เทคโนโลยี
Samsung Galaxy S26 Ultra วางจำหน่ายไทย 11 มีนาคม 2569: ราคาเริ่ม 46,900 บาท
หลายคนที่เล็ง Samsung galaxy s26 ultra มักติดคำถามเดียวกันคือ “จะซื้อได้เมื่อไหร่ในไทย” เพราะวันเปิดตัวทั่วโลก, วันพรีออเดอร์, และวันเริ่มวางขายจริง มักไม่ตรงกันเป๊ะ เหมือนการจองโต๊ะร้านดังที่จองได้ก่อน แต่ยังไม่ได้กินทันที
บทความนี้สรุปวันสำคัญให้จบในที่เดียว ตั้งแต่วันเปิดตัว, ช่วงพรีออเดอร์ในไทย, วันเริ่มขายจริง รวมถึงราคาไทย, สีที่มี และสิ่งที่ควรเช็กก่อนกดจ่าย เพื่อให้ตัดสินใจได้แบบสบายใจ และไม่พลาดช่วงที่เหมาะกับตัวเอง
Samsung Galaxy S26 Ultra เปิดตัวเมื่อไหร่ และไทยเริ่มขายวันไหนกันแน่?

ข้อมูลล่าสุด ณ มีนาคม 2026 ระบุชัดว่า Samsung เปิดตัว Galaxy S26 Ultra ทั่วโลกวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 และไทยเริ่มพรีออเดอร์หลังจากนั้นไม่นาน ก่อนจะเริ่มวางขายจริงในเดือนมีนาคม จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือ “พรีออเดอร์” ไม่ใช่ “เริ่มขายจริง” และวันรับเครื่องอาจต่างกันตามช่องทางที่สั่งซื้อ
หากต้องการภาพรวมข่าวเปิดตัวและไฮไลต์ที่สื่อหยิบไปเล่า สามารถดูบริบทเพิ่มเติมจากบทความของ Thaiger เกี่ยวกับการเปิดตัว Galaxy S26 Ultra ซึ่งช่วยให้เห็นทิศทางฟีเจอร์ที่คนสนใจในช่วงเปิดตัวได้ดี
ประเด็นที่ควรจำคือ “พรีออเดอร์” คือการจองก่อนเพื่อสิทธิพิเศษ ส่วน “วันวางขายจริง” คือวันที่หน้าร้านและช่องทางหลักเริ่มขายตามปกติ
ไทม์ไลน์วันสำคัญ: เปิดตัวทั่วโลก, พรีออเดอร์ไทย, เริ่มขายจริงในไทย
เพื่อให้ตอบคำถาม “ซื้อได้วันไหน” แบบไม่ต้องเดา ไทม์ไลน์หลักมีดังนี้
- เปิดตัวทั่วโลก: 25 ก.พ. 2026
- ไทยเริ่มพรีออเดอร์: 26 ก.พ. เวลา 01:00 น.
- พรีออเดอร์ถึง: 10 มี.ค. เวลา 23:59 น.
- เริ่มวางขายอย่างเป็นทางการในไทย: 11 มี.ค. 2026
วันที่เหล่านี้ต่างกันเพราะกระบวนการขายไม่เหมือนกัน วันเปิดตัวคือวันประกาศและเริ่มรับออเดอร์ในบางตลาด ส่วนพรีออเดอร์ไทยมักตามหลังไม่กี่ชั่วโมงหรือข้ามวันเพื่อให้ระบบหน้าร้าน, การชำระเงิน, และเงื่อนไขโปรพร้อมใช้งานจริง
คนที่อยากได้สีฮิตหรือความจุยอดนิยมมักเลือกพรีออเดอร์ เพราะโอกาสของหมดเร็วมีอยู่จริง ขณะที่คนที่อยาก “จับเครื่องก่อน” หรือรอดูฟีดแบ็กช่วงแรก มักรอหลังวันที่ 11 มีนาคม แล้วค่อยตัดสินใจ
พรีออเดอร์กับวางขายจริงต่างกันอย่างไร และเครื่องจะได้วันไหน
พรีออเดอร์คือการสั่งจองล่วงหน้า โดยปกติมีสิทธิพิเศษแนบมา (เช่น ของแถม หรือดีลผ่อน) แต่ วันรับเครื่อง ไม่ได้แปลว่าจะตรงกับวันเริ่มขายจริงเสมอไป บางช่องทางเริ่มส่งก่อนวันขายจริงเล็กน้อย ขณะที่บางช่องทางส่งตามคิวหลังวันขายจริง
ความต่างที่พบบ่อยในไทยคือช่องทางสั่งซื้อ เช่น Samsung.com, ร้านพาร์ตเนอร์, หรือค่ายมือถือ แต่ละที่มีรอบจัดส่ง, สต็อกสี, และขั้นตอนยืนยันคำสั่งซื้อไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นผู้ซื้อควรทำ 3 อย่างก่อนกดจ่ายเสมอ คือเช็ก “กำหนดส่ง”, เช็ก “เงื่อนไขยกเลิกหรือเปลี่ยนสี”, และเช็ก “วิธีติดตามสถานะ”
วิธีง่ายสุดคือหลังชำระเงินแล้ว ให้ติดตามผ่านอีเมลยืนยันคำสั่งซื้อ และหน้าแสดงสถานะออเดอร์ของช่องทางนั้นๆ หากเป็นค่ายมือถือให้เช็ก SMS หรือแอปของค่ายด้วย จะลดโอกาสพลาดวันรับเครื่องแบบไม่รู้ตัว
ราคาไทย, รุ่นความจุ, สีที่มีให้เลือก และโปรที่ควรเช็กก่อนซื้อ

