ข่าวอาชญากรรม - Crime
ยึดยาบ้า 612 ล้านเม็ด! แฉกลโกงใหม่แก๊งค้ายาภาคเหนือ
เชียงใหม่ – วันนี้ (17 ก.ย. 2569) พล.ท.วรเทพ บุญญะ ประธานสรุปผลปฏิบัติการยาเสพติด">ปราบปรามยาเสพติด ได้จัดแถลงข่าวใหญ่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ท่านได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เพื่อเปิดเผยผลงานการสกัดกั้นยาล็อตใหญ่ในพื้นที่ชายแดน การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมกรีนเลครีสอร์ท โดยมีผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวรและกองกำลังผาเมืองเข้าร่วมด้วย
สถานการณ์ยาเสพติดชายแดนตอนเหนือยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก กระบวนการผลิตของเครือข่ายข้ามชาติเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางได้มากขึ้น ยาบ้ายังคงระบาดหนักที่สุดในประเทศ ขณะที่ยาไอซ์ เฮโรอีน และเคตามีน ก็เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศสูงเช่นกัน
ประเด็นสำคัญ
- ยึดของกลางล็อตมหึมา: ยึดยาบ้าได้กว่า 612 ล้านเม็ด และยาไอซ์อีกกว่า 22,000 กิโลกรัม ในปีงบประมาณ 2569
- ปรับเปลี่ยนวิธีขนส่ง: แก๊งค้ายาหันมาใช้โดรน ซุกซ่อนในพัสดุ และจ้างเด็กอายุ 14-17 ปี ในการลำเลียงยาเสพติด
- เป้าหมายปี 2570: เตรียมขยายพื้นที่ควบคุมพิเศษ และเร่งยึดทรัพย์เครือข่ายใหญ่ระดับสั่งการ เช่น แก๊ง “หนูเฉิน”
ขบวนการค้ายาพยายามหาทางนำยาเสพติดเข้าไทยทุกวิถีทาง พวกเขาเปลี่ยนเส้นทางและวิธีขนส่งอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดพบว่ามีการส่งยาผ่านบริษัทขนส่งพัสดุมากขึ้นอย่างน่าตกใจ นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงทำช่องลับในรถยนต์ และซุกซ่อนมากับผลผลิตทางการเกษตรเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่อย่างแนบเนียน
ที่น่าเศร้าคือมีการหลอกลวงเด็กและเยาวชนอายุเพียง 14-17 ปี ให้มารับจ้างขนยาเสพติด บางพื้นที่แก๊งค้ายายังลักลอบใช้โดรนบินส่งยาเพื่อความรวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายง่ายขึ้น ในช่วงปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดมากกว่า 5,162 ครั้ง เพื่อสกัดกั้นการขนส่งรูปแบบใหม่เหล่านี้ให้ได้มากที่สุด
ผลงานชิ้นโบแดง ยึดยาบ้าพุ่ง 54% และแผนรุกปีหน้า
สำหรับผลการปฏิบัติงานในช่วงปีงบประมาณ 2569 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาบ้าได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 217 ล้านเม็ด หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 54.94 ส่วนกลุ่มขบวนการค้ายาได้เกิดการปะทะและเสียชีวิตไปจำนวน 53 ราย ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของหน่วยปราบปรามยาเสพติดชายแดนเหนือ นอกจากนี้ยังมีการอบรมชาวบ้านกว่า 72,000 คน เพื่อสร้างเกราะป้องกันชุมชน
ในปีงบประมาณ 2570 เจ้าหน้าที่มีแผนจะยกระดับการทำงานให้เข้มข้นกว่าเดิม จะมีการเสนอให้ประกาศเขตควบคุมสินค้าเพิ่มเติมใน 6 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน เป้าหมายหลักคือการจับกุมผู้สั่งการระดับสูง เช่น เครือข่ายของ “หนูเฉิน” เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์ และตัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งค้ายาที่เหลืออยู่ให้สิ้นซาก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
ตำรวจเชียงรายรวบกลุ่มวัยรุ่น พยายามส่งยาบ้า 3 แสนเม็ดผ่านบริการขนส่งพัสดุ
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ทหารลุยซ่อมพนังกั้นน้ำแม่สาย ป้องกันท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ
เนื้อสุกรลักลอบนำเข้า 16.5 ตัน">เชียงราย – พื้นที่อำเภอแม่สายกำลังเผชิญกับความท้าทายจากฤดูฝนอีกครั้ง ระดับน้ำในแม่น้ำสายมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายต้องเร่งมือทำงาน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน การปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจของแม่สายจึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดในตอนนี้
พล.ต. จักรวีร์ เสนีย์วรยุทธ์ ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มทบ.37 ได้สั่งการด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ท่านได้จัดส่งกำลังพลจิตอาสาจำนวน 11 นาย ลงพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยทีมนี้มาจากกองร้อยทหารมณฑลทหารบกที่ 37 และกองพันทหารราบที่ 3 พวกเขาทำงานร่วมกับกองพลพัฒนาที่ 3 อย่างใกล้ชิด
