกลนคร และกาญจนบุรี ประชาชนยังไม่ควรนิ่งนอนใจจนกว่าจะพ้นช่วงเตือนภัย
ความปลอดภัยของตัวคุณและครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรก การเตรียมกระสอบทรายหรือย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เป็นมาตรการพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
การเตรียมตัวรับมือและช่องทางการติดตามข่าวสาร
การวางแผนการเดินทางในช่วงเวลานี้เป็นสิ่งสำคัญมาก คุณควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน หากไม่จำเป็นควรงดการเดินทางไกลไปในพื้นที่เสี่ยง
หน่วยงานภาครัฐได้แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถโทรสอบถามข้อมูลสายด่วนได้ที่เบอร์ 1182 หรือ 0-2399-4012-13 เจ้าหน้าที่จะคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในครั้งนี้อย่างเต็มที่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นบาร์คาราโอเกะแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย พบเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ภายใน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoกฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoครอบครัวช็อก! เด็กชายกลุ่มหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoโจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเฉลิมชัย ศิลปินชาวเชียงราย บริจาคเงิน 1.18 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาล


