Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวระดับชาติ - National

ประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อดึงดูดดิสนีย์แลนด์มาตั้งอยู่ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ – รัฐบาลไทยเร่งขับเคลื่อนแนวคิดพัฒนา “สวนสนุกระดับโลก” ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมี Disneyland เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ เป้าหมายคือยกระดับการท่องเที่ยว และช่วยผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยังเดินหน้าได้ไม่เต็มที่…

Published

on

ประเทศไทยกำลังเร่งดำเนินการเพื่อดึงดูดดิสนีย์แลนด์มาตั้งอยู่ในประเทศไทย

กรุงเทพฯ รัฐบาลไทยเร่งขับเคลื่อนแนวคิดพัฒนา “สวนสนุกระดับโลก” ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมี Disneyland เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญ เป้าหมายคือยกระดับการท่องเที่ยว และช่วยผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยังเดินหน้าได้ไม่เต็มที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พูดถึงเรื่องนี้ต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าประเทศไทย “พร้อม” เปิดรับการลงทุนระดับโลก และมีโอกาสกลายเป็นบ้านของ Disneyland แห่งที่ 5 ในเอเชีย

ปัจจุบัน The Walt Disney Company มีสวนสนุกในเอเชีย 4 แห่ง ได้แก่ Tokyo Disneyland และ Tokyo DisneySea ที่วีซ่าท่องเที่ยวเป็น 15,000 เยน เริ่ม 1 ก.ค. 2026">ญี่ปุ่น, Hong Kong Disneyland ที่ฮ่องกง, และ Shanghai Disneyland ที่จีน หากเกิดขึ้นในไทย จะเป็นการขยายสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ เพราะภูมิภาคนี้ยังไม่มีสวนสนุก Disney ที่ยืนยันชัดเจน

ภาพใหญ่ของรัฐบาล, ปั้น EEC เป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งปี

ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ผลักดันแนวคิดนี้ในฐานะส่วนหนึ่งของแผนทำให้ EEC ซึ่งครอบคลุมชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ใกล้เคียง กลายเป็นจุดหมายท่องเที่ยวตลอดทั้งปี EEC มีฐานอุตสาหกรรมแข็งแรง และมีโครงการคมนาคมหลายอย่างรองรับอยู่แล้ว รัฐมองว่าพื้นที่นี้ได้เปรียบทั้งทำเลกลางอาเซียน ใกล้ทะเล และมีแผนเชื่อมต่อการเดินทางในอนาคต

นายพิพัฒน์มองว่าโครงการใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสนามบินดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา รวมถึงการขยายสนามบินอู่ตะเภา และโครงการ Eastern Aviation City จะเดินต่อได้ยาก หากไม่มีแรงจูงใจที่ดึงคนเดินทางและเม็ดเงินลงทุนได้จริง สวนสนุกที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกจึงถูกวางให้เป็นตัวช่วยสร้างทราฟฟิกนักท่องเที่ยวแบบสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคุ้มค่าในระยะยาว

นายพิพัฒน์เคยให้เหตุผลว่าไทยมีจุดแข็งด้านบริการ อาหาร และสภาพอากาศที่อยู่ได้ทั้งปี อีกทั้งตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน และติดทะเล ซึ่งช่วยเรื่องการเดินทางและการท่องเที่ยว

แนวคิดนี้ยังถูกมองว่าเป็น “โครงการแม่เหล็ก” ที่เดินคู่กับการพัฒนาอื่นในพื้นที่ เช่น แผนสร้างศูนย์กีฬาแห่งชาติขนาดราว 240 เฮกตาร์ ที่มีสนามฟุตบอลมาตรฐานโลกประมาณ 80,000 ที่นั่ง เพื่อรองรับการแข่งขันระดับนานาชาติและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ ส่วนขนาดพื้นที่สวนสนุกมีการพูดถึงหลายระดับ ตั้งแต่ราว 960 ไร่ (ประมาณ 384 เอเคอร์) สำหรับรูปแบบที่เล็กกว่า ไปจนถึงราว 3,000 ไร่ (ประมาณ 1,200 เอเคอร์) สำหรับรูปแบบขนาดใหญ่ และอาจขยายพื้นที่รวมของโครงการได้ถึงราว 5,000 ไร่ (ประมาณ 2,000 เอเคอร์)

พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงรวมถึงโซน EEC Capital City (EECiti) เมืองอัจฉริยะในตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยแนวทางที่สื่อสารออกมาคือการเป็นศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับครอบครัว และย้ำว่าไม่มีองค์ประกอบของคาสิโน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ Disney ที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการพนัน

สิทธิประโยชน์, โมเดลลงทุน และกระแสจากภาคธุรกิจไทย

ฝั่งหน่วยงานรัฐ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EECO) ได้รับมอบหมายให้ศึกษาแนวทางและออกแบบสิทธิประโยชน์เพื่อดึงผู้ประกอบการระดับโลก โดยอาจครอบคลุมเรื่องภาษี การสนับสนุนด้านที่ดิน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับกติกาที่เกี่ยวข้องให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น

รัฐบาลส่งสัญญาณว่าจะเชิญ The Walt Disney Company มาลงทุนโดยตรงเป็นลำดับแรก แต่หากยังไม่เกิดขึ้น ก็อาจพิจารณาแนวทางขอสิทธิ์อนุญาต (licensing) เพื่อพัฒนาเป็นสวนสนุกในแบรนด์ Disney ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม

กระแสในประเทศเริ่มคึกคัก นายพิพัฒน์ระบุว่ามีกลุ่มธุรกิจไทยติดต่อเข้ามา แสดงความสนใจร่วมลงทุน ด้านบทวิเคราะห์การเงินจาก Longtunman ประเมินมูลค่าโครงการอาจแตะราว 100,000 ล้านบาท (ประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมองผลเชิงเศรษฐกิจจากการจ้างงาน การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และการเพิ่มจำนวนวันพักในไทย

นายจุฬา สุขมโนปกรณ์ เลขาธิการ สกพอ. ยืนยันว่ามีการวางแผนเชื่อมโครงการสวนสนุกเข้ากับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเมืองน่าอยู่ในพื้นที่ เพื่อเสริมการเดินทางและเพิ่มความน่าสนใจของ EEC ในภาพรวม

ผลต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยว และโจทย์ที่ต้องผ่าน

ผู้สนับสนุนแนวคิดมองว่า หากมี Disneyland ในไทย จะดึงนักท่องเที่ยวครอบครัวที่มีกำลังใช้จ่ายจากหลายประเทศได้มากขึ้น ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงยุโรป และตลาดอื่น ๆ สินค้าท่องเที่ยวของไทยก็จะหลากหลายขึ้น ไม่ได้พึ่งแค่ทะเล วัด หรือแหล่งวัฒนธรรม อีกทั้งช่วยกระจายรายได้สู่พื้นที่ EEC ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของประเทศอยู่แล้ว

แนวคิดนี้ยังสอดรับกับทิศทางท่องเที่ยวมูลค่าสูงและยั่งยืน เพราะวางภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวครอบครัว และหลีกเลี่ยงประเด็นอ่อนไหวจากรูปแบบสถานบันเทิงที่พ่วงคาสิโน ซึ่งเคยเป็นหัวข้อถกเถียงในช่วงก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม โครงการยังมีอุปสรรคที่ต้องจับตา Disney เลือกทำเลต่างประเทศอย่างระมัดระวัง และช่วงหลังมีข่าวการขยายไปที่อื่น เช่น Abu Dhabi ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเงื่อนไขของตลาด โครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนจากรัฐ และความคุ้มค่าในระยะยาว เป็นตัวตัดสินหลัก ขณะนี้แผนในไทยยังอยู่ขั้นสำรวจและออกแบบ ยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ หรือกรอบเวลาที่ชัดเจน

แม้ยังไม่ปักหมุดวันเริ่มโครงการ แต่ท่าทีของรัฐสะท้อนความต้องการดึงการลงทุนด้านความบันเทิงขนาดใหญ่ เพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน หากเดินหน้าได้จริง ไทยอาจเพิ่มบทบาทในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวหลักของภูมิภาค และทำให้ชายฝั่งตะวันออกเป็นอีกศูนย์กลางใหม่ของอุตสาหกรรมสวนสนุกระดับโลกในอนาคต

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

ท่องเที่ยวเชียงรายกำลังเจอทางแยกใหญ่, จะเป็นแค่จุดแวะหรือปลายทางจริงจัง

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

ข้อตกลงน้ำระหว่างไทยและเมียนมาร์จุดชนวนความไม่พอใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมลพิษที่ซ่อนเร้น

Naree Srisuk

Published

on

ข้อตกลงน้ำระหว่างไทยและเมียนมาร์จุดชนวนความไม่พอใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมลพิษที่ซ่อนเร้น

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิชาการและกลุ่มภาคประชาชนได้ออกมาวิจารณ์ข้อตกลง หรือ TOR ด้านการจัดการคุณภาพน้ำระหว่างภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยและเมียนมาอย่างหนัก พวกเขาระบุอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงฉบับนี้ ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในหลายด้าน นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขบางประการที่อาจละเมิดรัฐธรรมนูญของไทยอีกด้วย

ข้อตกลงนี้ถูกลงนามในช่วงที่ผู้นำเมียนมา เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ ได้ตรวจสอบรายละเอียดของ TOR อย่างถี่ถ้วน เขาเปิดเผยว่า ฝ่ายไทยยอมทำตามการแก้ไขของเมียนมาถึง 7 จุดสำคัญด้วยกัน

ประเด็นสำคัญ

  • ไทยยอมถอยหลายประเด็นสำคัญ: ไทยยอมตัดความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ และยกเลิกการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษร่วมกัน ทำให้ขาดกลไกการป้องกันมลพิษข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ
  • ความเสียเปรียบด้านการทำงาน: คณะทำงานของเมียนมาครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า ขณะที่ไทยละเลยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างจังหวัดระนอง
  • ส่อปิดบังข้อมูลของประชาชน: ไทยเป็นผู้เสนอเงื่อนไขให้รักษาความลับของข้อมูล ซึ่งนักวิชาการมองว่าขัดต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญไทยกำหนดไว้

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ประเทศไทยยอมให้ตัดการร่วมมือ ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำร่วมกันออกไปอย่างน่าตกใจ นอกจากนี้ยังยกเลิกการหาแหล่งที่มาของมลพิษ การประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการป้องกันปัญหาทางน้ำ

ในด้านการกำหนดนโยบาย ไทยยอมตัดความช่วยเหลือจากองค์กรระดับนานาชาติ เช่น คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และหน่วยงานของอาเซียนออกไป นอกจากนี้ยังตัดเรื่องการสนับสนุนเงินทุน การช่วยเหลือทางเทคนิค และกลุ่มผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศออกทั้งหมด ข้อตกลงนี้ยังถูกระบุให้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ อีกด้วย

ข้อเสนอของไทยที่สร้างความเสียเปรียบเอง

สิ่งที่ทำให้ภาคประชาชนผิดหวังคือ ข้อเสนอของฝ่ายไทยจำนวน 3 จุด กลับทำให้ประเทศของเราเสียเปรียบมากขึ้น จุดแรกคือการกำหนดคณะทำงานร่วม ฝ่ายไทยมีตัวแทนเพียง 7 หน่วยงานเท่านั้น ซึ่งนำโดยกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานระดับจังหวัดในภาคเหนือ

ขณะที่เมียนมามีคณะทำงานถึง 9 หน่วยงาน ซึ่งครอบคลุมมิติที่หลากหลายกว่า ทั้งด้านป่าไม้ การขนส่ง และเหมืองแร่ นอกจากนี้ ไทยยังไม่ได้รวมหน่วยงานจากจังหวัดระนองเข้าไปในคณะทำงาน ทั้งที่แม่น้ำกระบุรีในระนองกำลังเผชิญปัญหาการปนเปื้อน จากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างรุนแรง

ดร.สืบสกุล ตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานระดับจังหวัดมักอ้างเสมอว่าแม่น้ำไม่มีปัญหาและพืชผลยังปลอดภัย พวกเขามักระบุว่าสารโลหะหนักมาจากชั้นดินตามธรรมชาติ โดยไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ สิ่งนี้ทำให้รัฐละเลยการแก้ปัญหาการสะสมของโลหะหนักในระยะยาว

ปัญหาหน่วยงานท้องถิ่นและการปิดบังข้อมูล

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการรักษาความลับ ประเทศไทยเป็นผู้เสนอเองว่าข้อมูลทุกอย่างต้องถูกเก็บเป็นความลับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลดิบหรือเอกสารสำคัญต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นการปิดบังข้อมูลประชาชน

