ข่าว - News
นักท่องเที่ยวชาวจีนยกเลิกการเดินทางไปประเทศไทยเนื่องจากความกังวลเรื่องการเรียกค่าไถ่และความปลอดภัย
กรุงเทพฯ – นักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งเคยเป็นกำลังสำคัญในตลาดการท่องเที่ยวของไทย กำลังหลีกเลี่ยงและเลื่อนการเดินทางมาประเทศไทยในปี 2026 เนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากรายงานเกี่ยวกับการลักพาตัว คนหาย และอาชญากรรมที่เชื่อมโยงกับแก๊งอาชญากรข้ามชาติ
ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ATTA) ประกาศปรับลดเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนจากประมาณการเริ่มต้นที่ 9 ล้านคน เหลือเพียง 7 ล้านคน การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นความเสียหายอย่างมากต่อภาคการท่องเที่ยวของไทย
เกิดอะไรขึ้นกับ “สยามเมืองยิ้ม” ในสายตาชาวจีน?
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งในใจของชาวจีน ด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร อาหารอร่อย และธรรมชาติที่สวยงาม แต่ในปัจจุบัน ภาพลักษณ์เหล่านั้นกำลังถูกบดบังด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัยที่เพิ่มสูงขึ้น
เหตุผลหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลังเลที่จะมาไทย:
- ความกลัวเรื่องการถูกเรียกค่าไถ่: มีข่าวลือและข่าวจริงที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ของจีน เกี่ยวกับการพุ่งเป้าจับตัวนักท่องเที่ยวชาวจีนไปเรียกค่าไถ่
- ข่าวคนหาย: การรายงานข่าวเกี่ยวกับชาวจีนที่เดินทางมาไทยแล้วขาดการติดต่อ หรือหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
- แก๊งมิจฉาชีพและคอลเซ็นเตอร์: ความหวาดระแวงว่าไทยเป็นหนึ่งในฐานที่มั่นของอาชญากรรมข้ามชาติที่คอยหลอกลวงคนจีน
- ต้นทุนการเดินทางที่แพงขึ้น: ตั๋วเครื่องบินและค่าใช้จ่ายโดยรวมที่สูงขึ้น ทำให้การมาเที่ยวไทยอาจไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับในอดีต
รายงานลักพาตัวที่สั่นคลอนความเชื่อมั่น
นอกจากนี้ ข่าวที่สร้างความตื่นตระหนกอย่างมากในช่วงที่ผ่านมาคือเหตุการณ์ที่มีการรายงานข่าวอย่างกว้างขวาง สื่อข่าวทั้งในและต่างประเทศได้เน้นย้ำถึงปัญหานี้ ยกตัวอย่างเช่น รายงานข่าวจากเว็บไซต์ chiangraitimes.com ที่ได้ตีพิมพ์เหตุการณ์หญิงสาวชาวจีนรายหนึ่งถูกลักพาตัวในประเทศไทย ข่าวประเภทนี้มักจะถูกนำไปแชร์และพูดถึงอย่างรวดเร็วในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดฮิตของจีน
เมื่อข่าวลักษณะนี้แพร่กระจายออกไป มันได้สร้างภาพจำที่น่ากลัวให้กับคนจีนที่กำลังวางแผนจะมาพักผ่อน หลายคนเลือกที่จะยกเลิกทริป หรือเปลี่ยนแผนไปเที่ยวประเทศอื่นที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยกว่าแทน แม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจะพยายามแก้ไขปัญหาและติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็วในหลายๆ คดี แต่ความเสียหายทางด้านภาพลักษณ์ระดับชาติได้เกิดขึ้นไปแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ATTA ยอมรับสภาพ ปรับลดคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยว
จากสถานการณ์ที่กดดันนี้ ทางภาคเอกชนไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ได้ออกมายอมรับว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในปี 2026 นี้ จะไม่สามารถไปถึงจุดหมายที่เคยวางไว้ตอนต้นปีได้
- เป้าหมายเดิม: คาดหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามา 9 ล้านคน
- เป้าหมายใหม่ที่ปรับลด: ลดลงมาเหลือเพียง 7 ล้านคน
- สาเหตุหลัก: ความกังวลด้านความปลอดภัยเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทาง รองลงมาคือเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
การหายไปของตัวเลขถึง 2 ล้านคน ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะมันหมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะขาดหายไปจากระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ต้นทุนการเดินทางพุ่งสูง กระเป๋าเงินฉีก
ในขณะเดียวกัน ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องความกังวลด้านความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่เรื่อง “เงินในกระเป๋า” ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนคิดหนักก่อนจองตั๋วมาไทย
ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายสาเหตุ:
- ราคาน้ำมันโลก: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนด้านเชื้อเพลิงของสายการบินเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
- เที่ยวบินเช่าเหมาลำลดลง: เมื่อต้นทุนสูงขึ้น การทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) ที่เคยเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับกรุ๊ปทัวร์ชาวจีนก็ทำได้ยากขึ้นและมีราคาแพงขึ้นจนลูกค้าสู้ราคาไม่ไหว
- เศรษฐกิจในประเทศจีน: สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศจีนเองที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว ทำให้ประชาชนต้องระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น การไปเที่ยวต่างประเทศจึงถูกตัดออกเป็นอันดับแรกๆ หากรู้สึกว่าค่าตั๋วแพงเกินไป
สื่อโซเชียลจีน: ดาบสองคมที่ไทยต้องรับมือ
ยิ่งไปกว่านั้น เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมากต่อคนจีนยุคใหม่ คลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เล่าถึงประสบการณ์แย่ๆ หรือข่าวลือเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในไทย สามารถกลายเป็นกระแสไวรัล (Viral) และมียอดวิวเป็นล้านๆ ครั้งภายในเวลาไม่กี่วัน
คนจีนส่วนใหญ่มักจะเชื่อการบอกเล่าหรือรีวิวจากคนชาติเดียวกัน เมื่อมีคนดังในอินเทอร์เน็ตของจีนออกมาเตือนเรื่องความปลอดภัยในประเทศไทย มันจึงส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ “บอกต่อความกลัว” จนบริษัททัวร์ในจีนเองก็เริ่มท้อแท้ บางแห่งมองว่าประเทศไทยเริ่มขายยากขึ้น จึงไม่อยากเสียเวลามานั่งอธิบายหรือรับประกันความปลอดภัยให้กับลูกค้า และเลือกที่จะลดการโปรโมทแพ็กเกจทัวร์มาไทย หันไปเชียร์ทัวร์ประเทศอื่นแทน
ผลกระทบที่ลุกลามถึงธุรกิจท้องถิ่น
เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่หายไป ผลกระทบไม่ได้ตกอยู่แค่กับบริษัททัวร์รายใหญ่หรือโรงแรมหรู 5 ดาวเท่านั้น แต่ความเดือดร้อนได้ซึมลึกไปถึงธุรกิจระดับรากหญ้า พ่อค้าแม่ค้าริมทาง รถตุ๊กตุ๊ก ร้านนวดแผนไทย และร้านขายของฝาก ต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน ในอดีต ย่านท่องเที่ยวดังๆ จะคึกคักไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่พร้อมจับจ่ายใช้สอย แต่เมื่อบรรยากาศซบเซาลง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าปัญหาความเชื่อมั่นระดับชาตินั้น สามารถส่งผลกระทบถึงปากท้องของประชาชนคนธรรมดาได้อย่างรุนแรง
ทางออกและสิ่งที่รัฐบาลไทยต้องทำอย่างเร่งด่วน
อย่างไรก็ตาม การจะดึงความเชื่อมั่นกลับมาไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถแก้ได้ด้วยการแค่บอกผ่านสื่อว่า “ประเทศไทยปลอดภัย” ทาง ATTA และภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วน
สิ่งที่ควรดำเนินการ:
- แผนความปลอดภัยที่ชัดเจน: ต้องมีแผนปฏิบัติการและขั้นตอนการจัดการปัญหาอาชญากรรมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวด
- การสื่อสารระดับชาติ: รัฐบาลไทยต้องสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจนกับทั้งรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความตั้งใจจริงในการดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
- กวาดล้างมิจฉาชีพอย่างเด็ดขาด: ต้องมีการปราบปรามแก๊งมิจฉาชีพข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง
- ขยายตลาดใหม่ในจีน: ทาง ATTA เริ่มปรับตัวโดยการหันไปเจาะตลาดเมืองใหม่ๆ ในจีน เช่น มณฑลซินเจียง หรือพื้นที่ตามเส้นทางสายไหม ที่ยังมีกำลังซื้อสูงและอาจยังไม่ได้รับผลกระทบจากข่าวลือด้านลบมากนัก เพื่อดึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ เข้ามาทดแทน
วิกฤตความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนในครั้งนี้ ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของประเทศไทย เราไม่อยากให้ภาพลักษณ์ที่ดีงามต้องถูกทำลายลงเพราะกลุ่มคนไม่ดีเพียงไม่กี่กลุ่ม การฟื้นฟูการท่องเที่ยวไม่สามารถหวังพึ่งแค่การทำโปรโมชั่นลดราคา หรือการยกเว้นวีซ่าเพียงอย่างเดียว แต่การสร้าง “ความปลอดภัยที่สัมผัสได้จริง” คือกุญแจสำคัญเพียงดอกเดียวที่จะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเยือนประเทศไทยด้วยความสบายใจ หากรัฐบาลและทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ ประเทศไทยจะกลับมาเป็นสวรรค์ของการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งและยั่งยืนกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นักท่องเที่ยวชาวจีนถูกจับกุมหลังก่อเหตุรุนแรงที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์ชาวจีนถูกจับกุมในเชียงใหม่ฐานถ่ายทำผิดกฎหมาย
ข่าว - News
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
กรุงเทพฯ – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน หลังมีผู้โดยสารโพสต์คลิปและร้องเรียนว่ากระเป๋าเดินทางมีร่องรอยถูกเปิดรื้อค้นระหว่างเดินทาง เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้แก่นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ใช้บริการผ่านสนามบินหลักของไทย ทางสนามบินจึงเข้าตรวจสอบระบบสายพานและกล้องวงจรปิดทันทีเพื่อความโปร่งใส
ข่าว - News
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
พชรบุรี – การค้นพบสัตว์ป่าหายากในธรรมชาติมักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการบันทึกภาพเสือดำและเสือดาวกำลังเดินอยู่ด้วยกันในเฟรมเดียว ภาพเหตุการณ์สุดพิเศษนี้ถูกบันทึกไว้ได้ที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย การปรากฏตัวของสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ทั้งสองรูปแบบถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสมดุลของระบบนิเวศ ภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำให้คนรักสัตว์ป่าดีใจ แต่ยังสะท้อนถึงความสำเร็จของการปกป้องผืนป่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ข่าว - News
รัฐอัดฉีดบริษัททัวร์ 40,000 บาท กระตุ้นเที่ยวไทย
เชียงราย – รัฐบาลไทยเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อต้อนรับฤดูกาลแห่งการเดินทางที่กำลังจะมาถึง ล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญใหม่เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างเป็นทางการ โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่การช่วยเหลือผู้ประกอบการทัวร์และนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง รัฐบาลพร้อมมอบเงินอุดหนุนค่าเดินทางสูงสุดถึง 40,000 บาทต่อทริป เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออกเดินทางสำรวจความสวยงามของประเทศไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จับมือกับพันธมิตร 9 องค์กร เพื่อเปิดตัวโครงการ “เที่ยวข้ามภาคกับทัวร์” แคมเปญนี้ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางนอกฤดูกาลท่องเที่ยวและกระจายคนสู่เมืองรอง รัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้มากกว่า 208 ล้านบาททั่วประเทศ โครงการนี้ถือเป็นความหวังใหม่ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รัฐบาลพร้อมอุดหนุนค่ารถบัสสูงสุด 40,000 บาท และรถตู้สูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
- เงื่อนไขหลักคือต้องเป็นการเดินทางข้ามจังหวัด และพักค้างคืนอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน
- นักท่องเที่ยวสามารถจองและเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570
เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม
สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิ์นั้น ผู้ประกอบการจะต้องจัดกลุ่มทัวร์ตามขนาดที่โครงการกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด กรณีเดินทางด้วยรถบัสจะต้องมีนักท่องเที่ยวชาวไทยร่วมเดินทางอย่างน้อย 30 คน รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนค่าเช่ารถให้วันละ 10,000 บาท โดยจำกัดเพดานสูงสุดไม่เกิน 40,000 บาทต่อหนึ่งทริป ส่วนการใช้รถตู้จะต้องมีผู้โดยสารขั้นต่ำ 6 คน ซึ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือวันละ 2,500 บาท และสูงสุด 10,000 บาทต่อทริป
ทริปการเดินทางทั้งหมดที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นการข้ามเขตจังหวัดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องพักค้างคืนในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่พื้นที่จุดเริ่มต้นของทริป โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้กับบริษัททัวร์เท่านั้น แต่ยังช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังโรงแรม ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวในชุมชนโดยตรง
โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกแพ็กเกจเดินทางได้หลากหลายรูปแบบตามไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ สุขภาพ หรือแม้แต่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม หากคุณเป็นบริษัททัวร์หรือนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถอ่าน มาตรการอัดฉีดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อศึกษารายละเอียดของสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถโทรสอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากสายด่วน ททท. 1672 เพื่อเริ่มต้นวางแผนวันหยุดพักผ่อนสุดคุ้มของคุณ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ตำรวจช่วยเหลือแม่และลูกชายจากพ่อที่เสียสติ
ชาวจีน 99 คนถูกจับกุม! แก๊งอาชญากรถูกทลายที่ชายแดนเมียนมาร์-ไทย
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
สุวรรณภูมิแจงปมรื้อกระเป๋า ยันระบบโปร่งใสไร้ขโมย
-
เชียงราย - Chiang Rai News7 วันที่แล้ว
ดอยธิเบศร์ ตัดขาดกู้ภัยเชียงราย จี้สอบการเงินย้อนหลัง 10 ปี
-
เชียงราย - Chiang Rai News4 วันที่แล้ว
ปะทะกันอย่างดุเดือดที่เชียงราย! ทหารยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 900,000 เม็ด
-
ข่าว - News4 วันที่แล้ว
เสือดาวหายากสองตัวถูกบันทึกภาพไว้ด้วยกันในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