ประเด็นสำคัญ
- ทหารและจิตอาสาเร่งซ่อมแซมพนังกั้นน้ำที่ชำรุดในอำเภอแม่สาย
- เป้าหมายหลักคือการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจและบ้านเรือนประชาชน
- การทำงานเน้นการเสริมความแข็งแรงด้วยกล่องเกเบี้ยนบรรจุหินและกระสอบทราย
การซ่อมแซมจุดเสี่ยงเพื่อความปลอดภัย
แผนการปฏิบัติงานครั้งนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 ถึง 16 กันยายน 2569 ตอนนี้การทำงานเข้าสู่วันที่สองแล้ว ทหารและเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างหนักตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็น พวกเขาเน้นซ่อมแซมแนวพนังกั้นน้ำชั่วคราวที่เกิดการชำรุด เพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจรุนแรงขึ้น
จุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือบริเวณโซน B1 ซึ่งอยู่ด้านข้างอาคารราชพัสดุอำเภอแม่สาย กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากทำให้โครงสร้างเดิมเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้กล่องเกเบี้ยนที่บรรจุหินก้อนใหญ่มาวางเป็นฐาน นอกจากนี้ยังมีการนำกระสอบทรายมาเสริมทับเพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรง

การทำงานครั้งนี้ไม่ได้มีแค่หน่วยทหารเท่านั้น แต่ยังมีหน่วยงานราชการในอำเภอแม่สายมาร่วมลงพื้นที่ด้วย ทุกคนร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องเมือง การทำงานเป็นทีมแบบนี้ช่วยให้งานซ่อมแซมเสร็จเร็วขึ้น และสร้างความอุ่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยง
ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลอย่างรวดเร็ว แม้ฤดูฝนจะยังไม่จบลง แต่แนวป้องกันที่แข็งแรงขึ้นก็ช่วยลดความกังวลได้มาก ตอนนี้อำเภอแม่สายมีความพร้อมมากขึ้นในการรับมือกับมวลน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้นตามฤดูกาล
การสร้างความมั่นใจให้ประชาชนคือภารกิจที่สำคัญที่สุด นอกจากการซ่อมแซมเฉพาะหน้าแล้ว ทุกฝ่ายยังเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าไว้อีกด้วย การเฝ้าระวังระดับน้ำจะยังดำเนินต่อไปอย่างใกล้ชิด นี่คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของการร่วมมือกันในยามวิกฤตเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เฉลิมชัย ศิลปินชาวเชียงราย บริจาคเงิน 1.18 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาล
สุดทน! ท้องถิ่นแม่สายแจ้งจับตาเฒ่า รื้อบิ๊กแบ็กกั้นน้ำซ้ำซาก หวั่นทำทั้งเมืองจมบาดาล
ข่าวอาชญากรรม - Crime
โจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เมื่อคนร้ายสวมชุดเสื้อฮู้ดสีดำบุกเดี่ยวเข้าไปจี้ร้านทองชื่อดัง คนร้ายใช้อาวุธปืนข่มขู่พนักงานและกวาดทองคำน้ำหนักรวมถึง 52 บาทไปอย่างอุกอาจ เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงเวลาเย็นที่มีผู้คนพลุกพล่าน
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุร้ายจากศูนย์วิทยุ 191 และรีบลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบทันที ร้านที่เกิดเหตุคือร้านทองบางกอกโกลล์ส สาขาถนนปทุม-สามโคก ซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่สังเกตได้ง่าย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์ระทึก: คนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ร้านทองในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยใช้เวลาลงมือเพียง 2 นาทีเท่านั้น
- มูลค่าความเสียหาย: คนร้ายกวาดสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ไปทั้งหมด 52 บาท คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียรวมกว่า 3.5 ล้านบาท
- สถานะการสืบสวน: ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง และไล่ล่าตัวคนร้ายที่ยังคงหลบหนีลอยนวล
จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า คนร้ายรายนี้มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี โดยสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีดำแบบมีฮู้ดเพื่อปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด พยานในที่เกิดเหตุระบุว่า คนร้ายไม่ได้แสดงอาการรีบร้อนหรือตื่นตระหนกแต่อย่างใด แต่กลับเดินเข้ามาในร้านอย่างใจเย็นและนิ่งเงียบ
เมื่อเข้ามาถึงด้านใน คนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นออกมาข่มขู่ ทำให้พนักงานร้านต้องรีบก้มหมอบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว หลังจากนั้นคนร้ายได้สั่งให้พนักงานลุกขึ้นมา และบังคับให้หยิบสร้อยคอทองคำเส้นใหญ่ส่งให้ การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความใจกล้าและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
หลังจากได้ทองคำน้ำหนักรวม 52 บาท คนร้ายก็เก็บปืนและเดินออกจากร้านไปตามปกติ พฤติกรรมนี้ทำให้พนักงานและผู้ที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกแปลกใจอย่างมาก คนร้ายไม่ได้วิ่งหนีหรือแสดงอาการลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย

การตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี
กล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ภาพจากกล้องระบุเวลาที่คนร้ายเดินเข้ามาในร้านคือ 17.56 น. และเดินออกไปในเวลา 17.58 น. การลงมือครั้งนี้คนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการทั้งหมดไม่เกิน 2 นาทีเท่านั้น
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อแกะรอยเส้นทางการหลบหนีอย่างเร่งด่วน พบว่าคนร้ายเดินเท้ามาจากทิศทางของหมู่บ้านกฤษณา และเมื่อก่อเหตุเสร็จก็เดินย้อนกลับไปทางเดิม
ในขณะนี้ ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนร้ายใช้ยานพาหนะชนิดใดในการหลบหนีต่อจากจุดนั้น ทีมสืบสวนกำลังเร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางรอบนอก นอกจากนี้ยังมีการสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม เพื่อตีกรอบการค้นหาให้แคบลง

คำให้การของพนักงานและเบาะแสสำคัญ
พนักงานสาวของร้านทองที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้เล่าถึงนาทีชีวิตด้วยน้ำเสียงที่ยังคงตื่นตระหนก เธอระบุว่าคนร้ายพูดจาด้วยสำเนียงภาคกลางอย่างชัดเจน การสั่งการของคนร้ายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา โดยเน้นชี้ให้พนักงานหยิบเฉพาะสร้อยทองเส้นใหญ่ๆ เท่านั้น
ของกลางที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วย สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น สร้อยคอ 5 บาท จำนวน 4 เส้น และสร้อยคอ 4 บาท จำนวน 3 เส้น มูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความสูญเสียก้อนใหญ่จากการก่อเหตุเพียงชั่วพริบตา
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือจากร้านทองในพื้นที่ใกล้เคียงและประชาชนทั่วไป หากพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัย หรือมีการนำทองคำรูปพรรณน้ำหนักดังกล่าวมาขาย ขอให้รีบแจ้งเบาะแสกับทางตำรวจทันที
การยกระดับความปลอดภัยในชุมชน
เหตุการณ์ปล้นทรัพย์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย แม้ว่าทางร้านจะมีกล้องวงจรปิดและระบบสัญญาณเตือนภัย คนร้ายก็ยังสามารถหาช่องโหว่ในการก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงควรพิจารณาติดตั้งระบบล็อกประตูอัตโนมัติ หรือเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหน้าร้าน การมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด จะช่วยลดโอกาสในการเกิดเหตุร้ายและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคน
ความร่วมมือจากชุมชนก็เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยรอบพื้นที่ หากทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตา ปัญหาอาชญากรรมในลักษณะนี้ก็จะลดน้อยลง สังคมของเราก็จะกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคน
หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดข่าวสารเพิ่มเติม สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่ ข่าวอาชญากรรมไทยรัฐออนไลน์ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลหลักของการรายงานเหตุการณ์นี้ ตำรวจยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อนำตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจลาวจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายในคดีปล้นทองที่เชียงรายแล้ว
ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที
ข่าวอาชญากรรม - Crime
ปิดฉากคดีฉาว! ศาลค้านประกัน “อดีตเจ้าอาวาสวัดดัง-สีกาเอ๋” ส่งตัวนอนคุกสระบุรีทันที
อยุธยา – ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว “ทิดโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และ “สีกาเอ๋” ผู้ต้องหาคนสำคัญ ทั้งสองคนถูกตำรวจกองปราบปรามคุมตัวมาฝากขังที่ศาลจังหวัดสระบุรี คดีนี้ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเงินบริจาคและศรัทธาของชาวพุทธ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาหนักกับผู้ต้องหาทั้งสองคน ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ศาลได้อนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ประเด็นสำคัญ
- ศาลค้านประกันตัว: ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “ทิดโชติ” และ “สีกาเอ๋” เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง
- ข้อหาหนัก: ทั้งคู่ถูกดำเนินคดีในข้อหาเบียดบังทรัพย์สินของวัด และร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
- ส่งตัวเข้าเรือนจำ: ผู้ต้องหาทั้งสองถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดสระบุรีทันที เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวอย่างรอบคอบ และเห็นว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนเป็นบุคคลตามหมายจับ นอกจากนี้ ข้อหาฟอกเงินที่ทั้งคู่ถูกกล่าวหา มีอัตราโทษตามกฎหมายที่ค่อนข้างสูงมาก
ตำรวจยังต้องดำเนินการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแกะรอยเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน ศาลจึงมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า หากปล่อยตัวไป ผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงหรือทำลายพยานหลักฐานสำคัญได้
นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ศาลตัดสินใจยกคำร้องขอประกันตัว เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทำงานอย่างรัดกุม เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสที่สุด
ขั้นตอนต่อไปของคดีเงินทอนวัดพุทไธศวรรย์
หลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวอดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิททันที ทั้งคู่ถูกส่งตัวเดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดสระบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเคร่งเครียดตลอดการเดินทาง
การขยายผลของตำรวจกองปราบปรามในครั้งนี้ ถือเป็นการกวาดล้างการทุจริตครั้งสำคัญ เจ้าหน้าที่จะมุ่งเน้นไปที่การค้นหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของวัด
หากพบหลักฐานว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือ หรือรับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด คดีนี้จึงถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่คิดจะแสวงหาผลประโยชน์จากวัด
ความเชื่อมั่นของสังคมและกระบวนการยุติธรรม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความสะเทือนใจให้กับพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การทำงานอย่างรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ ตามรายงานข่าวจาก MGR Online ช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับสังคมได้ในระดับหนึ่ง
หลายฝ่ายหวังว่าคดีนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และสามารถนำทรัพย์สินที่ถูกยักยอกไปกลับคืนมาได้ ทุกสายตาจึงยังคงจับจ้องไปที่การทำงานของศาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในระยะเวลาฝากขัง 12 วันนี้ ตำรวจจะต้องเร่งรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด เพื่อส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าบทสรุปของคดีนี้จะลงเอยอย่างไร
คดีทุจริตที่เกิดขึ้นกับวัดพุทไธศวรรย์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับทุกวัดทั่วประเทศ การบริหารจัดการเงินบริจาคควรต้องมีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
ประชาชนเองก็ควรติดตามข่าวสาร และช่วยกันสอดส่องดูแลทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา หากพบความผิดปกติ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
รวบตัวลุงที่เชียงราย หลังวางแผนใส่ร้ายหลานชายด้วยยาบ้า 400 เม็ด
เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงรายถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเป็นเงิน 8.7 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 days agoกฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวช็อก! เด็กชายกลุ่มหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoโจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเฉลิมชัย ศิลปินชาวเชียงราย บริจาคเงิน 1.18 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาล



