ข่าว - News
เกิดเหตุการณ์ดราม่าสุดเดือดบนรถไฟฟ้า BTS! หญิงชาวไทยปะทะคารมอย่างดุเดือดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติเรื่องเสียงดัง
ฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ – คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นความขัดแย้งบนรถไฟฟ้า BTS ในกรุงเทพฯ ซึ่งถ่ายและเผยแพร่บน TikTok โดยบัญชี @1234aaawry กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ คลิปดังกล่าวเผยให้เห็นการโต้เถียงอย่างดุเดือดระหว่างหญิงชาวไทยคนหนึ่งกับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารคนอื่นๆ
เหตุการณ์ดังกล่าวบานปลายกลายเป็นการตอบโต้กันอย่างรุนแรง หลังจากที่หญิงไทยพยายามบันทึกภาพและขอให้กลุ่มนักท่องเที่ยวลดระดับเสียงลง แต่นักท่องเที่ยวกลับแสดงท่าทีไม่พอใจ และหลุดปากพูดประโยคที่สร้างความโกรธเคืองให้กับผู้คนในสังคมอย่างมาก ตามรายงานของ The Nation Thailand
ประเด็นสำคัญ
- ต้นเหตุความขัดแย้ง: เกิดจากการที่กลุ่มนักท่องเที่ยวส่งเสียงดังบนรถไฟฟ้า และพยายามเอามือปัดกล้องเมื่อถูกถ่ายคลิปเตือน
- คำพูดจุดประเด็นดราม่า: หนึ่งในนักท่องเที่ยวพูดประชดประชันในลักษณะขอโทษที่ “นำเงินมาจับจ่ายในประเทศไทย” จนทำให้การถกเถียงรุนแรงขึ้น
- มุมมองของสังคม: ชาวเน็ตส่วนใหญ่ชื่นชมหญิงไทยที่กล้าปกป้องความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สาธารณะ พร้อมย้ำว่าเม็ดเงินท่องเที่ยวไม่ใช่อภิสิทธิ์ในการละเมิดมารยาทสังคม
ชนวนเหตุบนรถไฟฟ้ากับการใช้วาจาประชดประชัน
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพูดคุยเสียงดังจนรบกวนผู้โดยสารคนอื่นในตู้รถไฟฟ้า หญิงชาวไทยจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ทำให้หนึ่งในนักท่องเที่ยวพยายามเข้ามาปัดหรือบล็อกกล้อง หญิงสาวจึงขอให้พวกเขาลดเสียงลงเพื่อเห็นแก่ผู้ร่วมเดินทางคนอื่น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับตึงเครียดขึ้นเมื่อชายต่างชาติในกลุ่มถามกลับด้วยความโมโห หญิงไทยพยายามอธิบายอย่างใจเย็นว่านี่คือพื้นที่สาธารณะและควรใช้ระดับเสียงปกติ แต่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งกลับสวนกลับด้วยประโยคเชิงประชดประชันว่า ขอโทษด้วยที่นำเงินเข้ามาใช้จ่ายในประเทศของคุณ ซึ่งคำพูดนี้กลายเป็นชนวนเหตุให้ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันรุนแรงยิ่งขึ้น
ในระหว่างการถกเถียง กลุ่มนักท่องเที่ยวได้กล่าวอ้างว่า สาเหตุที่พวกตนต้องพูดคุยเสียงดัง เพราะไม่ทราบว่าต้องลงที่สถานีใด เนื่องจากไกด์นำเที่ยวไม่ได้แจ้งข้อมูลไว้ล่วงหน้า ขณะที่หญิงไทยได้ชี้แจงกลับไปอย่างตรงไปตรงมาว่า นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังและเคารพผู้โดยสารท้องถิ่น โดยเฉพาะบนระบบขนส่งสาธารณะที่ผู้คนใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน
กระแสตอบรับในโลกออนไลน์และการเคารพกฎสังคม
ในช่วงท้ายของคลิป กลุ่มนักท่องเที่ยวได้ขู่ว่าจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่ามีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีร่วมอยู่ในกลุ่มด้วย ซึ่งหญิงชาวไทยก็ตอบกลับด้วยความมั่นใจว่าสามารถโทรแจ้งตำรวจได้ทันที ก่อนที่รถไฟฟ้าจะเคลื่อนจอดเข้าสู่สถานีถัดไป และทั้งสองฝ่ายได้แยกย้ายกันไปพร้อมคำพูดประชดประชันส่งท้าย
หลังจากคลิปวิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นสนับสนุนหญิงไทยที่กล้าออกมาเตือนสติ และช่วยกันรักษาบรรยากาศในพื้นที่สาธารณะ พร้อมทั้งติเตียนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวที่นำเรื่องการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายมาเป็นข้ออ้างในการละเมิดกฎมารยาททางสังคม
แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือคู่กรณีฝ่ายนักท่องเที่ยว แต่เหตุการณ์นี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมารยาทในการเดินทาง และการเคารพวัฒนธรรมในพื้นที่สาธารณะของประเทศไทยอย่างชัดเจน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โศกนาฏกรรมในกรุงเทพฯ!! เหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ผับลาดพร้าว คร่าชีวิต 27 ราย
กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว
ข่าว - News
พะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
พะเยา – สถานการณ์ฝนตกหนักในจังหวัดพะเยายังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในเวลานี้ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสายในตัวเมือง น้ำฝนระบายไม่ทันจนสร้างความเดือดร้อนให้กับการสัญจรของประชาชนอย่างหนัก
จุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือบริเวณถนนพหลโยธิน ด้านหน้าวัดศรีโคมคำ หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดพระเจ้าตนหลวง น้ำได้เอ่อล้นพื้นผิวจราจรและเริ่มไหลทะลักเข้าไปยังบริเวณด้านหน้าของวัด ทำให้สุนัขอย่างน่าตกใจ">พระภิกษุและสามเณรต้องเร่งมือทำงานแข่งกับเวลา พวกท่านช่วยกันนำกระสอบทรายมาวางกั้นเป็นแนวตรงประตูทางเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าไปทำความเสียหายให้กับพระวิหารหลวงด้านใน
ประเด็นสำคัญ
- ฝนตกหนักและต่อเนื่องในตัวเมืองพะเยา ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันและเข้าท่วมถนนสายหลักหลายจุด
- พระและเณรวัดศรีโคมคำต้องเร่งสร้างแนวกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพระวิหารหลวง
- ถนนเส้นหน้าโรงพยาบาลพะเยามีน้ำท่วมสูงมาก รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ควรหลีกเลี่ยงเส้นทาง
นอกจากบริเวณหน้าวัดแล้ว ปัญหาน้ำท่วมขังยังขยายวงกว้างไปตามเส้นทางสำคัญอื่นๆ โดยเฉพาะเส้นทางตั้งแต่บริเวณแยกประตูเหล็กยาวไปจนถึงด้านหน้าโรงพยาบาลพะเยา ถนนทั้งสองฝั่งมีน้ำท่วมขังตลอดแนว ระดับน้ำในบางจุดสูงมากจนรถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ไม่สามารถขับผ่านไปได้
ผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางไปโรงพยาบาลควรตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง การขับรถลุยน้ำลึกอาจทำให้เครื่องยนต์ดับและเกิดความเสียหายรุนแรงได้ จึงขอแนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เกี่ยวกับเส้นทางเลี่ยงเพื่อความปลอดภัย
การรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์
จนถึงขณะนี้ สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยายังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ระดับน้ำที่ท่วมขังอยู่แล้วจึงอาจเพิ่มระดับสูงขึ้นไปอีก หากระบบท่อระบายน้ำของเมืองไม่สามารถจัดการมวลน้ำได้ทัน ชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งคืน
ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ การเตรียมตัวรับมือแต่เนิ่นๆ ถือเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด การรีบขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและการตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่น้ำอาจท่วมถึง จะช่วยป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ทุกคนควรติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนจากหน่วยงานท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
ปกป้องศูนย์รวมจิตใจของชาวพะเยา
วัดศรีโคมคำ หรือวัดพระเจ้าตนหลวง ถือเป็นพระอารามหลวงที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวภาคเหนือ พระวิหารหลวงแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในอาณาจักรล้านนา การที่พระสงฆ์และสามเณรต้องช่วยกันปกป้องพื้นที่แห่งนี้ จึงไม่ใช่แค่การดูแลรักษาสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นการปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญยิ่ง
ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างก็คอยติดตามสถานการณ์และพร้อมให้ความช่วยเหลือวัดหากระดับน้ำสูงขึ้น ความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในชุมชน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เมืองพะเยาสามารถก้าวผ่านวิกฤตภัยธรรมชาติในครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ปี 2569
ทหารระดมกำลังด่วน! ลุยน้ำท่วมฉับพลันอำเภอปง จ.พะเยา ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก
ข่าว - News
โศกนาฏกรรม! ก้อนหินขนาดมหึมาหนัก 100 กิโลกรัม ร่วงหล่นทับรถกระบะ ส่งผลให้คนขับเสียชีวิตคาที่
