ข่าวระดับชาติ - National
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าสำหรับผู้อพยพจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย
วอชิงตัน ดีซี, 15 มกราคม 2026 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (U.S. Department of State) ประกาศระงับการดำเนินการเกี่ยวกับ วีซ่าผู้อพยพ (immigrant visa) สำหรับพลเมืองจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026 เป็นต้นไป และยังไม่กำหนดวันกลับมาเปิดตามปกติ มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางคุมเข้มการย้ายถิ่นของรัฐบาลทรัมป์ เพื่อลดการรับผู้ที่อาจต้องพึ่งพาสวัสดิการรัฐเมื่อเข้าไปอยู่ในสหรัฐฯ
รายงานระบุว่าเนื้อหามาจากบันทึกภายในของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่ง Fox News เป็นสื่อแรกที่นำเสนอ โดยคำสั่งดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่กงสุลหยุดพิจารณาวีซ่าผู้อพยพที่นำไปสู่การได้สถานะผู้พำนักถาวร (เช่น กรีนการ์ดจากการสนับสนุนโดยครอบครัว หรือจากการจ้างงาน) ระหว่างที่หน่วยงานทบทวนขั้นตอนการคัดกรองและตรวจสอบประวัติ (screening and vetting) ใหม่
ทอมมี พิก็อตต์ (Tommy Pigott) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า กระทรวงจะใช้อำนาจที่มีมาอย่างยาวนานในการพิจารณา “ไม่ให้มีสิทธิ” สำหรับผู้สมัครที่มีแนวโน้มจะกลายเป็นภาระของรัฐ (public charge) ในสหรัฐฯ และอาจใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสาธารณะ พร้อมย้ำว่า การพิจารณาวีซ่าผู้อพยพจากทั้ง 75 ประเทศจะถูกพักไว้ จนกว่าจะทบทวนกระบวนการให้รัดกุมขึ้น เพื่อป้องกันการเข้าประเทศของผู้ที่คาดว่าจะพึ่งพาสวัสดิการและเงินช่วยเหลือของรัฐ
มาตรการรอบนี้ต่อยอดจากการบังคับใช้กฎ “public charge” ที่ถูกนำกลับมาใช้และขยายความเข้มงวดช่วงปลายปี 2025 เจ้าหน้าที่กงสุลต้องปฏิเสธคำขอวีซ่า หากประเมินว่า ผู้สมัครมีแนวโน้มพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ โดยพิจารณาปัจจัยหลายด้าน เช่น อายุ สุขภาพ ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ฐานะการเงิน ระดับการศึกษา และความเสี่ยงที่จะต้องใช้การรักษาพยาบาลระยะยาว ฝ่ายสหรัฐฯ ยังอ้างความกังวลเรื่องการทุจริตสวัสดิการ โดยยกกรณีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับชาวโซมาเลียในรัฐมินนิโซตาเป็นตัวอย่าง

รายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระงับวีซ่าผู้อพยพ
รายชื่อประเทศทั้ง 75 ประเทศครอบคลุมหลายภูมิภาค ทั้งแอฟริกา เอเชีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง แคริบเบียน และยุโรปตะวันออก ได้แก่ Afghanistan, Albania, Algeria, Antigua and Barbuda, Armenia, Azerbaijan, Bahamas, Bangladesh, Barbados, Belarus, Belize, Bhutan, Bosnia, Brazil, Burma (Myanmar), Cambodia, Cameroon, Cape Verde, Colombia, Cote d’Ivoire, Cuba, Democratic Republic of the Congo, Dominica, Egypt, Eritrea, Ethiopia, Fiji, Gambia, Georgia, Ghana, Grenada, Guatemala, Guinea, Haiti, Iran, Iraq, Jamaica, Jordan, Kazakhstan, Kosovo, Kuwait, Kyrgyzstan, Laos, Lebanon, Liberia, Libya, Macedonia, Moldova, Mongolia, Montenegro, Morocco, Nepal, Nicaragua, Nigeria, Pakistan, Republic of the Congo, Russia, Rwanda, Saint Kitts and Nevis, Saint Lucia, Saint Vincent and the Grenadines, Senegal, Sierra Leone, Somalia, South Sudan, Sudan, Syria, Tanzania, Thailand, Togo, Tunisia, Uganda, Uruguay, Uzbekistan และ Yemen
การมีชื่อประเทศไทยอยู่ในรายการทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐฯ ที่แน่นแฟ้น และช่วงหลังไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการเดินทางในวงกว้าง

ชี้แจงชัด: วีซ่าชั่วคราว (nonimmigrant) ยังดำเนินการตามปกติ
ประเด็นสำคัญคือ การระงับครั้งนี้กระทบ เฉพาะวีซ่าผู้อพยพ เท่านั้น ส่วน วีซ่าชั่วคราว (nonimmigrant visa) เช่น วีซ่าท่องเที่ยว (B-1/B-2) วีซ่าธุรกิจ วีซ่านักเรียน (F-1) และวีซ่าโครงการแลกเปลี่ยน (J-1) ยังยื่นและพิจารณาได้ตามปกติ
ความแตกต่างนี้ยิ่งสำคัญในช่วงที่สหรัฐฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การพักการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพจะไม่กระทบผู้เดินทางระยะสั้น เพื่อให้การท่องเที่ยว การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนระยะสั้นยังเดินหน้าได้
ผลกระทบต่อคนไทยและผู้ที่อาศัยในไทย
สำหรับคนไทย นโยบายนี้ทำให้แผนย้ายถิ่นฐานถาวรไปสหรัฐฯ สะดุดทันที ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่รอรวมญาติกับผู้ถือสัญชาติสหรัฐฯ หรือผู้พำนักถาวร แรงงานทักษะที่มีนายจ้างในสหรัฐฯ รวมถึงผู้สมัครตามช่องทางวีซ่าผู้อพยพอื่นๆ ต่างต้องเจอกับการเลื่อนแบบไม่มีกำหนด ผู้ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนอาจถูกพักเคสไว้ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนและความเครียดเพิ่มขึ้น
ในไทยมีคนจำนวนไม่น้อยตั้งเป้าขอถิ่นที่อยู่ถาวรผ่านการแต่งงาน การรวมครอบครัว หรือการทำงาน มาตรการระงับวีซ่าผู้อพยพจึงอาจกระทบผู้สมัครจำนวนมาก สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้รับคำขอวีซ่าผู้อพยพต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม K-1 fiancé visas และหมวดครอบครัวอย่าง IR
แม้บริการวีซ่าชั่วคราวที่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ ยังเปิดตามปกติ แต่นโยบายภาพรวมสะท้อนท่าทีที่เข้มงวดขึ้นต่อการย้ายถิ่นอย่างถูกกฎหมาย ผู้ยื่นวีซ่าท่องเที่ยวหรือธุรกิจควรเตรียมเอกสารให้พร้อมตามมาตรฐานเดิม และคาดได้ว่าอาจมีการตรวจสอบละเอียดขึ้น เช่น การพิจารณาข้อมูลโซเชียลมีเดีย และเอกสารด้านการเงิน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางแนะนำให้ติดตามประกาศจาก U.S. Department of State และสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด เพราะยังไม่มีการระบุระยะเวลาสิ้นสุดของการพักการพิจารณานี้ และจะดำเนินต่อไปจนกว่าการทบทวนขั้นตอนจะเสร็จสิ้น
การระงับวีซ่าผู้อพยพของ 75 ประเทศครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในมาตรการจำกัดการย้ายถิ่นที่กว้างที่สุดในช่วงหลายปีหลัง โดยชี้ให้เห็นจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการลดการพึ่งพาทรัพยากรสาธารณะ และทำให้ระบบคัดกรองเข้มงวดยิ่งขึ้น
มีผู้เสียชีวิต 32 รายจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่กำลังวิ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ข่าวระดับชาติ - National
เกษตรกรเชียงใหม่ได้รับการสนับสนุนหลังราคาผักตกต่ำ
เชียงใหม่ – เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ บางคนเล่าเรื่องราวทั้งน้ำตาว่ากะหล่ำปลีขายได้ในราคาต่ำกว่า 1 บาทต่อกิโลกรัม ด้วยเหตุนี้ กลุ่มคนในเมืองจึงเข้ามาช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม
พระครูอดจากวัดเจดีย์หลวง ร่วมกับมูลนิธิเพชรเกษมและเครือข่ายอาสาสมัคร ได้ซื้อผลผลิตราคาถูกจำนวนมากและนำมาจัดทำเป็นชุดอาหารแจกฟรีแก่ประชาชน
ครั้งนี้มีทั้งมะเขือยาว ฟักทอง แตงโม และกะหล่ำปลี รวมแล้วมากกว่า 40 ตัน จากนั้นทีมงานยังมีชมรมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา และกลุ่มจิตอาสา มาช่วยกันคัด แพ็ก และจัดเรียงให้เป็นระเบียบ เพื่อให้แจกจ่ายได้ทั่วถึงตลอดงาน

พระครูอ๊อดเล่าว่า ตั้งใจทำกิจกรรมนี้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ชาวพุทธระลึกถึงโอวาทปาติโมกข์ คำสอนที่ย้ำให้ทำความดี ละความชั่ว และทำใจให้ผ่องใส ดังนั้นนอกจากการทำบุญและเวียนเทียนแล้ว การแบ่งปันอาหารจากผักผลไม้สดก็เป็นอีกทางที่ช่วยกันได้จริงในช่วงที่เกษตรกรเดือดร้อน

ด้านนายสหชาติ ลิ้มเจริญภักดี ประธานมูลนิธิเพชรเกษม ระบุว่า มูลนิธิร่วมเหมาผักผลไม้มาสนับสนุนการแจกจ่ายรอบนี้ประมาณ 10 ตัน โดยเฉพาะกะหล่ำปลีที่รับซื้อมาจากเกษตรกรชาวเขา หลายคนเล่าด้วยน้ำตาว่า กะหล่ำปลีขายได้กิโลกรัมละไม่ถึง 1 บาท พอถึงวันบุญใหญ่จึงอยากให้ผักเหล่านี้ถูกส่งต่อไปถึงคนที่นำไปทำอาหารได้จริง กินอิ่มกันทั้งบ้าน และยังเป็นการช่วยพยุงราคาหน้าสวนไปพร้อมกัน
บรรยากาศในวัดตลอดวันมีทั้งชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบพระ ร่วมพิธี และเวียนเทียนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทางวัดยังจัดจุดผางประทีปรอบบริเวณเจดีย์หลวง ทำให้ยามค่ำคืนสว่างไสวและดูงดงามเป็นพิเศษ
ทหารสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่
ผู้โดยสารที่สนามบินเชียงใหม่ตกค้างหลังจากเที่ยวบินไปอาบูดาบีถูกยกเลิก
ข่าวระดับชาติ - National
ผู้โดยสารที่สนามบินเชียงใหม่ตกค้างหลังจากเที่ยวบินไปอาบูดาบีถูกยกเลิก
เชียงใหม่ – ผู้อำนวยการสนามบินเชียงใหม่เปิดเผยว่า สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้หลายประเทศปิดน่านฟ้า เริ่มส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศมายังเชียงใหม่แล้ว
ปัจจุบัน มีเพียงสายการบินเดียวที่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน คือ สายการบินเอทิฮัด แอร์เวย์ส สายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างอาบูดาบีและเชียงใหม่สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน
จากสถานการณ์ดังกล่าว สายการบินได้แจ้งยกเลิกเที่ยวบินในเส้นทางนี้เป็นการชั่วคราวแบบไม่มีกำหนด ทำให้ตารางบินต้องปรับตามความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์แบบวันต่อวัน
สำหรับผลกระทบในช่วงแรก เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2569 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ต้องยกเลิกเที่ยวบิน EY427 เชียงใหม่-อาบูดาบี เนื่องจากเที่ยวบินขาเข้า EY426 อาบูดาบี-เชียงใหม่ ถูกยกเลิกไปก่อนแล้ว โดยมีผู้โดยสารได้รับผลกระทบราว 160 คน

ทั้งนี้ Etihad Airways รับหน้าที่ดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาที่พักโรงแรม และจัดเที่ยวบินสำหรับเดินทางต่อหรือเลื่อนการเดินทางออกไป รวมถึงสื่อสารข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของสายการบิน เพื่อให้ผู้โดยสารติดตามรายละเอียดได้ต่อเนื่อง
ด้านมาตรการความปลอดภัย ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ระบุว่า สนามบินปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในช่วงที่สถานการณ์ต่างประเทศยังไม่นิ่ง สนามบินได้เพิ่มความเข้มในการตรวจค้นและมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณเตือนหรือข้อมูลภัยคุกคามเพิ่มเติม และพร้อมปรับระดับให้เข้มขึ้นทันที หากมีการแจ้งเตือนเข้ามา
ทหารสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดครั้งใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่
สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง
ข่าวระดับชาติ - National
เสือโคร่งดุร้ายออกอาละวาดทำร้ายชาวบ้านและฆ่าปศุสัตว์ในจังหวัดกำแพงเพชร
กำแพงเพชร – ชาวบ้านหมู่บ้าน 5 บ้านตากฟ้า ตำบลปางตาหวาย อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร กำลังหวาดกลัวหลังจากพบเห็นเสือโคร่งขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อว่ามาจากอุทยานแห่งชาติแม่วงศ์ เดินเตร่ใกล้ชุมชนของพวกเขาเป็นเวลาประมาณ 3-4 วัน
เหตุที่ทำให้ชาวบ้านยิ่งไม่สบายใจเกิดขึ้นช่วงกลางคืนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ราว 22.00 น. เมื่อเสือโคร่งบุกเข้าคอกหมูป่าของชาวบ้าน กัดขย้ำแม่หมูป่าจนตาย แล้วคาบลูกหมูไป 1 ตัว ก่อนจะหายเข้าไปในความมืด จากนั้นช่วงประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 1 มีนาคม เสือตัวเดิมย้อนกลับมาอีกครั้ง และลากซากแม่หมูน้ำหนักราว 80 กิโลกรัมออกจากคอก เข้าไปในป่าอ้อยใกล้บ้าน สร้างความตื่นกลัวไปทั่วพื้นที่

บริเวณคอกหมูหลังบ้านพบร่องรอยชัดเจน ทั้งประตูคอกเสียหาย คราบเลือดกระจาย และรอยเท้าเสือขนาดใหญ่ที่มุ่งหน้าไปทางป่าอ้อยใกล้เคียง ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเสือยังไม่ไปไหนไกล และอาจซุ่มอยู่แถวจุดที่ลากซากเข้าไป
เจ้าของคอกเล่าว่า ตอนเกิดเหตุเขานอนเฝ้าคอกอยู่ใกล้ๆ พอได้ยินเสียงหมูร้องแรงผิดปกติจึงรีบออกไปดู แล้วเห็นเสือโคร่งกำลังกัดแม่หมูป่าอยู่ เมื่อเสือเจอแสงไฟและคนก็สะดุ้งหนีไป ทิ้งให้แม่หมูบาดเจ็บหนักและตายในเวลาต่อมา

หลังเกิดเหตุ หลายครอบครัวยังเชื่อว่าเสือโคร่งตัวนี้ยังอยู่ละแวกเดิม เพราะพบรอยเท้าและร่องรอยการเดินวนใกล้ชุมชนเป็นระยะ บางคนมองว่าเสืออาจเฝ้าซากที่ลากเข้าไปในป่าอ้อย แล้วรอกลับมากินส่วนที่เหลือให้หมด
ขณะเดียวกัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงในหมู่บ้านเริ่มเพิ่มการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะคอกควายที่อยู่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ หลายคนต้องผลัดกันเฝ้าตอนกลางคืน และจุดไฟให้มีแสงสว่างตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพราะยังไม่มั่นใจว่าปลอดภัย
จากการประเมินของชาวบ้านที่ติดตามรอยเท้าและเส้นทางที่คาดว่าเสือใช้เดิน เสือโคร่งตัวนี้น่าจะมีลำตัวยาวเกือบ 2 เมตร และสูงราว 1 เมตร จึงเป็นสัตว์ป่าที่เสี่ยงอันตรายหากเข้าใกล้คนหรือเข้าไปในคอกสัตว์อีก
ทางท้องถิ่นและหน่วยงานด้านอนุรักษ์สัตว์ป่าลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ วางกำลังลาดตระเวนรอบหมู่บ้าน พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านให้หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านตอนกลางคืนลำพัง
เบื้องต้นมีการคาดว่าเสืออาจเป็นเสือรุ่นใหม่ที่ขยายพื้นที่หากินออกนอกเขตป่า เจ้าหน้าที่จึงติดตั้งกล้องดักถ่ายและตรวจรอยเท้า เพื่อช่วยยืนยันตัวตนและประเมินพฤติกรรม จากนั้นจะวางแผนผลักดันเสือให้กลับเข้าสู่ป่าลึกให้เร็วที่สุด
สัตวแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งคำถามเกี่ยวกับสาเหตุการตายของเสือ 72 ตัว และเกรงว่าจะมีการปกปิดความจริง
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoจังหวัดเชียงรายเพิ่มการตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำหลังจากตรวจพบสารหนูในชาวบ้าน
เชียงราย - Chiang Rai News2 days agoชายชาวเชียงรายถูกรางวัลใหญ่ คว้าเงินรางวัล 60 ล้านบาท จากการจับสลากลอตเตอรีพลัส
เชียงราย - Chiang Rai News4 days agoผู้เสพยาเสพติดก่อกวนพิธีการของโรงเรียนมัธยมเชียงราย
ข่าวอาชญากรรม - Crime3 days ago“ปู มัณฑนา” เข้ารับทราบข้อหา หมิ่นประมาท “หนุ่ม กรรชัย” บอกถูกกลั่นแกล้ง และไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน



