ติดตามเรา
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

สภาพอากาศ - Weather

เตือนด่วน! พายุฝนถล่มภาคเหนือ เชียงรายอ่วม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

CTN News

เผยแพร่

เมื่อ

เตือนด่วน! พายุฝนถล่มภาคเหนือ เชียงรายอ่วม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

เชียงราย – ชาวเหนือต้องเตรียมรับมือด่วน! วันนี้ (9 กันยายน 2569) สภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก หลายพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืด สิ่งนี้ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ ที่อาจเกิดน้ำป่าและน้ำท่วมฉับพลันได้ทุกเมื่อ

จังหวัดเชียงรายถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบนี้ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ถนนบางสายเริ่มมีน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ยังมีจังหวัดใกล้เคียงอย่างเชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ และแม่ฮ่องสอน ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณเชิงเขาควรเตรียมพร้อมอพยพและขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากความเสี่ยงของน้ำป่าไหลหลากยังคงอยู่ในระดับที่วิกฤตในช่วงเวลานี้

ประเด็นสำคัญ

  • ฝนตกหนักทั่วภาคเหนือ: พื้นที่ส่วนใหญ่เผชิญฝนฟ้าคะนอง 60-80% ของพื้นที่ โดยจังหวัดเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงรับศึกหนักที่สุด
  • ระวังน้ำท่วมฉับพลัน: ทางการเตือนขั้นสูงสุดให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • พยากรณ์อากาศ 5 วัน: แนวโน้มฝนยังคงตกหนักต่อเนื่องจนถึงวันที่ 11 กันยายน ก่อนที่ปริมาณฝนจะเริ่มลดลงในช่วงสุดสัปดาห์

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในเดือนกันยายนนี้ ถือเป็นช่วงที่ร่องมรสุมมีกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน สภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากทางการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล

พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 5 วัน (9 – 13 กันยายน 2569)

สำหรับพยากรณ์อากาศในช่วง 5 วันข้างหน้านี้ ประชาชนยังคงต้องพกร่มและระมัดระวังตัวเสมอ ในช่วงวันที่ 9 – 11 กันยายน ภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 80 ของพื้นที่ ปริมาณฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในเขตชุมชนและเส้นทางสัญจรหลัก ดังนั้นผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนถนนที่ลื่นและทัศนวิสัยย่ำแย่

จากข้อมูลพยากรณ์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 13 กันยายน สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย ปริมาณฝนในภาคเหนือตอนบนจะเริ่มลดลงเหลือร้อยละ 30 – 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 22 – 37 องศาเซลเซียส แม้ว่าปริมาณฝนจะน้อยลงในช่วงนี้ แต่ความเสี่ยงเรื่องดินสไลด์จากน้ำฝนสะสมก็ยังคงมีอยู่ จึงไม่ควรชะล่าใจอย่างเด็ดขาด

วิธีรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและคำแนะนำเบื้องต้น

ผลกระทบจากพายุฝนครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเขตเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น พื้นที่ทางการเกษตรหลายแห่งในภาคเหนือก็เริ่มได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อล้นตลิ่ง เกษตรกรควรเร่งระบายน้ำและปกป้องผลผลิตเท่าที่ทำได้ เพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทางการได้เริ่มเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว

การรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมต้องเริ่มต้นที่ความไม่ประมาท สิ่งแรกที่คุณควรทำคือการจัดเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินให้พร้อมใช้งานเสมอ กระเป๋าใบนี้ควรมีน้ำดื่มสะอาด อาหารแห้ง ยารักษาโรค ไฟฉาย และเอกสารสำคัญประจำตัว หากบ้านของคุณตั้งอยู่ในจุดเสี่ยงสูง ควรศึกษาเส้นทางอพยพและจุดปลอดภัยที่หน่วยงานส่วนท้องถิ่นได้จัดเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ การสื่อสารภายในชุมชนก็เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในยามวิกฤต การคอยแจ้งเตือนข่าวสารและช่วยเหลือเพื่อนบ้าน จะช่วยให้ทุกคนสามารถรับมือกับภัยธรรมชาติได้ทันท่วงที ท้ายที่สุดนี้ ขอส่งกำลังใจให้ชาวภาคเหนือทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศนี้ไปได้อย่างราบรื่น อย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดีในช่วงฤดูฝนที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเช่นนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ

โศกนาฏกรรม! ก้อนหินขนาดมหึมาหนัก 100 กิโลกรัม ร่วงหล่นทับรถกระบะ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิตคาที่

 

อ่านต่อ

สภาพอากาศ - Weather

ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ฤดูหนาวของประเทศไทยมาถึงช้ากว่าปกติ

CTN News

เผยแพร่

เมื่อ

โดย

ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ฤดูหนาวของประเทศไทยมาถึงช้ากว่าปกติ

เชียงราย – ฤดูหนาวของประเทศไทยประจำปี 2569 กำลังจะเริ่มต้นช้ากว่าปกติประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยคาดว่าจะเริ่มสัมผัสลมเย็นได้ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ สภาพอากาศโดยรวมจะไม่หนาวจัดเหมือนปีก่อน ๆ เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์สภาพภูมิอากาศโลกที่แปรปรวน

ตามการประเมินล่าสุดของ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศจะสูงกว่าค่าปกติราว 1 ถึง 1.5 องศาเซลเซียส โดยปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะขึ้นสู่จุดสูงสุดในช่วงเดือนธันวาคม 2569 ถึงมกราคม 2570 ซึ่งส่งผลให้ลมหนาวจากขั้วโลกเหนือแผ่ลงมาได้ไม่เต็มที่

สรุปสาระสำคัญ 

  • หนาวมาช้ากว่าปกติ: ฤดูหนาวปี 2569–2570 เลื่อนไปเริ่มช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ช้ากว่าค่าเฉลี่ยปกติราว 1 สัปดาห์
  • อุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น: ภาพรวมอากาศจะอบอุ่นกว่าปีก่อน ๆ โดยเฉลี่ยสูงขึ้น 1–1.5 องศาเซลเซียส ทำให้ความหนาวเย็นลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • เอลนีโญส่งผลกระทบหลัก: มวลอากาศเย็นถูกสกัดกั้นด้วยคลื่นความร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งจะส่งผลชัดเจนที่สุดช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม

ผลกระทบจากเอลนีโญและสภาพอากาศยอดดอย

แม้ว่าอากาศในภาพรวมจะไม่หนาวจัด แต่พื้นที่ภูเขาสูงทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นจัดในยามค่ำคืน สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนสัมผัสทะเลหมอก ยอดดอยสำคัญยังคงมีอากาศหนาวให้สัมผัสเป็นช่วงสั้น ๆ อย่างไรก็ตาม จำนวนวันที่มีอากาศหนาวจัดติดต่อกันจะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน ภาคใต้ยังคงต้องระวังปริมาณฝนตกหนักและคลื่นลมแรงในบางจังหวะ แม้ว่ากระแสลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังอ่อนกว่าปกติ แต่ความชื้นในอากาศยังสะสมตัวสูง ดังนั้น ประชาชนจึงควรติดตาม ประกาศเตือนภัยสภาพอากาศ อย่างใกล้ชิดเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างทันท่วงที

คำแนะนำการดูแลสุขภาพและการเกษตร

สภาพอากาศที่แห้งและอุ่นกว่าปกติอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชผลฤดูหนาว เกษตรกรควรวางแผนกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากปริมาณฝนอาจทิ้งช่วงเร็วกว่ากำหนด ซึ่งจะส่งผลให้ดินสูญเสียความชื้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2570

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืนยังเป็นปัจจัยที่ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย ประชาชนควรดูแลรักษาสุขภาพ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับฤดูหนาวที่สั้นและอบอุ่นกว่าเดิมในปีนี้

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เชียงรายรับมือด่วน! กางแผนเชิงรุกสู้ภัยแล้งเอลนีโญ มุ่งเป้าจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 2569: คาดการณ์ความรุนแรง ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และนโยบายรับมือของไทย

อ่านต่อ

สภาพอากาศ - Weather

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้

CTN News

เผยแพร่

เมื่อ

โดย

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่อง 8 วัน ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มได้

เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศฉบับล่าสุด เตือนประชาชนทั่วประเทศให้เตรียมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากติดต่อกัน 8 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 25 ตุลาคม

คลื่นฝนรอบใหม่นี้จะเริ่มสร้างผลกระทบต่อภาคใต้และภาคตะวันออกก่อนเป็นกลุ่มแรก จากนั้นมวลฝนจะแผ่กระจายตัวเข้าสู่ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในระยะถัดไป ทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ประเด็นสำคัญ

  • เฝ้าระวังฝนตกหนัก 8 วันรวด: ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักถึงหนักมากระหว่างวันที่ 18–25 ตุลาคม เริ่มต้นจากภาคใต้และภาคตะวันออก ก่อนลามเข้าสู่ภาคกลางและกรุงเทพฯ
  • เสี่ยงภัยน้ำท่วมและดินถล่ม: พื้นที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และชุมชนที่ลุ่มต่ำต้องเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และดินสไลด์
  • คลื่นลมในทะเลรุนแรง: บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงเกิน 3 เมตรในจุดที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือต้องระมัดระวังและควรงดเดินเรือในจุดเสี่ยง

เปิดไทม์ไลน์ฝนถล่ม 2 ช่วงสำคัญ

การพยากรณ์อากาศระบุชัดเจนว่า สภาพอากาศแปรปรวนรอบนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วงสำคัญ ช่วงแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ถึง 20 ตุลาคม โดยภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

ช่วงที่สองจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 25 ตุลาคม โดยร่องมรสุมจะขยับตัวขึ้นทางเหนือ ส่งผลให้ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รวมถึงภาคใต้ตอนบน มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับลมกระโชกแรงในบางจุด

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มระวังอันตรายจากปริมาณน้ำฝนสะสม เพราะปริมาณน้ำที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องอาจระบายไม่ทันจนเกิดน้ำล้นตลิ่งอย่างรวดเร็ว ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซากเพื่อความปลอดภัย

ปัจจัยสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนมรสุม

เบื้องหลังของสภาพอากาศแปรปรวนยาวนานในครั้งนี้ เกิดจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ผสานกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวขึ้นมาพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง

ขณะเดียวกัน มวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ การปะทะกันของมวลอากาศต่างชนิดส่งผลให้เกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศทั่วประเทศไทย

สภาพอากาศแปรปรวนดังกล่าวยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อคลื่นลมในทะเล โดยเฉพาะในจุดที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ซึ่งคลื่นอาจยกตัวสูงเกินกว่า 3 เมตรอย่างฉับพลัน ชาวประมงและผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอ

พื้นที่เฝ้าระวังรายภาคและข้อควรปฏิบัติ

สำหรับสถานการณ์ฝนรายภูมิภาค ภาคใต้ถือเป็นพื้นที่รับศึกหนักที่สุด โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ซึ่งคาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองครอบคลุมถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่

ขณะที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ถึง 20 ของพื้นที่ โดยยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าทางตอนบนของภาค

เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจาก กรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมทั้งจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบระบบไฟฟ้า และวางแผนเส้นทางสัญจรเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากน้ำท่วมขังบนผิวจราจร

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สภ.พาน จัดยิ่งใหญ่วันตำรวจ 69 ชูเกียรติยศและขวัญกำลังใจ

เปิดแล้ว! บ้านลำดวน ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บริหารงานโดยโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

 

