ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า vs. ฟอเรสต์ 3-1 แม็กกินน์และวัตคินส์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม
เบอร์มิงแฮม, อังกฤษ, 4 มกราคม 2026 – อากาศหนาวที่วิลล่า พาร์กไม่ได้ทำให้เกมช้าลงเลย แอสตัน วิลล่าเปิดปีใหม่แบบชัดเจนด้วยฟอร์มที่ดุดัน ไล่ชนะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เกมนี้สะท้อนงานโค้ชของอูไน เอเมรี่ได้ดี ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นปัญหาเกมรับที่ฟอเรสต์ยังแก้ไม่ตกภายใต้การคุมทีมของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต้
ชัยชนะนัดนี้ส่งวิลล่าขยับขึ้นอันดับ 2 ตามอาร์เซน่อลติด ๆ ในเส้นทางลุ้นแชมป์ ส่วนฟอเรสต์แพ้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน สถานการณ์บนตารางเริ่มน่าห่วงและยังต้องดิ้นหนีโซนตกชั้นต่อไป โอลลี่ วัตกินส์ฉลองการลงเล่นนัดที่ 250 ให้สโมสรด้วยประตูสุดสวย และกัปตันจอห์น แม็คกินน์กดคนเดียวสองเม็ด ทำให้แฟนเจ้าถิ่นได้เห็นความเฉียบขาดที่ทีมต้องมี ถ้าจะไปไกลถึงถ้วยแชมป์ในซีซั่นนี้
วิลล่า พาร์กกลับมาดังกระหึ่ม, เจ้าบ้านคุมเกมอยู่หมัด
ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก วิลล่าครองบอลได้มากกว่า ต่อบอลเร็ว และเจาะแนวรับฟอเรสต์ด้วยการจ่ายทะลุและการเติมเกมริมเส้น เอเมรี่พาทีมกลับมาด้วยความสด หลังช่วงเทศกาลที่ผลงานขึ้น ๆ ลง ๆ รวมถึงเกมที่ทำได้แค่เสมอไบรท์ตันแบบน่าหงุดหงิด
แดนกลางของยูริ ตีเลอมันส์, บูบาการ์ กามาร่า และแม็คกินน์เป็นตัวกำหนดจังหวะ พวกเขาบีบพื้นที่เร็ว ทำให้ฟอเรสต์ต่อบอลขึ้นเกมลำบากมาก
ฝั่งทีมเยือนเดินทางมาแบบกดดัน ผลงานลีก 8 นัดหลังสุดชนะได้เพียงเกมเดียว และรอยรั่วเกมรับก็โผล่ให้เห็นตั้งแต่ต้นเกม ผู้รักษาประตูจอห์น วิคเตอร์ที่ย้ายมาช่วงซัมเมอร์จาก Benfica ดูไม่ค่อยนิ่งเวลาโดนบีบ ซึ่งก็เป็นสัญญาณล่วงหน้าของความผิดพลาดใหญ่ในครึ่งหลัง แม้ฟอเรสต์จะมีมอร์แกน กิ๊บส์ ไวท์คอยสร้างสรรค์ และมีคริส วู้ดเป็นเป้าหน้า แต่ครึ่งแรกพวกเขาแทบไม่มีโอกาสจบแบบชัด ๆ มีแค่ยิงไกลหรือจังหวะฝืน ๆ ไม่กี่ครั้ง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาครึ่งแรก วิลล่าได้ประตูที่จุดไฟให้ทั้งสนาม วัตกินส์รับบอลจากการเปิดแม่น ๆ ของเลออน เบลี่ย์ทางขวา ก่อนวอลเลย์เต็มข้อจากแถวกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบที่วิคเตอร์ขยับแทบไม่ทัน เป็นประตูที่ทั้งสวยและสำคัญ พาวิลล่านำตามเกม และเป็นการฉลองนัดที่ 250 ของวัตกินส์แบบสมบูรณ์ เขายิงเป็นประตูที่ 12 ของฤดูกาล ยิ่งตอกย้ำว่าบทบาทของเขาในเกมรุกของเอเมรี่ยังสำคัญมาก ทั้งการจบสกอร์และการไล่เพรส

ครึ่งหลังเดือด, แม็คกินน์เบิ้ลสอง ฟอเรสต์ฮึดได้แค่พักเดียว
กลับมาครึ่งหลังได้แค่ 4 นาที วิลล่าหนีเป็น 2-0 แม็คกินน์เติมขึ้นมารับบอลทะลุช่องของตีเลอมันส์ ก่อนแปเน้น ๆ ระยะใกล้ผ่านวิคเตอร์เข้าไป เสียงเชียร์ในวิลล่า พาร์กดังสนั่น และนี่เป็นแค่ประตูแรกของเขาในเกมนี้เท่านั้น
ฟอเรสต์ยังไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 61 กิ๊บส์ ไวท์ทำให้ทีมมีความหวังขึ้นมา เขาลากตัดผ่านแนวรับวิลล่า ก่อนปั่นเรียดจากระยะราว 20 หลา บอลโค้งหนีมือไปเสียบมุมล่าง เป็นประตูที่มาจากความสามารถล้วน ๆ และทำให้เกมเหมือนจะกลับมาตึงขึ้นช่วงสั้น ๆ ทีมเยือนเริ่มดันสูงขึ้น ส่งไตโว อโวนิยี่และแอนโธนี่ เอลังก้ามาเพิ่มความเร็วและแรงปะทะในแนวรุก
แต่ความหวังนั้นอยู่ไม่นาน นาทีที่ 73 ฟอเรสต์เสียประตูแบบเจ็บตัว วิคเตอร์ออกมาจะเคลียร์บอลยาว แต่กะจังหวะพลาดและยืนตำแหน่งผิด แม็คกินน์เห็นช่องก่อนชิพจากกลางสนาม บอลลอยข้ามหัวเข้าไปนอนก้นตาข่ายแบบสุดแม่น เสียงแซวจากฝั่งโฮลท์ เอนด์ดังลั่นทันที จังหวะนี้กลายเป็นภาพแทนปัญหาของฟอเรสต์ในช่วงหลังที่พลาดเองบ่อย ทำให้เกมที่อาจกดดันในช่วงท้าย กลายเป็นงานสบายของวิลล่า
ฟอร์มนักเตะ, วัตกินส์คม แม็คกินน์ครบเครื่อง
ฝั่งแอสตัน วิลล่ามีคนเด่นหลายราย วัตกินส์ไม่ได้มีดีแค่ประตู เขาเชื่อมเกมดี พาบอลขึ้นหน้า และวิ่งกดดันแนวรับฟอเรสต์ตลอด แม็คกินน์เป็นหัวใจของทีมแบบชัดเจน ยิง 2 ประตู วิ่งไม่มีหมด และสั่งการเพื่อนร่วมทีมตลอดเกม ส่วนแนวรับอย่างเอซรี่ คอนซ่าและเปา ตอร์เรสช่วยกันปิดพื้นที่ได้ดี ทำให้ฟอเรสต์มีโอกาสแบบเป็นชิ้นเป็นอันไม่มาก แม้ทีมเยือนจะพยายามเร่งเกมในช่วงท้าย
ด้านน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ประตูของกิ๊บส์ ไวท์เป็นจุดสว่างที่หาได้ยากในเกมที่ภาพรวมค่อนข้างแย่ คริส วู้ดสู้ตามสไตล์ แต่แทบไม่ได้บอลดี ๆ ให้จบ ส่วนแนวรับที่มีมูรีโย่คุมอยู่ก็รับแรงกดดันไม่ไหว ขณะที่ความผิดพลาดของวิคเตอร์เป็นจังหวะที่คนจะจำไปอีกนาน แต่ภาพใหญ่กว่านั้นคือทีมเสียประตูง่ายต่อเนื่อง โดยใน 4 นัดที่แพ้ติดกัน พวกเขาโดนยิงรวม 12 ลูก
หลังเกม เอเมรี่พูดถึงทีมในโทนพอใจว่า “เราต้องการชัยชนะเพื่อกลับมาอยู่ในทางของเรา นักเตะแสดงให้เห็นทั้งคุณภาพและทัศนคติ” ส่วนเอสปิริโต ซานโต้ย้ำเรื่องความผิดพลาดว่า “เราพลาดแบบเดิม ๆ ซ้ำอีก เราต้องเรียนรู้ให้เร็ว”

ฟอเรสต์ยังลื่นไถล, สัญญาณอันตรายเริ่มชัด
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ฟอเรสต์แพ้ 4 เกมรวด อันดับรูดลงเรื่อย ๆ จากที่เคยพอมีระยะห่าง กลายเป็นต้องมองหลังบ่อยขึ้น การปรับแท็กติกให้เน้นรัดกุมมากขึ้นก็ยังไม่ช่วย แถมบางจังหวะดูยิ่งทำให้ทีมเล่นอึดอัด แฟนบอลส่วนหนึ่งเริ่มไม่พอใจกับรูปเกมที่ระวังมากเกินไป
เมื่อโปรแกรมหนักอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซน่อลรออยู่ ฟอเรสต์ต้องรีบหาทางเรียกฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลกลับมา ไม่อย่างนั้นโอกาสกลับไปเล่นแชมเปี้ยนชิพก็จะใกล้ขึ้นทุกที
ในทางตรงข้าม วิลล่าดูเหมือนได้แรงส่งอีกครั้ง ชัยชนะนี้หยุดช่วงสะดุดเล็ก ๆ และย้ำว่าทีมมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์จริง การผสมระหว่างตัวหลักกับขุมกำลังสำรองก็ทำได้ดี เห็นได้จากตัวสำรองอย่างจอน ดูรานที่ลงมาเพิ่มพลังให้เกมรุก
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก, วิลล่าขึ้นรองจ่าฝูง ฟอเรสต์ยังอยู่โซนล่าง
หลังจบเกมนี้ แอสตัน วิลล่าแซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 นี่คือภาพรวมตารางพรีเมียร์ลีก ณ วันที่ 4 มกราคม 2026:
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 15 | 3 | 2 | 40 | 14 | +26 | 48 |
