Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

ข่าวระดับชาติ - National

กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับการระงับวีซ่าผู้อพยพของสหรัฐฯ

กรุงเทพฯ – กระทรวงการต่างประเทศของไทย (MFA) ได้ทำหนังสือขอคำชี้แจงจากสหรัฐอเมริกา หลังสหรัฐฯ ประกาศ “พักการพิจารณา” วีซ่าผู้อพยพ ( วีซ่าผู้อพยพ ) ซึ่งส่งผลต่อไทยและอีก 74 ประเทศ โดยกำหนดให้มาตรการเริ่มมีผลวันที่ 21 มกราคม 2026…

Published

on

กระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องการความชัดเจนเกี่ยวกับการระงับวีซ่าผู้อพยพของสหรัฐฯ

กรุงเทพฯ – กระทรวงการต่างประเทศของไทย (MFA) ได้ทำหนังสือขอคำชี้แจงจากสหรัฐอเมริกา หลังสหรัฐฯ ประกาศ “พักการพิจารณา” วีซ่าผู้อพยพ (วีซ่าผู้อพยพ) ซึ่งส่งผลต่อไทยและอีก 74 ประเทศ โดยกำหนดให้มาตรการเริ่มมีผลวันที่ 21 มกราคม 2026 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกจับตา เพราะเกี่ยวข้องทั้งกับคนไทยที่กำลังยื่นเรื่องย้ายถิ่นฐาน และบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนาน

ฝั่งสหรัฐฯ โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งแนวทางเบื้องต้นผ่านเจ้าหน้าที่ระดับอุปทูตรักษาการ ณ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศฟรี ใต้แสงดาว">กรุงเทพฯ ว่าการพักครั้งนี้ใช้กับ “วีซ่าผู้อพยพ” เท่านั้น ซึ่งเป็นวีซ่าที่มุ่งไปสู่การพำนักถาวรในสหรัฐฯ และต่อยอดไปสู่กระบวนการขอสัญชาติในอนาคต ส่วนวีซ่าชั่วคราว (non-immigrant visa) ยังยื่นและพิจารณาตามปกติ เช่น วีซ่าท่องเที่ยว B-1/B-2 วีซ่าธุรกิจ วีซ่านักเรียน F-1 และวีซ่าทำงานชั่วคราวบางประเภท

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะคนไทยส่วนใหญ่ที่เดินทางไปสหรัฐฯ ใช้วีซ่าชั่วคราว การพักการพิจารณาที่เกิดขึ้นจึงกระทบหนักกับกลุ่มที่ยื่นขอกรีนการ์ด ผ่านการอุปการะโดยครอบครัว การจ้างงาน หรือช่องทางอื่นที่เป็นเส้นทางสู่การพำนักถาวร

เหตุผลของสหรัฐฯ: ทบทวนภาระงบประมาณและการใช้ทรัพยากรรัฐ

ฝ่ายสหรัฐฯ ให้เหตุผลว่า ต้องการทบทวนผลกระทบด้านการเงินของการรับผู้อพยพถาวร โดยมองว่าทรัพยากรสาธารณะ เช่น สวัสดิการ การรักษาพยาบาล และบริการสังคม ควรถูกจัดสรรให้พลเมืองสหรัฐฯ และผู้ที่พำนักในประเทศอย่างถูกกฎหมายเป็นลำดับแรก แนวทางนี้สอดคล้องกับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กลับมาเน้นนโยบายตรวจคนเข้าเมืองแนว “America First” อีกครั้ง

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเชื่อมโยงกับการบังคับใช้เงื่อนไข “public charge” ที่เข้มขึ้น เพื่อให้ผู้ย้ายถิ่นฐานแสดงความสามารถในการเลี้ยงตัวเอง และมีโอกาสน้อยที่จะพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัฐ

รายชื่อประเทศที่ได้รับผลกระทบครอบคลุมวงกว้าง ทั้งในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่น ๆ โดยมีทั้งอัฟกานิสถาน บราซิล กัมพูชา อียิปต์ เฮติ อิหร่าน อิรัก ไนจีเรีย รัสเซีย โซมาเลีย ซีเรีย เยเมน และไทย ความครอบคลุมที่กว้างทำให้แวดวงการทูตตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของท่าทีสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับสัญญาณเชิงบวกจากการหารือระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ที่มุ่งย้ำการกระชับความร่วมมือ

ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ: คู่มิตรที่เดินมาด้วยกันเกือบ 200 ปี

มาตรการพักการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ยังถูกมองว่าแข็งแรงและมีรากลึก ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศเริ่มอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1833 จากสนธิสัญญาไมตรีและพาณิชย์ (สนธิสัญญาไมตรีและการค้า) ซึ่งเป็นข้อตกลงลักษณะนี้ฉบับแรกของสหรัฐฯ กับประเทศในเอเชีย

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ความร่วมมือขยายไปทั้งด้านความมั่นคง การค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระดับประชาชน ไทยได้รับสถานะ Major Non-NATO Ally จากสหรัฐฯ และยังเข้าร่วมการฝึกร่วมทางทหาร เช่น Cobra Gold ที่เป็นการฝึกขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชีย

ด้านเศรษฐกิจ การค้าระหว่างสองประเทศยังคึกคัก โดยมูลค่าการค้าสินค้ารวมถูกกล่าวถึงว่าอยู่ราว 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พร้อมการลงทุนของสหรัฐฯ ในหลายอุตสาหกรรม เช่น พลังงาน การเงิน และการผลิต ข้อตกลงสำคัญอย่าง Treaty of Amity and Economic Relations ปี 1966 และ Trade and Investment Framework Agreement ปี 2002 ยังเป็นกรอบที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้

ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรมก็เดินต่อเนื่อง มีนักเรียนไทยจำนวนมากไปเรียนต่อในสหรัฐฯ ในแต่ละปี ช่วยเพิ่มความเข้าใจระหว่างกันในระดับคนต่อคน

คนไทยยังเดินทางไปสหรัฐฯ ได้ตามปกติ, ท่องเที่ยว เรียน ทำงานไม่โดนกระทบ

แม้ช่องทางย้ายถิ่นฐานแบบถาวรจะชะลอ แต่การเดินทางแบบชั่วคราวจากไทยไปสหรัฐฯ ยังดำเนินต่อไปตามปกติ คนไทยจำนวนมากเดินทางไปท่องเที่ยว ทำงาน หรือเรียนต่อภายใต้วีซ่าประเภท non-immigrant

ข้อมูลก่อนโควิด-19 และการฟื้นตัวในช่วงหลังสะท้อนว่าคนไทยยังสนใจเดินทางไปสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง กลุ่มนักท่องเที่ยวมักใช้วีซ่า B-2 ไปยังเมืองและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น นิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย และอุทยานแห่งชาติ ขณะที่นักเรียนวีซ่า F-1 และแรงงานชั่วคราวในสายอาชีพต่าง ๆ ก็เป็นอีกกลุ่มหลักเช่นกัน โดยแนวโน้มการเรียนต่อของคนไทยในสหรัฐฯ ยังพบได้สม่ำเสมอ และมักอยู่ในสาขาอย่างธุรกิจ วิศวกรรม และเทคโนโลยี

จุดที่สหรัฐฯ ย้ำชัดคือ “มาตรการพักครั้งนี้ไม่กระทบวีซ่าชั่วคราว” ทำให้การยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว เรียน หรือทำงานชั่วคราวยังมีโอกาสเดินหน้าตามระบบเดิม ความต้องการวีซ่ากลุ่มนี้จึงน่าจะยังสูง โดยเฉพาะเมื่อมีอีเวนต์ระดับโลกอย่างฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ ร่วมเป็นเจ้าภาพ และดึงนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ

ท่าที MFA: เดินเกมการทูต ขอคำตอบที่ชัด และติดตามใกล้ชิด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สีหศักดิ์ พ่วงเกตุแก้ว ได้เชิญอุปทูตรักษาการของสหรัฐฯ มาหารือ เพื่อขอรายละเอียดและเหตุผลที่ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่าควรทำให้สอดคล้องกับบรรยากาศความร่วมมือที่ดีจากการพบปะของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา

การขอคำชี้แจงครั้งนี้สะท้อนแนวทางของไทยที่ต้องการความโปร่งใส และการสื่อสารตรงไปตรงมา ระหว่างที่สหรัฐฯ ให้ข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ไทยยังติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และผลักดันให้คนไทยได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ระหว่างที่สหรัฐฯ ทบทวนแนวทางด้านผู้อพยพ

เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นความท้าทายของการจัดสมดุลระหว่างนโยบายภายในประเทศ กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำหรับคนไทยที่มีแผนย้ายไปอยู่กับครอบครัว ไปทำงานระยะยาว หรือวางอนาคตในสหรัฐฯ การพักการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพย่อมสร้างความไม่แน่นอน แต่ความสัมพันธ์ที่ยาวนานระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ยังเป็นฐานสำคัญสำหรับการหาทางออกที่เหมาะสม

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ระงับการดำเนินการขอวีซ่าสำหรับผู้อพยพจาก 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย

 

 

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

ข้อตกลงน้ำระหว่างไทยและเมียนมาร์จุดชนวนความไม่พอใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมลพิษที่ซ่อนเร้น

Naree Srisuk

Published

on

ข้อตกลงน้ำระหว่างไทยและเมียนมาร์จุดชนวนความไม่พอใจเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านมลพิษที่ซ่อนเร้น

ยาบ้าอีกราย">เชียงราย – เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิชาการและกลุ่มภาคประชาชนได้ออกมาวิจารณ์ข้อตกลง หรือ TOR ด้านการจัดการคุณภาพน้ำระหว่างภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทยและเมียนมาอย่างหนัก พวกเขาระบุอย่างชัดเจนว่าข้อตกลงฉบับนี้ ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในหลายด้าน นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขบางประการที่อาจละเมิดรัฐธรรมนูญของไทยอีกด้วย

ข้อตกลงนี้ถูกลงนามในช่วงที่ผู้นำเมียนมา เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และตัวแทนเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำ ได้ตรวจสอบรายละเอียดของ TOR อย่างถี่ถ้วน เขาเปิดเผยว่า ฝ่ายไทยยอมทำตามการแก้ไขของเมียนมาถึง 7 จุดสำคัญด้วยกัน

ประเด็นสำคัญ

  • ไทยยอมถอยหลายประเด็นสำคัญ: ไทยยอมตัดความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ และยกเลิกการตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษร่วมกัน ทำให้ขาดกลไกการป้องกันมลพิษข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ
  • ความเสียเปรียบด้านการทำงาน: คณะทำงานของเมียนมาครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า ขณะที่ไทยละเลยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างจังหวัดระนอง
  • ส่อปิดบังข้อมูลของประชาชน: ไทยเป็นผู้เสนอเงื่อนไขให้รักษาความลับของข้อมูล ซึ่งนักวิชาการมองว่าขัดต่อสิทธิการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญไทยกำหนดไว้

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกพบว่า ประเทศไทยยอมให้ตัดการร่วมมือ ในการตรวจสอบคุณภาพน้ำร่วมกันออกไปอย่างน่าตกใจ นอกจากนี้ยังยกเลิกการหาแหล่งที่มาของมลพิษ การประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญในการป้องกันปัญหาทางน้ำ

ในด้านการกำหนดนโยบาย ไทยยอมตัดความช่วยเหลือจากองค์กรระดับนานาชาติ เช่น คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และหน่วยงานของอาเซียนออกไป นอกจากนี้ยังตัดเรื่องการสนับสนุนเงินทุน การช่วยเหลือทางเทคนิค และกลุ่มผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศออกทั้งหมด ข้อตกลงนี้ยังถูกระบุให้ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ อีกด้วย

ข้อเสนอของไทยที่สร้างความเสียเปรียบเอง

สิ่งที่ทำให้ภาคประชาชนผิดหวังคือ ข้อเสนอของฝ่ายไทยจำนวน 3 จุด กลับทำให้ประเทศของเราเสียเปรียบมากขึ้น จุดแรกคือการกำหนดคณะทำงานร่วม ฝ่ายไทยมีตัวแทนเพียง 7 หน่วยงานเท่านั้น ซึ่งนำโดยกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และหน่วยงานระดับจังหวัดในภาคเหนือ

ขณะที่เมียนมามีคณะทำงานถึง 9 หน่วยงาน ซึ่งครอบคลุมมิติที่หลากหลายกว่า ทั้งด้านป่าไม้ การขนส่ง และเหมืองแร่ นอกจากนี้ ไทยยังไม่ได้รวมหน่วยงานจากจังหวัดระนองเข้าไปในคณะทำงาน ทั้งที่แม่น้ำกระบุรีในระนองกำลังเผชิญปัญหาการปนเปื้อน จากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างรุนแรง

ดร.สืบสกุล ตั้งข้อสังเกตว่า หน่วยงานระดับจังหวัดมักอ้างเสมอว่าแม่น้ำไม่มีปัญหาและพืชผลยังปลอดภัย พวกเขามักระบุว่าสารโลหะหนักมาจากชั้นดินตามธรรมชาติ โดยไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ สิ่งนี้ทำให้รัฐละเลยการแก้ปัญหาการสะสมของโลหะหนักในระยะยาว

ปัญหาหน่วยงานท้องถิ่นและการปิดบังข้อมูล

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการรักษาความลับ ประเทศไทยเป็นผู้เสนอเองว่าข้อมูลทุกอย่างต้องถูกเก็บเป็นความลับ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลดิบหรือเอกสารสำคัญต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งถือเป็นการปิดบังข้อมูลประชาชน

จุดสุดท้ายคือเรื่องการให้ข้อมูลต่อสาธารณะ ฝ่ายไทยเสนอว่าเอกสารข่าว แถลงการณ์ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ ต้องผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากทั้งสองฝ่ายก่อนเสมอ สิ่งนี้ยิ่งทำให้การทำงานตรวจสอบโปร่งใสเป็นไปได้ยากมาก ดร.สืบสกุลกล่าวอย่างสิ้นหวังว่า เขาไม่มีความเชื่อมั่นใน TOR ฉบับนี้เลย

การจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดนนั้น ต้องการความร่วมมือที่โปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา หากปราศจากความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ประชาชนในพื้นที่จะต้องรับกรรมต่อไป คุณสามารถอ่านรายละเอียดข่าวฉบับเต็มได้จากต้นฉบับที่ MGR Online

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

พบศพชายปริศนาเปลือยกาย ลอยติดประตูระบายน้ำเขื่อนเชียงราย

ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นถึงระดับวิกฤต! เขตสามเหลี่ยมทองคำอยู่ในภาวะเฝ้าระวังทันที

 

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C

Published

on

จากมหาสารคามสู่กองทัพเรือสหรัฐฯ: เรื่องราวของทหารหญิงไทย ผู้สนับสนุนภารกิจฝูงบินขับไล่ F-35C

เลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย – ทหารเรือหญิงชาวไทยคนหนึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองในกองทัพเรือสหรัฐฯ ด้วยการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการสนับสนุนฝูงบินขับไล่สมรรถนะสูงระดับโลก ทหารเรือหญิงผู้นี้คือ พลทหารหญิง กอร์รานิส ออนริต ซึ่งเติบโตในจังหวัดมหาสารคาม และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ในฝูงบินขับไล่โจมตี (VFA) 122 ณ ฐานทัพอากาศนาวิกโยธินเลมัวร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

ประเด็นสำคัญ

  • จุดเริ่มต้นจากภาคเหนือของประเทศไทย">ประเทศไทย: พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ เติบโตและจบการศึกษาจากจังหวัดมหาสารคาม ก่อนจะก้าวข้ามขีดจำกัดเปลี่ยนสายงานจากสถาปนิกสู่อาชีพทหารเรือสหรัฐฯ
  • บทบาทสำคัญในกองทัพ: เธอทำหน้าที่ดูแลระบบส่งกำลังบำรุงให้ฝูงบิน VFA 122 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของเครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II และ F/A-18E/F Super Hornet
  • รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ: ความทุ่มเททำให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศแรกในอาชีพรับราชการทหารเรือ

พลทหารกรณิส อนฤทธิ์ สำเร็จการศึกษาจากนักเรียนรุ่นพี่ใช้ปืนทำร้ายนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อปี 2005 ต่อมาเธอคว้าปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมและการผังเมือง จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในปี 2011

หลังจากนั้น เธอเดินทางไปศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Lincoln University ในเมืองออกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 2017 และทำงานเป็นสถาปนิกอยู่หลายปี

อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจสมัครเข้ารับราชการในกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อสองปีที่แล้ว เพื่อท้าทายศักยภาพของตนเอง การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตและอาชีพการทำงานของเธอ

บทบาทสำคัญในฐานทัพเรือ NAS Lemoore

ปัจจุบัน พลทหารกรณิส ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านส่งกำลังบำรุง ประจำฝูงบิน “Flying Eagles” (VFA 122) ณ ฐานทัพเรือ NAS Lemoore ฐานทัพแห่งนี้เป็นบ้านของฝูงบินขับไล่แปซิฟิก และเป็นสถานที่เดียวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการเครื่องบินขับไล่ล้ำสมัยรุ่น F-35C Lightning II

ฝูงบินแห่งนี้มีกำลังพลรวมกันมากกว่า 700 คน ทุกคนทำงานร่วมกันเป็นทีมขนาดใหญ่เพื่อสนับสนุนภารกิจ การบริหารจัดการอะไหล่ อุปกรณ์ และทรัพยากรต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ฝูงบินสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง

กองทัพเรือสหรัฐฯ พึ่งพาความพร้อมของเรือบรรทุกเครื่องบินและฝูงบินในการรักษาความมั่นคงทางทะเลทั่วโลก การปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพของทหารเรือทุกนาย จึงมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงและการคุ้มครองเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเล

ทลายกรอบความเชื่อและสร้างความภาคภูมิใจ

ในสังคมและวัฒนธรรมเอเชีย อาชีพทหารมักถูกมองว่าเป็นอาชีพของผู้ชายมากกว่าผู้หญิง การที่เธอสามารถก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพเรือระดับโลกได้ จึงเป็นเรื่องที่เธอภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ความตั้งใจในการทำงานของเธอส่งผลให้เธอได้รับรางวัล Blue Jacket of the Quarter ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2025 รางวัลนี้มอบให้แก่ทหารเรือที่มีผลงานโดดเด่นและมีความประพฤติดีเยี่ยม

กรณิสกล่าวขอบคุณ สุรเดช สามีของเธอที่เป็นกำลังใจและสนับสนุนเธอมาโดยตลอด รวมถึงทักษะการทำงานเป็นทีมที่เธอเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กในประเทศไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในวันนี้ คุณสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ U.S. Navy

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

สรุปสิทธิประโยชน์ประกันสังคมประจำปี 2026 ที่พนักงานควรรู้

เช็กเลย! สวัสดิการรัฐบาล เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เงินเข้าวันไหน วงเงินรวมสูงสุด 1,330 บาท รีบตรวจสิทธิ์ก่อนหมดอายุ

 

Continue Reading

ข่าวระดับชาติ - National

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

Naree Srisuk

Published

on

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

ลำปาง – เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 16.40 น. เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประชาชนที่สัญจรผ่านบริเวณใต้สะพานลอยกาดเมฆ ตำบลพระบาท ต่างตกใจเมื่อเห็นผู้โดยสารจำนวนมากรีบขนสัมภาระลงจากขบวนรถไฟ ขบวนรถไฟดังกล่าวจอดนิ่งสนิทอยู่บนราง ทำให้หลายคนสงสัยและเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้โดยสารต่างพากันเดินข้ามราวเหล็กออกมาพักคอยอยู่ริมถนนอย่างปลอดภัย ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานอย่างรวดเร็วเพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของการเดินรถ

ประเด็นสำคัญ 

  • รถไฟด่วนพิเศษขบวนที่ 7 (กรุงเทพอภิวัฒน์–รถบรรทุกแก๊สพลิคว่ำและเกิดไฟลุกไหม้บนทางด่วนเชียงใหม่-ลำปาง">เชียงใหม่) เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องกะทันหันในพื้นที่จังหวัดลำปาง
  • เจ้าหน้าที่ตัดสินใจอพยพผู้โดยสารกว่า 100 คน นั่งรถบัสเดินทางต่อไปยังปลายทางที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างปลอดภัย
  • ทีมวิศวกรเร่งซ่อมแซมและเคลียร์เส้นทาง เพื่อไม่ให้กระทบรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 ที่จะวิ่งสวนลงมาในช่วงค่ำ

ต่อมา กองจัดการเดินรถเขต 3 (สายเหนือ) ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่แท้จริง รถไฟที่เกิดเหตุคือรถด่วนพิเศษขบวนที่ 7 ซึ่งเดินทางจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ ขบวนรถเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องอย่างกะทันหันระหว่างสถานีหนองวัวเฒ่า

เหตุขัดข้องนี้เกิดขึ้นขณะที่ขบวนรถกำลังจะเคลื่อนตัวเข้าสู่สถานีนครลำปาง ส่งผลให้รถไฟไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน โดยจัดเตรียมรถบัสเพื่อขนย้ายผู้โดยสารประมาณ 100 คน เดินทางมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่จนถึงปลายทางโดยสวัสดิภาพ

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

เจ้าหน้าที่เร่งกู้ขบวนรถ หวั่นกระทบตารางเดินรถสายเหนือ

ล่าสุด ทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่เฉพาะทางของการรถไฟฯ ได้ลงพื้นที่พร้อมอุปกรณ์ครบมือ ทั้งแม่แรงและรอกขนาดใหญ่ พวกเขาเร่งดำเนินการถอดเครื่องยนต์ที่ขัดข้องออกจากโบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา ขบวนรถไฟเที่ยวนี้มีทั้งหมด 3 โบกี้ การทำงานจึงต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและแข่งกับเวลา

หลังจากถอดเครื่องยนต์ที่มีปัญหาออกเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะทำการลากจูงขบวนรถไฟที่เหลือเข้าจอดพักที่สถานีรถไฟนครลำปาง ขั้นตอนนี้สำคัญมากเพื่อเคลียร์เส้นทางเดินรถสายเหนือให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเดินทางเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวท้องถิ่นและ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์

เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และคำขออภัยจาก รฟท.

การเร่งเคลียร์รางรถไฟครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเนื่องที่จะเกิดกับผู้โดยสารกลุ่มอื่น หากเปิดเส้นทางเดินรถไม่ทันเวลา อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรถด่วนพิเศษขบวนที่ 10 รถขบวนนี้มีกำหนดเดินทางจากเชียงใหม่กลับสู่กรุงเทพอภิวัฒน์ และต้องแล่นผ่านสถานีนครลำปางในเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันเดียวกัน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ประเทศไทย">การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กล่าวขออภัยผู้โดยสารทุกท่านสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และจะคอยรายงานข้อมูลอัปเดตให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ

สำหรับผู้โดยสารที่จองตั๋วเดินทางในเส้นทางสายเหนือช่วงเวลานี้ ควรเผื่อเวลาในการเดินทางให้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ท่านสามารถตรวจสอบสถานะขบวนรถไฟแบบเรียลไทม์ได้ทางแอปพลิเคชันหรือคอลเซ็นเตอร์ 1690 เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ

อุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือภาวะฉุกเฉินของเจ้าหน้าที่ แม้จะเกิดความล่าช้า แต่ความปลอดภัยของทุกคนต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ เราหวังว่าระบบการเดินรถสายเหนือจะกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุดเพื่อให้บริการประชาชนต่อไป

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

อุบัติเหตุสุดสลด: รถไฟด่วนเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ชนคนบนรางรถไฟเสียชีวิต

อัปเดตล่าสุด! สถานีรถไฟเชียงรายคืบหน้าเกือบ 67% เตรียมเปิดใช้ปี 2571

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

Download Our App

Trending