Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

เชียงราย - Chiang Rai News

ระทึก! ตำรวจเชียงแสนไล่ล่าแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม ซุกเต็มรถหรู

Naree Srisuk

Published

on

ระทึก! ตำรวจเชียงแสนไล่ล่าแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม ซุกเต็มรถหรู

เชียงราย – เหตุการณ์สุดระทึกขวัญนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อตำรวจต้องขับรถสกัดจับยาเสพติด">ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เจ้าหน้าที่สายตรวจจากตู้ยามบ้านด้าย สังกัดสถานีตำรวจภูธรเชียงแสน ได้เรียกตรวจรถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่ง แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหนีไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการขับรถไล่ล่าอย่างดุเดือดบนถนนสายรอง ถนนเส้นนี้เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอแม่สายและอำเภอแม่จัน

การขับรถไล่กวดหลบหนีสิ้นสุดลง เมื่อรถยนต์คันดังกล่าวเลี้ยวเข้าไปจอดทิ้งไว้ในลานจอดรถแห่งหนึ่ง คนในรถอาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่ วิ่งหลบหนีหายไปได้อย่างหวุดหวิด เมื่อตำรวจเข้าทำการตรวจสอบภายในรถ ก็ต้องตกตะลึงอย่างมาก เพราะพบยาไอซ์จำนวนมหาศาลซ่อนอยู่ นี่คือการจับกุมครั้งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ช่วยสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมาก ไม่ให้ทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศไทย

ประเด็นสำคัญ

  • การไล่ล่าสุดระทึก: ตำรวจ สภ.เชียงแสน ขับรถไล่กวดรถยนต์ต้องสงสัย ที่พยายามขับหลบหนีการตรวจค้นอย่างดุเดือด
  • ยึดของกลางล็อตใหญ่: เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาไอซ์น้ำหนักกว่า 600 กิโลกรัม ถูกซุกซ่อนอยู่ในกระสอบ 30 ใบ ท้ายรถอเนกประสงค์
  • รวบผู้ต้องสงสัยทันควัน: ล่าสุดตำรวจสามารถตามจับกุมชายวัย 24 ปีได้ในสวนของชาวบ้าน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุเพียงแค่ 1 กิโลเมตร

เหตุการณ์ระทึกขวัญนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงดึกของวันที่ 21 สิงหาคม 2569 โดยพันตำรวจเอก อนุพันธ์ กันถารัตน์ ผู้กำกับการ สภ.เชียงแสน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราพื้นที่อย่างเข้มงวด ระหว่างที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ตำรวจได้พบรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ป้ายทะเบียนจังหวัดเชียงราย ขับผ่านมาในลักษณะที่มีพิรุธน่าสงสัย รถคันนี้กำลังมุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่จัน เพื่อเป็นเส้นทางผ่านเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สัญญาณหยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น คนขับรถกลับมีท่าทีตื่นตระหนกตกใจอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นคนขับได้เหยียบคันเร่ง พุ่งทะยานหลบหนีการจับกุมไปอย่างรวดเร็ว ตำรวจจึงรีบวิทยุแจ้งสกัดจับ และขับรถไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิดในทันที สถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้น เมื่อรถของผู้ต้องสงสัยเลี้ยวเข้าไปซ่อนตัวในลานจอดรถบ้านด้าย ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน

ระทึก! ตำรวจเชียงแสนไล่ล่าแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม ซุกเต็มรถหรู

ตะลึง! ยาไอซ์ 600 กิโลกรัม ซุกในกระสอบฟาง

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถตามมาถึงจุดที่จอดรถทิ้งไว้ได้อย่างรวดเร็ว แต่กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เปิดประตูรถ แล้ววิ่งหลบหนีหายไปในความมืดเสียแล้ว เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ และเข้าตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือกระสอบฟางจำนวนมากถึง 30 ใบ ถูกอัดแน่นอยู่เต็มคันรถ ซึ่งดูผิดสังเกตและน่าสงสัยอย่างมาก

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการเปิดกระสอบออกดู ก็พบว่าข้างในมีถุงพลาสติกสุญญากาศสีฟ้า บรรจุอยู่เป็นจำนวนมาก ถุงเหล่านี้มีตราประทับรูปเรือสำเภาทอง 888 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่มักพบในวงการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เมื่อตำรวจลองแกะถุงออกเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด จึงพบว่ามันคือยาไอซ์ น้ำหนักรวมทั้งหมดมีมากถึง 600 กิโลกรัม  สถานีตำรวจเชียงแสน