| 2 | Aston Villa | 20 | 13 | 3 | 4 | 33 | 24 | +9 | 42 |
| 3 | Manchester City | 19 | 13 | 2 | 4 | 43 | 17 | +26 | 41 |
| 4 | Liverpool | 19 | 10 | 3 | 6 | 30 | 26 | +4 | 33 |
| 5 | Chelsea | 19 | 8 | 6 | 5 | 32 | 21 | +11 | 30 |
| 6 | Manchester United | 19 | 8 | 6 | 5 | 33 | 29 | +4 | 30 |
| … | … | … | … | … | … | … | … | … | … |
| 17 | Nottingham Forest | 20 | 5 | 3 | 12 | 22 | 38 | -16 | 18 |
วิลล่าขยับขึ้นมาบีบอาร์เซน่อลต่อ แม้แต้มยังห่างอยู่ และวิลล่าแข่งมากกว่าซิตี้ 1 นัด ส่วนฟอเรสต์ยังรั้งอันดับ 17 มีแต้มเหนือโซนตกชั้นไม่มาก และยังมีทีมอย่างเวสต์แฮม, วูล์ฟส์ และคริสตัล พาเลซไล่กดดันอยู่ใกล้ ๆ ผลต่างประตูได้เสียติดลบก็ย้ำชัดว่าปัญหาใหญ่คือเกมรับที่เสียประตูเยอะ
โปรแกรมข้างหน้า, วิลล่ามั่นใจขึ้น ฟอเรสต์ต้องรีบแก้เกม
พรีเมียร์ลีกยังเดินต่อแบบไม่พัก วิลล่าจะไปเยือนแอนฟิลด์ในเกมที่น่าจับตา และด้วยฟอร์มแบบนี้พวกเขาน่าจะลงเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น
ด้านฟอเรสต์ เสียงเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ หากผลยังไม่ดีขึ้น เรื่องการเสริมทัพในเดือนมกราคมหรือความเปลี่ยนแปลงในทีมย่อมถูกพูดถึงมากขึ้น
เกมนี้เหมือนสรุปภาพของสองทีมในซีซั่นนี้ได้ชัด วิลล่าเดินหน้าด้วยความทะเยอทะยาน ส่วนฟอเรสต์ยังต้องสู้กับปัญหาของตัวเอง เอเมรี่พาทีมเก็บสามแต้มสำคัญได้ตามแผน ขณะที่เอสปิริโต ซานโต้มีงานหนักรออยู่ในการพาทีมกลับมาอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้ได้อีกปี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ลี ยองแร ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลแล้วในวัย 39 ปี
ฟุตบอล
ดราม่าที่คราเวนคอตเทจ ฟูแล่ม 2-2 ลิเวอร์พูล
ลอนดอน, 5 มกราคม 2026 เกมพรีเมียร์ลีกเมื่อคืนที่คราเวน คอตเทจจบแบบคนดูแทบนั่งไม่ติด, ฟูแล่มเสมอลิเวอร์พูล 2-2 ในแมตช์ที่มีทุกอารมณ์ โดยเฉพาะช่วงทดเวลาเจ็บที่ยิงกันถึงสองประตู แฮร์รี่ วิลสันพาเจ้าบ้านขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม ก่อนโดนฟลอเรียน เวียร์ตซ์ยิงตีเสมอ แล้วโคดี้ กัคโปเหมือนจะเป็นฮีโร่พาหงส์แดงแซงนำในนาที 94 แต่แฮร์ริสัน รีดลงมาเป็นซูเปอร์ซับกดไกลนาที 97 ช่วยฟูแล่มแบ่งแต้มแบบสุดสะใจ
ผลเสมอนี้ทำให้ลิเวอร์พูลยังเกาะกลุ่มท็อปโฟร์ต่อไป แต่ภาพรวมยังน่าเป็นห่วงเรื่องความนิ่งช่วงท้ายเกม ส่วนฟูแล่มยิ่งทำให้เห็นว่าเล่นในบ้านไม่ง่าย ภายใต้การคุมทีมของมาร์โก ซิลวา
เกมนี้มีแฟนบอลราว 24,000 คนช่วยกันสร้างบรรยากาศคึกคักในอากาศหนาวของลอนดอน ลิเวอร์พูลครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบยังไม่คมพอ ขณะที่ฟูแล่มเล่นแบบมีวินัย, รับแน่นแล้วสวนได้มีลุ้นหลายครั้ง
ฟูแล่มเริ่มดีกว่า, วิลสันยิงเปิดก่อน
ฟูแล่มออกตัวได้ดีตั้งแต่นกหวีดแรก เพรสสูงแล้วตัดจังหวะต่อบอลของลิเวอร์พูลได้บ่อย ประตูแรกมาในนาที 17 จากจังหวะที่อันเดรียส เปเรยราจ่ายทะลุให้แฮร์รี่ วิลสันหลุดเข้าไปยิงผ่านมืออลิสซอน เบ็คเกอร์แบบใจเย็น แฟนเจ้าบ้านเฮลั่นทั้งสนาม ก่อน VAR จะเช็กแล้วยืนยันว่าไม่ล้ำหน้า

ลิเวอร์พูลพยายามเร่งเกมทันที แต่แนวรับฟูแล่มที่มีโยอาคิม อันเดอร์เซ่นคุมหลังบ้านยังเอาอยู่ในครึ่งแรก โอกาสมีแต่จบไม่ลง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ได้ยิงหลังลากตัดเข้าในแต่หลุดกรอบ ส่วนเวียร์ตซ์ลองปั่นโค้งให้แบร์นด์ เลโน่ต้องออกแรงเซฟ จบ 45 นาทีแรกฟูแล่มนำ 1-0 จากความแน่นในเกมรับมากกว่าความเหนือชั้นในเกมรุก
เวียร์ตซ์ปลุกหงส์แดง, ตีเสมอครึ่งหลัง
กลับมาครึ่งหลังลิเวอร์พูลกดดันหนักกว่าเดิม และตามตีเสมอได้ในนาที 57 จากฟลอเรียน เวียร์ตซ์ แข้งทีมชาติเยอรมนีที่ย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 90 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา จังหวะเริ่มจากคอเนอร์ แบรดลีย์เติมขึ้นมาทางขวาแล้วเปิดเข้าเขตโทษแบบได้ลุ้น เวียร์ตซ์ยืนโล่งและจบสกอร์แบบไม่พลาด ส่งบอลเสียบมุมล่าง เป็นประตูลีกลูกที่สองของเขาในฤดูกาลนี้

ฟูแล่มไม่ถอยไปตั้งรับอย่างเดียว ซิลวาแก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวเพิ่มความสด โดยส่งแฮร์ริสัน รีดลงมาในนาที 75 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำอีกครั้งจากลูกเตะมุม ราอูล ฮิเมเนซโหม่งไปชนคานก่อนที่แนวรับลิเวอร์พูลจะช่วยกันเคลียร์ออกมาได้ ช่วงท้ายเกมภาพรวมเหมือนจะจบเสมอแบบไม่มีอะไรเพิ่ม แต่ความจริงเกิดขึ้นในช่วงทดเวลา
ทดเจ็บโคตรเดือด, กัคโปดีใจได้ไม่นานก่อนรีดซัดไกล
นาที 94 ลิเวอร์พูลเกือบได้สามแต้มจากลูกตั้งเตะ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์เปิดเตะมุมเข้าไปแล้วเกิดความชุลมุนในกรอบเขตโทษ โคดี้ กัคโปฉวยโอกาสซ้ำจ่อ ๆ เข้าไป แฟนทีมเยือนเฮลั่น เหมือนทุกอย่างจะจบลงตรงนั้น
แต่ฟุตบอลไม่จบง่าย ๆ นาที 97 ฟูแล่มได้บอลนอกกรอบแล้วแฮร์ริสัน รีดกดเต็มข้อจากระยะประมาณ 30 หลา บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมแบบที่อลิสซอนแทบขยับไม่ทัน คราเวน คอตเทจระเบิดเสียงเฮทันที รีดวิ่งฉลองแบบแทบไม่เชื่อสายตา ประตูนี้กลายเป็นช็อตจำของเกม และช่วยให้ฟูแล่มได้แต้มสำคัญ
หลังเกม อาร์เน่อ สล็อตพูดถึงจุดที่ทีมพลาดว่า “เรามีโอกาสปิดเกมได้ แต่ต้องให้เครดิตฟูแล่ม พวกเขาสู้จนวินาทีสุดท้าย” ส่วนมาร์โก ซิลวาชื่นชมลูกยิงของรีดว่า “นี่แหละเหตุผลที่ทุกคนรักลีกนี้ ลูกยิงของแฮร์ริสันระดับโลก”

ไฮไลต์สำคัญและประเด็นที่น่าคุย
- วิลสันยิงทีมเก่า อดีตเด็กปั้นลิเวอร์พูลมีชื่อบนสกอร์บอร์ด เพิ่มสีสันให้เกมตั้งแต่ต้น
- เวียร์ตซ์เริ่มมีบทบาทชัดขึ้น ประตูนี้สะท้อนคุณภาพของเจ้าตัว แม้ช่วงท้ายจะเงียบลง
- กัคโปซ้ำเผาขนช่วงทดเจ็บ เป็นประตูจากจังหวะเซ็ตพีซที่เกือบพาทีมชนะ
- รีดกดไกลสุดสวย ลูกยิงจากระยะไกลที่มีสิทธิ์ลุ้นประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน
- สมาธิท้ายเกมหลุดทั้งสองฝั่ง การประกบตัวหลวมในช่วงทดเวลาทำให้เกมพลิกไปมา
- VAR มีบทบาทกับจังหวะสำคัญ ทั้งประตูของวิลสันและเวียร์ตซ์ผ่านการเช็กเรื่องล้ำหน้า
ภาพรวมเกมนี้ลิเวอร์พูลยังมีช่องโหว่ให้เห็น โดยเฉพาะแดนกลางที่คุมจังหวะไม่ได้ดีพอ แม้ครองบอลถึง 62% ส่วนฟูแล่มยืนยันอีกครั้งว่าเล่นที่คราเวน คอตเทจไม่ง่าย และยืดสถิติไม่แพ้ในบ้านเป็น 5 นัดติดต่อกัน
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก, ตอนนี้อยู่ตรงไหน
อัปเดต ณ วันที่ 5 มกราคม 2026 หลังจบสัปดาห์ที่ 20 ลิเวอร์พูลยังรั้งอันดับ 4 เกาะพื้นที่แชมเปียนส์ลีกแบบต้องลุ้นกันยาว ส่วนฟูแล่มขยับขึ้นอันดับ 9 เก็บแต้มได้สำคัญในกลุ่มกลางตาราง
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 15 | 3 | 2 | 40 | 14 | +26 | 48 |
| 2 | Manchester City | 20 | 13 | 3 | 4 | 44 | 18 | +26 | 42 |
| 3 | Aston Villa | 20 | 13 | 3 | 4 | 33 | 24 | +9 | 42 |
| 4 | Liverpool | 20 | 10 | 4 | 6 | 32 | 28 | +4 | 34 |
| 5 | Chelsea | 20 | 8 | 7 | 5 | 33 | 22 | +11 | 31 |
| 6 | Manchester United | 20 | 8 | 7 | 5 | 34 | 30 | +4 | 31 |
| 7 | Tottenham | 20 | 7 | 5 | 8 | 27 | 23 | +4 | 26 |
| 8 | Newcastle | 20 | 7 | 5 | 8 | 29 | 31 | -2 | 26 |
| 9 | Fulham | 20 | 7 | 5 | 8 | 26 | 27 | -1 | 26 |
| 10 | Brighton | 20 | 6 | 7 | 7 | 28 | 32 | -4 | 25 |
ผลต่างประตูได้เสีย +4 ช่วยให้ลิเวอร์พูลยังนำเชลซีตามเงื่อนไขเฮดทูเฮด แต่เมื่ออาร์เซนอลเริ่มทิ้งห่างด้านบน ทีมของสล็อตต้องเน้นความคงเส้นคงวาให้มากขึ้น ขณะที่ฟูแล่มยังอยู่ห่างโซนตกชั้น 8 แต้ม แต้มจากเกมนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนเจองานหนักต่อเนื่อง
มองไปข้างหน้า, ผลเสมอนี้ส่งผลยังไง
สำหรับลิเวอร์พูล นี่คือแต้มที่หล่นไป 2 คะแนนในช่วงที่แย่งพื้นที่ยุโรปกันดุ ทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้และแอสตัน วิลลายังไล่มาใกล้ เรื่องที่ต้องรีบแก้คือความแน่นอนในเกมรับและการคุมเกมแดนกลาง
ฝั่งฟูแล่ม แต้มนี้มีความหมายมาก โดยเฉพาะวิธีที่ทีมไม่ยอมแพ้จนวินาทีสุดท้าย ถ้ารักษามาตรฐานในบ้านได้ต่อเนื่อง โอกาสจบครึ่งบนของตารางก็ไม่ไกลเกินฝัน ซึ่งจะเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012
เกมที่คราเวน คอตเทจนัดนี้สรุปความเป็นพรีเมียร์ลีกได้ชัด, มีดราม่า มีคุณภาพ และเล่นกันจนหมดเวลา ทั้งสองทีมคงจำคืนที่มีทุกอย่างนี้ไปอีกนาน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ: ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แอสตัน วิลล่า vs. ฟอเรสต์ 3-1 แม็กกินน์และวัตคินส์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม
ฟุตบอล
ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ: ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เสมอกันสุดมันในศึกยอร์กเชียร์ดาร์บี: Leeds 1-1 Manchester United
ลีดส์, อังกฤษ – เกมที่ Elland Road เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026 กลับมาทำให้แฟนบอลนึกถึงความดุเดือดแบบเดิมของคู่นี้อีกครั้ง เมื่อ Leeds United เปิดบ้านเสมอ Manchester United 1-1 ในศึก Premier League นัดที่ 20 เกมออกมาสูสี วิ่งแลกกันทั้งสองฝั่ง และมีจังหวะให้ลุ้นแทบตลอดครึ่งหลัง Brenden Aaronson ยิงให้เจ้าบ้านขึ้นนำ แต่ Matheus Cunha ตอบโต้เร็วให้ทีมเยือนตีเสมอ ทำให้ทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปในเกมที่ผลออกหน้าไหนก็ไม่แปลก
บรรยากาศในสนามคึกคักตั้งแต่นาทีแรก แฟนบอลกว่า 36,900 คนแน่นอัฒจันทร์เพื่อดูศึก Roses rivalry ที่กลับมาปะทุอีกครั้ง Leeds ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาเล่นลีกสูงสุดหลังทำผลงานดีใน Championship เมื่อฤดูกาลก่อน อยากพิสูจน์ตัวเองกับทีมใหญ่ของลีก ส่วน Manchester United ของกุนซือ Ruben Amorim ก็ต้องการแต้มต่อเนื่องเพื่อไล่พื้นที่ฟุตบอลยุโรป แต่เจอเจ้าถิ่นที่เล่นแบบไม่กลัวชื่อชั้น

ครึ่งแรกตึงมือ แต่โอกาสจะแจ้งยังไม่มาก
45 นาทีแรกเต็มไปด้วยความเข้มข้น ทั้งสองทีมพยายามหาช่อง แต่ยังไม่ยอมเปิดหน้ามากเกินไป Daniel Farke วางแผนเพรสซิงสูง ให้ Aaronson และ Willy Gnonto วิ่งกดดันตั้งแต่แดนบน ขณะที่ Manchester United ฝากเกมไว้กับ Bruno Fernandes ที่คุมจังหวะในแดนกลางด้วยการจ่ายบอลแม่น ๆ
Leeds เกือบได้ประตูนำก่อนในนาทีที่ 12 เมื่อ Gnonto ปั่นโค้งจากหน้าเขตโทษ บอลเฉียดเสาออกไปแบบได้เสียว ฝั่งทีมเยือนก็ตอบโต้ทันควัน Rasmus Hojlund โหม่งจากลูกเตะมุมของ Fernandes บังคับให้ Illan Meslier ต้องออกแรงเซฟ กองหน้าทีมชาติเดนมาร์กดูอันตรายตลอดครึ่งแรก แต่หลายจังหวะถูกแนวรับ Leeds ช่วยกันบล็อกไว้ได้ดี
เกมเริ่มเดือดตามสไตล์ดาร์บี ช่วงหนึ่ง Ethan Ampadu เข้าปะทะหนักใส่ Alejandro Garnacho จนเกิดชุลมุนสั้น ๆ และผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้ทั้งคู่ ถึงจะปะทะกันหนัก แต่สกอร์ยัง 0-0 ตอนพักครึ่ง โดยทีมเยือนครองบอลนำเล็กน้อย 51-49 แฟนบอลทั้งสองฝั่งสัมผัสได้ว่าครึ่งหลังน่าจะมีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน
ครึ่งหลังระเบิดทันที มีประตูแบบต่อเนื่อง
กลับมาเล่นครึ่งหลัง เกมเปิดมากขึ้นตามที่หลายคนคาด Leeds ออกสตาร์ตได้ดีกว่า และได้เตะมุมต่อเนื่องจนกด Manchester United ถอยต่ำ ช่วงนาทีที่ 62 เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดในแนวรับทีมเยือน บอลหลุดมาเข้าทาง Aaronson ที่ฉวยโอกาสแซง Ayden Heaven ก่อนแปเล่น ๆ ผ่านมือ Franco Lammens เข้าก้นตาข่าย Elland Road ดังลั่น ประตูนี้เป็นลูกที่ 5 ของเขาในฤดูกาลนี้
แต่ความดีใจของแฟน Leeds อยู่ไม่นาน แค่ 3 นาทีถัดมา Manchester United ตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 65 จาก Cunha ที่ลงมาเป็นตัวสำรองตั้งแต่เริ่มครึ่งหลัง Joshua Zirkzee จ่ายให้แล้ว Cunha คุมอารมณ์ได้เยี่ยม ก่อนค่อย ๆ กลิ้งบอลผ่าน Alex Perri นายทวารสำรองของ Leeds ที่ถูกส่งลงมาแทน Meslier ซึ่งเจ็บช่วงต้นครึ่งหลัง เป็นประตูที่สะท้อนให้เห็นว่าทีมเยือนมีตัวเลือกมาก และตอบโต้ได้ไวเมื่อโดนกดดัน
หลังจากนั้นเกมกลายเป็นการไล่บี้หาประตูชัยแบบแลกกันคนละหมัด Leeds เดินหน้าเต็มที่ นาทีที่ 72 Pascal Struijk โหม่งจากลูกฟรีคิก แต่ Lisandro Martinez เคลียร์จากเส้นได้แบบหวุดหวิด ส่วนฝั่ง Manchester United ก็เกือบได้เฮในนาทีที่ 78 เมื่อ Garnacho ซัดเต็มข้อ บอลไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
ทั้งสองกุนซือปรับเกมช่วงท้าย Farke ส่ง Mateo Joseph ลงมาเพิ่มความสด ขณะที่ Amorim เติมริมเส้นด้วย Amad Diallo แต่สุดท้ายไม่มีใครยิงเพิ่มได้ เมื่อครบ 5 นาทีทดเวลาบาดเจ็บ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบเกม และผลเสมอก็ดูยุติธรรมกับรูปเกมโดยรวม Leeds คงเสียดายที่รักษาสกอร์นำไว้ไม่ได้ ส่วน Manchester United ก็น่าจะคิดถึงโอกาสที่หลุดไปในช่วงท้าย

ฟอร์มเด่นและนักเตะที่น่าพูดถึง
ฝั่ง Leeds คนที่เด่นสุดคือ Aaronson ทั้งความขยัน การไล่เพรส และการจบสกอร์ เขาคว้ารางวัล Man of the Match ไปแบบไม่ค้านตา นักเตะวัย 25 ปีทำให้เกมรุกของทีมมีชีวิตชีวาตลอด ส่วน Manchester United ได้แรงกระตุ้นสำคัญจาก Cunha ที่ลงมาแล้วเปลี่ยนเกมทันที เป็นการแก้เกมที่คุ้มค่าของ Amorim ในช่วงโปรแกรมถี่
Fernandes ยังเป็นศูนย์กลางของทีมเยือนเหมือนเดิม เขาจ่ายบอลสำเร็จ 92% และสร้างโอกาสสำคัญได้ 3 ครั้ง
เกมรับของทั้งสองทีมมีช่วงหลุดให้เห็น Leeds นำโดย Joe Rodon ยืนคุมแนวรับได้ดีเป็นส่วนใหญ่ แต่พลาดครั้งเดียวก็โดนลงโทษ ขณะที่ Heaven ซึ่งได้ออกสตาร์ตเป็นนัดที่ 3 ยังมีแววที่ดี แต่จังหวะเสียประตูคือบทเรียนชัด ๆ
ความเห็นหลังเกม
ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports หลังจบเกม Daniel Farke พูดแบบมีทั้งพอใจและเสียดายว่า “มันคือ 1 แต้มจากทีมระดับท็อป แต่หลังเรายิงได้ เรากดเขาอยู่เหมือนกัน นักเตะทุ่มเทหมด และนั่นคือสิ่งที่สโมสรนี้ยึดถือ ความหลงใหลและการสู้ไม่ถอย”
ด้าน Ruben Amorim ก็ชื่นชมลูกทีมของตัวเองเช่นกัน “ทีมเรามีคาแรกเตอร์ เราตีเสมอได้เร็วมาก มาที่นี่ไม่ง่าย และผลเสมอช่วยให้เรารักษาโมเมนตัมได้”

ผลต่อภาพรวมของฤดูกาล
ผลนี้ทำให้ Manchester United ยังอยู่ที่อันดับ 6 เกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่ Champions League ต่อไป แต่ยังต้องรักษามาตรฐานให้คงเส้นคงวาเพื่อไล่ท็อปโฟร์ ส่วน Leeds อยู่ที่อันดับ 16 เหนือโซนตกชั้นแบบหายใจรดต้นคอ แต่ฟอร์มและความมั่นใจจากเกมนี้น่าจะช่วยพวกเขาในช่วงหนีตกชั้นได้พอสมควร
ตารางคะแนน English Premier League (ณ วันที่ 5 มกราคม 2026)
ตารางล่าสุด โดยเน้นตำแหน่งของ Leeds United และ Manchester United:
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 15 | 3 | 2 | 40 | 14 | 26 | 48 |
| 2 | Manchester City | 20 | 13 | 3 | 4 | 44 | 18 | 26 | 42 |
| 3 | Aston Villa | 20 | 13 | 3 | 4 | 33 | 24 | 9 | 42 |
| 4 | Liverpool | 20 | 10 | 4 | 6 | 32 | 28 | 4 | 34 |
| 5 | Chelsea | 20 | 8 | 7 | 5 | 33 | 22 | 11 | 31 |
| 6 | Manchester United | 20 | 8 | 7 | 5 | 34 | 30 | 4 | 31 |
| 7 | Brentford | 20 | 9 | 3 | 8 | 32 | 28 | 4 | 30 |
| 8 | Sunderland | 20 | 7 | 9 | 4 | 21 | 19 | 2 | 30 |
| 9 | Newcastle United | 20 | 8 | 5 | 7 | 28 | 24 | 4 | 29 |
| 10 | Brighton and Hove Albion | 20 | 7 | 7 | 6 | 30 | 27 | 3 | 28 |
| 11 | Fulham | 20 | 8 | 4 | 8 | 28 | 29 | -1 | 28 |
| 12 | Everton | 20 | 8 | 4 | 8 | 22 | 24 | -2 | 28 |
| 13 | Tottenham Hotspur | 20 | 7 | 6 | 7 | 28 | 24 | 4 | 27 |
| 14 | Crystal Palace | 20 | 7 | 6 | 7 | 22 | 23 | -1 | 27 |
| 15 | Bournemouth | 20 | 5 | 8 | 7 | 31 | 38 | -7 | 23 |
| 16 | Leeds United | 20 | 5 | 7 | 8 | 26 | 33 | -7 | 22 |
| 17 | Nottingham Forest | 20 | 5 | 3 | 12 | 19 | 33 | -14 | 18 |
| 18 | West Ham United | 20 | 3 | 5 | 12 | 21 | 41 | -20 | 14 |
| 19 | Burnley | 20 | 3 | 3 | 14 | 20 | 39 | -19 | 12 |
| 20 | Wolverhampton Wanderers | 20 | 1 | 3 | 16 | 14 | 40 | -26 | 6 |
โปรแกรมต่อไป
หลังพักช่วงปีใหม่สั้น ๆ ทั้งสองทีมมีงานหนักรออยู่ Leeds ต้องออกไปเยือน Aston Villa ที่ฟอร์มแรงในสุดสัปดาห์หน้า เป็นบททดสอบสำคัญของทีมที่กำลังหนีตกชั้น ส่วน Manchester United กลับไปเล่นในบ้านเจอ Chelsea ที่ Old Trafford ซึ่งน่าจะเป็นอีกเกมใหญ่ที่แต้มมีความหมายมาก
ผลเสมอครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนภาพรวมมากนัก แต่ย้ำชัดว่า Premier League ครึ่งฤดูกาลหลังแต้มทุกแต้มมีค่า และเกมใหญ่แบบนี้ยังมีอารมณ์ร่วมให้คนดูเสมอ ทั้งความเร็ว คุณภาพ และความเป็นคู่ปรับที่ไม่เคยจางหายไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
แอสตัน วิลล่า vs. ฟอเรสต์ 3-1 แม็กกินน์และวัตคินส์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม
ฟุตบอล
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ขอสลับไปเยือน พราม แบงค็อก ศึกช้าง เอฟเอ คัพ
สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แจ้งขอเปลี่ยนจากเดิมที่ต้องเล่นในบ้าน เป็นออกไปเยือน พราม แบงค็อก ทีมจาก T3 ในศึกช้าง เอฟเอ คัพ 2025/26 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
จากผลจับสลากประกบคู่รอบ 16 ทีม ก่อนหน้านี้ทัพ “กว่างโซ้งมหาภัย” มีคิวเปิดสนามพบ “สายฟ้านกอินทรี” แต่ล่าสุดสโมสรได้แจ้งขอสลับเป็นทีมเยือนแทน โดยโปรแกรมจะลงสนามวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่สนามเอ็นที สเตเดียม (เวลาแข่งขันรอยืนยันอีกครั้ง)

โปรแกรมแข่ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เดือนมกราคม 2569
- 10 ม.ค. 69 ไทยลีก (T1) นัดที่ 16, เยือน พีที ประจวบ เอฟซี, เวลา 19.30 น., สนามสามอ่าว สเตเดียม
- 14 ม.ค. 69 ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีม, เยือน พราม แบงค็อก, สนามเอ็นที สเตเดียม (เวลาแข่งขันรอยืนยัน)
- 18 ม.ค. 69 ไทยลีก (T1) นัดที่ 17, เยือน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เวลา 18.00 น., สนามช้าง อารีนา
- 24 ม.ค. 69 ไทยลีก (T1) นัดที่ 18, เหย้า พบ อุยธยา ยูไนเต็ด, เวลา 19.00 น., สนามสิงห์ เชียงราย สเตเดียม
- 31 ม.ค. 69 ไทยลีก (T1) นัดที่ 19, เยือน บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, เวลา 18.00 น., สนามทรู บีจี สเตเดียม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะ บีจี ปทุมยูไนเต็ด 1-0
เชียงราย ยูไนเต็ด ทะลุเข้ารอบ ช้าง เอฟเอ คัพ หลังเอาชนะ ลำพูน วอริเออร์ส 2-0
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 days ago
“ทีมชาติไทย” แพ้ญี่ปุ่น 0-5 อุ่นเครื่องก่อนเอเชียนคัพ
-
ข่าว1 week agoปิซ่า พบ ยูเวนตุส ดูบอลสด ฟุตบอลกัลโช่ เซเรียอา 2025/26 วันที่ 27 ธ.ค. 68
-
บันเทิง - Entertainment8 months ago
อังสนาช้างเผือก นักร้องชื่อดังแห่งยุค 80 เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime8 months ago
กรมการปกครองเชียงราย จับกุมผู้ขายน้ำกระท่อมผสมกัญชาขายให้ผู้เยาว์
