สภาพอากาศ - Weather
คำเตือนด่วน! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักสำหรับภาคเหนือ
เชียงราย -ฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้">กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับที่ 5 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยระบุถึงพายุฝนที่จะพัดถล่มประเทศไทยตอนบน ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 4 ถึง 7 กันยายน 2569 นี้
สาเหตุหลักมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย สถานการณ์นี้จะทำให้หลายพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมสูงมาก ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤติน้ำท่วมได้
ประเด็นสำคัญ
- พื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุด: 33 จังหวัดในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ต้องระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก
- ช่วงเวลาเฝ้าระวัง: ตั้งแต่วันที่ 4-7 กันยายน 2569 อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาและลุ่มต่ำ
- การเตรียมพร้อม: ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วมขัง และติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด
พื้นที่สีแดงและสีส้มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ในช่วงวันที่ 4-5 กันยายน จังหวัดในภาคเหนือและภาคอีสานหลายแห่งถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงระดับสีแดง ตัวอย่างเช่น เชียงราย พะเยา น่าน บึงกาฬ และนครพนม พื้นที่เหล่านี้ต้องระวังน้ำป่าไหลหลากอย่างใกล้ชิด
ส่วนพื้นที่เสี่ยงระดับสีส้มหรือพื้นที่ฝนตกหนัก ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และอีกหลายจังหวัดในภาคกลางรวมถึงกรุงเทพมหานคร ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำหรือลุ่มน้ำโขงต้องยกของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
พายุดีเปรสชัน “โซเดล” ที่เคยอยู่ในประเทศจีน ตอนนี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว แต่ความชื้นยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในภูมิภาคของเรา ทำให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
เจาะลึกสถานการณ์ฝนตกแบบรายวัน
ในวันที่ 4 กันยายน จังหวัดที่ต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักมากในภาคเหนือคือ เชียงราย พะเยา และน่าน ส่วนภาคอีสานคือ บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี พื้นที่เหล่านี้อาจเผชิญปริมาณน้ำฝนสะสมที่อันตราย
สำหรับวันที่ 5 กันยายน พื้นที่สีแดงจะขยับมาที่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู และขอนแก่น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สีส้มครอบคลุมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้คนกรุงต้องเตรียมอุปกรณ์กันฝนให้พร้อมก่อนออกจากบ้าน
ภาคตะวันออกเช่น นครนายก จันทบุรี และตราด ก็ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ผู้ที่สัญจรไปมาควรระมัดระวังอุบัติเหตุบนท้องถนน เนื่องจากวิสัยทัศน์ในการขับขี่อาจลดลงอย่างมากจากฝนที่ตกหนัก
การพยากรณ์อากาศช่วงปลายสัปดาห์
เมื่อเข้าสู่วันที่ 6 กันยายน ความรุนแรงของพายุฝนจะเริ่มกระจุกตัว พื้นที่สีแดงจะลดลงเหลือเพียง อุบลราชธานี และตราด แต่จังหวัดอื่นๆ ในภาคอีสานและภาคกลางตอนบนยังคงมีฝนตกหนักในระดับสีส้ม
ในวันที่ 7 กันยายน สถานการณ์โดยรวมจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ก็ยังมีฝนตกประปรายในหลายพื้นที่ เช่น ตาก พิษณุโลก สกลนคร และกาญจนบุรี ประชาชนยังไม่ควรนิ่งนอนใจจนกว่าจะพ้นช่วงเตือนภัย
ความปลอดภัยของตัวคุณและครอบครัวต้องมาเป็นอันดับแรก การเตรียมกระสอบทรายหรือย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง เป็นมาตรการพื้นฐานที่ทุกคนสามารถทำได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
การเตรียมตัวรับมือและช่องทางการติดตามข่าวสาร
การวางแผนการเดินทางในช่วงเวลานี้เป็นสิ่งสำคัญมาก คุณควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สิน หากไม่จำเป็นควรงดการเดินทางไกลไปในพื้นที่เสี่ยง
หน่วยงานภาครัฐได้แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถโทรสอบถามข้อมูลสายด่วนได้ที่เบอร์ 1182 หรือ 0-2399-4012-13 เจ้าหน้าที่จะคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศในครั้งนี้อย่างเต็มที่
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
ตำรวจบุกตรวจค้นบาร์คาราโอเกะแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย พบเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ภายใน
สภาพอากาศ - Weather
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้
เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับล่าสุด เตือนประชาชนทั่วประเทศให้เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกัน 8 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 25 ตุลาคม
คลื่นฝนรอบใหม่นี้จะเริ่มสร้างผลกระทบต่อภาคใต้และภาคตะวันออกก่อนเป็นกลุ่มแรก จากนั้นมวลฝนจะแผ่กระจายตัวเข้าสู่ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในระยะถัดไป ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
ประเด็นสำคัญ
- เฝ้าระวังฝนตกหนัก 8 วันรวด: ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 18–25 ตุลาคม เริ่มต้นจากภาคใต้และภาคตะวันออก ก่อนลามเข้าสู่ภาคกลางและกรุงเทพฯ
- เสี่ยงภัยน้ำท่วมและดินถล่ม: พื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และชุมชนที่ลุ่มต่ำต้องเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินสไลด์
- คลื่นลมในทะเลรุนแรง: บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงเกิน 3 เมตรในจุดที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือต้องระมัดระวังและควรงดเดินเรือในจุดเสี่ยง
เปิดไทม์ไลน์ฝนถล่ม 2 ช่วงสำคัญ
การพยากรณ์อากาศระบุชัดเจนว่า สภาพอากาศแปรปรวนรอบนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ ช่วงแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 ตุลาคม โดยภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่
ช่วงที่สองจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 ตุลาคม โดยร่องมรสุมจะขยับตัวขึ้นทางเหนือ ส่งผลให้ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รวมถึงภาคใต้ตอนบน มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับลมกระโชกแรงในบางจุด
กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มระวังอันตรายจากปริมาณน้ำฝนสะสม เพราะปริมาณน้ำที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องอาจระบายไม่ทันจนเกิดน้ำล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซากเพื่อความปลอดภัย
ปัจจัยสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนมรสุม
เบื้องหลังของสภาพอากาศแปรปรวนยาวนานในครั้งนี้ เกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ผสานกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง
ขณะเดียวกัน มวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ การปะทะกันของมวลอากาศต่างชนิดส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศทั่วประเทศไทย
สภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าวยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อคลื่นลมในทะเล โดยเฉพาะในจุดที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งคลื่นอาจยกตัวสูงเกินกว่า 3 เมตรอย่างฉับพลัน ชาวประมงและผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ
พื้นที่เฝ้าระวังรายภาคและข้อควรปฏิบัติ
สำหรับสถานการณ์ฝนรายภูมิภาค ภาคใต้ถือเป็นพื้นที่รับศึกหนักที่สุด โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ซึ่งคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองครอบคลุมถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่
ขณะที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ถึง 20 ของพื้นที่ โดยยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าทางตอนบนของภาค
เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจาก กรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และวางแผนเส้นทางสัญจรเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากน้ำท่วมขังบนผิวจราจร
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
สภ.พาน จัดยิ่งใหญ่วันตำรวจ 69 ชูเกียรติยศและขวัญกำลังใจ
เปิดแล้ว! บ้านลำดวน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บริหารงานโดยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
สภาพอากาศ - Weather
เตือนฉบับ 5! อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วม
เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยตอนบนจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ความรุนแรงของสภาพอากาศจะเริ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันที่ 4 ตุลาคม หลังจากนั้นกลุ่มฝนและลมแรงจะขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม ทางการได้เน้นย้ำให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ง่าย
ประเด็นสำคัญ
-
สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง: ประเทศไทยตอนบนต้องเตรียมพร้อมรับมือพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569
-
ผลกระทบกระจายตัวตามภูมิภาค: เริ่มจากภาคเหนือและอีสาน ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และภาคใต้ตามลำดับ
-
เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน: ฝนที่ตกหนักและสะสมอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณเชิงเขา
สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณเชิงเขา ความเสี่ยงที่น้ำจะระบายไม่ทันนั้นมีสูงมาก ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรตรวจสอบสิ่งของมีค่าและเตรียมเคลื่อนย้ายขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ การขับขี่บนท้องถนนในช่วงที่ฝนตกหนักต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพถนนที่ลื่นและทัศนวิสัยจะลดลงอย่างมาก
ในช่วงที่เกิดลมกระโชกแรง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง หรือการยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง หากคุณต้องเดินทางออกนอกบ้าน อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอ การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
การรับมือฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และภาคใต้
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมรับมือกับฝนตกหนักที่จะมาเยือนในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคมนี้ ปัญหาน้ำท่วมขังบนผิวจราจรอาจทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การเผื่อเวลาในการเดินทางและใช้ระบบขนส่งสาธารณะอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติดสะสม
หลังจากที่พายุเคลื่อนผ่านภาคกลางแล้ว สภาพอากาศแปรปรวนจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคใต้ในวันที่ 7 ตุลาคม นอกจากนี้ พื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม ชาวเรือและผู้ที่ทำงานนอกชายฝั่งควรตรวจสอบสภาพคลื่นลมก่อนออกเรือทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
หน่วยงานภาครัฐได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง คุณสามารถติดตามการอัปเดตสภาพอากาศล่าสุดและประกาศเตือนภัยต่างๆ ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา การเตรียมพร้อมที่ดีและการตื่นตัวอยู่เสมอจะช่วยให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รัฐเปิด Traffy Fondue ซ่อมฟรี 7 จังหวัด ฟื้นฟูหลังน้ำลด
วิกฤตน้ำท่วมไทยทำพิษ! ราคาผัก หมู ไก่พุ่ง ค่าขนส่งทะยาน
สภาพอากาศ - Weather
เตือนภัยพายุฝน! เตรียมรับมือฝนตกหนักทั่วไทยถึง 27 ก.ย.
เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนภัยเรื่องสภาพอากาศแปรปรวนในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ประชาชนในหลายพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงสัปดาห์นี้ ประกาศเตือนภัยฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ดังนั้นทุกคนควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 คาดว่าจะมีฝนพัดถล่มในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวมถึงภาคเหนือ ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ กรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑลก็จะเจอกับฝนตกหนักเช่นเดียวกัน ซึ่งบางพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักถึงหนักมากครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569
- พื้นที่เสี่ยงหลักครอบคลุมภาคเหนือ อีสานตอนล่าง กลาง (รวมกรุงเทพฯ) ตะวันออก และใต้
- ประชาชนควรเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและตรวจสอบข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ
การเตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงภัย
สภาพอากาศที่รุนแรงในครั้งนี้เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองและปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากในหลายจังหวัด ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณใกล้ทางน้ำไหลผ่านต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากคุณอยู่ในจุดเสี่ยง ควรเริ่มเก็บสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงตั้งแต่ตอนนี้
หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้เริ่มปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและวางแนวกระสอบทรายตามจุดสำคัญต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังได้เตรียมกำลังพลสแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันที
สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน คุณควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้นในช่วงนี้ ฝนที่ตกหนักทำให้ถนนลื่นและลดทัศนวิสัยในการมองเห็นอย่างรุนแรง หากไม่จำเป็นจริงๆ ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพื่อป้องกันอันตรายและปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้อง
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ประชาชนติดตามรายงานสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด คุณสามารถเข้าไปเช็คข้อมูลล่าสุดได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา ตลอดเวลา การได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วจะช่วยให้คุณและครอบครัววางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในส่วนของเกษตรกร ควรเร่งหาแนวทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับพืชผล พืชผลทางการเกษตรที่ใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวอาจเน่าเสียได้หากเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน การเตรียมทางระบายน้ำที่ดีในพื้นที่เพาะปลูกจะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้มาก
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การตากฝนอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นไข้หวัดได้ง่าย อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้านในระยะนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
พบแล้ว! ชายที่หลงป่าเชียงรายเป็นเวลา 3 วันรอดชีวิตมาได้ แต่เหนื่อยล้ามาก
น่าตกใจ! พบระเบิดมือผูกติดอยู่กับประตูโกดังในจังหวัดเชียงราย คาดว่าเป็นการข่มขู่
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago
คำเตือน! มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและข่มขู่เด็กนักเรียนผ่านวิดีโอคอล
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
เด็กเชียงรายคว้าแชมป์คิดเลขเร็ว เตรียมลุยญี่ปุ่น
-
สุขภาพและการแพทย์ Health7 days ago
เปิดแล้ว! บ้านลำดวน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บริหารงานโดยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
-
ข่าว - News5 days ago
ระทึก! SUV พุ่งชนยับแยกโพธิสาร พัทยา บาดเจ็บ 7 ราย

