สุขภาพและการแพทย์ Health
สารหนูในน้ำ: ความเสี่ยงต่อสุขภาพและค่าปลอดภัยที่ควรรู้
น้ำที่ใส ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น อาจยังมีสารหนูปนเปื้อนจนมองไม่เห็นได้ โดยเฉพาะน้ำบาดาลหรือน้ำผิวดินที่ยังไม่ผ่านการบำบัด สารหนูที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงระยะยาวส่วนใหญ่คือ สารหนูอนินทรีย์ ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านการดื่มน้ำและใช้น้ำปรุงอาหารเป็นเวลานาน
การได้รับสารหนูต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของผิวหนัง โรคหลอดเลือด และมะเร็งบางชนิด ดังนั้นจึงไม่ควรตัดสินความปลอดภัยจากลักษณะของน้ำเพียงอย่างเดียว องค์การอนามัยโลกใช้ค่าแนวทาง 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร แม้ค่านี้จะเป็นค่า provisional ไม่ใช่เส้นแบ่งความปลอดภัยแบบเด็ดขาด สำหรับพื้นที่เสี่ยง ควรพิจารณา ผลตรวจสารหนูในแม่น้ำเชียงรายและเชียงใหม่ ประกอบ แล้วตรวจน้ำจากแหล่งที่ใช้จริง เนื้อหาต่อไปจะช่วยแยกระดับความกังวล ความเสี่ยง ค่ามาตรฐาน วิธีตรวจ และทางเลือกเพื่อลดการสัมผัสสารหนูอย่างเหมาะสม
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
- สารหนูในน้ำมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จึงต้องตรวจวิเคราะห์ ไม่ควรตัดสินจากสี กลิ่น หรือรสชาติของน้ำ
- ค่าแนวทางขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร และเป็นค่า provisional ไม่ใช่เส้นแบ่งความปลอดภัยเด็ดขาด
- การได้รับสารหนูอนินทรีย์ต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคผิวหนัง โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความผิดปกติทางระบบประสาท และมะเร็งบางชนิด
- ผู้ใช้น้ำบาดาลหรือน้ำจากพื้นที่เสี่ยงควรตรวจแหล่งน้ำจริง รวมถึงติดตาม ผลตรวจคุณภาพน้ำกกยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
- หากพบค่าสูง ควรหยุดดื่มและใช้น้ำปรุงอาหารชั่วคราว พร้อมเลือกวิธีบำบัดที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดสารหนูโดยเฉพาะ
สารหนูในน้ำ: ความเสี่ยงต่อสุขภาพและค่าปลอดภัยที่ควรรู้
สารหนูเป็นธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติในดิน หิน และแหล่งน้ำใต้ดิน แต่กิจกรรมเหมืองแร่ การถลุงโลหะ และอุตสาหกรรมบางประเภทอาจเพิ่มการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้ น้ำจากพื้นที่เสี่ยงจึงควรตรวจด้วยห้องปฏิบัติการ แม้จะดูสะอาดก็ตาม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรายงาน สารพิษจากเหมืองแร่ข้ามแดน
สารหนูอนินทรีย์กับสารหนูอินทรีย์ต่างกันอย่างไร
สารหนูมีหลายรูปแบบ แต่สำหรับน้ำดื่ม รูปแบบที่ต้องระวังมากที่สุดคือ สารหนูอนินทรีย์ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับน้ำใต้ดินและมีพิษสูงกว่า หากได้รับต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของผิวหนัง โรคหลอดเลือด และมะเร็งบางชนิด
ส่วนสารหนูอินทรีย์มักพบในอาหารทะเล เช่น ปลาและหอย โดยทั่วไปมีพิษน้อยกว่า ร่างกายยังขับออกได้เร็วกว่า จึงไม่ใช่ประเด็นหลักของความเสี่ยงจากน้ำดื่ม การพบสารหนูในน้ำจึง ไม่ได้หมายความว่าอาหารทะเลทุกชนิดเป็นอันตราย แต่ควรแยกชนิดของสารหนูและแหล่งสัมผัสให้ถูกต้อง
ทำไมน้ำใสและไม่มีกลิ่นจึงยังไม่ปลอดภัย
สารหนูไม่มีสี กลิ่น และรสชาติที่คนทั่วไปตรวจจับได้ น้ำบาดาล น้ำจากแม่น้ำ หรือแหล่งน้ำใกล้เหมืองจึงอาจมีสารหนู แม้จะใสจนดูเหมือนน้ำสะอาด การมอง ดม หรือชิมไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้
องค์การอนามัยโลกแนะนำค่าปริมาณสารหนูในน้ำดื่มที่ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร หรือ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยจัดเป็นค่าชั่วคราว เพราะบางพื้นที่ยังลดสารหนูให้ต่ำกว่านี้ได้ยาก คำแนะนำของ WHO เรื่องสารหนู ค่านี้ไม่ใช่เส้นแบ่งที่ทำให้ระดับต่ำกว่าปลอดภัยโดยสมบูรณ์
ด้าน US EPA กำหนดมาตรฐานไว้ที่ 10 ppb หรือ 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นค่าเดียวกันเมื่อแปลงหน่วย และกำหนดเป้าหมายด้านสุขภาพไว้ที่ศูนย์ เพราะสารหนูเป็นสารก่อมะเร็ง มาตรฐานสารหนูของ EPA ดังนั้นไม่ควรนำน้ำผิวดินที่ยังไม่ผ่านการตรวจและบำบัดมาดื่มหรือใช้ปรุงอาหาร แม้ผลตรวจจะต่ำกว่าค่ามาตรฐานก็ตาม
สารหนูส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรเมื่อได้รับเป็นเวลานาน
ผลกระทบของสารหนูขึ้นอยู่กับ ปริมาณ รูปแบบของสาร และระยะเวลาที่ได้รับ การได้รับสารหนูปริมาณสูงในช่วงสั้นอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงทันที ส่วนการได้รับปริมาณน้อยผ่านน้ำดื่มหรือน้ำปรุงอาหารต่อเนื่องหลายปี อาจค่อย ๆ สะสมจนเห็นความผิดปกติภายหลัง จึงไม่ควรสรุปว่าอาการที่เกิดขึ้นมาจากสารหนูโดยไม่มีการตรวจประเมิน
อาการเตือนที่ควรสังเกตและควรพบแพทย์เมื่อใด
การได้รับสารหนูปริมาณสูงแบบเฉียบพลันอาจทำให้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย หากรุนแรงอาจมีอาการขาดน้ำ ชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้อเกร็ง ความดันโลหิตผิดปกติ หรือช็อก ควรไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดหลังใช้น้ำจากแหล่งที่อาจปนเปื้อน อ่านรายละเอียดอาการพิษเฉียบพลันได้จาก ข้อมูลทางการแพทย์เรื่องสารหนู
สำหรับการได้รับเรื้อรัง อาการอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นชัด เช่น ผิวหนังคล้ำหรือเป็นด่าง หนังหนาที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า รวมถึงชาปลายมือปลายเท้า อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดจากสารหนู และบางคนอาจมีอาการทางระบบประสาทโดยไม่มีรอยโรคผิวหนังชัดเจน
ควรพบแพทย์หากเคยใช้น้ำจากแหล่งเสี่ยงเป็นเวลานาน มีอาการผิดปกติต่อเนื่อง หรือสงสัยว่าได้รับสารหนูปริมาณสูง อย่าวินิจฉัยตนเองจากผิวหนังหรืออาการชาเพียงอย่างเดียว ควรแจ้งชนิดแหล่งน้ำ ช่วงเวลาที่ใช้ และลักษณะการสัมผัสแก่บุคลากรทางการแพทย์
ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ
เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรลดการสัมผัสน้ำที่ยังไม่ทราบผลตรวจ เพราะเด็กและทารกในครรภ์อาจไวต่อผลกระทบด้านพัฒนาการ ขณะที่ผู้มีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคไตอาจต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบมากขึ้น การได้รับระยะยาวมีความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ปัญหาพัฒนาการ และมะเร็งผิวหนัง กระเพาะปัสสาวะ และปอด ส่วนมะเร็งตับ ไต และต่อมลูกหมากมีรายงานความเป็นไปได้เช่นกัน แต่ไม่ควรตีความว่าการสัมผัสเพียงครั้งเดียวจะทำให้เกิดมะเร็งทันที
ชาวประมง เกษตรกร และผู้ทำงานริมน้ำที่สัมผัสน้ำหรือตะกอนเป็นประจำควรระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรายงาน อาการจากการสะสมสารหนูในร่างกาย ควรใช้น้ำที่ผ่านการรับรองสำหรับดื่ม ปรุงอาหาร และชงนมเด็ก จนกว่าจะมีผลตรวจยืนยันความปลอดภัยของแหล่งน้ำจริง
ค่ามาตรฐานสารหนูบอกอะไรเกี่ยวกับน้ำในประเทศไทยและเชียงราย
ค่ามาตรฐานสารหนูช่วยบอกระดับความเสี่ยงของน้ำ แต่ต้องอ่านให้ตรงกับประเภทแหล่งน้ำและวัตถุประสงค์ของการตรวจ ตัวเลขเดียวกันอาจใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงได้ แต่ไม่ได้แปลว่าน้ำดิบจากแม่น้ำเหมาะสำหรับดื่มทันที
วิธีอ่านผลตรวจและเปรียบเทียบหน่วยอย่างไม่สับสน
ก่อนเทียบผลกับมาตรฐาน ให้ดูข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบ ได้แก่ ชื่อแหล่งน้ำ วันที่เก็บตัวอย่าง หน่วยวัด วิธีวิเคราะห์ และค่าที่ตรวจพบ เพราะน้ำจากแม่น้ำ น้ำบาดาล และน้ำประปาหลังบำบัดอาจมีระดับสารหนูต่างกันมาก
หน่วยที่พบได้บ่อยมี 3 รูปแบบ ดังนี้
- 10 ไมโครกรัมต่อลิตร เท่ากับ 10 ppb
- 10 ไมโครกรัมต่อลิตร เท่ากับ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
- 0.012 มิลลิกรัมต่อลิตร เท่ากับ 12 ไมโครกรัมต่อลิตร หรือ 12 ppb
ดังนั้น หากผลตรวจระบุสารหนู 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่านี้ไม่ใช่ศูนย์ แต่เท่ากับ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับค่ามาตรฐานน้ำดื่มที่ใช้กันทั่วไป การเปรียบเทียบหน่วยที่ถูกต้องช่วยลดการอ่านค่าผิด โดย ข้อมูลทางวิชาการเรื่องสารหนูในน้ำดื่ม ก็ใช้หน่วยไมโครกรัมต่อลิตรในการรายงานความเข้มข้นเช่นกัน
หากรายงานเขียนว่า “ไม่พบสารหนู” ต้องดูว่าหมายถึงไม่พบจริง หรือมีค่าต่ำกว่าขีดจำกัดการตรวจวัด เพราะสองความหมายนี้ไม่เหมือนกัน หากรายงานไม่ระบุวิธีวิเคราะห์หรือค่าขีดจำกัดดังกล่าว ควรสอบถามห้องปฏิบัติการหรือหน่วยงานผู้ออกรายงานโดยตรง
น้ำประปาที่ผ่านการบำบัดต่างจากน้ำแม่น้ำอย่างไร
มาตรฐานน้ำดื่มใช้ประเมินน้ำที่ประชาชนจะดื่มหรือใช้ปรุงอาหาร ส่วน ค่าที่ใช้เฝ้าระวังน้ำผิวดินใช้ติดตามคุณภาพแม่น้ำ ลำห้วย และแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงไม่ควรนำผลจากแหล่งหนึ่งไปสรุปแทนอีกแหล่งหนึ่ง แม้จะมีตัวเลขอ้างอิงใกล้เคียงกันก็ตาม
รายงานในตำรวจบุกเข้าตรวจค้นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย และจับกุมชาวจีนที่อินเตอร์โพลต้องการตัว">เชียงรายพบสารหนูประมาณ 0.012 และ 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร ในบางจุดของแม่น้ำกก ซึ่งสูงกว่าค่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตรประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ดูรายละเอียดได้จาก ผลตรวจสารหนูในแม่น้ำเชียงราย อย่างไรก็ตาม ค่านี้เป็นผลของน้ำดิบ ณ จุดเก็บตัวอย่าง ไม่ใช่ผลตรวจน้ำประปาทุกแห่ง
น้ำประปาต้องพิจารณาผลตรวจ หลังการบำบัด รวมถึงระบบท่อและจุดจ่ายน้ำด้วย จึงไม่ควรสรุปว่าน้ำประปาทั้งหมดไม่ปลอดภัยเพียงเพราะพบสารหนูในแม่น้ำ หากน้ำผ่านการตรวจรับรองแล้ว ควรใช้น้ำตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นและติดตามผลตรวจล่าสุดของพื้นที่นั้น
ตรวจสารหนูในน้ำอย่างไร และวิธีบำบัดแบบไหนช่วยได้จริง
การตรวจน้ำและเลือกวิธีบำบัดต้องเริ่มจากผลวิเคราะห์จริง ไม่ใช่ดูจากสี กลิ่น หรือคำโฆษณาบนเครื่องกรอง หากพบสารหนู ควรลดการใช้น้ำแหล่งนั้นดื่ม ปรุงอาหาร หรือชงนมเด็ก จนกว่าจะยืนยันว่าระบบบำบัดลดค่าได้ตามเกณฑ์
การต้มน้ำไม่กำจัดสารหนู
น้ำเดือดช่วยลดเชื้อโรคบางชนิด แต่ ไม่สามารถกำจัดสารหนูหรือโลหะหนัก ได้ เพราะสารเหล่านี้ยังคงอยู่ในน้ำ เมื่อน้ำถูกต้มจนระเหยและเหลือปริมาตรน้อย ความเข้มข้นของสารละลายอาจเพิ่มขึ้นแทน โดยเฉพาะเมื่อใช้การต้มเพื่อทำน้ำให้เข้มข้น
ดังนั้น น้ำที่ต้มแล้วอาจเหมาะกับการลดเชื้อโรค แต่ไม่ใช่วิธีกำจัดสารหนู ควรแยกความเข้าใจเรื่องน้ำเดือดออกจากการบำบัดโลหะหนัก และติดตาม คำแนะนำเรื่องสารหนูและตะกั่วในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะหากใช้น้ำจากพื้นที่เสี่ยง
ตัวเลือกการบำบัดที่ควรพิจารณา
เริ่มด้วยการส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานและรับตรวจสารหนูด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น ICP หรือ AAS ควรสอบถามวิธีเก็บตัวอย่าง ภาชนะ และสารกันเสียก่อนเก็บ เพราะตัวอย่างโลหะอาจต้องเติมกรดไนตริกและควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่ง ไม่ควรเก็บเองโดยไม่ทำตามคำแนะนำของห้องแล็บ
ระบบที่ใช้ได้จริงมีหลายแบบ เช่น วัสดุดูดซับ อย่าง activated alumina หรือ granular ferric hydroxide, ระบบแลกเปลี่ยนไอออน และ รีเวิร์สออสโมซิส (RO) อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นกับรูปแบบสารหนู ค่า pH และสารปนเปื้อนอื่น จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดว่าลด arsenic หรือโลหะหนัก และมีผลทดสอบหรือการรับรองที่ตรวจสอบได้ เช่น การรับรอง มาตรฐาน NSF/ANSI 58 สำหรับระบบ RO
ก่อนติดตั้งควรตรวจน้ำดิบ และตรวจน้ำหลังผ่านเครื่องกรองเพื่อยืนยันผลจริง จากนั้นเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดและตรวจซ้ำเมื่อแหล่งน้ำหรือฤดูกาลเปลี่ยน หากยังแก้ปัญหาที่ต้นทางไม่ได้ ให้ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดหรือแหล่งน้ำที่ผ่านการรับรองชั่วคราว ค่าใช้จ่ายและการดูแลของแต่ละระบบต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากราคาหรือคำว่า “เครื่องกรองน้ำ” เพียงอย่างเดียว
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ครัวเรือนยังเสี่ยง
น้ำที่ใสไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ควรตรวจด้วยห้องปฏิบัติการก่อนใช้เป็นประจำ และอย่าคิดว่าการต้ม การกรองด้วยผ้า หรือการพักน้ำจะกำจัดสารหนูได้ หากเครื่องกรองไม่ได้ระบุความสามารถด้าน arsenic reduction ก็ไม่ควรใช้แทนระบบที่ออกแบบมาโดยตรง
นอกจากนี้ การไม่เปลี่ยนไส้กรองอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง ควรเก็บใบผลตรวจ รุ่นเครื่องกรอง วันที่ติดตั้ง และประวัติเปลี่ยนไส้กรองไว้เป็นหลักฐาน หากบำบัดเฉพาะน้ำดื่ม ต้องใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดทำอาหารและชงนมเด็กด้วย เพราะการใช้น้ำดิบเพียงขั้นตอนเดียวก็ยังทำให้ได้รับสารหนูต่อเนื่องได้
แนวทางลดความเสี่ยงจากสารหนูสำหรับบ้านและชุมชน
การลดความเสี่ยงควรเริ่มจากข้อมูลของแหล่งน้ำจริง ไม่ใช่การคาดเดาจากสี กลิ่น หรือรสชาติของน้ำ หากพื้นที่มีประกาศเตือน ควรปฏิบัติตามทันทีและใช้น้ำจากแหล่งอื่นระหว่างรอผลตรวจยืนยัน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ใช้น้ำบาดาลหรือแหล่งน้ำส่วนตัวเป็นประจำ
ขั้นตอนที่ครัวเรือนควรทำ
- สอบถามผลตรวจจากหน่วยงานท้องถิ่น
ติดต่อเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล การประปา หรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อขอผลตรวจล่าสุดและคำแนะนำสำหรับจุดที่พักอาศัย หากอยู่ใกล้แม่น้ำที่มีประกาศเตือน เช่น คำสั่งห้ามใช้น้ำแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ควรหยุดใช้น้ำตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศระบุ - ตรวจน้ำจากบ่อหรือแหล่งน้ำส่วนตัว
ส่งตัวอย่างน้ำดิบไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง โดยแจ้งว่าต้องการตรวจสารหนูและขอคำแนะนำเรื่องภาชนะ วิธีเก็บ และการขนส่ง ผลตรวจควรระบุหน่วย วิธีวิเคราะห์ และขีดจำกัดการตรวจวัดอย่างชัดเจน หากเป็นบ่อใหม่หรือพื้นที่มีความเสี่ยง ควรตรวจซ้ำในช่วงเวลาที่ต่างกัน เพราะระดับสารหนูอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล - ใช้น้ำที่ผ่านการรับรองสำหรับดื่มและทำอาหาร
หากพบค่าสูงกว่า 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร ให้หยุดใช้น้ำดิบดื่ม ปรุงอาหาร ชงนม และล้างผักผลไม้ จนกว่าจะมีผลยืนยันว่าระบบบำบัดลดสารหนูได้ตามเกณฑ์ ใช้น้ำบรรจุขวดหรือน้ำจากระบบที่หน่วยงานรับรองแทนชั่วคราว
การป้องกันระดับชุมชน
หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนจากแหล่งที่มีประกาศเตือน โดยเฉพาะการลงเล่นน้ำ การจับตะกอนด้วยมือ หรือการนำน้ำไปรดพืชอาหาร ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการน้ำควรเปิดเผยผลตรวจและแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว ส่วนหน่วยงานสาธารณสุขควรเก็บข้อมูลกลุ่มเสี่ยง ช่วยประสานห้องปฏิบัติการ และติดตามผลตรวจใหม่เป็นระยะ การป้องกันจึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ใช่ภาระของครัวเรือนเพียงลำพัง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสารหนูในน้ำ
คำตอบต่อไปนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเมื่อสงสัยว่าน้ำประปา น้ำบาดาล หรือแหล่งน้ำใกล้บ้านมีสารหนูปนเปื้อน
ถ้าใช้น้ำประปาอยู่ ต้องตรวจสารหนูเองหรือไม่
เริ่มจากขอผลตรวจคุณภาพน้ำล่าสุดจากการประปา เทศบาล หรือหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อน เพราะน้ำประปาที่ผ่านระบบบำบัดอาจมีผลตรวจต่างจากน้ำดิบอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ระบบกำจัดสารหนูในน้ำประปาเชียงราย แสดงให้เห็นว่าต้องพิจารณาผลตรวจหลังบำบัดเป็นหลัก
หากบ้านอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีประวัติการปนเปื้อน ใช้ท่อเก่า หรือใช้น้ำจากบ่อส่วนตัว ควรส่งน้ำจากก๊อกที่ใช้ดื่มไปตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
การอาบน้ำด้วยน้ำที่มีสารหนูอันตรายแค่ไหน
ความเสี่ยงหลักมาจาก การกลืนน้ำ มากกว่าการสัมผัสผิวหนัง เพราะสารหนูไม่ซึมผ่านผิวหนังได้ง่ายในระดับทั่วไป อย่างไรก็ตาม การสัมผัสน้ำหรือตะกอนปนเปื้อนซ้ำๆ ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้มีแผลที่ผิวหนังและผู้ทำงานในน้ำ
ควรหลีกเลี่ยงน้ำที่ยังไม่ทราบผลตรวจ และทำตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข อ่านแนวทางเรื่องการอาบน้ำได้จาก คำแนะนำของ ATSDR เรื่องสารหนู
เด็กดื่มน้ำที่อาจมีสารหนูไปแล้ว ควรทำอย่างไร
หยุดใช้น้ำนั้นสำหรับดื่ม ชงนม และปรุงอาหารทันที แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำบรรจุขวดหรือน้ำจากระบบที่ผ่านการรับรอง อย่าทำให้เด็กอาเจียน และอย่าซื้อยารักษาเอง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายเพิ่ม
หากเด็กดื่มไปมาก มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ซึม หรือผิดปกติ ให้ติดต่อแพทย์หรือศูนย์พิษวิทยาทันที พร้อมแจ้งแหล่งน้ำและปริมาณที่คาดว่าดื่มเข้าไป
เครื่องกรองน้ำในบ้านทุกชนิดกำจัดสารหนูได้หรือไม่
ไม่ได้ เครื่องกรองต้องมีข้อมูลประสิทธิภาพที่ระบุการลดสารหนูโดยตรง เช่น ระบบ RO ที่มีการรับรองหรือผลทดสอบเฉพาะสารหนู เครื่องกรองทั่วไปที่ลดกลิ่น สี หรือตะกอนไม่ควรถือว่ากำจัดสารหนูได้
ควรตรวจน้ำก่อนและหลังติดตั้งเพื่อยืนยันผลจริง ไส้กรองที่เสื่อมสภาพหรือใช้เกินกำหนดอาจลดประสิทธิภาพลงมาก จึงต้องเปลี่ยนตามคำแนะนำและตรวจซ้ำเป็นระยะ
สารหนูในน้ำหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่
ไม่ควรคิดว่าสารหนูจะสลายหรือหายไปเองเพียงเพราะพักน้ำ ทิ้งไว้ หรือต้มน้ำ การต้มช่วยลดเชื้อโรคบางชนิด แต่ไม่กำจัดสารหนู และอาจทำให้สารละลายเข้มข้นขึ้นเมื่อน้ำระเหย
หากตรวจพบสารหนู ควรใช้ระบบบำบัดที่เหมาะสม หรือเปลี่ยนไปใช้น้ำอีกแหล่งที่ผ่านการตรวจรับรอง จนกว่าจะยืนยันได้ว่าน้ำเดิมปลอดภัยสำหรับดื่มและปรุงอาหาร
สุขภาพและการแพทย์ Health
สภากาชาดเชียงรายนำความหวังมาสู่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
ยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด">เชียงราย – เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 น. นางสุวาภรณ์ จิตต์พลีชีพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย ได้เป็นประธานเปิดงานรณรงค์เรื่องมะเร็งเต้านม งานนี้ใช้ชื่อว่า “Sabina Sewing Cup Sewing Heart เย็บด้วยใจ ส่งต่อด้วยรัก” ซึ่งจัดขึ้นที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย กิจกรรมนี้จัดโดยห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงราย ร่วมกับบริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) จุดประสงค์หลักคือการรณรงค์ให้สตรีไทยตระหนักถึงภัยของโรคนี้
นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ สมาคมสื่อมวลชน และภาคีเครือข่าย ภายในงานมุ่งเน้นการส่งกำลังใจให้ผู้ป่วยที่กำลังเผชิญกับโรคร้ายนี้ ผู้เข้าร่วมงานต่างให้ความสนใจและร่วมมือกันอย่างอบอุ่น บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวังสำหรับผู้ป่วยทุกคน
ประเด็นสำคัญ
- เหล่ากาชาดและภาคีเครือข่ายร่วมจัดกิจกรรมเย็บเต้านมเทียมเพื่อมอบให้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- โครงการนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสอนวิธีตรวจคัดกรองเบื้องต้น
- เป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูสภาพจิตใจและคืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
การให้ความรู้และกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม
ในงานนี้มีการบรรยายให้ความรู้ที่สำคัญในหัวข้อ “การรู้เท่าทันและการป้องกันมะเร็งเต้านม” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.กุลเนตร เนตรศรีทอง ท่านเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย การบรรยายนี้ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจวิธีดูแลตัวเองได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีทีมพยาบาลวิชาชีพและหัวหน้าส่งเสริมสุขภาพจาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ มาร่วมให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั่วไป
กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดในงานคือการจัด Workshop เย็บเต้านมเทียม กิจกรรมนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มจิตอาสาและผู้เข้าร่วมงานทุกคน หลังจากเย็บเสร็จแล้ว ได้มีการทำพิธีมอบเต้านมเทียมเหล่านี้ให้แก่ตัวแทนโรงพยาบาล เต้านมเทียมทั้งหมดจะถูกนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วย เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจต่อไปในอนาคต
ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ของการแบ่งปัน
โครงการดีๆ แบบนี้ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องและก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 แล้ว ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา เป้าหมายหลักคือการส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันให้กับผู้หญิงไทยทุกคน การสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
การสอนให้ผู้หญิงสามารถตรวจเช็กเต้านมด้วยตนเองเบื้องต้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรงได้ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้การรักษาง่ายและมีโอกาสหายขาดสูงขึ้น นอกจากเรื่องสุขภาพกายแล้ว การเติมเต็มกำลังใจให้ผู้ป่วยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ทุกภาคส่วนหวังว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ความสำคัญของการฟื้นฟูจิตใจผู้ป่วย
มะเร็งเต้านมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วยด้วย การสูญเสียเต้านมจากการผ่าตัดทำให้ผู้หญิงหลายคนขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการได้รับเต้านมเทียมจึงเปรียบเสมือนการได้รับของขวัญที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ทำให้พวกเขากล้าที่จะแต่งตัวและเข้าสังคมอีกครั้งด้วยความมั่นใจ
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจาก กรมการแพทย์ ยืนยันว่า กำลังใจที่ดีมีส่วนสำคัญมากในกระบวนการรักษาโรค การที่สังคมแสดงความห่วงใยผ่านกิจกรรมจิตอาสาแบบนี้ ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าตนเองไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง พลังบวกจากคนรอบข้างจะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีแรงใจ ซึ่งนำไปสู่การตอบสนองต่อการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ชาวน้ำลัดเฮ! ศูนย์ดำรงธรรมเชียงรายเร่งเยียวยาพิษสร้างท่อ
ตำรวจเชียงรายตรวจสอบผับเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว
สุขภาพและการแพทย์ Health
Korea Pure ได้มอบค่าชดเชยให้กับอาสาสมัครที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
ยาบ้าได้ 6 ล้านเม็ด">เชียงราย – เกิดเหตุการณ์น่าตกใจขึ้นกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (VHV) ในอำเภอน่านน้อย จังหวัดน่าน เมื่อการทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “Korea Pure” กลับกลายเป็นอันตราย อาสาสมัครสาธารณสุขกว่า 104 คน มีอาการแพ้อย่างรุนแรงภายในเวลาเพียง 15 นาทีหลังรับประทานผลิตภัณฑ์ อาการมีตั้งแต่ใจสั่น เวียนศีรษะ ไปจนถึงความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้ป่วยต้องเร่งนำตัวส่งห้องฉุกเฉินถึง 21 ราย ในจำนวนนี้มี 7 รายที่อาการหนักจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ล่าสุดทางทนายความและตัวแทนจำหน่ายได้ลงพื้นที่เพื่อเจรจา และเสนอเงินเยียวยาเบื้องต้นให้กับผู้ได้รับผลกระทบแล้ว
สรุปประเด็นสำคัญ
- อสม. ล้มป่วยหมู่: อสม. 104 รายเกิดอาการผิดปกติรุนแรงหลังทดลองดื่มอาหารเสริม จนต้องหามส่งโรงพยาบาลถึง 21 ราย
- เสนอชดเชยสูงสุดหมื่นบาท: ตัวแทนจำหน่ายเสนอเงินเยียวยา 3,000 ถึง 10,000 บาท ตามระดับความรุนแรงของอาการ
- ผู้เสียหายขอรอผลตรวจ: อสม. ส่วนใหญ่ปฏิเสธเงินเยียวยา ขอรอความชัดเจนจาก อย. เพราะพบความดันและค่าตับสูงขึ้น
ตัวแทนของบริษัท เดอะ วินเนอร์ สตาร์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย Korea Pure ได้เสนอเงินชดเชยแบ่งเป็น 3 ระดับ กลุ่มแรกที่ไม่มีอาการหนักรับ 3,000 บาท ส่วนกลุ่มที่เข้าโรงพยาบาลแต่กลับบ้านได้ทันทีรับ 5,000 บาท สำหรับกลุ่มที่ต้องนอนแอดมิทจะได้รับเงินเยียวยา 10,000 บาท พร้อมการดูแลเพิ่มเติมหากแพทย์ระบุว่าป่วยจากอาหารเสริมจริง
