ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า vs. ฟอเรสต์ 3-1 แม็กกินน์และวัตคินส์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม
เบอร์มิงแฮม, อังกฤษ, 4 มกราคม 2026 – อากาศหนาวที่วิลล่า พาร์กไม่ได้ทำให้เกมช้าลงเลย แอสตัน วิลล่าเปิดปีใหม่แบบชัดเจนด้วยฟอร์มที่ดุดัน ไล่ชนะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เกมนี้สะท้อนงานโค้ชของอูไน เอเมรี่ได้ดี ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นปัญหาเกมรับที่ฟอเรสต์ยังแก้ไม่ตกภายใต้การคุมทีมของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต้
ชัยชนะนัดนี้ส่งวิลล่าขยับขึ้นอันดับ 2 ตามอาร์เซน่อลติด ๆ ในเส้นทางลุ้นแชมป์ ส่วนฟอเรสต์แพ้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน สถานการณ์บนตารางเริ่มน่าห่วงและยังต้องดิ้นหนีโซนตกชั้นต่อไป โอลลี่ วัตกินส์ฉลองการลงเล่นนัดที่ 250 ให้สโมสรด้วยประตูสุดสวย และกัปตันจอห์น แม็คกินน์กดคนเดียวสองเม็ด ทำให้แฟนเจ้าถิ่นได้เห็นความเฉียบขาดที่ทีมต้องมี ถ้าจะไปไกลถึงถ้วยแชมป์ในซีซั่นนี้
วิลล่า พาร์กกลับมาดังกระหึ่ม, เจ้าบ้านคุมเกมอยู่หมัด
ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก วิลล่าครองบอลได้มากกว่า ต่อบอลเร็ว และเจาะแนวรับฟอเรสต์ด้วยการจ่ายทะลุและการเติมเกมริมเส้น เอเมรี่พาทีมกลับมาด้วยความสด หลังช่วงเทศกาลที่ผลงานขึ้น ๆ ลง ๆ รวมถึงเกมที่ทำได้แค่เสมอไบรท์ตันแบบน่าหงุดหงิด
แดนกลางของยูริ ตีเลอมันส์, บูบาการ์ กามาร่า และแม็คกินน์เป็นตัวกำหนดจังหวะ พวกเขาบีบพื้นที่เร็ว ทำให้ฟอเรสต์ต่อบอลขึ้นเกมลำบากมาก
ฝั่งทีมเยือนเดินทางมาแบบกดดัน ผลงานลีก 8 นัดหลังสุดชนะได้เพียงเกมเดียว และรอยรั่วเกมรับก็โผล่ให้เห็นตั้งแต่ต้นเกม ผู้รักษาประตูจอห์น วิคเตอร์ที่ย้ายมาช่วงซัมเมอร์จาก Benfica ดูไม่ค่อยนิ่งเวลาโดนบีบ ซึ่งก็เป็นสัญญาณล่วงหน้าของความผิดพลาดใหญ่ในครึ่งหลัง แม้ฟอเรสต์จะมีมอร์แกน กิ๊บส์ ไวท์คอยสร้างสรรค์ และมีคริส วู้ดเป็นเป้าหน้า แต่ครึ่งแรกพวกเขาแทบไม่มีโอกาสจบแบบชัด ๆ มีแค่ยิงไกลหรือจังหวะฝืน ๆ ไม่กี่ครั้ง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาครึ่งแรก วิลล่าได้ประตูที่จุดไฟให้ทั้งสนาม วัตกินส์รับบอลจากการเปิดแม่น ๆ ของเลออน เบลี่ย์ทางขวา ก่อนวอลเลย์เต็มข้อจากแถวกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบที่วิคเตอร์ขยับแทบไม่ทัน เป็นประตูที่ทั้งสวยและสำคัญ พาวิลล่านำตามเกม และเป็นการฉลองนัดที่ 250 ของวัตกินส์แบบสมบูรณ์ เขายิงเป็นประตูที่ 12 ของฤดูกาล ยิ่งตอกย้ำว่าบทบาทของเขาในเกมรุกของเอเมรี่ยังสำคัญมาก ทั้งการจบสกอร์และการไล่เพรส
ครึ่งหลังเดือด, แม็คกินน์เบิ้ลสอง ฟอเรสต์ฮึดได้แค่พักเดียว
กลับมาครึ่งหลังได้แค่ 4 นาที วิลล่าหนีเป็น 2-0 แม็คกินน์เติมขึ้นมารับบอลทะลุช่องของตีเลอมันส์ ก่อนแปเน้น ๆ ระยะใกล้ผ่านวิคเตอร์เข้าไป เสียงเชียร์ในวิลล่า พาร์กดังสนั่น และนี่เป็นแค่ประตูแรกของเขาในเกมนี้เท่านั้น
ฟอเรสต์ยังไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 61 กิ๊บส์ ไวท์ทำให้ทีมมีความหวังขึ้นมา เขาลากตัดผ่านแนวรับวิลล่า ก่อนปั่นเรียดจากระยะราว 20 หลา บอลโค้งหนีมือไปเสียบมุมล่าง เป็นประตูที่มาจากความสามารถล้วน ๆ และทำให้เกมเหมือนจะกลับมาตึงขึ้นช่วงสั้น ๆ ทีมเยือนเริ่มดันสูงขึ้น ส่งไตโว อโวนิยี่และแอนโธนี่ เอลังก้ามาเพิ่มความเร็วและแรงปะทะในแนวรุก
แต่ความหวังนั้นอยู่ไม่นาน นาทีที่ 73 ฟอเรสต์เสียประตูแบบเจ็บตัว วิคเตอร์ออกมาจะเคลียร์บอลยาว แต่กะจังหวะพลาดและยืนตำแหน่งผิด แม็คกินน์เห็นช่องก่อนชิพจากกลางสนาม บอลลอยข้ามหัวเข้าไปนอนก้นตาข่ายแบบสุดแม่น เสียงแซวจากฝั่งโฮลท์ เอนด์ดังลั่นทันที จังหวะนี้กลายเป็นภาพแทนปัญหาของฟอเรสต์ในช่วงหลังที่พลาดเองบ่อย ทำให้เกมที่อาจกดดันในช่วงท้าย กลายเป็นงานสบายของวิลล่า
ฟอร์มนักเตะ, วัตกินส์คม แม็คกินน์ครบเครื่อง
ฝั่งแอสตัน วิลล่ามีคนเด่นหลายราย วัตกินส์ไม่ได้มีดีแค่ประตู เขาเชื่อมเกมดี พาบอลขึ้นหน้า และวิ่งกดดันแนวรับฟอเรสต์ตลอด แม็คกินน์เป็นหัวใจของทีมแบบชัดเจน ยิง 2 ประตู วิ่งไม่มีหมด และสั่งการเพื่อนร่วมทีมตลอดเกม ส่วนแนวรับอย่างเอซรี่ คอนซ่าและเปา ตอร์เรสช่วยกันปิดพื้นที่ได้ดี ทำให้ฟอเรสต์มีโอกาสแบบเป็นชิ้นเป็นอันไม่มาก แม้ทีมเยือนจะพยายามเร่งเกมในช่วงท้าย
ด้านน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ประตูของกิ๊บส์ ไวท์เป็นจุดสว่างที่หาได้ยากในเกมที่ภาพรวมค่อนข้างแย่ คริส วู้ดสู้ตามสไตล์ แต่แทบไม่ได้บอลดี ๆ ให้จบ ส่วนแนวรับที่มีมูรีโย่คุมอยู่ก็รับแรงกดดันไม่ไหว ขณะที่ความผิดพลาดของวิคเตอร์เป็นจังหวะที่คนจะจำไปอีกนาน แต่ภาพใหญ่กว่านั้นคือทีมเสียประตูง่ายต่อเนื่อง โดยใน 4 นัดที่แพ้ติดกัน พวกเขาโดนยิงรวม 12 ลูก
หลังเกม เอเมรี่พูดถึงทีมในโทนพอใจว่า “เราต้องการชัยชนะเพื่อกลับมาอยู่ในทางของเรา นักเตะแสดงให้เห็นทั้งคุณภาพและทัศนคติ” ส่วนเอสปิริโต ซานโต้ย้ำเรื่องความผิดพลาดว่า “เราพลาดแบบเดิม ๆ ซ้ำอีก เราต้องเรียนรู้ให้เร็ว”
ฟอเรสต์ยังลื่นไถล, สัญญาณอันตรายเริ่มชัด
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ฟอเรสต์แพ้ 4 เกมรวด อันดับรูดลงเรื่อย ๆ จากที่เคยพอมีระยะห่าง กลายเป็นต้องมองหลังบ่อยขึ้น การปรับแท็กติกให้เน้นรัดกุมมากขึ้นก็ยังไม่ช่วย แถมบางจังหวะดูยิ่งทำให้ทีมเล่นอึดอัด แฟนบอลส่วนหนึ่งเริ่มไม่พอใจกับรูปเกมที่ระวังมากเกินไป
เมื่อโปรแกรมหนักอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซน่อลรออยู่ ฟอเรสต์ต้องรีบหาทางเรียกฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลกลับมา ไม่อย่างนั้นโอกาสกลับไปเล่นแชมเปี้ยนชิพก็จะใกล้ขึ้นทุกที