จุดสุดท้ายคือเรื่องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ฝ่ายไทยเสนอว่าเอกสารข่าว แถลงการณ์ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายก่อนเสมอ สิ่งนี้ยิ่งทำให้การทำงานตรวจสอบโปร่งใสเป็นไปได้ยากมาก ดร.สืบสกุลกล่าวอย่างสิ้นหวังว่า เขาไม่มีความเชื่อมั่นใน TOR ฉบับนี้เลย

การจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนั้น ต้องการความร่วมมือที่โปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา หากปราศจากความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ประชาชนในพื้นที่จะต้องรับกรรมต่อไป คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็มได้จากต้นฉบับที่ MGR Online

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

พบศพชายปริศนาเปลือยกาย ลอยติดประตูระบายน้ำเขื่อนเชียงราย

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที

 

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C

Published

on

จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C

เลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย – ทหารเรือหญิงชาวไทยคนหนึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในกองทัพเรือสหรัฐฯ ด้วยการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการสนับสนุนฝูงบินขับไล่สมรรถนะสูงระดับโลก ทหารเรือหญิงผู้นี้คือ พลทหารหญิง กอร์รานิส ออนริต ซึ่งเติบโตในจังหวัดมหาสารคาม และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในฝูงบินขับไล่โจมตี (VFA) 122 ณ ฐานทัพอากาศนาวิกโยธินเลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ประเด็นสำคัญ

  • จุดเริ่มต้นจากภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย: พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ เติบโตและจบการศึกษาจากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนจะก้าวข้ามขีดจำกัดเปลี่ยนสายงานจากสถาปนิกสู่อาชีพทหารเรือสหรัฐฯ
  • บทบาทสำคัญในกองทัพ: เธอทำหน้าที่ดูแลระบบส่งกำลังบำรุงให้ฝูงบิน VFA 122 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของเครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II และ F/A-18E/F Super Hornet
  • รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ: ความทุ่มเททำให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศแรกในอาชีพรับราชการทหารเรือ

พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ สำเร็จการศึกษาจากนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี 2005 ต่อมาเธอคว้าปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมและการผังเมือง จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปี 2011

หลังจากนั้น เธอเดินทางไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Lincoln University ในเมืองออกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 2017 และทำงานเป็นสถาปนิกอยู่หลายปี

อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจสมัครเข้ารับราชการในกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อสองปีที่แล้ว เพื่อท้าทายศักยภาพของตนเอง การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตและอาชีพการทำงานของเธอ

บทบาทสำคัญในฐานทัพเรือ NAS Lemoore

ปัจจุบัน พลทหารกรณิส ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านส่งกำลังบำรุง ประจำฝูงบิน “Flying Eagles” (VFA 122) ณ ฐานทัพเรือ NAS Lemoore ฐานทัพแห่งนี้เป็นบ้านของฝูงบินขับไล่แปซิฟิก และเป็นสถานที่เดียวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการเครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยรุ่น F-35C Lightning II

ฝูงบินแห่งนี้มีกำลังพลรวมกันมากกว่า 700 คน ทุกคนทำงานร่วมกันเป็นทีมขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนภารกิจ การบริหารจัดการอะไหล่ อุปกรณ์ และทรัพยากรต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ฝูงบินสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง

กองทัพเรือสหรัฐฯ พึ่งพาความพร้อมของเรือบรรทุกเครื่องบินและฝูงบินในการรักษาความมั่นคงทางทะเลทั่วโลก การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพของทหารเรือทุกนาย จึงมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงและการคุ้มครองเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเล

ทลายกรอบความเชื่อและสร้างความภาคภูมิใจ

ในสังคมและวัฒนธรรมเอเชีย อาชีพทหารมักถูกมองว่าเป็นอาชีพของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง การที่เธอสามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรือระดับโลกได้ จึงเป็นเรื่องที่เธอภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ความตั้งใจในการทำงานของเธอส่งผลให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 รางวัลนี้มอบให้แก่ทหารเรือที่มีผลงานโดดเด่นและมีความประพฤติดีเยี่ยม

กรณิสกล่าวขอบคุณ สุรเดช สามีของเธอที่เป็นกำลังใจและสนับสนุนเธอมาโดยตลอด รวมถึงทักษะการทำงานเป็นทีมที่เธอเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กในประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในวันนี้ คุณสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ U.S. Navy

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สรุปสิทธิประโยชน์ประกันสังคมประจำปี 2026 ที่พนักงานควรรู้

เช็กเลย! สวัสดิการรัฐบาล เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินเข้าวันไหน วงเงินรวมสูงสุด 1,330 บาท รีบตรวจสิทธิ์ก่อนหมดอายุ

 

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

Naree Srisuk

Published

on

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

ลำปาง – เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.40 น. เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณใต้สะพานลอยกาดเมฆ ตำบลพระบาท ต่างตกใจเมื่อเห็นผู้โดยสารจำนวนมากรีบขนสัมภาระลงจากขบวนรถไฟ ขบวนรถไฟดังกล่าวจอดนิ่งสนิทอยู่บนราง ทำให้หลายคนสงสัยและเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้โดยสารต่างพากันเดินข้ามราวเหล็กออกมาพักคอยอยู่ริมถนนอย่างปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานอย่างรวดเร็วเพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของการเดินรถ

ประเด็นสำคัญ 

  • รถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 7 (กรุงเทพอภิวัฒน์–รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่) เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องกะทันหันในพื้นที่จังหวัดลำปาง
  • เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอพยพผู้โดยสารกว่า 100 คน นั่งรถบัสเดินทางต่อไปยังปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างปลอดภัย
  • ทีมวิศวกรเร่งซ่อมแซมและเคลียร์เส้นทาง เพื่อไม่ให้กระทบรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 ที่จะวิ่งสวนลงมาในช่วงค่ำ

ต่อมา กองจัดการเดินรถเขต 3 (สายเหนือ) ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่แท้จริง รถไฟที่เกิดเหตุคือรถด่วนพิเศษขบวนที่ 7 ซึ่งเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ขบวนรถเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องอย่างกะทันหันระหว่างสถานีหนองวัวเฒ่า

เหตุขัดข้องนี้เกิดขึ้นขณะที่ขบวนรถกำลังจะเคลื่อนตัวเข้าสู่สถานีนครลำปาง ส่งผลให้รถไฟไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน โดยจัดเตรียมรถบัสเพื่อขนย้ายผู้โดยสารประมาณ 100 คน เดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่จนถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพ

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ขบวนรถ หวั่นกระทบตารางเดินรถสายเหนือ

ล่าสุด ทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่เฉพาะทางของการรถไฟฯ ได้ลงพื้นที่พร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทั้งแม่แรงและรอกขนาดใหญ่ พวกเขาเร่งดำเนินการถอดเครื่องยนต์ที่ขัดข้องออกจากโบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา ขบวนรถไฟเที่ยวนี้มีทั้งหมด 3 โบกี้ การทำงานจึงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและแข่งกับเวลา

หลังจากถอดเครื่องยนต์ที่มีปัญหาออกเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการลากจูงขบวนรถไฟที่เหลือเข้าจอดพักที่สถานีรถไฟนครลำปาง ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อเคลียร์เส้นทางเดินรถสายเหนือให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเดินทางเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวท้องถิ่นและ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และคำขออภัยจาก รฟท.

การเร่งเคลียร์รางรถไฟครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเนื่องที่จะเกิดกับผู้โดยสารกลุ่มอื่น หากเปิดเส้นทางเดินรถไม่ทันเวลา อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 รถขบวนนี้มีกำหนดเดินทางจากเชียงใหม่กลับสู่กรุงเทพอภิวัฒน์ และต้องแล่นผ่านสถานีนครลำปางในเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเดียวกัน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ประเทศไทย">การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กล่าวขออภัยผู้โดยสารทุกท่านสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และจะคอยรายงานข้อมูลอัปเดตให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทางในเส้นทางสายเหนือช่วงเวลานี้ ควรเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ท่านสามารถตรวจสอบสถานะขบวนรถไฟแบบเรียลไทม์ได้ทางแอปพลิเคชันหรือคอลเซ็นเตอร์ 1690 เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ

อุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือภาวะฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ แม้จะเกิดความล่าช้า แต่ความปลอดภัยของทุกคนต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ เราหวังว่าระบบการเดินรถสายเหนือจะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเพื่อให้บริการประชาชนต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต

อัปเดตล่าสุด! สถานีรถไฟเชียงรายคืบหน้าเกือบ 67% เตรียมเปิดใช้ปี 2571

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending