ฟุตบอล
แอสตัน วิลล่า vs. ฟอเรสต์ 3-1 แม็กกินน์และวัตคินส์โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม
เบอร์มิงแฮม, อังกฤษ, 4 มกราคม 2026 – อากาศหนาวที่วิลล่า พาร์กไม่ได้ทำให้เกมช้าลงเลย แอสตัน วิลล่าเปิดปีใหม่แบบชัดเจนด้วยฟอร์มที่ดุดัน ไล่ชนะน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก เกมนี้สะท้อนงานโค้ชของอูไน เอเมรี่ได้ดี ขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นปัญหาเกมรับที่ฟอเรสต์ยังแก้ไม่ตกภายใต้การคุมทีมของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต้
ชัยชนะนัดนี้ส่งวิลล่าขยับขึ้นอันดับ 2 ตามอาร์เซน่อลติด ๆ ในเส้นทางลุ้นแชมป์ ส่วนฟอเรสต์แพ้เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน สถานการณ์บนตารางเริ่มน่าห่วงและยังต้องดิ้นหนีโซนตกชั้นต่อไป โอลลี่ วัตกินส์ฉลองการลงเล่นนัดที่ 250 ให้สโมสรด้วยประตูสุดสวย และกัปตันจอห์น แม็คกินน์กดคนเดียวสองเม็ด ทำให้แฟนเจ้าถิ่นได้เห็นความเฉียบขาดที่ทีมต้องมี ถ้าจะไปไกลถึงถ้วยแชมป์ในซีซั่นนี้
วิลล่า พาร์กกลับมาดังกระหึ่ม, เจ้าบ้านคุมเกมอยู่หมัด
ตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก วิลล่าครองบอลได้มากกว่า ต่อบอลเร็ว และเจาะแนวรับฟอเรสต์ด้วยการจ่ายทะลุและการเติมเกมริมเส้น เอเมรี่พาทีมกลับมาด้วยความสด หลังช่วงเทศกาลที่ผลงานขึ้น ๆ ลง ๆ รวมถึงเกมที่ทำได้แค่เสมอไบรท์ตันแบบน่าหงุดหงิด
แดนกลางของยูริ ตีเลอมันส์, บูบาการ์ กามาร่า และแม็คกินน์เป็นตัวกำหนดจังหวะ พวกเขาบีบพื้นที่เร็ว ทำให้ฟอเรสต์ต่อบอลขึ้นเกมลำบากมาก
ฝั่งทีมเยือนเดินทางมาแบบกดดัน ผลงานลีก 8 นัดหลังสุดชนะได้เพียงเกมเดียว และรอยรั่วเกมรับก็โผล่ให้เห็นตั้งแต่ต้นเกม ผู้รักษาประตูจอห์น วิคเตอร์ที่ย้ายมาช่วงซัมเมอร์จาก Benfica ดูไม่ค่อยนิ่งเวลาโดนบีบ ซึ่งก็เป็นสัญญาณล่วงหน้าของความผิดพลาดใหญ่ในครึ่งหลัง แม้ฟอเรสต์จะมีมอร์แกน กิ๊บส์ ไวท์คอยสร้างสรรค์ และมีคริส วู้ดเป็นเป้าหน้า แต่ครึ่งแรกพวกเขาแทบไม่มีโอกาสจบแบบชัด ๆ มีแค่ยิงไกลหรือจังหวะฝืน ๆ ไม่กี่ครั้ง
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาครึ่งแรก วิลล่าได้ประตูที่จุดไฟให้ทั้งสนาม วัตกินส์รับบอลจากการเปิดแม่น ๆ ของเลออน เบลี่ย์ทางขวา ก่อนวอลเลย์เต็มข้อจากแถวกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบมุมบนแบบที่วิคเตอร์ขยับแทบไม่ทัน เป็นประตูที่ทั้งสวยและสำคัญ พาวิลล่านำตามเกม และเป็นการฉลองนัดที่ 250 ของวัตกินส์แบบสมบูรณ์ เขายิงเป็นประตูที่ 12 ของฤดูกาล ยิ่งตอกย้ำว่าบทบาทของเขาในเกมรุกของเอเมรี่ยังสำคัญมาก ทั้งการจบสกอร์และการไล่เพรส
ครึ่งหลังเดือด, แม็คกินน์เบิ้ลสอง ฟอเรสต์ฮึดได้แค่พักเดียว
กลับมาครึ่งหลังได้แค่ 4 นาที วิลล่าหนีเป็น 2-0 แม็คกินน์เติมขึ้นมารับบอลทะลุช่องของตีเลอมันส์ ก่อนแปเน้น ๆ ระยะใกล้ผ่านวิคเตอร์เข้าไป เสียงเชียร์ในวิลล่า พาร์กดังสนั่น และนี่เป็นแค่ประตูแรกของเขาในเกมนี้เท่านั้น
ฟอเรสต์ยังไม่ยอมง่าย ๆ นาทีที่ 61 กิ๊บส์ ไวท์ทำให้ทีมมีความหวังขึ้นมา เขาลากตัดผ่านแนวรับวิลล่า ก่อนปั่นเรียดจากระยะราว 20 หลา บอลโค้งหนีมือไปเสียบมุมล่าง เป็นประตูที่มาจากความสามารถล้วน ๆ และทำให้เกมเหมือนจะกลับมาตึงขึ้นช่วงสั้น ๆ ทีมเยือนเริ่มดันสูงขึ้น ส่งไตโว อโวนิยี่และแอนโธนี่ เอลังก้ามาเพิ่มความเร็วและแรงปะทะในแนวรุก
แต่ความหวังนั้นอยู่ไม่นาน นาทีที่ 73 ฟอเรสต์เสียประตูแบบเจ็บตัว วิคเตอร์ออกมาจะเคลียร์บอลยาว แต่กะจังหวะพลาดและยืนตำแหน่งผิด แม็คกินน์เห็นช่องก่อนชิพจากกลางสนาม บอลลอยข้ามหัวเข้าไปนอนก้นตาข่ายแบบสุดแม่น เสียงแซวจากฝั่งโฮลท์ เอนด์ดังลั่นทันที จังหวะนี้กลายเป็นภาพแทนปัญหาของฟอเรสต์ในช่วงหลังที่พลาดเองบ่อย ทำให้เกมที่อาจกดดันในช่วงท้าย กลายเป็นงานสบายของวิลล่า
ฟอร์มนักเตะ, วัตกินส์คม แม็คกินน์ครบเครื่อง
ฝั่งแอสตัน วิลล่ามีคนเด่นหลายราย วัตกินส์ไม่ได้มีดีแค่ประตู เขาเชื่อมเกมดี พาบอลขึ้นหน้า และวิ่งกดดันแนวรับฟอเรสต์ตลอด แม็คกินน์เป็นหัวใจของทีมแบบชัดเจน ยิง 2 ประตู วิ่งไม่มีหมด และสั่งการเพื่อนร่วมทีมตลอดเกม ส่วนแนวรับอย่างเอซรี่ คอนซ่าและเปา ตอร์เรสช่วยกันปิดพื้นที่ได้ดี ทำให้ฟอเรสต์มีโอกาสแบบเป็นชิ้นเป็นอันไม่มาก แม้ทีมเยือนจะพยายามเร่งเกมในช่วงท้าย
ด้านน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ประตูของกิ๊บส์ ไวท์เป็นจุดสว่างที่หาได้ยากในเกมที่ภาพรวมค่อนข้างแย่ คริส วู้ดสู้ตามสไตล์ แต่แทบไม่ได้บอลดี ๆ ให้จบ ส่วนแนวรับที่มีมูรีโย่คุมอยู่ก็รับแรงกดดันไม่ไหว ขณะที่ความผิดพลาดของวิคเตอร์เป็นจังหวะที่คนจะจำไปอีกนาน แต่ภาพใหญ่กว่านั้นคือทีมเสียประตูง่ายต่อเนื่อง โดยใน 4 นัดที่แพ้ติดกัน พวกเขาโดนยิงรวม 12 ลูก
หลังเกม เอเมรี่พูดถึงทีมในโทนพอใจว่า “เราต้องการชัยชนะเพื่อกลับมาอยู่ในทางของเรา นักเตะแสดงให้เห็นทั้งคุณภาพและทัศนคติ” ส่วนเอสปิริโต ซานโต้ย้ำเรื่องความผิดพลาดว่า “เราพลาดแบบเดิม ๆ ซ้ำอีก เราต้องเรียนรู้ให้เร็ว”
ฟอเรสต์ยังลื่นไถล, สัญญาณอันตรายเริ่มชัด
ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ฟอเรสต์แพ้ 4 เกมรวด อันดับรูดลงเรื่อย ๆ จากที่เคยพอมีระยะห่าง กลายเป็นต้องมองหลังบ่อยขึ้น การปรับแท็กติกให้เน้นรัดกุมมากขึ้นก็ยังไม่ช่วย แถมบางจังหวะดูยิ่งทำให้ทีมเล่นอึดอัด แฟนบอลส่วนหนึ่งเริ่มไม่พอใจกับรูปเกมที่ระวังมากเกินไป
เมื่อโปรแกรมหนักอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซน่อลรออยู่ ฟอเรสต์ต้องรีบหาทางเรียกฟอร์มช่วงต้นฤดูกาลกลับมา ไม่อย่างนั้นโอกาสกลับไปเล่นแชมเปี้ยนชิพก็จะใกล้ขึ้นทุกที
ในทางตรงข้าม วิลล่าดูเหมือนได้แรงส่งอีกครั้ง ชัยชนะนี้หยุดช่วงสะดุดเล็ก ๆ และย้ำว่าทีมมีสิทธิ์ลุ้นแชมป์จริง การผสมระหว่างตัวหลักกับขุมกำลังสำรองก็ทำได้ดี เห็นได้จากตัวสำรองอย่างจอน ดูรานที่ลงมาเพิ่มพลังให้เกมรุก
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก, วิลล่าขึ้นรองจ่าฝูง ฟอเรสต์ยังอยู่โซนล่าง
หลังจบเกมนี้ แอสตัน วิลล่าแซงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขึ้นไปอยู่อันดับ 2 นี่คือภาพรวมตารางพรีเมียร์ลีก ณ วันที่ 4 มกราคม 2026:
| อันดับ | ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | แต้ม |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Arsenal | 20 | 15 | 3 | 2 | 40 | 14 | +26 | 48 |
| 2 | Aston Villa | 20 | 13 | 3 | 4 | 33 | 24 | +9 | 42 |
| 3 | Manchester City | 19 | 13 | 2 | 4 | 43 | 17 | +26 | 41 |
| 4 | Liverpool | 19 | 10 | 3 | 6 | 30 | 26 | +4 | 33 |
| 5 | Chelsea | 19 | 8 | 6 | 5 | 32 | 21 | +11 | 30 |
| 6 | Manchester United | 19 | 8 | 6 | 5 | 33 | 29 | +4 | 30 |
| … | … | … | … | … | … | … | … | … | … |
| 17 | Nottingham Forest | 20 | 5 | 3 | 12 | 22 | 38 | -16 | 18 |
วิลล่าขยับขึ้นมาบีบอาร์เซน่อลต่อ แม้แต้มยังห่างอยู่ และวิลล่าแข่งมากกว่าซิตี้ 1 นัด ส่วนฟอเรสต์ยังรั้งอันดับ 17 มีแต้มเหนือโซนตกชั้นไม่มาก และยังมีทีมอย่างเวสต์แฮม, วูล์ฟส์ และคริสตัล พาเลซไล่กดดันอยู่ใกล้ ๆ ผลต่างประตูได้เสียติดลบก็ย้ำชัดว่าปัญหาใหญ่คือเกมรับที่เสียประตูเยอะ
โปรแกรมข้างหน้า, วิลล่ามั่นใจขึ้น ฟอเรสต์ต้องรีบแก้เกม
พรีเมียร์ลีกยังเดินต่อแบบไม่พัก วิลล่าจะไปเยือนแอนฟิลด์ในเกมที่น่าจับตา และด้วยฟอร์มแบบนี้พวกเขาน่าจะลงเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น
ด้านฟอเรสต์ เสียงเตือนดังขึ้นเรื่อย ๆ หากผลยังไม่ดีขึ้น เรื่องการเสริมทัพในเดือนมกราคมหรือความเปลี่ยนแปลงในทีมย่อมถูกพูดถึงมากขึ้น
เกมนี้เหมือนสรุปภาพของสองทีมในซีซั่นนี้ได้ชัด วิลล่าเดินหน้าด้วยความทะเยอทะยาน ส่วนฟอเรสต์ยังต้องสู้กับปัญหาของตัวเอง เอเมรี่พาทีมเก็บสามแต้มสำคัญได้ตามแผน ขณะที่เอสปิริโต ซานโต้มีงานหนักรออยู่ในการพาทีมกลับมาอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้ได้อีกปี