นางสาวขนิษฐา หรือ “โค้ชบิว” ตัวแทนจำหน่าย ยอมรับว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดในการชงสาธิต เธอใช้อัตราส่วนที่เข้มข้นเกินไปในการชงให้ อสม. ดื่ม ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับสารไนอะซิน (Niacin) สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายยังต้องรอผลการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งยึดผลิตภัณฑ์ Korea Pure
ทางด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับตำรวจแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้สั่งระงับการจำหน่าย และเรียกคืนผลิตภัณฑ์ Korea Pure ล็อตดังกล่าวทันที ข้อมูลจากเว็บไซต์ MGR Online ระบุว่า อย. จะตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดจนกว่าจะทราบผลที่แน่ชัด
การดำเนินงานของ อย. ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่กังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกายจากสินค้าตัวนี้ หากพบความผิดปกติ ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
ผู้เสียหายผวาหนัก พบค่าตับพุ่งสูง
แม้บริษัทจะเสนอเงินเยียวยา แต่ อสม. ส่วนใหญ่ที่เข้ารับการรักษายังปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว พวกเขามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพในระยะยาวที่อาจตามมา บางรายเปิดเผยว่าตนเองมีสุขภาพแข็งแรง แต่หลังเกิดเหตุกลับพบว่ามีความดันโลหิตสูงและค่าตับสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
ผู้ได้รับผลกระทบกลุ่มนี้ต้องการความชัดเจนจากหน่วยงานรัฐเสียก่อนตัดสินใจ หากรับเงินเยียวยาไปแล้วในตอนนี้ พวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติมได้ ดังนั้น การรอผลตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุด
นอกจากนี้ อสม. รายหนึ่งเล่าว่า ตัวแทนได้โฆษณาสรรพคุณว่าผลิตภัณฑ์นี้ช่วยล้างสารพิษในร่างกายได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยสัมผัสกับยาฆ่าแมลงก็สามารถดื่มเพื่อดีท็อกซ์ได้ตามปกติ แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้จึงเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้บริโภคระมัดระวังให้มากขึ้น
กรณีที่เกิดขึ้นกับกลุ่ม อสม. น่าน ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญมากสำหรับผู้บริโภคทุกคน การเลือกซื้อหรือทดลองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดๆ ควรตรวจสอบเลขหมาย อย. อย่างถี่ถ้วน สิ่งที่อ้างว่าสกัดจากธรรมชาติหรือช่วยดีท็อกซ์ อาจไม่ได้ปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอไป
ท้ายที่สุดนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองผลการตรวจสอบจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ความปลอดภัยของผู้บริโภคต้องมาเป็นอันดับหนึ่งในคดีนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความโปร่งใส เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
แผ่นดินไหวเชียงใหม่: อ.ฮอด สั่น 3 ครั้งรวด ไร้เจ็บ
เชียงรายชูแผนฮับโลจิสติกส์ ดันคาร์โก้รับ 2 ล้านคน
สุขภาพและการแพทย์ Health
รัฐสั่งด่วน! สำรองเสบียง 72 ชม. รับมือเฝ้าระวังน้ำท่วม
รัฐบาลได้ออกคำสั่งด่วนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ให้ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 25 ถึง 27 กันยายนนี้ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประเมินสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย
คำสั่งดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงการดูแล “กลุ่มเปราะบาง” เป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก รัฐบาลกำหนดให้ต้องมีการสำรองทรัพยากรที่จำเป็นอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ทรัพยากรเหล่านี้ได้แก่ น้ำดื่ม ไฟฟ้าสำรอง ออกซิเจน ยารักษาโรค และเลือด เพื่อป้องกันความสูญเสียหากถูกตัดขาดจากพื้นที่ภายนอก การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญในการรักษาชีวิตในช่วงเวลาวิกฤต
ประเด็นสำคัญ
- เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง: รัฐบาลสั่งจับตาสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดช่วงวันที่ 25-27 ก.ย.
- สำรองฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง: สั่งเตรียมน้ำ ไฟฟ้า ออกซิเจน ยา และเลือดให้พร้อมรับมือ
- ปกป้องกลุ่มเปราะบาง: มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
การเตรียมการครั้งนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าที่สำคัญมาก เนื่องจากประสบการณ์ในอดีตสอนให้เรารู้ว่าเวลาเกิดน้ำท่วมหนัก การเข้าช่วยเหลือจะทำได้ยากลำบาก ดังนั้นการมีเสบียงและอุปกรณ์การแพทย์สำรองไว้ล่วงหน้า จะช่วยต่อลมหายใจและรักษาชีวิตของผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รัฐบาลจึงไม่อยากให้เกิดความเสี่ยงหรือความสูญเสียใดๆ ขึ้นในช่วงเวลานี้
โรงพยาบาลและศูนย์อนามัยในพื้นที่เสี่ยง ได้เริ่มตรวจสอบเครื่องปั่นไฟและถังออกซิเจนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยกู้ภัย เพื่อวางแผนเส้นทางการอพยพหากน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างฉับพลัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนเพิ่มเติมได้จาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะมีการอัปเดตสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
การดูแลผู้ป่วยและคนชราในยามวิกฤต
สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ การขาดไฟฟ้าเพียงไม่กี่นาทีอาจหมายถึงชีวิต นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องระบบไฟฟ้าสำรองและถังออกซิเจน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจว่า มีบ้านไหนบ้างที่มีผู้ป่วยติดเตียง เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน
คลังเลือดและยารักษาโรคก็เป็นอีกเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงต้องตุนยารักษาโรคเรื้อรัง เช่น ยาเบาหวาน ยาความดัน และยาโรคหัวใจ ไว้ให้เพียงพอสำหรับ 3 วัน การขนส่งยาและเลือดในตอนที่น้ำท่วมสูงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก การเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับระบบสาธารณสุข
สิ่งที่ประชาชนทั่วไปควรเตรียมตัว
แม้ว่าคำสั่งนี้จะเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเป็นหลัก แต่ประชาชนทั่วไปก็ไม่ควรประมาท ทุกครอบครัวควรเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” ที่มีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และยาสามัญประจำบ้านไว้ด้วย การพึ่งพาตัวเองในช่วง 1-2 วันแรกที่เกิดเหตุ จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเปิดทางให้ทีมแพทย์เข้าไปช่วยคนที่วิกฤตกว่าได้เร็วขึ้น
สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีสติและติดตามการแจ้งเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมล่วงหน้าไม่ได้แปลว่าเราต้องตื่นตระหนก แต่หมายถึงการทำตัวให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ หากมีเพื่อนบ้านที่เป็นผู้สูงอายุหรืออยู่ลำพัง การช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้สังคมของเราผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
นายกฯ สั่งด่วน! เปิดศูนย์แถลงข่าวรับมือน้ำท่วมวันนี้
GISTDA เผยภาพดาวเทียม เตือนพื้นที่สีแดงเสี่ยงน้ำท่วมสูง
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime7 days agoลาวส่งตัว 118 แก๊งจีนกลับประเทศ ทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoสำนักงานจัดหางานเชียงรายรับสมัครพนักงานชั่วคราว 17 คน
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoตำรวจเชียงรายบุกค้นบ้านร้าง พบเยาวชนเสพยาเสพติด
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoครอบครัวไพบูลย์เลิศบริจาคเงิน 700,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