อ่านต่อ

สภาพอากาศ - Weather

เตือนฉบับ 5! อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วม

CTN News

เผยแพร่

เมื่อ

โดย

เตือนฉบับ 5! อากาศแปรปรวน 4-7 ต.ค. เสี่ยงน้ำท่วม

เชียงราย – กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนฉบับที่ 5 เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแจ้งให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569 ในช่วงเวลาดังกล่าว ประเทศไทยตอนบนจะเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ สาเหตุหลักเกิดจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทย สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความรุนแรงของสภาพอากาศจะเริ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในวันที่ 4 ตุลาคม หลังจากนั้นกลุ่มฝนและลมแรงจะขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม ทางการได้เน้นย้ำให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ง่าย

ประเด็นสำคัญ

  • สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง: ประเทศไทยตอนบนต้องเตรียมพร้อมรับมือพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงระหว่างวันที่ 4-7 ตุลาคม 2569

  • ผลกระทบกระจายตัวตามภูมิภาค: เริ่มจากภาคเหนือและอีสาน ก่อนจะเคลื่อนเข้าสู่ภาคกลาง กรุงเทพฯ และภาคใต้ตามลำดับ

    Nation Thailand
  • เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน: ฝนที่ตกหนักและสะสมอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณเชิงเขา

สำหรับพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณเชิงเขา ความเสี่ยงที่น้ำจะระบายไม่ทันนั้นมีสูงมาก ดังนั้นการเตรียมตัวล่วงหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรตรวจสอบสิ่งของมีค่าและเตรียมเคลื่อนย้ายขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ การขับขี่บนท้องถนนในช่วงที่ฝนตกหนักต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพถนนที่ลื่นและทัศนวิสัยจะลดลงอย่างมาก

ในช่วงที่เกิดลมกระโชกแรง ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง หรือการยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง หากคุณต้องเดินทางออกนอกบ้าน อย่าลืมพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้เสมอ การติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้จะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

การรับมือฝนตกหนักในกรุงเทพฯ และภาคใต้

สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เตรียมรับมือกับฝนตกหนักที่จะมาเยือนในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคมนี้ ปัญหาน้ำท่วมขังบนผิวจราจรอาจทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนักในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน การเผื่อเวลาในการเดินทางและใช้ระบบขนส่งสาธารณะอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหารถติดสะสม

หลังจากที่พายุเคลื่อนผ่านภาคกลางแล้ว สภาพอากาศแปรปรวนจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคใต้ในวันที่ 7 ตุลาคม นอกจากนี้ พื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม ชาวเรือและผู้ที่ทำงานนอกชายฝั่งควรตรวจสอบสภาพคลื่นลมก่อนออกเรือทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

หน่วยงานภาครัฐได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง คุณสามารถติดตามการอัปเดตสภาพอากาศล่าสุดและประกาศเตือนภัยต่างๆ ได้โดยตรงผ่านเว็บไซต์ของ กรมอุตุนิยมวิทยา การเตรียมพร้อมที่ดีและการตื่นตัวอยู่เสมอจะช่วยให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นสถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวนในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

รัฐเปิด Traffy Fondue ซ่อมฟรี 7 จังหวัด ฟื้นฟูหลังน้ำลด

วิกฤตน้ำท่วมไทยทำพิษ! ราคาผัก หมู ไก่พุ่ง ค่าขนส่งทะยาน

 

 

อ่านต่อ

SOi Dog FOundation

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในคดีทำให้ทารกอายุ 4 เดือนจมน้ำเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า
ข่าวอาชญากรรม - Crime12 ชั่วโมงที่แล้ว

ชายคนหนึ่งถูกจับกุมในคดีทำให้ทารกอายุ 4 เดือนจมน้ำเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย
เชียงราย - Chiang Rai News13 ชั่วโมงที่แล้ว

ศุลกากรเชียงรายยึดเงินสด 3.5 ล้านบาท ที่ด่านแม่สาย

ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News13 ชั่วโมงที่แล้ว

ทหารยึดยาไอซ์ 260 กิโลกรัม บริเวณชายแดนเชียงราย

ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด
เชียงราย - Chiang Rai News13 ชั่วโมงที่แล้ว

ทุกชีวิตมีค่า! กู้ภัยเชียงรายรุดช่วยสุนัขตกบ่อน้ำข้างวัด

ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News14 ชั่วโมงที่แล้ว

ทหารยึดของกลางเป็นยาไอซ์ 32 กิโลกรัม บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย

หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด
ข่าวอาชญากรรม - Crime1 วันที่แล้ว

หน่วยเฉพาะกิจชายแดนจังหวัดเชียงรายยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 20 ล้านเม็ด

ช็อกวัดอ่างทอง พระบวช 24 พรรษา ผูกคอมรณภาพปริศนา
ข่าวอาชญากรรม - Crime2 วันที่แล้ว

ช็อกวัดอ่างทอง พระบวช 24 พรรษา ผูกคอมรณภาพปริศนา

ชาวเชียงราย ร่วมตักบาตรเทโว พระสงฆ์ 127 รูป จากวัดดอยงำเมือง ถึง
เชียงราย - Chiang Rai News2 วันที่แล้ว

ชาวเชียงราย ร่วมตักบาตรเทโว พระสงฆ์ 127 รูป จากวัดดอยงำเมือง ถึง

เกิดการปะทะอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ด
เชียงราย - Chiang Rai News2 วันที่แล้ว

เกิดการปะทะอย่างรุนแรงที่ชายแดนเชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 4 ล้านเม็ด

น้ำมันดีเซลไทย B7, B20 และ Premium ต่างกันอย่างไร?
ข่าวธุรกิจ Business2 วันที่แล้ว

ข่าวดี! ราคาน้ำมันจะลดลงวันนี้: น้ำมันดีเซล E20 และ B20 จะลดลงอย่างมาก

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 สัปดาห์ที่แล้ว

บาร์คาราโอเกะถูกบุกตรวจค้นเนื่องจากเปิดดึกและมีพนักงานต้อนรับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่
การเงิน -Finance4 สัปดาห์ที่แล้ว

เริ่มวันนี้! บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.75 ล้านคน รับสิทธิใหม่

ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน
เชียงราย - Chiang Rai News4 สัปดาห์ที่แล้ว

ตำรวจเชียงรายจับกุมคนขับรถลักลอบขนคนเข้าเมือง 13 คน

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 สัปดาห์ที่แล้ว

ลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

วิกฤตอุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 31 จังหวัดในประเทศไทย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 24 ราย
ข่าว - News4 สัปดาห์ที่แล้ว

วิกฤตอุทกภัยส่งผลกระทบต่อ 31 จังหวัดในประเทศไทย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งสูงถึง 24 ราย

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
เชียงราย - Chiang Rai News4 สัปดาห์ที่แล้ว

เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม
ข่าว - News3 สัปดาห์ที่แล้ว

สลด! หนุ่มโดดหลุมลึก 60 เมตร ดับคาอุทยานฯ เซ่นรักต้องห้าม

เริ่มแล้ว! ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 1-15 ต.ค. นี้
การเงิน -Finance4 สัปดาห์ที่แล้ว

เริ่มแล้ว! ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส 1-15 ต.ค. นี้

สำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
เชียงราย - Chiang Rai News4 สัปดาห์ที่แล้ว

สำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน

ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
เชียงราย - Chiang Rai News3 สัปดาห์ที่แล้ว

ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ราคาทองคำวันนี้

29 ตุลาคม 2569 เวลา 16:38 น.

ทองคำแท่ง 96.5%
รับซื้อ
64,200.00
ขายออก
64,400.00
▼ -50
ทองรูปพรรณ 96.5%
รับซื้อ
62,914.00
ขายออก
65,200.00

บาท / น้ำหนัก 1 บาท
ที่มา: สมาคมค้าทองคำ

Download Our App

กำลังมาแรง