ในทางตรงข้าม วิลล่าดูเหมือนได้แรงส่งอีกครั้ง ชัยชนะนี้หยุดช่วงสะดุดเล็ก ๆ และย้ำว่าทีมมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์จริง การผสมระหว่างตัวหลักกับขุมกำลังสำรองก็ทำได้ดี เห็นได้จากตัวสำรองอย่างจอน ดูรานที่ลงมาเพิ่มพลังให้เกมรุก
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก, วิลล่าขึ้นรองจ่าฝูง ฟอเรสต์ยังอยู่โซนล่าง
หลังจบเกมนี้ แอสตัน วิลล่าแซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 นี่คือภาพรวมตารางพรีเมียร์ลีก ณ วันที่ 4 มกราคม 2026:
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 15 | 3 | 2 | 40 | 14 | +26 | 48 |
| 2 | Aston Villa | 20 | 13 | 3 | 4 | 33 | 24 | +9 | 42 |
| 3 | Manchester City | 19 | 13 | 2 | 4 | 43 | 17 | +26 | 41 |
| 4 | Liverpool | 19 | 10 | 3 | 6 | 30 | 26 | +4 | 33 |
| 5 | Chelsea | 19 | 8 | 6 | 5 | 32 | 21 | +11 | 30 |
| 6 | Manchester United | 19 | 8 | 6 | 5 | 33 | 29 | +4 | 30 |
| … | … | … | … | … | … | … | … | … | … |
| 17 | Nottingham Forest | 20 | 5 | 3 | 12 | 22 | 38 | -16 | 18 |
วิลล่าขยับขึ้นมาบีบอาร์เซน่อลต่อ แม้แต้มยังห่างอยู่ และวิลล่าแข่งมากกว่าซิตี้ 1 นัด ส่วนฟอเรสต์ยังรั้งอันดับ 17 มีแต้มเหนือโซนตกชั้นไม่มาก และยังมีทีมอย่างเวสต์แฮม, วูล์ฟส์ และคริสตัล พาเลซไล่กดดันอยู่ใกล้ ๆ ผลต่างประตูได้เสียติดลบก็ย้ำชัดว่าปัญหาใหญ่คือเกมรับที่เสียประตูเยอะ
โปรแกรมข้างหน้า, วิลล่ามั่นใจขึ้น ฟอเรสต์ต้องรีบแก้เกม
พรีเมียร์ลีกยังเดินต่อแบบไม่พัก วิลล่าจะไปเยือนแอนฟิลด์ในเกมที่น่าจับตา และด้วยฟอร์มแบบนี้พวกเขาน่าจะลงเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น
ด้านฟอเรสต์ เสียงเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ หากผลยังไม่ดีขึ้น เรื่องการเสริมทัพในเดือนมกราคมหรือความเปลี่ยนแปลงในทีมย่อมถูกพูดถึงมากขึ้น
เกมนี้เหมือนสรุปภาพของสองทีมในซีซั่นนี้ได้ชัด วิลล่าเดินหน้าด้วยความทะเยอทะยาน ส่วนฟอเรสต์ยังต้องสู้กับปัญหาของตัวเอง เอเมรี่พาทีมเก็บสามแต้มสำคัญได้ตามแผน ขณะที่เอสปิริโต ซานโต้มีงานหนักรออยู่ในการพาทีมกลับมาอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้ได้อีกปี
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม:
ลี ยองแร ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลแล้วในวัย 39 ปี
ฟุตบอล
วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-2 อาร์เซนอล: เกมสุดดุเดือดจบลงด้วยความวุ่นวาย เมื่อผู้เล่นปะทะกัน
คืนวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษที่ดราม่าหนักระหว่าง วูลเวอร์แฮมป์ตัน วันเดอเรอส์ (Wolverhampton Wanderers) กับ อาร์เซนอล จบแบบช็อกแฟนบอลที่สกอร์ 2-2 ทั้งที่ทีมเยือนออกนำไปก่อน 2-0 แต่ครึ่งหลังวูล์ฟส์เร่งเครื่องกลับมาได้ ก่อนที่ช่วงทดเจ็บจะเกิดความผิดพลาดกันเองจนเสียประตู และยังมีจังหวะปะทะเดือดหลังเสียงนกหวีด ทำให้นัดนี้ถูกพูดถึงว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ร้อนแรงที่สุดของฤดูกาล – รับชมไฮไลท์ได้ที่นี่
ไฮไลท์สำคัญของเกม
- นาที 5: บูกาโย ซาก้า พาอาร์เซนอลขึ้นนำ 1-0 จากลูกโหม่งที่จบสกอร์ได้คม หลังรับบอลยาวจากเพื่อนร่วมทีม และยังเป็นการหยุดสถิติไร้ประตู 15 นัดติดของเขาด้วย
- ตลอดครึ่งแรก: อาร์เซนอลคุมจังหวะได้มากกว่า แต่สกอร์ยังห่างแค่ลูกเดียว เพราะวูล์ฟส์ตั้งรับแน่นและไม่เปิดพื้นที่ง่ายๆ
- ช่วงต้นครึ่งหลัง (นาที 50+): ปีเอโร ฮินคาปิเย่ (Piero Hincapié) ยิงให้อาร์เซนอลหนีเป็น 2-0 หลัง VAR เช็กแล้วให้ประตู (เป็นประตูแรกของเขากับอาร์เซนอล)
- นาที 60: ฮูโก บูเอโน (Hugo Bueno) ซัดไกลบอลโค้งสวยตีไข่แตกเป็น 2-1 ทันทีที่ประตูนี้มา โมเมนตัมเกมก็เปลี่ยน
- ช่วงทดเจ็บ (90+4): แนวรับอาร์เซนอลพลาดกันเอง กาเบรียล มากัลยาแอส กับ เดวิด รายา ชนกันจนบอลหลุดไปเข้าทาง ทอม เอโดซี (Tom Edozie) ยิงชนเสาก่อนเด้งมาโดน ริคคาร์โด คาลาฟิโอรี (Riccardo Calafiori) กลายเป็นทำเข้าประตูตัวเอง จบที่ 2-2
- หลังจบเกม: อารมณ์เดือดปะทุเมื่อ กาเบรียล เชซุส (Gabriel Jesus) มีปะทะกับ เยร์ซอน มอสเกรา (Yerson Mosquera) กองหลังวูล์ฟส์ จังหวะผลักกันทำให้มอสเกราล้มลง จากนั้นผู้เล่นทั้งสองฝั่งกรูเข้ามาเคลียร์และมีการผลักกันวุ่นวาย สุดท้ายเชซุสโดนใบเหลืองจากเหตุการณ์นี้
ผลเสมอนัดนี้ทำให้อาร์เซนอลทำแต้มหลุดมือในช่วงที่ต้องการเก็บชัยเพื่อทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ยังมีเกมในมือ และยิ่งทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเข้มข้นขึ้นไปอีก
สถิติและตารางคะแนนอาร์เซนอล (หลังนัดนี้)
แม้อาร์เซนอลยังยืนเป็นจ่าฝูง แต่ช่องว่างกับแมนฯ ซิตี้ลดเหลือ 5 แต้ม โดยอาร์เซนอลแข่งมากกว่า 1 นัด
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | +/- | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 27 | 17 | 7 | 3 | 52 | 20 | +32 | 58 |
| 2 | Manchester City | 26 | 16 | 5 | 5 | 54 | 24 | +30 | 53 |
| 3 | Aston Villa | 26 | 15 | 5 | 6 | 37 | 27 | +10 | 50 |
| 4 | Manchester Utd | 26 | 12 | 9 | 5 | 47 | 37 | +10 | 45 |
(ข้อมูลอัปเดตหลังเกม Wolves 2-2 Arsenal, 19 ก.พ. 2569)
สถิติและตารางคะแนนวูลเวอร์แฮมป์ตัน (Wolverhampton Wanderers)
ฝั่งวูล์ฟส์ยังจมอยู่โซนอันตรายเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม แต้มนี้ช่วยต่อชีวิตได้พอสมควร เพราะได้มาจากเกมกับทีมลุ้นแชมป์
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | +/- | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 20 | Wolverhampton Wanderers | 27 | 1 | 7 | 19 | 18 | 50 | -32 | 10 |
(วูล์ฟส์ยังอยู่อันดับสุดท้าย แต่เก็บแต้มสำคัญจากทีมใหญ่ได้)
ความเห็นหลังเกม
มิเกล อาร์เตตา กุนซืออาร์เซนอล ยอมรับตรงๆ ว่า “นี่เป็นความผิดพลาดที่เราไม่ควรพลาด เราเสียสองประตูจากความผิดพลาดของตัวเอง และเราต้องรับผิดชอบ” ขณะเดียวกัน แฟนบอลอาร์เซนอลจำนวนมากแสดงความไม่พอใจในโซเชียล โดยโฟกัสไปที่จังหวะพลาดของกาเบรียลและรายาในช่วงท้ายเกม
ส่วนแฟนวูล์ฟส์ต่างยกย่องทีมที่สู้ไม่ถอย แม้เป็นฝ่ายตาม 0-2 ก็ยังกลับมาแบ่งแต้มได้ และฉลองกันแบบโล่งใจหลังจบเกม
สรุป: ผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์
การเจ๊าครั้งนี้ทำให้อาร์เซนอลเสียแต้มสำคัญ และเปิดทางให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้มีโอกาสไล่ทันหรือแซงได้ หากเก็บชัยชนะในเกมที่เหลือได้ตามเป้า พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025-26 เลยยิ่งเดือดขึ้น และเกมนี้มีโอกาสถูกจดจำว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นิวคาสเซิล ถล่ม คาราบัก 6-1 จ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก
ฟุตบอล
นิวคาสเซิล ถล่ม คาราบัก 6-1 จ่อเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปียนส์ลีก
บากู, อาเซอร์ไบจาน, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มโหดในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2025/26 หลังบุกไปไล่ถล่ม คาราบัก 6-1 ในเกมแรกของรอบเพลย์ออฟ เมื่อคืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามโทฟิก บาห์รามอฟ สเตเดียม – รับชมไฮไลท์
ชัยชนะเกมนี้ทำให้ “สาลิกาดง” ของ เอ็ดดี้ โฮว์ แทบวางมือข้างหนึ่งบนตั๋วรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว เพราะทิ้งห่างถึง 5 ประตู ก่อนกลับไปเล่นเลกสองที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค วันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้
ไฮไลต์เกม: กอร์ดอนกด 4 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรก
นิวคาสเซิลเปิดฉากด้วยจังหวะบุกเร็วและกดดันต่อเนื่อง ตั้งแต่นาทีแรก คาราบักตั้งเกมไม่ทัน และ แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกทีมชาติอังกฤษวัย 24 ปี กลายเป็นตัวเอกของเกมนี้ หลังยิงคนเดียว 4 ประตูในครึ่งแรก
- นาทีที่ 3: กอร์ดอนซัดให้ทีมขึ้นนำ 1-0 จากบอลที่ แดน เบิร์น วางมาอย่างแม่น
- นาทีที่ 8: มัลลิค เทียว เติมขึ้นมาโหม่งจากลูกเตะมุมของ เคียแรน ทริปเปียร์ พานิวคาสเซิลหนีเป็น 2-0
- นาทีที่ 32: กอร์ดอนสังหารจุดโทษเป็น 3-0
- นาทีที่ 33: ผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจ กอร์ดอนยิงเพิ่มทันที กลายเป็น 4-0
- นาทีที่ 45+1: กอร์ดอนปิดครึ่งแรกด้วยจุดโทษอีกครั้ง ทำแฮตทริกเกินมาตรฐานเป็น 4 ประตู และพาทีมนำ 5-0
ครึ่งหลัง คาราบักพยายามปรับเกมให้แน่นขึ้น และได้ประตูปลอบใจจาก เอลวิน คาฟาร์กูลิเยฟ นาทีที่ 54 อย่างไรก็ตาม นิวคาสเซิลยังคุมจังหวะได้หมด แล้วมาบวกเพิ่มอีกลูกจาก จาค็อบ เมอร์ฟี ที่ลงมาเป็นสำรอง ก่อนยิงเป็น 6-1 ในนาทีที่ 72 ปิดเกมแบบขาดลอย
นอกจากจำนวนประตูแล้ว กอร์ดอนยังสร้างสถิติสำคัญ เขาทำลายสถิติของ อลัน ชีarer ในฐานะดาวยิงสูงสุดของสโมสรในแชมเปียนส์ลีกต่อหนึ่งฤดูกาล และยังกลายเป็นนักเตะคนที่สองในประวัติศาสตร์ ที่ยิงได้ 4 ประตูในครึ่งแรกของเกมน็อกเอาต์รายการนี้
สรุปผลงานนักเตะเด่น นิวคาสเซิล (เกมนี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อตส์ | ผ่านบอลสำเร็จ (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| แอนโธนี่ กอร์ดอน | ปีก/กองหน้า | 4 | 0 | สูงสุด | สูง |
| มัลลิค เทียว | กองหลัง | 1 | 0 | – | – |
| จาค็อบ เมอร์ฟี | ปีก (ตัวสำรอง) | 1 | 0 | – | – |
| เคียแรน ทริปเปียร์ | แบ็คขวา | 0 | 1 (เตะมุม) | – | สูง |
| แดน เบิร์น | กองหลัง | 0 | 1 | – | – |
ภาพรวมทั้งเกม นิวคาสเซิลเหนือกว่าชัดเจน ทีมยิงตรงกรอบ 14 ครั้ง ขณะที่คาราบักทำได้เพียง 2 ครั้ง ส่วนค่า xG อยู่ที่ 3.97 ซึ่งสะท้อนว่าโอกาสของทีมเยือนมีคุณภาพและจบสกอร์ได้เฉียบคม
สรุปผลงานนักเตะเด่น คาราบัก (เกมนี้)
| ผู้เล่นหลัก | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | ช็อตส์ | ผ่านบอลสำเร็จ (%) |
|---|---|---|---|---|---|
| เอลวิน คาฟาร์กูลิเยฟ | กองกลาง/ปีก | 1 | 0 | – | – |
| มาเตอุช โคชัลสกี | ผู้รักษาประตู | 0 | 0 | – | – |
| ภาพรวมทีม | – | 1 | – | ต่ำ | ต่ำกว่า |
สำหรับคาราบัก แม้เป็นแชมป์ลีกอาเซอร์ไบจานและได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน แต่เกมนี้พวกเขารับมือความเร็ว การเพรสซิ่ง และการเข้าทำที่หลากหลายของนิวคาสเซิลไม่อยู่ โดยเฉพาะครึ่งแรกที่เสียถึง 5 ประตู ซึ่งนับเป็นหนึ่งในค่ำคืนที่หนักที่สุดของสโมสรบนเวทียุโรป
โฮว์ชมทีมเต็มที่ ย้ำเลกสองยังต้องโฟกัส
หลังจบเกม เอ็ดดี้ โฮว์ พูดถึงผลงานลูกทีมด้วยความพอใจ เขาบอกว่าเป็นค่ำคืนที่ดีมากของสโมสร แม้ต้องเดินทางไกลกว่า 5,000 ไมล์ แต่ทุกคนยังเล่นด้วยความมุ่งมั่น และเขาชื่นชมกอร์ดอนเป็นพิเศษในเกมนี้ อย่างไรก็ตาม โฮว์ย้ำว่ายังมีงานต้องทำในเลกสอง เพียงแต่ผลสกอร์ที่เกิดขึ้นช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ทีมอย่างมาก
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นสกอร์ขาดลอยที่สุดของนิวคาสเซิลในเกมยุโรป นับตั้งแต่กลับมาลุยถ้วยใหญ่ และยังเป็นสัญญาณชัดว่า “แม็กพายส์” พร้อมสำหรับรอบน็อกเอาต์แบบจริงจัง หลังพลาดท็อป 8 ในรอบลีกเฟสแบบเฉียดฉิว
เมื่อกลับไปเล่นที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค เกมเลกสองน่าจะกลายเป็นคืนที่แฟนบอลได้ลุ้นฉลอง หากทีมรักษามาตรฐานเดิม และไม่ปล่อยให้ความได้เปรียบหลุดมือ
นิวคาสเซิลกำลังเดินหน้าสร้างเรื่องราวในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้ ด้วยฟอร์มสุดร้อนแรงของกอร์ดอน และความแข็งแกร่งทั้งทีม ซึ่งทำให้รอบเพลย์ออฟคู่นี้เหมือนถูกตัดสินไปแล้วตั้งแต่เกมแรก
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เรอัล มาดริด เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 4-1 ขึ้นนำจ่าฝูงลาลีกาโดยไม่มี เอ็มบาปเป้
ฟุตบอล
อาร์เซนอลถล่มวีแกน แอธเลติก 4-0 เอฟเอคัพ รอบ 4, ครึ่งแรกยิงยับก่อนลิ่วรอบ 16 ทีม
อาร์เซนอลผ่านเข้ารอบ 5 ของเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี หลังคว้าชัยชนะในบ้านเหนือทีมจากลีกวันอย่างขาดลอย ไฮไลท์ ผู้ทำประตู และสถิติที่น่าสนใจต่างๆ ได้ถูกรวมไว้ด้วย – ชมไฮไลท์การแข่งขัน
ลอนดอน, 16 กุมภาพันธ์ 2569 อาร์เซน่อลของ มิเกล อาร์เตต้า โชว์ฟอร์มดุในเอฟเอคัพ รอบ 4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ด้วยการเปิดเอมิเรตส์ สเตเดียม ถล่ม วิแกนแอธเลติก 4-0 แบบไม่ให้ตั้งตัว ส่งผลให้ “ปืนใหญ่” ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย (รอบ 5) ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาลที่คว้าแชมป์ในปี 2020
นอกจากนี้ ผลงานนัดนี้ยังทำให้อาร์เซน่อลยังอยู่บนเส้นทางลุ้นความสำเร็จหลายรายการในซีซัน 2025/26 เพราะทีมยังนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก, เข้าชิงคาราบาวคัพ และผ่านเข้ารอบ 16 ทีมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกแล้ว
แม้เกมนี้จะมีการหมุนเวียนผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่รูปเกมยังคุมได้หมด ที่สำคัญคืออาร์เซน่อลยิงได้ครบ 4 ประตูตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก ภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที ทำให้วิแกนที่มาจากลีกวัน (ระดับ 3) ตั้งเกมแทบไม่ทัน ท่ามกลางแฟนบอลราว 60,000 คนที่ช่วยสร้างบรรยากาศคึกคักตลอดเกม
ไฮไลต์เกม, 4 ประตูเร็วใน 17 นาที
อาร์เซน่อลเปิดเกมด้วยจังหวะกดดันสูง และเร่งเครื่องช่วงนาที 11-27 จนสกอร์ไหลทันที
- นาที 11: นอนิ มาดูเอเก จบสกอร์ให้ทีมขึ้นนำ 1-0 จากบอลแทงทะลุช่องของ เอเบเรชี เอเซ ก่อนแตะครั้งเดียวแล้วซัดเข้าไปอย่างนิ่ง
- นาที 18-19: กาเบรียล มาร์ติเนลลี บวกเพิ่มเป็น 2-0 จากการทำเกมของเอเซอีกครั้ง แล้วกดด้วยซ้ายเข้าเสียบมุมล่างขวา
- นาที 23: วิแกนเสียประตูที่สามจาก แจ็ค ฮันต์ ที่พลาดทำเข้าประตูตัวเอง หลัง บูกาโย ซาก้า หลุดเข้าเขตโทษแล้วตัดกลับมา ทำให้หน้าประตูวุ่นวาย
- นาที 27: กาเบรียล เชซุส ปิดบัญชีเป็น 4-0 จากบอลยาวข้ามแนวรับของ คริสเตียน นอร์การ์ด ก่อนแตะหนีผู้รักษาประตูแล้วยิงเข้าไปสวยงาม
หลังพักครึ่ง อาร์เซน่อลลดจังหวะลง เน้นครองบอลและคุมพื้นที่เป็นหลัก ขณะเดียวกัน วิแกนแทบหาจังหวะเข้าทำแบบจะแจ้งไม่ได้ เกมจบด้วยสกอร์ 4-0 แบบคลีนชีต
สำหรับเกมนี้ยังถูกพูดถึงในแง่สถิติด้วย เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการระบุว่าทีมจากพรีเมียร์ลีกยิงได้ 4 ประตูในช่วง 30 นาทีแรกของเกมเอฟเอคัพ ซึ่งสะท้อนความเฉียบคมของอาร์เซน่อลในนัดดังกล่าว
สถิติผู้เล่นอาร์เซน่อล (Arsenal Player Statistics)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| นอนิ มาดูเอเก | ปีกขวา | 1 | 0 | 90 | ยิงประตูขึ้นนำ |
| กาเบรียล มาร์ติเนลลี | ปีกซ้าย | 1 | 0 | 90 | ทำประตูที่สอง |
| กาเบรียล เชซุส | กองหน้า | 1 | 0 | 90 | ยิงปิดท้าย |
| บูกาโย ซาก้า | ปีกขวา | 0 | 1 | 90 | จังหวะตัดกลับนำไปสู่ OG |
| เอเบเรชี เอเซ | กองกลาง | 0 | 2 | 90 | แทงทะลุช่อง 2 ครั้ง |
| คริสเตียน นอร์การ์ด | กองกลาง | 0 | 1 | 90 | วางบอลยาวให้เชซุส |
| อื่นๆ (ภาพรวมทีม) | – | – | – | – | ครองบอลมากกว่า 70% |
(สถิติโดยประมาณจากรายงานแมตช์หลัก)
สถิติผู้เล่นวิแกนแอธเลติก (Wigan Athletic Player Statistics)
| ผู้เล่น | ตำแหน่ง | ประตู | แอสซิสต์ | นาทีเล่น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| แจ็ค ฮันต์ | กองหลัง | 0 (OG 1) | 0 | 90 | ทำเข้าประตูตัวเอง |
| ผู้รักษาประตู (Tickle) | GK | – | – | 90 | เสีย 4 ประตู |
| ทีมรวม | – | 0 | 0 | – | ยิงไม่เข้ากรอบ 2 ครั้ง |
| – | – | – | – | – | ครองบอลต่ำกว่า 30% |
โดยรวมแล้ว วิแกนพยายามถอยมาตั้งรับให้แน่น แต่โดนความเร็วและความแม่นยำของเกมรุกอาร์เซน่อลเล่นงานตั้งแต่ช่วงแรก ทำให้รูปเกมแทบหลุดมือทันที
สรุปหลังเกม
เกมนี้ชี้ให้เห็นว่าอาร์เซน่อลมีขุมกำลังให้ใช้งานได้หลากหลาย แม้มีการปรับทีมหลายตำแหน่ง แต่คุณภาพเกมรุกยังชัดเจน และทีมปิดงานได้ตั้งแต่ครึ่งแรก
จากนี้ อาร์เซน่อลได้แรงส่งก่อนโปรแกรมสำคัญนัดต่อไป ส่วนวิแกนต้องกลับไปตั้งหลักในลีก เพราะภารกิจหนีตกชั้นยังต้องใช้แต้มอีกมากในช่วงที่เหลือของฤดูกาล
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เชียงราย ยูไนเต็ด เสมอกับ ระยอง เอฟซี 1-1 ในช่วงท้ายเกมสุดระทึก
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
คนขับรถประสบอุบัติเหตุในลำปางหลังจากหลับในขณะขับรถ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days ago
เชียงรายเร่งยกระดับแม่สรวยกระตุ้นการท่องเที่ยว
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days ago
ตำรวจจับกุมชาวอิสราเอลคนหนึ่งที่เกาะพะงัน และยึดยาเสพติดได้กว่า 50 ล้านบาท
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime5 days ago
ทหารในเชียงใหม่สังหารผู้ค้ายาเสพติด 5 ราย และยึดยาเมทแอมเฟตามีนได้ 3.5 ล้านเม็ด