ลำปาง – เกิดเหตุการณ์สลดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 8 กันยายน เวลาประมาณ 18.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เถิน จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุร้ายแรงบนถนนสายเถิน-ลี้ บริเวณกิโลเมตรที่ 117 ในเขตตำบลนาโป่ง อำเภอเถิน ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ ตำรวจพร้อมด้วยทีมอาสาสมัครกู้ภัยได้รีบเดินทางไปยังพื้นที่เพื่อเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถกระบะ Isuzu Cab สีเทา ป้ายทะเบียนเชียงใหม่ สภาพรถพังเสียหายอย่างหนักบริเวณหลังคา ที่น่าเศร้าคือ พบร่างของผู้ขับขี่ชายเสียชีวิตอยู่ภายในห้องโดยสาร ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบเอกสารประจำตัว เพื่อยืนยันว่าผู้เสียชีวิตคือใครและกำลังเดินทางมาจากพื้นที่ใด
สรุปประเด็นสำคัญ
- เหตุสุดวิสัย: ก้อนหินขนาดใหญ่หนักกว่า 100 กิโลกรัม ร่วงจากหน้าผาทับรถกระบะ ทำให้คนขับเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
- สาเหตุหลัก: คาดว่าเกิดจากฝนตกหนักสะสม ทำให้ดินร่วนซุยและอุ้มน้ำจนเกิดหินถล่มลงมาบนพื้นผิวจราจร
- การแจ้งเตือน: เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนผู้ใช้ถนนสายเถิน-ลี้ ให้เพิ่มความระมัดระวังสูงสุดในการขับขี่ช่วงฤดูฝน
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบก้อนหินขนาดใหญ่ตกอยู่ใกล้ตัวรถ ก้อนหินนี้คาดว่ามีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 60-100 กิโลกรัม หินได้ร่วงหล่นลงมาทับหลังคารถฝั่งคนขับจนยุบตัวลงอย่างรุนแรง แรงกระแทกทำลายกระจกหน้ารถมุมซ้าย ก่อนที่หินจะกลิ้งเข้าไปทับร่างคนขับจนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันและเกิดขึ้นรวดเร็วมาก
สำหรับสาเหตุเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่ามาจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนักในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำฝนทำให้ดินและก้อนหินบริเวณหน้าผาเกิดการร่วนซุยและขาดความยึดเกาะ เมื่อดินอุ้มน้ำไม่ไหว ก้อนหินยักษ์จึงร่วงหล่นลงมาบนถนนด้านล่าง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถคันนี้ขับผ่านพอดี คุณสามารถติดตาม ข่าวอุบัติเหตุ เพิ่มเติมได้เพื่ออัปเดตสถานการณ์และเฝ้าระวังเส้นทางเสี่ยงอื่นๆ

การช่วยเหลือและการเตือนภัยผู้ใช้ถนน
หลังเกิดเหตุ สมาคมกู้ภัยลำปางจุดเถินได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และรถพยาบาลเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทีมกู้ภัยต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อจัดการพื้นที่เกิดเหตุให้ปลอดภัย พวกเขายังต้องคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่ เนื่องจากถนนสายนี้ยังมีรถยนต์สัญจรผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในจุดเดียวกัน
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เถิน กำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงอย่างเป็นทางการ พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนอย่างเข้มงวด ผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางภูเขา ขอให้สังเกตป้ายเตือนและชะลอความเร็ว หากมีฝนตกหนักควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
น่าเศร้า! เด็กวัยหัดเดินถูกรถกระบะชน อาการสาหัส คนขับวัย 70 ปีอ้างว่ามองไม่เห็นเธอ
เกิดเหตุสุดสยอง! รถบัสพลิคว่ำที่ลำปาง มีผู้บาดเจ็บหลายสิบคน คนขับอ้างว่าหักหลบรถกระบะ
ข่าว - News
ระทึกขวัญ! ชายคลั่งบุกปีนรั้วโรงเรียนหล่มสักวิทยาคม ครูฮีโร่สกัดทันก่อนเกิดเหตุสลด
เพชรบูรณ์ – เหตุการณ์สุดระทึกนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อมีชายคลุ้มคลั่งคนหนึ่งพยายามก่อเหตุร้ายภายในสถานศึกษาช่วงบ่าย ชายคนดังกล่าวได้ถือเหล็กเป็นอาวุธ และแอบปีนรั้วเข้ามาใน โรงเรียนหล่มสักวิทยาคม ทางฝั่งหน้าวัดสามัคคีวัฒนา
โชคดีที่กลุ่มครูผู้ชายของนักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต">โรงเรียนสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว พวกเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยกันสกัดกั้นชายคลุ้มคลั่งคนนี้ทันที การตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยวของครูทำให้สามารถแย่งอาวุธเหล็กจากมือผู้ก่อเหตุได้สำเร็จ
ประเด็นสำคัญที่ควรทราบ
- ครูฮีโร่เข้าสกัดกั้นทันที: กลุ่มครูชายช่วยกันแย่งอาวุธและคุมตัวชายคลุ้มคลั่งได้รวดเร็วก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
- ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ: นักเรียนกว่า 500 คนและบุคลากรทุกคนปลอดภัยจากเหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้อย่างสมบูรณ์
- ผลลัพธ์จากการซ้อมแผนเผชิญเหตุ: การซักซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเมื่อเดือนสิงหาคมช่วยให้ทุกคนมีสติและรับมือได้ดีเยี่ยม
หลังจากที่คณะครูสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ พวกเขาได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ทันที เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจภูธรหล่มสักได้รับแจ้งเหตุ และรีบเดินทางมายังพื้นที่อย่างรวดเร็วที่สุด
ส.ต.อ.นิติศาสตร์ วันเพ็ง และ ส.ต.ท.ธีร์ปพน จันเม้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้ามารับช่วงต่อเพื่อควบคุมตัวชายคลุ้มคลั่ง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวเขาส่งไปยังโรงพยาบาล เพื่อประเมินอาการทางจิตและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้คนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก แต่โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว การกระทำที่กล้าหาญของครูช่วยปกป้องชีวิตของนักเรียนหลายร้อยคนได้อย่างน่าชื่นชม
สิ่งหนึ่งที่ทำให้การรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี คือความพร้อมและการฝึกซ้อมของโรงเรียน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางโรงเรียนเพิ่งจัดการซ้อมแผนเผชิญเหตุในสถานศึกษาไปหมาดๆ
การซักซ้อมครั้งนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มาร่วมให้ความรู้แก่นักเรียนและครูทุกคน เป้าหมายหลักคือการสร้างความตระหนักรู้ และสอนวิธีเอาตัวรอดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริง
เมื่อเกิดเหตุการณ์บุกรุกขึ้นในวันนี้ ทุกคนจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรและสามารถควบคุมสติได้อย่างยอดเยี่ยม นักเรียนไม่มีอาการตื่นตระหนกจนควบคุมไม่ได้ และครูสามารถตัดสินใจเข้าแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทเรียนด้านความปลอดภัยในสถานศึกษา
เหตุการณ์ที่โรงเรียนหล่มสักวิทยาคมถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมาก สำหรับโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศ ความปลอดภัยของเด็กนักเรียนต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ และการเตรียมพร้อมล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญที่สุด
พ่อแม่ผู้ปกครองต่างรู้สึกโล่งใจ และกล่าวชื่นชมความกล้าหาญของคณะครูผ่านทางสื่อต่างๆ ถ้าหากไม่มีการสังเกตที่ดีและการเข้าสกัดกั้นที่รวดเร็ว ผลลัพธ์ในวันนี้อาจจะเลวร้ายกว่านี้มาก
โรงเรียนทุกแห่งควรมีการตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ การเพิ่มกล้องวงจรปิด หรือการจัดเวรยามตรวจตราบริเวณรั้วโรงเรียน จะช่วยลดความเสี่ยงจากการบุกรุกได้มากขึ้น
จากเหตุการณ์นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตำรวจในพื้นที่ยืนยันว่า จะเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนรอบสถานศึกษา การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างชุมชน โรงเรียน และตำรวจเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ การดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน ก็เป็นเรื่องที่หน่วยงานรัฐควรให้ความสำคัญอย่างจริงจัง การรักษาและการดูแลที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คลุ้มคลั่ง และเป็นภัยต่อสังคมซ้ำอีก
ทุกคนหวังว่าเหตุการณ์ระทึกขวัญเช่นนี้ จะไม่เกิดขึ้นอีกกับลูกหลานของเราในอนาคต การเตรียมความพร้อมและการมีสติ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในสังคม
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ครูชื่อดังถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายนักเรียนอย่างโหดร้าย
วิดีโอ!! นักเรียนกราดยิงครูเสียชีวิต 2 ราย และนักเรียนบาดเจ็บอีก 20 คน
-
ข่าว - News2 days agoพะเยาอ่วม! ฝนกระหน่ำน้ำท่วมถนนสายหลัก พระเณรเร่งขนกระสอบทรายกั้นน้ำทะลักวัด
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoสลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
-
เชียงราย - Chiang Rai News3 days agoเมียนมาส่งตัว 9 ผู้ต้องหาหนีคดีชาวไทยที่ชายแดนเชียงราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายสอบสวนคดีกราดยิงปริศนาในป่าบ้านดู