ของกลางทั้งหมดถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานและส่งมอบให้แก่ พล.ต.ท. อิทธิพล นิติจรษัตรมรงค์ รองผู้บังคับการสถานีตำรวจเชียงแสน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป การยึดยาเสพติดครั้งใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในการป้องกันยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้ก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคมไทย

ระทึก! ตำรวจเชียงแสนไล่ล่าแก๊งค้ายาข้ามชาติ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 600 กิโลกรัม ซุกเต็มรถหรู

รวบผู้ต้องสงสัย ซ่อนตัวในสวนชาวบ้าน

หลังจากการตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ตำรวจยังคงกระจายกำลังออกค้นหาผู้หลบหนีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จนกระทั่งมีรายงานล่าสุดแจ้งเข้ามาว่า เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 ราย ชายคนดังกล่าวแอบซ่อนตัวอยู่ภายในสวนของชาวบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบรถยนต์จอดทิ้งไว้เพียงแค่ 1 กิโลเมตรเท่านั้น

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อต่อมาคือ นายภานุพงศ์ อายุ 24 ปี เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวชายคนดังกล่าวไปสอบปากคำอย่างละเอียด ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่า เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนยาไอซ์ล็อตใหญ่นี้หรือไม่ และจะทำการขยายผลเพื่อกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้ให้สิ้นซากต่อไปในอนาคต

ปฏิบัติการจับกุมในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของตำรวจไทย ในการปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง การทำงานที่รวดเร็วและมีไหวพริบของเจ้าหน้าที่ตู้ยามบ้านด้าย นำไปสู่การสกัดจับครั้งสำคัญระดับประเทศ ประชาชนในพื้นที่ต่างรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยมากขึ้น เมื่อได้เห็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเอาจริงเอาจังขนาดนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เหตุการณ์สกัดจับยาเสพติดครั้งนี้เกิดขึ้นที่ไหน?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถไล่ล่าผู้ต้องสงสัย ไปจนถึงบริเวณลานจอดรถบ้านด้าย ตำบลศรีดอนมูล

ตำรวจสามารถยึดยาเสพติดชนิดใด และมีจำนวนเท่าไหร่?

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถยึดยาไอซ์ได้ทั้งหมดจำนวน 600 กิโลกรัม ซึ่งยาเสพติดทั้งหมดถูกซุกซ่อนอยู่ในกระสอบฟางจำนวน 30 ใบ บริเวณท้ายรถอเนกประสงค์สีดำ

ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้หรือไม่?

ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวชายต้องสงสัยวัย 24 ปีได้ 1 คน ขณะที่เขากำลังซ่อนตัวอยู่ในสวนของชาวบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ลาวส่งตัวผู้อพยพชาวไทยผิดกฎหมาย 7 คนกลับไปยังเชียงราย

น้ำท่วมน่านวิกฤต! กรมทางหลวงระดมเครื่องจักรหนัก เร่งกู้เส้นทางและทอดสะพานเบลีย์

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

Rebecca Kim

Published

on

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – วันที่ 1 กันยายน 2569 พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดมิติใหม่แห่งการกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย ท่านรับชมการสาธิตโดรนยักษ์เพื่อยุทธวิธีจาก บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ณ อาคารอเนกประสงค์ กองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก งานนี้มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เช่น พล.ต.เสมอ แจ่มใส เสนาธิการกองทัพภาคที่ 3 และผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาเพื่อใช้แก้ปัญหาไฟป่าและช่วยผู้ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

บริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด ได้นำโดรนรุ่น DJI Flycart 100 ซึ่งเป็นโดรนขนส่งสัมภาระขนาดใหญ่มาจัดแสดงและบินสาธิต โดรนรุ่นนี้สามารถประยุกต์ใช้เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขนส่งเสบียง อุปกรณ์ดับไฟ ยารักษาโรค อาหาร และน้ำดื่ม ทำได้รวดเร็วมาก ช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพลที่ต้องเดินเท้าเข้าป่าลึก และลดการใช้แรงงานคนในสภาพที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากกลุ่มควันไฟ

ประเด็นสำคัญ  

  • กองทัพภาคที่ 3 จับมือเอกชนนำโดรน DJI Flycart 100 มาใช้ขนส่งเสบียงและอุปกรณ์กู้ภัยในพื้นที่ที่คนเข้าถึงได้ยาก
  • เทคโนโลยีโดรนช่วยสนับสนุนการทำแนวกันไฟป่าบนดอยสุเทพ ลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน
  • ในเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน โดรนช่วยค้นหาผู้สูญหายและส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้หมู่บ้านที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

ในทุกๆ ปี พื้นที่ภาคเหนือต้องเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและฝุ่นละออง PM 2.5 อย่างหนัก ในช่วงปี 2569 นี้ ทีมงานจิตอาสา 904 หลักสูตรพื้นฐาน ภาค 3 ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง โดรนอาสาถูกนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการทำแนวกันไฟบนดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทำงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานเฝ้าระวังในพื้นที่

การใช้อากาศยานไร้คนขับช่วยขนส่งเครื่องเป่าลม น้ำมัน น้ำดื่ม และเสบียง ช่วยให้ทีมงานทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดรนสามารถบินฝ่าอุปสรรคเพื่อส่งยารักษาโรคขึ้นภูเขาได้อย่างแม่นยำ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ปฏิบัติภารกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ภารกิจค้นหาและช่วยเหลือน้ำท่วมจังหวัดน่าน

นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว โดรนยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่จังหวัดน่าน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้ชายวัย 58 ปีสูญหายไปพร้อมกับเรือในพื้นที่อำเภอเวียงสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจึงร่วมกับบริษัท ซิสทรอนิกส์ จำกัด และทีมชุดนักบินโดรนนครบาล ขึ้นบินสำรวจพื้นที่เหนือน้ำทันที

การขยายขอบเขตการค้นหาจากมุมสูงในจุดที่เข้าถึงยาก ช่วยให้ทีมกู้ภัยภาคพื้นดินได้รับข้อมูลที่ชัดเจน พวกเขาสามารถประเมินสถานการณ์และวางแผนการค้นหาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น ถือเป็นการทำงานที่สอดประสานกันเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

ลดระยะทาง เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ประสบภัย

ในเวลาต่อมา โรงพยาบาลปัว จังหวัดน่าน ได้ประสานขอความช่วยเหลือให้นำโดรนขนาด 30 กิโลกรัมไปส่งถุงยังชีพให้ชาวบ้าน บ้านห้วยปูด กว่า 150 คน พื้นที่นี้ประสบปัญหาเส้นทางถูกตัดขาดจากน้ำป่าไหลหลาก เดิมทีชาวบ้านต้องเดินเท้าไปกลับกว่า 20 กิโลเมตรด้วยความยากลำบากเพื่อหาอาหาร

การใช้โดรนช่วยร่นระยะทางที่ชาวบ้านต้องลงมารับของเหลือเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น นักบินทำการบินลำเลียงสิ่งของถึง 8 รอบ ขนส่งรอบละ 27 กิโลกรัม ตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนสำเร็จภารกิจในเวลา 18.00 น. ภารกิจนี้ได้รับการสนับสนุนสิ่งของจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มุ่งมั่นที่จะบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยร่วมกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการกู้ภัยให้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกคน

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ชายคนหนึ่งจากลำปาง เกิดความหึงหวงอย่างรุนแรง จับได้ว่าภรรยานอกใจ จึงทำร้ายชู้จนหมดสติ

 

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

Naree Srisuk

Published

on

เชียงราย ประเทศลาว ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายรับตัวชาวไทย 92 คนที่ถูกเนรเทศจากลาว

เชียงราย – ทางการ สปป.ลาว ได้ส่งตัวคนไทยจำนวน 92 คน กลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วในวันนี้ กลุ่มคนเหล่านี้ถูกจับกุมจากหลายข้อหา ทั้งการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานร่วมกับแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ">อาชญากรรมข้ามชาติที่ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

การส่งมอบตัวผู้ต้องสงสัยเกิดขึ้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการประสานงานระหว่างทางการไทยและลาว เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารไทยเตรียมพร้อมรับตัวผู้ต้องสงสัยและดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญ

  • ทางการลาวส่งมอบคนไทย 92 คน กลับประเทศ หลังลอบเข้าเมืองและพัวพันแก๊งสแกมเมอร์
  • เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่า 15 คนในกลุ่มนี้ มีหมายจับติดตัวในคดียาเสพติด ฉ้อโกง และเปิดบัญชีม้า
  • เจ้าหน้าที่ ตม. เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อโฆษณาหางานออนไลน์ที่อ้างรายได้สูง เพราะอาจตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมคนกลุ่มนี้ถึงยอมเสี่ยงเดินทางข้ามประเทศไปทำงานที่นั่น จากการสอบถามพบว่า ส่วนใหญ่ถูกหลอกลวงผ่านประกาศรับสมัครงานบนโซเชียลมีเดีย ประกาศเหล่านี้มักเสนอเงินเดือนที่สูงถึง 18,000-25,000 บาท พร้อมสวัสดิการที่พักและอาหารฟรี

ด้วยข้อเสนอที่ดึงดูดใจ ทำให้หลายคนตัดสินใจลักลอบข้ามแม่น้ำโขงไปหางานทำ บางคนเพิ่งเดินทางไปถึงและยังไม่ได้เริ่มงานก็ถูกทางการลาวเข้าจับกุมเสียก่อน โชคดีที่เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบเบาะแสว่ากลุ่มนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

แม้จะไม่ใช่เหยื่อค้ามนุษย์ แต่การกระทำของพวกเขาก็ถือว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของการหลบหนีเข้าเมืองและการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อแยกแยะว่าใครคือผู้กระทำผิดตัวจริง

ตรวจพบหมายจับสารพัดคดีร้ายแรง

สิ่งที่น่าตกใจที่สุดในการรับตัวกลุ่มคนไทยครั้งนี้ คือการตรวจพบผู้ต้องหาที่มีหมายจับจากศาลไทยถึง 15 คน โดยแบ่งเป็นผู้ชาย 11 คน และผู้หญิงอีก 4 คน ซึ่งแต่ละคนมีคดีติดตัวที่แตกต่างกันไปและล้วนแต่เป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนให้สังคม

คดีที่พบมีตั้งแต่การจำหน่ายยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน ไปจนถึงการรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บางรายถึงขั้นพัวพันกับคดีซ่องโจรและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของประเทศอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการคัดแยกตัวผู้ที่มีหมายจับทั้ง 15 คน ออกจากกลุ่มทันที เพื่อนำตัวส่งฟ้องและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการละเว้น ส่วนคนที่เหลือจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป

คำเตือนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงแสน ได้ฝากความห่วงใยและคำเตือนถึงประชาชนทุกคน ขอให้ระมัดระวังการชักชวนไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่โฆษณาว่าทำง่าย รายได้ดี และไม่ต้องมีประสบการณ์การทำงาน

งานเหล่านั้นมักจะเป็นหลุมพรางของแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติที่ตั้งใจมาหลอกลวง ผู้ที่หลงเชื่ออาจถูกบังคับให้ไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เพื่อหลอกลวงคนอื่นต่อ หรืออาจถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีม้า ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นผู้ต้องหาโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหางานในต่างประเทศ ควรติดต่อผ่านกรมการจัดหางานหรือหน่วยงานของรัฐที่เชื่อถือได้เท่านั้น การทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายจะช่วยให้คุณปลอดภัย และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกจับกุมหรือตกเป็นเหยื่อของอาชญากรในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

 

Continue Reading

เชียงราย - Chiang Rai News

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

Naree Srisuk

Published

on

ตำรวจเชียงรายให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ยาบ้าอีกราย">เชียงรายนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนอนุบาลเชียงรายจัดอบรมความปลอดภัย ฝึกนักเรียนชั้นอนุบาล 2 และอนุบาล 3 เรียนรู้หลัก “หนี ซ่อน สู้” หรือ Run Hide Fight เพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินและเหตุรุนแรงในสถานศึกษา

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 นายพิษณุ คามวาสี ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรมสถานศึกษาปลอดภัย กิจกรรมป้องกันภัยในสถานศึกษา หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” (Run Hide Fight) ณ โรงเรียนอนุบาลเชียงราย พื้นที่ในเมือง จังหวัดเชียงราย โดยมีนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 และอนุบาลปีที่ 3 เข้าร่วมกิจกรรม

การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายให้นักเรียนเรียนรู้วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเหตุรุนแรง ทั้งภายในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ โดยโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์จากทีมวิทยากร สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ซึ่งร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทางการเอาตัวรอดที่เหมาะสมกับเด็ก

ประเด็นสำคัญ

  • โรงเรียนอนุบาลเชียงราย จัดอบรม “หนี ซ่อน สู้” เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สำหรับนักเรียนอนุบาล 2 และอนุบาล 3
  • นักเรียนได้เรียนรู้หลัก Run Hide Fight เพื่อรู้จักการหนีออกจากพื้นที่อันตราย การหาที่ปลอดภัย และการป้องกันตัวเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น
  • กิจกรรมมุ่งสร้างความตระหนักด้าน ความปลอดภัยในสถานศึกษา ตั้งแต่วัยเยาว์ พร้อมเสริมความพร้อมให้ครูและบุคลากรรับมือเหตุไม่คาดฝัน

หลัก Run Hide Fight เป็นแนวทางรับมือเหตุรุนแรงที่แบ่งการปฏิบัติออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นจะเลือกใช้ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจ

ขั้นแรกคือ “หนี (Run)” หากมีเส้นทางออกจากพื้นที่อันตรายที่ปลอดภัย ควรรีบออกจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด และไม่เสียเวลากับการเก็บสิ่งของหรือทรัพย์สิน แนวทางนี้เน้นการพาตัวเองออกจากจุดเสี่ยงให้ห่างที่สุดเท่าที่ทำได้

หากไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ขั้นต่อมาคือ “ซ่อน (Hide)” โดยหาพื้นที่กำบังที่เหมาะสม อยู่ให้พ้นจากสายตา ปิดประตู และหากทำได้ควรล็อกประตู รวมถึงปิดเสียงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่อาจส่งเสียง เพื่อไม่ให้ตำแหน่งถูกเปิดเผย

ส่วน “สู้ (Fight)” ถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้เฉพาะกรณีที่เผชิญอันตรายต่อชีวิตโดยตรง และไม่สามารถหนีหรือซ่อนได้แล้ว หลักสำคัญคือการตั้งสติและปกป้องตัวเองเพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชีวิตรอด

ตำรวจร่วมถ่ายทอดความรู้ด้านความปลอดภัย

การมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาร่วมให้ความรู้ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

สำหรับเด็กระดับอนุบาล การฝึกด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องปรับให้เหมาะสมกับอายุ เนื้อหาจึงควรเน้นการจดจำขั้นตอนง่าย ๆ การฟังคำสั่งครู และการรู้จักพื้นที่ปลอดภัย มากกว่าการสร้างความหวาดกลัว

กิจกรรมลักษณะนี้ยังสอดคล้องกับแนวทางของสถานศึกษาหลายแห่งที่นำหลัก “หนี ซ่อน สู้” มาใช้ในการเตรียมความพร้อม โดยมีทั้งการอบรมและการซักซ้อมสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ครูและนักเรียนสามารถตอบสนองได้อย่างเป็นระบบ

สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยตั้งแต่วัยอนุบาล

โรงเรียนอนุบาลเชียงรายระบุว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมุ่งให้นักเรียนรู้จักการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยตั้งแต่วัยเด็ก

นอกจากนักเรียนแล้ว ครูและบุคลากรของโรงเรียนก็มีบทบาทสำคัญในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพราะในสถานการณ์จริง เด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและการดูแลจากผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัว

การฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้เด็กจดจำคำว่า “หนี ซ่อน สู้” แต่ต้องการสร้างความคุ้นเคยกับการฟังคำสั่ง การรักษาสติ และการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุ

ความปลอดภัยในโรงเรียนต้องอาศัยทุกฝ่าย

การเตรียมพร้อมรับมือเหตุรุนแรงในสถานศึกษาเป็นภารกิจที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเด็กเล็ก การให้ความรู้ควรดำเนินไปอย่างเหมาะสมและไม่สร้างความตื่นตระหนก ขณะเดียวกัน การซ้อมเป็นระยะจะช่วยให้ครูและนักเรียนเข้าใจบทบาทของตนเองมากขึ้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

กิจกรรม “หนี ซ่อน สู้” ของโรงเรียนอนุบาลเชียงราย จึงเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการยกระดับความปลอดภัยในสถานศึกษา และเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีระบบและปลอดภัยมากขึ้น

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ทหารยึดยาเคตามีน 150 กิโลกรัม ในแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ด่วน! ระทึกไฟไหม้อู่ซ่อมรถใต้สะพานฮ่องอ้อ เชียงราย รอดหวุดหวิดไม่ลามชุมชน

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending