เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจบุกตรวจค้นบาร์คาราโอเกะแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย พบเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีอยู่ภายใน
000 บาท">เชียงราย – เมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 4 กันยายน 2569 ชุดปฏิบัติการพิเศษจังหวัดเชียงราย ได้เปิด “ปฏิบัติการเชียงรายฟ้าใส” เข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในตำบลนางแล อำเภอเมือง เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่าร้านดังกล่าวเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการลักลอบนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาทำงานให้บริการและปรนนิบัติลูกค้าในร้าน การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการตอบสนองนโยบายการจัดระเบียบสังคมและมุ่งเน้นปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง
ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปใช้บริการเพื่อรวบรวมหลักฐานให้รัดกุม สายลับพบว่ามีพนักงานหญิงคอยให้บริการลูกค้าอยู่จริง และมีเยาวชนรวมอยู่ด้วย เมื่อถึงเวลาเข้าตรวจค้น ทางร้านพยายามตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการปิดไฟ ปิดเพลง และนำสแลนมาบังไว้เพื่อทำเหมือนว่าร้านปิดแล้ว แต่เมื่อบุกเข้าไปด้านใน กลับพบว่ายังมีลูกค้าดื่มกินอยู่ในห้อง VIP และโต๊ะด้านนอกตามปกติ
สรุปประเด็นสำคัญ
- เจ้าหน้าที่บุกทลายร้านคาราโอเกะเถื่อนในเชียงรายที่ลอบเปิดเกินเวลา และไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ
- พบเยาวชนหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานนั่งดริ้งค์จำนวน 4 คน โดยอายุน้อยที่สุดเพียง 16 ปี
- พบเด็กหญิงอายุ 14 ปี นั่งรอรับพี่สาววัย 17 ปีที่ทำงานในร้าน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำตัวไปคุ้มครองความปลอดภัยทันที
ผงะ! พบเด็ก 14 นั่งรอพี่สาวในสถานที่อโคจร
จากการตรวจสอบพนักงานหญิงทั้งหมด 10 คน เจ้าหน้าที่พบว่าเป็นเด็กอายุไม่ถึง 18 ปี จำนวน 4 คน โดยแบ่งเป็นเด็กอายุ 16 ปี 2 คน และ 17 ปี 2 คน สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตกใจคือ พบเด็กหญิงอายุเพียง 14 ปี นั่งอยู่บริเวณหน้าร้านในเวลาหลังเที่ยงคืน เมื่อสอบถามจึงทราบว่ามารอรับพี่สาววัย 17 ปีที่ทำงานอยู่ที่ร้านนี้ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจึงต้องรีบนำตัวเด็ก 14 ปี ไปคุ้มครองชั่วคราว เพราะเป็นเวลาและสถานที่ที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับเด็กวัยนี้
สำหรับการจ้างงาน เจ้าของร้านรับสารภาพว่าให้เด็กสลับกันมาทำงานเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของตำรวจ ทางร้านจ้างงานเป็นรายวันและให้ส่วนแบ่งจากค่าเครื่องดื่ม หากเริ่มงานเวลา 18.30 น. จะได้ค่าแรง 100 บาท และได้ค่าดริ้งค์อีก 100 บาท โดยลูกค้าต้องจ่ายค่าดริ้งค์ชั่วโมงละ 150 บาท ร้านจะหักเก็บไว้ 50 บาท และให้พนักงาน 100 บาท แต่หากมาทำงานสายกว่าที่กำหนด เด็กจะไม่ได้รับค่าแรงรายวัน จะได้เพียงค่าดริ้งค์เท่านั้น
แจ้ง 5 ข้อหาหนัก จ่อคัดแยกเหยื่อค้ามนุษย์
หลังจากรวบรวมหลักฐานแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้จัดการร้านเพื่อดำเนินคดี โดยตั้งข้อหาที่ร้ายแรง 5 ข้อหา ข้อหาแรกคือการประกอบกิจการสถานบันเทิงโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี ข้อหาอื่นๆ ได้แก่ การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่อนุญาต และการละเมิดพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กฐานยุยงให้เด็กมีพฤติกรรมเสี่ยง
นอกจากนี้ ยังมีข้อหาตามกฎหมายแรงงานที่สำคัญอีก 2 ข้อหา ได้แก่ การจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยไม่แจ้งพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน และการให้เด็กทำงานในเวลากลางคืน (22.00 – 06.00 น.) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 6 เดือน ขั้นตอนต่อไป เจ้าหน้าที่จะร่วมกับทีมสหวิชาชีพเพื่อสัมภาษณ์พนักงานหญิงทั้งหมด หากพบว่าเข้าข่ายถูกบังคับหรือแสวงหาประโยชน์ จะถือว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และต้องเข้าสู่กระบวนการเยียวยาต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
เทศกาลแกว่งไกวอาข่าเชียงราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขา
เชียงราย - Chiang Rai News
จังหวัดเชียงรายเปิดตัวโครงการสะพานลอยแม่เขาตม มูลค่า 329 ล้านบาท
000 บาท">เชียงราย – กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดเชียงราย เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่สะสมมานาน ล่าสุดได้ผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกแม่ข้าวต้ม บนถนนสาย ชร.1023 ตำบลแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ทางหน่วยงานได้จัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม โดยมีนายชินกรณ์ บั้งเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล นำทีมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โครงการก่อสร้างนี้ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของพื้นที่ โดยมีงบประมาณสนับสนุนสูงถึง 329,784,000 บาท ทางโครงการได้ตกลงว่าจ้าง บริษัท ธนะวงศ์กรุ๊ป จำกัด ให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างหลัก สัญญาการทำงานได้เริ่มต้นขึ้นแล้วและมีกำหนดแล้วเสร็จในวันที่ 16 มกราคม 2572 การเปิดเวทีพูดคุยครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย
ประเด็นสำคัญ
- โครงการสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 329 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในช่วงต้นปี 2572
- มีการลงนาม “ข้อตกลงคุณธรรม” เพื่อรับประกันความโปร่งใส โดยเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมตรวจสอบการทำงานได้ทุกขั้นตอน
- เป้าหมายหลักของโครงการคือการแก้ปัญหาจราจรติดขัด ช่วยให้การเดินทางในเมืองเชียงรายรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้แตกต่างจากงานก่อสร้างทั่วไป คือการให้ความสำคัญกับความโปร่งใสอย่างสูงสุด ภายในงานประชุมได้มีการจัดทำ “บันทึกข้อตกลงคุณธรรม” ขึ้นระหว่างสามฝ่ายหลัก ฝ่ายแรกคือบริษัทผู้รับจ้างที่ให้คำมั่นว่าจะทำงานตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด พวกเขาต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย จัดการจราจรระหว่างการทำงาน และลดผลกระทบต่อชุมชนให้น้อยที่สุด ฝ่ายที่สองคือประชาชนในพื้นที่ที่จะเข้ามาเป็นหูเป็นตา ช่วยติดตามและเสนอแนะแนวทางที่เหมาะสม

อบต.แม่ข้าวต้ม หนุนเต็มที่เพื่อประโยชน์ชุมชน
สำหรับฝ่ายที่สามคือ กรมทางหลวงชนบท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลการก่อสร้างทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎระเบียบ การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการนี้จะช่วยให้โครงการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างราบรื่น การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวบ้าน ว่างบประมาณแผ่นดินจะถูกใช้อย่างคุ้มค่า
ทางด้านองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม ก็พร้อมให้การสนับสนุนโครงการก่อสร้างนี้อย่างเต็มที่ นายชินกรณ์ บั้งเงิน ยืนยันว่าทางชุมชนยินดีให้ความร่วมมือภายใต้หลักการมีส่วนร่วม การให้ชาวบ้านเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น จะช่วยป้องกันปัญหาข้อขัดแย้งในอนาคต ทำให้การทำงานสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง
เมื่อสะพานข้ามแยกแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเดินทางในจังหวัดเชียงราย ผู้ใช้รถใช้ถนนจะสามารถสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาคอขวดบริเวณทางแยกได้อย่างชะงัด นับเป็นโครงการพัฒนาที่ไม่ได้เน้นแค่ความเจริญทางวัตถุ แต่ยังใส่ใจคุณภาพชีวิตของชาวบ้านและรักษามาตรฐานการทำงานที่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็นอ่างรับมลพิษจากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย
เชียงราย - Chiang Rai News
จบดราม่า! ผู้โพสต์ข้อความพาดพิงตำรวจจราจร สภ.บ้านดู่ เข้ากราบขอโทษ พร้อมรับปากไม่ทำซ้ำ
000 บาท">เชียงราย – เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลบ้านดู่ จังหวัดเชียงราย กรณีมีบุคคลโพสต์ข้อความพาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ข้อความดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ดูแลการจราจรและความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่มีรถสัญจรหนาแน่นตลอดทั้งวัน เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุดเหตุการณ์ความขัดแย้งนี้จบลงด้วยความเข้าใจอันดี เมื่อผู้โพสต์ตัดสินใจเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ด้วยตัวเอง ชายคนดังกล่าวได้แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งกล่าวคำขอโทษต่อเจ้าพนักงานอย่างเป็นทางการ เขายอมรับว่าทำไปเพราะความอารมณ์ชั่ววูบและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมรับปากอย่างหนักแน่นว่าจะระมัดระวังและไม่ให้เกิดเหตุการณ์พาดพิงในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
สรุปประเด็นสำคัญ
- เกิดกระแสดราม่า: มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์โพสต์ข้อความเชิงลบ พาดพิงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ขณะกำลังดูแลการจราจร
- จบด้วยความเข้าใจ: เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้โพสต์ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกล่าวขอโทษ และสัญญาว่าจะไม่ทำพฤติกรรมนี้อีก
- ตำรวจเปิดกว้าง: เจ้าหน้าที่ขอให้ประชาชนสอบถามข้อมูลโดยตรง หากมีข้อสงสัย เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์
บทเรียนจากโลกโซเชียลสู่การแก้ปัญหาในโลกความจริง
พื้นที่ตำบลบ้านดู่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและมีชุมชนหนาแน่น ทำให้การจราจรในบางช่วงเวลาค่อนข้างติดขัด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในวันนั้น เป็นการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุ แน่นอนว่าการใช้ถนนในชั่วโมงเร่งด่วนมักทำให้ผู้ขับขี่เกิดความหงุดหงิดได้ง่าย จนบางครั้งนำไปสู่การพิมพ์ข้อความระบายอารมณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อย่างไรก็ตาม การโพสต์ข้อความที่กระทบกระทั่งเจ้าพนักงาน ย่อมส่งผลเสียต่อความรู้สึกของผู้ปฏิบัติงานเสมอ
เมื่อผู้โพสต์ได้พูดคุยอย่างเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็เข้าใจถึงข้อจำกัดและเจตนาที่แท้จริงของตำรวจในการรักษาความปลอดภัย บรรยากาศระหว่างการสนทนาเป็นไปอย่างประนีประนอมและเป็นมิตร
สภ.บ้านดู่ ย้ำชัด พร้อมเปิดรับฟังทุกปัญหาของประชาชน
ทางด้านตัวแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ได้ออกมากล่าวขอบคุณประชาชนส่วนใหญ่ ที่ให้ความสำคัญและเข้าใจความเหนื่อยยากของการทำงาน พวกเขายืนยันว่าตำรวจคือที่พึ่งของประชาชนและพร้อมรับฟังทุกความคิดเห็น หากใครมีข้อสงสัยหรือรู้สึกไม่เข้าใจเกี่ยวกับการตั้งจุดตรวจหรือจัดการจราจร เจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีให้คำอธิบายอย่างตรงไปตรงมาเสมอ
นอกจากนี้ ทางสถานีตำรวจยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ในการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างระมัดระวัง การตั้งคำถามสามารถทำได้ แต่ควรประสานงานหรือสอบถามกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องที่สุด หากชุมชนและเจ้าหน้าที่ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยความเข้าใจ สังคมในพื้นที่ก็จะปลอดภัยและน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
ระทึกขวัญ! อดีตผัวหึงโหด ขับเก๋งพุ่งชนท้าย จยย. อดีตเมีย ลากไกล 200 เมตร
เชียงราย - Chiang Rai News
ตำรวจแม่สายบุกยึดคีตามีนล็อตใหญ่ 410 กิโลกรัม ซุกป่าชายแดนเชียงราย