เรื่องราคามักทำให้ตัดสินใจยากพอๆ กับวันขาย เพราะ “ราคาเครื่องเปล่า” กับ “ราคาเมื่อผูกโปรรายเดือน” อาจต่างกันมาก โดยเฉพาะช่วงพรีออเดอร์ที่มีโปรเฉพาะทางบางช่องทาง ดังนั้นคนที่อยากคุมงบควรเริ่มจากการล็อกความจุที่เหมาะกับพฤติกรรมตัวเองก่อน แล้วค่อยไปเทียบโปร
สำหรับการดูสเปกและตัวเลือกในหน้าทางการของซัมซุง (เพื่อเช็กชื่อสีหรือรายละเอียดรุ่น) สามารถอ้างอิงจากหน้า สเปกและฟีเจอร์ Galaxy S26 Ultra ของ Samsung แล้วค่อยเทียบกับหน้าขายไทยอีกที เพราะชื่อสีในแต่ละตลาดอาจเรียกต่างกันเล็กน้อย
ราคาเครื่องเปล่าในไทยของแต่ละความจุ และเหมาะกับใคร
ตารางนี้สรุปราคาเครื่องเปล่าในไทยตามความจุ (ข้อมูลล่าสุดช่วงมีนาคม 2026)
| ความจุ | ราคาเครื่องเปล่า (บาท) | เหมาะกับการใช้งาน |
| 256GB | 46,900 | ใช้ทั่วไป, แอปครบ, ถ่ายรูปพอประมาณ |
| 512GB | 54,900 | ถ่ายรูปและวิดีโอเยอะ, เกมหลายเกม |
| 1TB | 66,900 | สายคอนเทนต์, ไฟล์ใหญ่, เก็บงานยาวๆ |
สรุปสั้นๆ คือ 256GB เหมาะกับคนที่เน้นใช้งานประจำวันและใช้คลาวด์ร่วมด้วย ส่วน 512GBเหมาะกับคนที่ชอบถ่ายวิดีโอและโหลดแอปหนักๆ ขณะที่ 1TBเหมาะกับคนทำคอนเทนต์หรือไม่อยากคอยลบไฟล์บ่อย
ทิปที่หลายคนพลาดคือพื้นที่ที่เหลือจริงจะน้อยกว่าตัวเลขบนกล่อง เพราะระบบและแอปพื้นฐานกินพื้นที่ไปแล้ว การวางแผนสำรองข้อมูล (เช่น รูปและวิดีโอ) ตั้งแต่วันแรกช่วยให้ใช้งานลื่นกว่าในระยะยาว
สีที่วางขายในไทย และสิ่งที่ควรตรวจในหน้าโปรโมชัน
สีที่มีให้เลือกในไทย ได้แก่ Cobalt Violet, Sky Blue, White, Black โดยในช่วงพรีออเดอร์บางสีอาจหมดเร็วกว่าสีอื่น เพราะสต็อกรอบแรกมีจำกัด
ก่อนกดยืนยันการซื้อ ผู้ซื้อควรอ่านเงื่อนไขหน้าโปรโมชันให้ครบ โดยเฉพาะหัวข้อเหล่านี้: ของแถมมีจำนวนจำกัดหรือไม่, เทรดอินคิดมูลค่าอย่างไร, วันเริ่มส่งเครื่อง, และเงื่อนไขผ่อน 0% (ถ้ามี) เพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มักเป็นจุดที่ทำให้เข้าใจผิดทีหลัง
กติกาง่ายๆ คืออย่าดูแค่ “ของแถม” ให้ดูด้วยว่า “ต้องทำอะไรถึงได้” และ “ได้เมื่อไหร่”
เช็กให้พร้อมก่อนวันขาย: จุดเด่นที่คนไทยสนใจ และคำถามยอดฮิตเรื่องการซื้อในไทย
ก่อนถึงวันขายจริง คนจำนวนมากโฟกัสสองเรื่องคือ “สเปกคุ้มไหม” และ “ควรซื้อช่องทางไหนดี” การทำการบ้านสั้นๆ ช่วยลดโอกาสเสียเงินเพราะอารมณ์ล้วนๆ โดยเฉพาะเมื่อราคามือถือระดับนี้เทียบได้กับตั๋วเครื่องบินหลายรอบ
หากอยากเห็นภาพรวมข่าวลือและการเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนในมุมสื่อต่างประเทศ สามารถดูข้อมูลประกอบจาก สรุปข่าวและฟีเจอร์ Galaxy S26 Ultra ของ PhoneArena แล้วนำมาเทียบกับการใช้งานจริงของตัวเอง
สเปกเด่นแบบสรุปที่เกี่ยวกับการใช้งานจริง (จอ, ชิป, กล้อง, แบต, อัปเดต)
- จอ: 6.8 ถึง 6.9 นิ้ว, รีเฟรชเรต 120Hz
- ชิป: Snapdragon 8 Elite Gen 5
- กล้อง: กล้องหลัก 200MP, รองรับวิดีโอ 8K
- แบตเตอรี่: 5,000mAh
- ซอฟต์แวร์: Android 16 กับ One UI 8.5, สัญญาอัปเดตนาน 7 ปี
ภาพรวมนี้มักโดนใจ 3 กลุ่ม คือคนที่ถ่ายรูปจริงจัง, คนเล่นเกมที่อยากได้เฟรมเสถียร, และคนที่ตั้งใจใช้เครื่องยาวๆ ไม่อยากเปลี่ยนบ่อย
คำถามที่เจอบ่อยในไทย: ซื้อช่องทางไหนดี, ควรรอหลัง 11 มี.ค. ไหม, การรับประกันดูตรงไหน
Q: ซื้อ Samsung.com กับค่ายมือถือ ต่างกันตรงไหน?
A: มักต่างกันที่โปรผ่อน, เทรดอิน, และรอบจัดส่ง ค่ายมือถือเหมาะกับคนที่อยากรวมค่าเครื่องกับแพ็กเกจ ส่วน Samsung.com เหมาะกับคนที่อยากโฟกัสเครื่องเปล่าและเงื่อนไขของแบรนด์โดยตรง
Q: ถ้าอยากได้สีฮิต ควรพรีออเดอร์ไหม?
A: ถ้าต้องการสีเฉพาะและไม่อยากเสี่ยงของหมด พรีออเดอร์มักปลอดภัยกว่า
Q: ถ้ารอรีวิว ควรรอถึงเมื่อไหร่?
A: คนที่อยากดูรีวิวแบต, กล้อง, และความร้อน ควรรอหลังเริ่มขายจริง 11 มีนาคมสักระยะ เพื่อให้มีรีวิวจากผู้ใช้จริงมากขึ้น
Q: เช็กการรับประกันและศูนย์บริการจากไหน?
A: ให้ดูจากเอกสารในกล่อง, ใบเสร็จ, และหน้าออเดอร์ของร้านที่ซื้อ รวมถึงเงื่อนไขประกันที่ระบุไว้ชัดเจน
ท้ายที่สุดแล้ว การเก็บใบเสร็จและเลขคำสั่งซื้อไว้ในที่เดียวช่วยมาก โดยเฉพาะเวลาต้องเคลมหรือขอใบกำกับภาษีย้อนหลัง
สรุปวันวางขาย Samsung Galaxy S26 Ultra ในไทย (จำง่ายใน 10 วินาที)
ภาพรวมล่าสุดคือ Samsung Galaxy S26 Ultra เปิดตัววันที่ 25 ก.พ. 2026, ไทยเริ่มพรีออเดอร์ 26 ก.พ. เวลา 01:00 น. และสิ้นสุด 10 มี.ค. 23:59 น. จากนั้นเริ่มวางขายจริงวันที่ 11 มี.ค. 2026 คนที่อยากได้เร็วและลุ้นสีควรโฟกัสช่วงพรีออเดอร์ ส่วนคนที่อยากนิ่งๆ ค่อยตัดสินใจ รอหลังวันขายจริงก็ไม่สาย
ก่อนจ่ายเงินควรเช็ก 4 อย่างให้ครบ คือเลือกรุ่นความจุให้เหมาะ, เทียบราคาเครื่องเปล่ากับโปรรายเดือน, ตรวจสีและวันรับเครื่อง, และอ่านเงื่อนไขโปรให้จบ การซื้อรอบนี้จะคุ้มกว่าเมื่อเริ่มจาก แผนการใช้งาน ไม่ใช่แค่ความตื่นเต้น
Samsung S26 Ultra วันเปิดตัวในไทย: เปิดตัว 26 ก.พ. 2026, จองถึง 10 มี.ค., ขายจริง 11 มี.ค.
เทคโนโลยี
Samsung S26 Ultra วันเปิดตัวในไทย: เปิดตัว 26 ก.พ. 2026, จองถึง 10 มี.ค., ขายจริง 11 มี.ค.
ถ้าคุณกำลังรอ Samsung Galaxy S26 Ultra ในไทย, คำตอบแบบสั้นที่สุดคือ: เปิดตัว 26 ก.พ. 2026, เปิดพรีออเดอร์ในไทย 26 ก.พ. ถึง 10 มี.ค. 2026 และเริ่มวางขายจริง 11 มี.ค. 2026
บทความนี้จะสรุปไทม์ไลน์ให้จำง่าย, ช่องทางจองที่เหมาะกับคุณ, ราคาไทยตามความจุ, สีที่มีขาย (รวมสีพิเศษ), และจุดสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยใช้ภาษาง่าย อ่านแล้ววางแผนได้เลย

วันเปิดตัว, พรีออเดอร์, และวันวางขายจริงในประเทศไทย (อัปเดต กุมภาพันธ์ 2026)
สรุปให้ 3 บรรทัดตามที่คนส่วนใหญ่ต้องการรู้ก่อนเป็นอย่างแรก
- เปิดตัวในไทย: 26 ก.พ. 2026
- พรีออเดอร์: 26 ก.พ. ถึง 10 มี.ค. 2026
- วางขายจริง: 11 มี.ค. 2026
สำหรับคนที่พรีออเดอร์, บางล็อตอาจเริ่มจัดส่งราว 6 มี.ค. แต่กำหนดส่งจริงอาจไม่เท่ากันทุกคน เพราะขึ้นกับสี, ความจุ, และสต็อกของแต่ละร้าน
จุดที่พลาดกันบ่อยคือเห็นวันขายจริงแล้วคิดว่าส่งวันเดียวกันทั้งหมด แต่ความจริง “วันเริ่มขาย” กับ “วันได้รับเครื่อง” อาจห่างกันได้ ให้ดูวันส่งในหน้าออเดอร์เป็นหลัก
ถ้าคุณอยากเช็กภาพรวมข่าววันเปิดตัวและรายละเอียดที่สื่อไทยสรุปไว้, ดูบริบทเพิ่มเติมได้จาก สรุปวันเปิดตัวและสเปก Galaxy S26 Series ซึ่งช่วยให้เห็นภาพว่าไทม์ไลน์ของซีรีส์นี้เดินยังไงในช่วงต้นปี 2026
ไทม์ไลน์สำคัญที่ควรจำ ถ้าจะซื้อให้ทันรอบแรก
รอบแรกเหมือนการขึ้นรถไฟเที่ยวเช้า ถ้าขึ้นทันก็เลือกที่นั่งได้เยอะกว่า รอบพรีออเดอร์ก็คล้ายกัน
- 26 ก.พ. เปิดตัวและเริ่มจอง
- 10 มี.ค. วันสุดท้ายพรีออเดอร์
- 11 มี.ค. เริ่มขายทั่วไปทั้งหน้าร้านและออนไลน์
ทริคง่ายๆ ที่ช่วยได้จริงคือ ตั้งเตือนในมือถือไว้ล่วงหน้า, เตรียมบัญชี Samsung และข้อมูลจัดส่งให้พร้อม, แล้วเผื่อใจเรื่อง “สีพิเศษ” เพราะบางครั้งส่งช้ากว่าสีปกติ
ซื้อได้ที่ไหนในไทย และช่องทางไหนเหมาะกับคุณ
ช่องทางหลักๆ ในไทยมี 4 แบบ, แต่ความต่างที่คนอยากรู้จริงๆ คือ “โปร, ของแถม, สี, ระยะเวลาส่ง, และบริการหลังการขาย”
- Samsung.com มักมีสี Exclusive และโปรเฉพาะช่องทาง
- Samsung Experience Store เหมาะกับคนอยากจับเครื่อง ลองหน้าจอ ลองกล้องก่อน
- ร้านตัวแทน/ร้านมือถือ บางร้านให้โปรผ่อนหรือแถมอุปกรณ์ต่างกัน
- เครือข่ายมือถือ เหมาะกับคนจะเปิดเบอร์ใหม่หรือย้ายค่ายพร้อมแพ็กเกจ
ถ้าคุณเน้นจองออนไลน์และอยากรู้ขั้นตอนลงทะเบียนแบบละเอียด, ลองอ่าน วิธีลงทะเบียนและแนวทางพรีออเดอร์ Galaxy S26 เพื่อเตรียมตัวก่อนถึงวันจริง
ราคา Samsung Galaxy S26 Ultra ในไทย และโปรช่วงพรีออเดอร์ที่คนสนใจที่สุด
ราคาตามความจุในไทย (ก.พ. 2026) มักถูกพูดถึงตามนี้
| รุ่น | RAM/ความจุ | ราคา (บาท) |
| Galaxy S26 Ultra | 12/256GB | 46,900 |
| Galaxy S26 Ultra | 12/512GB | 54,900 |
| Galaxy S26 Ultra | 16/1TB | 66,900 |
เพื่อให้เห็นภาพ “โปรที่คนชอบ” ในช่วงพรีออเดอร์, ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือโปรอัปความจุ โดยจ่ายเท่ารุ่นเริ่มต้น (ทั้งนี้ เงื่อนไขจริงอาจต่างกันตามร้านและช่วงเวลา)
| ตัวอย่างโปรอัปความจุ | จ่ายเท่า | ได้เป็น |
| 512GB เหลือราคาคุ้มๆ | 46,900 | 512GB |
| 1TB เหลือราคาคุ้มๆ | 58,900 | 1TB |
สรุปสั้นๆ คือ ถ้าโปรอัปความจุมาจริง มันคุ้มกับคนที่ถ่ายรูปและวิดีโอเยอะมาก แต่ถ้าคุณใช้ทั่วไป รุ่นเริ่มต้นก็ยังพอไหว
ถ้าคุณอยากดูหน้ารวมราคาพร้อมสเปกและดีลจากแหล่งอ้างอิงภายนอกเพื่อเทียบกับร้านที่คุณเล็งไว้, ลองดู สรุปราคาและสเปก S26 Ultra ในไทย แล้วค่อยย้อนกลับมาเช็กราคาในช่องทางที่คุณจะซื้ออีกที
เลือกรุ่นความจุไหนดีให้คุ้มกับการใช้งานจริง
เรื่องความจุเหมือนกระเป๋าเดินทาง ยิ่งคุณพกของเยอะก็ยิ่งต้องเผื่อพื้นที่
256GB เหมาะกับคนใช้ทั่วไป, ถ่ายรูปบ้าง, ใช้โซเชียล, สตรีมเพลงและวิดีโอเป็นหลัก
512GB เหมาะกับคนถ่ายรูปและวิดีโอเยอะ, โหลดเกมใหญ่ๆ, เก็บไฟล์งานในเครื่อง
1TB เหมาะกับสายทำคอนเทนต์, ถ่าย 4K บ่อย, อยากเก็บไฟล์ยาวๆ แบบไม่ต้องลบถี่ๆ
เกณฑ์ตัดสินใจแบบเร็วๆ คือ คุณถ่ายวิดีโอ 4K บ่อยไหม, แอปที่ใช้หนักๆ มีเยอะหรือเปล่า, แล้วคุณต้องพกไฟล์งานไว้ในเครื่องแค่ไหน
สิ่งใหม่ของ S26 Ultra ที่เกี่ยวกับการตัดสินใจซื้อ ไม่ใช่แค่สเปคบนกระดาษ

เวลาจะซื้อรุ่น Ultra หลายคนไม่ได้ดูแค่ “แรงไหม” แต่ดูว่าใช้จริงแล้วชีวิตง่ายขึ้นหรือไม่ จุดที่กระทบการใช้งานในไทยชัดๆ มีประมาณนี้
หน้าจอ 6.9 นิ้ว มาพร้อมแนวคิด Privacy Display ช่วยเรื่องความเป็นส่วนตัวเวลาใช้นอกบ้าน
ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 (for Galaxy) เน้นงาน AI และความลื่น
ชาร์จ 60W ช่วยลดเวลารอระหว่างวัน
กล้องหลัก 200MP เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปแล้วครอป
แบต 5,000 mAh และตัวเลขการดูวิดีโอที่เคลมราว 31 ชั่วโมง เหมาะกับวันยาวๆ
สำหรับคนที่อยากอ่านมุมมองเชิงภาพรวมของฟีเจอร์และทิศทางสเปก, มีบทสรุปภาษาอังกฤษที่อ่านง่ายอย่าง อัปเดตสเปกและข่าว S26 Ultra ให้ใช้เทียบกับสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ (เช่น หน้าจอ, แบต, กล้อง)
Privacy Display คืออะไร เหมาะกับใครในชีวิตประจำวัน
Privacy Display อธิบายง่ายๆ คือ ทำให้คนที่มองจากด้านข้างเห็นหน้าจอยากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องเปิดข้อมูลส่วนตัวบ่อย เช่น อีเมลงาน, เอกสาร, แอปธนาคาร หรือแชตสำคัญ
ถ้าคุณใช้มือถือบนรถไฟฟ้า, ในคาเฟ่, หรือประชุมงานนอกสถานที่บ่อย ฟีเจอร์นี้มีโอกาส “ได้ใช้จริง” มากกว่าแค่เท่บนกระดาษ แต่ถ้าคุณใช้อยู่บ้านเป็นหลัก อาจไม่ใช่เหตุผลหลักที่ต้องรีบอัปเกรด
ชาร์จ 60W, แบต 5,000 mAh, และ AI ที่แรงขึ้น ส่งผลกับการใช้งานจริงยังไง
ชาร์จ 60W ช่วยให้คุณเติมแบตได้เร็วขึ้นระหว่างวัน โดยเฉพาะตอนรีบออกจากบ้านแล้วลืมชาร์จค้างคืน ส่วนแบต 5,000 mAh เหมาะกับคนที่ใช้มือถือทั้งวัน เช่น แผนที่, แชตงาน, ถ่ายรูป, และประชุมออนไลน์
ด้าน AI ถ้ามองแบบบ้านๆ คือ มือถือช่วยคิดงานจุกจิกแทนเราได้มากขึ้น เช่น ช่วยจัดการภาพถ่าย, ช่วยทำงานบนเครื่องให้ไวขึ้น และช่วยให้การใช้งานหลายอย่างลื่นกว่าเดิม ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้คือ “ทำเสร็จไวขึ้น” มากกว่า “สเปกสูงขึ้น”
คำถามยอดฮิตก่อนซื้อในไทย สีอะไรมีขาย, สีพิเศษหาได้ที่ไหน, และควรทำอะไรในวันจอง

สีที่มีขายในไทย และสีที่เป็น Exclusive ของ Samsung.com
สีทั่วไปที่เจอในไทย: Black, Cobalt Violet, Sky Blue, White
สีพิเศษที่มักผูกกับ Samsung.com: Silver, Pink Gold
ถ้าคุณอยากได้สีพิเศษ แนะนำให้เริ่มเช็กที่ Samsung.com ก่อน และอย่ารอใกล้วันปิดจอง เพราะสีที่คนแย่งกันมักหมดไว สุดท้ายแล้วชื่อสีอาจต่างกันเล็กน้อยตามหน้าร้าน ดังนั้นดู “ภาพสินค้า” และรหัสรุ่นประกอบจะชัวร์กว่า
เช็กลิสต์สั้นๆ สำหรับวันพรีออเดอร์ให้ไม่พลาดโปร
- เลือกรุ่น, สี, และความจุไว้ก่อนถึงเวลา
- เตรียมวิธีจ่าย (บัตร, ผ่อน, โค้ดส่วนลดถ้ามี)
- อ่านเงื่อนไขโปรและของแถมให้จบก่อนกดสั่ง
- เช็กวันส่งโดยประมาณในหน้าออเดอร์ เพราะแต่ละสีอาจต่างกัน
- เก็บหลักฐานคำสั่งซื้อ, อีเมลยืนยัน, และเลขออเดอร์ไว้
สรุปก่อนกดจอง
Samsung S26 Ultra ในไทยเปิดตัว 26 ก.พ. 2026, พรีออเดอร์ 26 ก.พ. ถึง 10 มี.ค., และวางขายจริง 11 มี.ค. 2026 ถ้าคุณอยากได้สีพิเศษหรืออยากรับเครื่องรอบแรก ให้เตรียมรุ่นและวิธีจ่ายไว้ล่วงหน้า แล้วเช็กวันส่งในหน้าออเดอร์ทุกครั้ง เพราะ กำหนดส่ง ต่างกันได้ตามสต็อก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.5 ริกเตอร์ในประเทศเมียนมาร์ ห่างจากแม่สาย จังหวัดเชียงราย 494 กิโลเมตร
เทคโนโลยี
“Tokyogurl” และ “Cheerio” ถูกตั้งข้อหาโกงในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์
กองปราบปรามจับกุมอดีตนักกีฬาอีสปอร์ตหญิงทีมชาติไทย “Tokyogurl” พร้อมผู้เล่นแทน “Cheerio” หลังถูกกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีโกงการแข่งขัน SEA Games ครั้งที่ 33 ที่กรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ – วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 กองปราบปราม (บก.ป.) ควบคุมตัว น.ส.ณภัทร วรสิน อายุ 29 ปี หรือชื่อในเกม “Tokyogurl” อดีตนักกีฬาอีสปอร์ตหญิงทีมชาติไทย เกม Arena of Valor (RoV) พร้อมนายชัยโย อายุ 23 ปี หรือ “Cheerio” ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม สืบเนื่องจากเหตุอื้อฉาวเรื่องการโกงในการแข่งขัน SEA Games ครั้งที่ 33 ช่วงเดือนธันวาคม 2568
คดีนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ใหญ่สุดของวงการอีสปอร์ตไทย เพราะกระทบภาพลักษณ์ทีมชาติอย่างหนัก และต่อยอดไปสู่บทลงโทษแบนตลอดชีวิต รวมถึงการถูกดำเนินคดีอาญา
ที่มาของคดีโกงใน SEA Games 33
การแข่งขัน SEA Games 33 จัดที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 และไทยเป็นเจ้าภาพ โดยครั้งนั้น อีสปอร์ตถูกบรรจุเป็นกีฬาเหรียญอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ SEA Games
ทีมหญิง Arena of Valor ของไทยถูกจัดเป็นตัวเต็งเหรียญทอง เพราะมีนักกีฬาชื่อดังหลายคน รวมถึง “Tokyogurl” ที่เล่นตำแหน่ง Carry
อย่างไรก็ตาม ในรอบรองชนะเลิศที่พบเวียดนาม วันที่ 15-16 ธันวาคม 2568 กรรมการและเจ้าหน้าที่เริ่มเห็นความผิดปกติระหว่างแข่งขัน เช่น
- การขยับนิ้วมือไม่สัมพันธ์กับการเล่นที่แสดงบนจอ
- ช่วงแรกเล่นได้เด่นผิดสังเกต แต่ต่อมาฟอร์มตกอย่างรวดเร็ว
- สุดท้ายทีมไทยแพ้เวียดนาม 0-3
หลังหยุดเกมเพื่อตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบว่า “Tokyogurl” เปิดแอป Discord บนโทรศัพท์ส่วนตัว และใช้ฟังก์ชันแชร์หน้าจอ เพื่อให้คนอื่นควบคุมการเล่นแทน
คนที่เล่นแทนคือ “Cheerio” แฟนหนุ่มและอดีตผู้เล่นกึ่งอาชีพ โดยเขาเล่นจากคนละสถานที่ ผ่านการควบคุมระยะไกล และใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
รูปแบบการโกงที่วางแผนมา และถูกจับได้คาหนังคาเขา
จากการสืบสวนของ กองปราบปราม ที่ตั้งชื่อปฏิบัติการว่า “Operation Ghost Buster” เจ้าหน้าที่ระบุว่าทั้งสองร่วมกันวางแผนและลงมือทำหลายขั้นตอน ได้แก่
- แชร์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของบัญชีที่ใช้แข่งอย่างเป็นทางการ
- ใช้โทรศัพท์ส่วนตัวรุ่นใกล้เคียงกับเครื่องแข่งขัน และติดตั้งซอฟต์แวร์ต้องห้าม
- ให้ “Cheerio” ควบคุมการเล่นผ่าน Discord ด้วยการแชร์หน้าจอ
- ให้ “Tokyogurl” ทำทีเหมือนเล่นเอง โดยหลบมุมกล้อง เช่น ซ่อนเครื่องไว้ใต้ขา หรือวางในตำแหน่งที่มองไม่ชัด
- วางแผนสลับกันเล่นหลายแมตช์ เพื่อให้ตรวจจับได้ยากขึ้น
หลักฐานสำคัญที่ตำรวจรวบรวมได้ เช่น
- ข้อมูลการล็อกอินที่ผิดปกติ
- ประวัติแชท และบันทึกการติดต่อสื่อสารของทั้งคู่
- คำรับของ “Cheerio” ที่ยอมรับว่าเคยเล่นแทนหลายครั้ง รวมถึงช่วงก่อนคัดเลือกทีมชาติ
- ข้อมูลและเอกสารจาก สหพันธ์กีฬาอิเล็กทรอนิกส์แห่งประเทศไทย (TESF)
ผลกระทบที่ตามมาทันที ได้แก่
- ทีมหญิง RoV ไทยถูกตัดสิทธิ์และถอนออกจากรายการที่เกี่ยวข้อง
- “Tokyogurl” ถูกปลดออกจาก Talon Esports และ TESF ลงโทษแบนตลอดชีวิต
- ภาพรวมความน่าเชื่อถือของอีสปอร์ตไทยเสียหายอย่างหนัก
การจับกุมและข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พล.ต.ต.ภัททนศักดิ์ บุพภาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ต้องหาทั้งสองเข้ามอบตัว หลังเห็นว่าพยานหลักฐานแน่นหนา
ข้อกล่าวหาหลักตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย
- ร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการคุ้มครองโดยมิชอบ
- เปิดเผยข้อมูลรหัสผ่านหรือข้อมูลการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
- กระทำการที่เสี่ยงก่อความเสียหายต่อระบบ และกระทบชื่อเสียงของประเทศ
โทษสูงสุดคือจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยศาลนัดฟังคำพิพากษา วันที่ 17 มีนาคม 2569
พล.ต.ต.ภัททนศักดิ์ ระบุว่า คดีนี้ไม่ใช่แค่การโกงเกม แต่เป็นความผิดทางเทคโนโลยีที่ทำให้ประเทศเสียหายบนเวทีกีฬานานาชาติ
แรงสั่นสะเทือนต่อวงการอีสปอร์ตไทย
คดี “Tokyogurl” และ “Cheerio” ทำให้สังคมหันมาถกกันจริงจังในหลายประเด็น เช่น
- ความโปร่งใสของการคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติ
- มาตรการตรวจเกมและการป้องกันการโกงระหว่างแข่งขัน
- ความเสี่ยงจากการใช้เทคโนโลยีและแอปสื่อสารในสนามแข่ง
นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังเรียกร้องให้ TESF ทบทวนกระบวนการคัดเลือก และเพิ่มมาตรการตรวจซอฟต์แวร์ต้องห้าม รวมถึงการยืนยันตัวบุคคลให้เข้มขึ้น
อีสปอร์ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังได้รับความนิยมสูง และ Arena of Valor เป็นหนึ่งในเกมหลักของ SEA Games ดังนั้นเหตุการณ์นี้จึงถูกจับตาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามที่คว้าชัยในแมตช์ดังกล่าวแบบเหนือความคาดหมาย
สรุปและสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป
การถูกจับกุมของ “Tokyogurl” และ “Cheerio” ปิดฉากเส้นทางนักกีฬาที่เคยโดดเด่น แต่ก็ทิ้งบทเรียนสำคัญให้วงการอีสปอร์ตไทย
แม้เรื่องนี้สร้างความอับอายในระยะสั้น แต่ถ้าถูกนำไปสู่การปรับกติกาและระบบตรวจสอบอย่างจริงจัง ก็อาจช่วยให้การแข่งขันโปร่งใสขึ้น และทำให้อีสปอร์ตไทยกลับมาน่าเชื่อถือกว่าเดิมในอนาคต
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
บุรีรัมย์ ชายอายุ 19 ปีถูกจับกุมในข้อหาวางแผนเซอร์ไพรส์แฟนสาวด้วย “ระเบิดมือ” ในวันวาเลนไทน์
เทคโนโลยี
Malwarebytes เตือนเหตุข้อมูล Instagram หลุด อ้างกระทบผู้ใช้ 17.5 ล้านบัญชี
บริษัทรักษาความปลอดภัยชี้ข้อมูลโผล่บนดาร์กเว็บ เสี่ยงถูกนำไปหลอกลวงมากขึ้น
ช่วงต้นปี 2026 กระแสกังวลด้านความปลอดภัยกลับมาอีกครั้งกับแพลตฟอร์มโซเชียลยอดนิยมอย่าง Instagram เมื่อบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ Malwarebytes ออกมาแจ้งเตือนว่าอาจมีชุดข้อมูลผู้ใช้ราว 17.5 ล้านบัญชี ถูกเผยแพร่ โดยพบระหว่างการเฝ้าระวังดาร์กเว็บตามปกติ และตอนนี้ไฟล์กำลังถูกส่งต่อในฟอรัมใต้ดินและตลาดซื้อขายข้อมูล ทั้งแบบแจกฟรีและแบบขาย
Malwarebytes เริ่มพูดถึงเหตุการณ์นี้ผ่านการแจ้งเตือนถึงผู้ใช้ และโพสต์บนโซเชียลราววันที่ 9 มกราคม 2026 จนทำให้หลายคนตื่นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่าผู้ใช้ทั่วโลกเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านจาก Instagram แบบไม่ได้นัดหมาย ตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์นั้น
ข้อมูลที่หลุดมีอะไรบ้าง และทำไมถึงน่ากังวล
ตามรายงานของ Malwarebytes และสื่อสายความปลอดภัยไซเบอร์หลายแห่ง ชุดข้อมูลที่อ้างว่าหลุดนี้มีรายละเอียดส่วนตัวหลากหลาย เช่น ชื่อผู้ใช้ Instagram, ชื่อจริง, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์ต่างประเทศ, ที่อยู่บางส่วน, user ID และเมทาดาทาของโปรไฟล์อื่นๆ ลักษณะข้อมูลไม่เหมือนแค่รายชื่ออีเมลทั่วไป แต่ดูเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง คล้ายผลลัพธ์จาก API
ต้นตอถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับ “API leak” ช่วงปลายปี 2024 โดยมีการใช้บอตสแครปข้อมูล เลี่ยงข้อจำกัดอย่าง rate limit และกลไกป้องกันอื่นๆ เพื่อดึงข้อมูลโปรไฟล์จำนวนมาก ผู้ใช้ชื่อแฝง “Solonik” ถูกอ้างว่าเป็นคนโพสต์ไฟล์ (รูปแบบ JSON และ TXT) ลงบนฟอรัม BreachForums วันที่ 7 มกราคม 2026 ภายใต้หัวข้อที่อ้างถึง “INSTAGRAM.COM 17M GLOBAL USERS, 2024 API LEAK” และตัวอย่างที่ถูกแชร์ออกมาบางส่วนแสดงข้อมูลจริง เช่น username, อีเมล และเบอร์โทร
รายงานระบุว่าไม่มีรหัสผ่านอยู่ในชุดข้อมูล ทำให้ความเสี่ยงในการยึดบัญชีโดยตรงลดลง แต่ข้อมูลติดต่อที่ครบและละเอียดทำให้มิจฉาชีพนำไปใช้ต่อได้ง่าย Malwarebytes เตือนชัดว่า ข้อมูล “มีให้ซื้อขายบนดาร์กเว็บ และอาจถูกนำไปใช้โดยอาชญากรไซเบอร์” เพื่อโจมตีแบบสวมรอย, ฟิชชิงแบบเจาะจงเป้าหมาย และหลอกเก็บข้อมูลล็อกอิน
ผู้โจมตีอาจเอาชื่อจริง พื้นที่ หรือเบอร์โทร ไปเขียนข้อความหลอกที่ดูน่าเชื่อ เหมือนเป็นทีมซัพพอร์ตของ Instagram ในกรณีที่หนักขึ้น ข้อมูลเบอร์โทรอาจถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำ SIM swapping เพื่อยึดเบอร์และดักรหัส 2FA หรือใช้กลวิธี social engineering หลอกให้เหยื่อบอกรหัสผ่านเอง
อีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านจำนวนมาก ยิ่งทำให้คนแตกตื่น
สิ่งที่ยิ่งทำให้คนกังวล คือผู้ใช้ Instagram จำนวนมากเริ่มได้รับอีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านที่ดูเหมือนถูกต้อง ส่งจาก security@mail.instagram.com ประมาณวันที่ 8 มกราคม 2026 ทั้งที่หลายคนยืนยันว่าไม่ได้กด “ลืมรหัสผ่าน” เอง
Malwarebytes เชื่อมโยงอีเมลชุดนี้กับข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ โดยมองว่าผู้ไม่หวังดีกำลังใช้รายชื่ออีเมลที่หลุด เพื่อสั่งคำขอรีเซ็ตรหัสผ่านแบบอัตโนมัติจำนวนมาก วิธีนี้ช่วยได้หลายอย่างในเวลาเดียวกัน เช่น เช็กว่าบัญชีไหนยังใช้งานอยู่ สร้างความรำคาญให้ผู้ใช้ และปูทางไปสู่การฟิชชิงรอบถัดไป (อย่างการส่งลิงก์รีเซ็ตปลอมตามมา)
ในฟอรัมและโซเชียลมีคนแชร์ภาพหน้าจอจำนวนมาก บางคนบอกว่าได้รับอีเมลแบบนี้เป็นสิบฉบับในเวลาไม่นาน ตอนแรกหลายคนคิดว่าเป็นบั๊ก แต่พอข่าวชุดข้อมูล 17.5 ล้านเรคคอร์ดเริ่มกระจาย วงเชื่อมโยงก็ชัดขึ้น
คำชี้แจงจาก Meta, ไม่ใช่การเจาะระบบ แต่เป็นช่องโหว่ที่แก้แล้ว
ฝั่ง Instagram และบริษัทแม่อย่าง Meta ออกมาปฏิเสธว่ามีการ “แฮ็กระบบ” โดยในโพสต์บน X วันที่ 11 มกราคม 2026 ระบุว่า “เราแก้ไขปัญหาที่ทำให้บุคคลภายนอกสามารถขออีเมลรีเซ็ตรหัสผ่านแทนบางคนได้ ไม่มีการละเมิดระบบของเรา และบัญชี Instagram ของคุณปลอดภัย คุณสามารถเพิกเฉยต่ออีเมลเหล่านั้นได้ ขออภัยในความสับสน”
Meta ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันตัวเลข 17.5 ล้าน หรือยืนยันที่มาของชุดข้อมูลดังกล่าวโดยตรง โดยกรอบคำอธิบายของบริษัทโฟกัสไปที่การถูกใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่ตอนนี้อุดแล้ว ซึ่งทำให้เกิดการส่งคำขอรีเซ็ตจำนวนมาก มากกว่าจะเป็นหลักฐานว่าข้อมูลหลุดจากระบบภายใน
แนวทางนี้คล้ายเหตุการณ์ในอดีต เช่น กรณีปี 2021 ที่มีข้อมูลผู้ใช้มากกว่า 530 ล้านรายถูกสแครปและเผยแพร่ โดยถูกอธิบายว่าเป็นข้อมูลโปรไฟล์สาธารณะ ไม่ใช่การเจาะระบบ บางเสียงมองว่าเป็นการลดน้ำหนักปัญหาการสแครปข้อมูล ขณะที่อีกฝั่งชี้ว่าถ้าไม่มีระบบหลักถูกเจาะ และบัญชียังอยู่ครบ ก็ไม่ควรเรียกว่าโดนแฮ็ก
ผลกระทบต่อผู้ใช้ และสิ่งที่ควรทำตอนนี้
แม้รายละเอียดหลายส่วนยังตรวจสอบได้ไม่ครบ และ Meta ไม่รับคำว่า “ข้อมูลรั่วจากการเจาะระบบ” เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนความเสี่ยงที่เกิดซ้ำบนแพลตฟอร์มใหญ่ๆ ต่อให้ไม่มีรหัสผ่านหลุด ข้อมูลติดต่อที่ละเอียดก็เพิ่มโอกาสถูกฟิชชิงและขโมยตัวตน โดยเฉพาะบัญชีที่มีผู้ติดตามเยอะ หรือคนที่ถูกเล็งเป็นเป้าหมายอยู่แล้ว
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย รวมถึง Malwarebytes มีแนวทางหลักๆ ดังนี้
- เปลี่ยนรหัสผ่านผ่านแอปหรือเว็บของ Instagram โดยตรง อย่ากดจากลิงก์ในอีเมล
- เปิดใช้งาน two-factor authentication (2FA) และเลือกใช้แอป authenticator แทน SMS เพื่อลดความเสี่ยงจาก SIM swapping
- เพิกเฉยต่ออีเมลรีเซ็ตที่ไม่ได้ขอเอง ถ้ากังวลให้ล็อกอินเข้าไปเช็กกิจกรรมในบัญชีโดยตรง
- ตรวจสอบการหลุดของอีเมลด้วยเครื่องมืออย่าง HaveIBeenPwned.com หรือสแกน Digital Footprint ฟรีของ Malwarebytes
- ระวังฟิชชิงเป็นพิเศษ ถ้ามีข้อความที่เอาข้อมูลส่วนตัวมาพูดเพื่อให้เราเชื่อใจ
เหตุการณ์นี้เกิดท่ามกลางแนวโน้มข้อมูลโซเชียลหลุดเป็นระยะ ช่วงปลายปี 2024 ก็มีชุดข้อมูล Instagram ขนาดใหญ่อีกรอบโผล่ขึ้นมา และ Meta ยังถูกจับตาเรื่องความเป็นส่วนตัวและมาตรการป้องกันการสแครปข้อมูลอยู่เรื่อยๆ
ผลต่อความเชื่อมั่นของแพลตฟอร์ม
เมื่อ Instagram มีผู้ใช้งานต่อเดือนใกล้ระดับ 2.5 พันล้านคน เหตุการณ์แบบนี้ทำให้หลายคนไม่สบายใจ แม้บริษัทจะยืนยันว่าระบบปลอดภัย แต่การมีข้อมูลกว่า 17.5 ล้านเรคคอร์ดถูกปล่อยออกมา ไม่ว่าจะมาจากการสแครปหรือช่องโหว่ API ก็สะท้อนว่าความเป็นส่วนตัวยังถูกคุกคามได้ง่าย และดาร์กเว็บทำให้ข้อมูลกระจายเร็วมาก
สิ่งสำคัญคืออย่าตื่นตระหนก แต่ก็อย่ามองข้าม ความเสียหายมักเกิดตอนข้อมูลถูกเอาไปใช้ต่อ มากกว่าตอนมันหลุดครั้งแรก ดูแลความปลอดภัยพื้นฐานให้สม่ำเสมอ ยังเป็นวิธีที่ช่วยได้มากที่สุดในช่วงที่ข้อมูลส่วนตัวกลายเป็นของที่ถูกซื้อขายกันง่ายขึ้นเรื่อยๆ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อดึงดูดดิสนีย์แลนด์มาตั้งอยู่ในประเทศไทย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
คู่สามีภรรยาสูงวัยจากเชียงรายเข็นรถเข็นไปร้องเพลงหาเลี้ยงชีพวันละ 10-16 กิโลเมตร
-
ข่าวระดับชาติ - National6 days ago
สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days ago
ชายวัย 56 ปีถูกจับกุมในข้อหาเผาสุนัขไซบีเรียนฮัสกี้ชื่อ “มอลลี่” จนตาย
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days ago
หญิงชาวเชียงรายที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ ได้รับการช่วยเหลือจากการถูกหลอกลวงในประเทศกัมพูชา