เชียงราย – เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย ได้สร้างผลงานชิ้นสำคัญในการปราบปรามยาเสพติด โดยสามารถตรวจยึดคีตามีนน้ำหนักมหาศาลกว่า 410 กิโลกรัมได้สำเร็จ ยาเสพติดล็อตใหญ่นี้ถูกลักลอบนำมาซุกซ่อนอยู่ในกระสอบสีดำ และถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณป่าข้างทางของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองได้รับเบาะแสสำคัญ ว่าจะมีการขนยาเสพติด">ลักลอบขนยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย จุดเกิดเหตุคือบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านจ้อง หมู่ 1 ตำบลโป่งผา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักมีการลักลอบลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายอยู่เป็นประจำ
ประเด็นสำคัญ
- ยึดของกลางล็อตใหญ่: ตำรวจสามารถยึดคีตามีนบรรจุในกระสอบดำได้ถึง 17 กระสอบ น้ำหนักรวมกว่า 410 กิโลกรัม
- คนร้ายไหวตัวทัน: เจ้าหน้าที่พบเพียงรอยเท้าของกลุ่มผู้ลักลอบขนยาเสพติด แต่ไม่พบตัวผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ
- เดินหน้าขยายผล: ของกลางถูกส่งไปตรวจสอบที่ สภ.แม่สาย เพื่อเร่งหาตัวการใหญ่และทลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ
เบื้องหลังเส้นทางลักลอบขนยาเสพติด
อำเภอแม่สายถือเป็นพื้นที่ชายแดนที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย และมักถูกใช้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติมักอาศัยความมืดและสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าทึบ เพื่อหลบเลี่ยงการลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่รัฐ
คีตามีน หรือที่วัยรุ่นมักเรียกกันว่า “ยาเค” ถือเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดอย่างหนัก หากยาเสพติดล็อตใหญ่นี้หลุดรอดเข้าไปในเมืองหลวง จะสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างมหาศาล
ปฏิบัติการค้นหาท่ามกลางความมืด
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และ พ.ต.อ.จิรภาส ศักดิ์สูง เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับแจ้งข่าว ชุดสืบสวนต้องทำงานอย่างรัดกุมและระมัดระวัง เพื่อป้องกันการปะทะกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่อาจมีอาวุธ
เมื่อทีมเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณป่าข้างทางตามที่ได้รับแจ้ง พวกเขาได้สังเกตเห็นกระสอบสีดำต้องสงสัยจำนวน 17 ใบ วางซุกซ่อนอำพรางอยู่ใต้พุ่มไม้ จากการเปิดตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าภายในบรรจุยาคีตามีนทั้งหมด จึงได้ทำการบันทึกภาพและตรวจยึดไว้เป็นหลักฐานทันที
แกะรอยล่าตัวขบวนการค้ายาข้ามชาติ
แม้ว่าในที่เกิดเหตุจะไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของ แต่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมร่องรอยสำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะรอยเท้าจำนวนมากที่พบในบริเวณโดยรอบ ร่องรอยเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการติดตามตัวกลุ่มผู้ลักลอบขนยามาลงโทษ
ปัจจุบัน ยาเสพติดของกลางทั้งหมดได้ถูกส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ เพื่อถอนรากถอนโคนเครือข่ายนี้ต่อไป ผู้อ่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สยามรัฐออนไลน์
ประเด็นสำคัญ
วิกฤตแม่น้ำโขง: เมื่อเชียงรายเสี่ยงกลายเป็น อ่างรับมลพิษจากเขื่อนยักษ์ขนาบหัวท้าย
เชียงรายชู บ้านห้วยทรายขาว เปิดการท่องเที่ยวชุมชนสุดปัง สัมผัสวิถีชีวิตแบบลงมือทำจริง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days agoเหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
-
ข่าวกีฬา Sports4 days agoเชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเดือดชายแดน! ตำรวจเชียงรายไล่ล่าระทึก สกัดจับแก๊งขนยาบ้า 2.8 ล้านเม็ด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoแพทย์สารภาพว่าเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุทางรถยนต์สุดสยองที่คร่าชีวิตนักเรียน 2 คนในจังหวัดเชียงราย




