Connect with us
ข่าวด่วน
|
UK
☀️ Bangkok 29 °C

สุขภาพและการแพทย์ Health

รัฐสั่งด่วน! สำรองเสบียง 72 ชม. รับมือเฝ้าระวังน้ำท่วม

Rebecca Kim

Published

on

รัฐสั่งด่วน! สำรองเสบียง 72 ชม. รับมือเฝ้าระวังน้ำท่วม

รัฐบาลได้ออกคำสั่งด่วนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ให้ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 25 ถึง 27 กันยายนนี้ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประเมินสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

คำสั่งดังกล่าวยังเน้นย้ำถึงการดูแล “กลุ่มเปราะบาง” เป็นพิเศษ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และเด็กเล็ก รัฐบาลกำหนดให้ต้องมีการสำรองทรัพยากรที่จำเป็นอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ทรัพยากรเหล่านี้ได้แก่ น้ำดื่ม ไฟฟ้าสำรอง ออกซิเจน ยารักษาโรค และเลือด เพื่อป้องกันความสูญเสียหากถูกตัดขาดจากพื้นที่ภายนอก การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าคือหัวใจสำคัญในการรักษาชีวิตในช่วงเวลาวิกฤต

ประเด็นสำคัญ 

  • เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง: รัฐบาลสั่งจับตาสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดช่วงวันที่ 25-27 ก.ย.
  • สำรองฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง: สั่งเตรียมน้ำ ไฟฟ้า ออกซิเจน ยา และเลือดให้พร้อมรับมือ
  • ปกป้องกลุ่มเปราะบาง: มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

การเตรียมการครั้งนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าที่สำคัญมาก เนื่องจากประสบการณ์ในอดีตสอนให้เรารู้ว่าเวลาเกิดน้ำท่วมหนัก การเข้าช่วยเหลือจะทำได้ยากลำบาก ดังนั้นการมีเสบียงและอุปกรณ์การแพทย์สำรองไว้ล่วงหน้า จะช่วยต่อลมหายใจและรักษาชีวิตของผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ รัฐบาลจึงไม่อยากให้เกิดความเสี่ยงหรือความสูญเสียใดๆ ขึ้นในช่วงเวลานี้

โรงพยาบาลและศูนย์อนามัยในพื้นที่เสี่ยง ได้เริ่มตรวจสอบเครื่องปั่นไฟและถังออกซิเจนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับหน่วยกู้ภัย เพื่อวางแผนเส้นทางการอพยพหากน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างฉับพลัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารและการแจ้งเตือนเพิ่มเติมได้จาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งจะมีการอัปเดตสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

การดูแลผู้ป่วยและคนชราในยามวิกฤต

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ การขาดไฟฟ้าเพียงไม่กี่นาทีอาจหมายถึงชีวิต นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลเน้นย้ำเรื่องระบบไฟฟ้าสำรองและถังออกซิเจน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่สำรวจว่า มีบ้านไหนบ้างที่มีผู้ป่วยติดเตียง เพื่อจะได้เข้าไปช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน

คลังเลือดและยารักษาโรคก็เป็นอีกเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยงต้องตุนยารักษาโรคเรื้อรัง เช่น ยาเบาหวาน ยาความดัน และยาโรคหัวใจ ไว้ให้เพียงพอสำหรับ 3 วัน การขนส่งยาและเลือดในตอนที่น้ำท่วมสูงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก การเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับระบบสาธารณสุข

สิ่งที่ประชาชนทั่วไปควรเตรียมตัว

แม้ว่าคำสั่งนี้จะเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเป็นหลัก แต่ประชาชนทั่วไปก็ไม่ควรประมาท ทุกครอบครัวควรเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” ที่มีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และยาสามัญประจำบ้านไว้ด้วย การพึ่งพาตัวเองในช่วง 1-2 วันแรกที่เกิดเหตุ จะช่วยลดภาระของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเปิดทางให้ทีมแพทย์เข้าไปช่วยคนที่วิกฤตกว่าได้เร็วขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีสติและติดตามการแจ้งเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมล่วงหน้าไม่ได้แปลว่าเราต้องตื่นตระหนก แต่หมายถึงการทำตัวให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ หากมีเพื่อนบ้านที่เป็นผู้สูงอายุหรืออยู่ลำพัง การช่วยกันสอดส่องดูแลและแจ้งเจ้าหน้าที่ จะช่วยให้สังคมของเราผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

นายกฯ สั่งด่วน! เปิดศูนย์แถลงข่าวรับมือน้ำท่วมวันนี้

GISTDA เผยภาพดาวเทียม เตือนพื้นที่สีแดงเสี่ยงน้ำท่วมสูง

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

วิธีตรวจน้ำบ่อในภาคเหนือให้ปลอดภัยก่อนดื่ม

Rebecca Kim

Published

on

วิธีตรวจน้ำบ่อในภาคเหนือให้ปลอดภัยก่อนดื่ม

น้ำจากบ่ออาจดูใส ไม่มีกลิ่น และไม่มีรสผิดปกติ แต่คุณยังสรุปไม่ได้ว่าปลอดภัยสำหรับดื่ม เพราะเชื้อแบคทีเรีย สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต เหล็ก และแมงกานีสอาจปะปนอยู่โดยมองไม่เห็น เจ้าของบ้าน ผู้เช่า และเกษตรกรในสุขภาพดี">เชียงราย เชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดอื่นในภาคเหนือ จึงควรตรวจน้ำจาก บ่อของตัวเอง แทนการคาดเดาจากสี กลิ่น หรือผลตรวจของพื้นที่ใกล้เคียง

รายงานคุณภาพน้ำในแม่น้ำบางพื้นที่ของเชียงรายและเชียงใหม่พบการเฝ้าระวังสารหนูอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าน้ำบ่อทุกแห่งในจังหวัดจะปนเปื้อนเหมือนกัน คุณสามารถอ่าน สถานการณ์สารหนูในแม่น้ำเชียงรายและเชียงใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมแหล่งน้ำแต่ละแห่งต้องประเมินแยกกัน

บทความนี้จะพาคุณดูตั้งแต่การเลือกพารามิเตอร์ที่ควรตรวจ การเก็บและส่งตัวอย่าง การเลือกห้องแล็บ ไปจนถึงการอ่านผลเทียบกับเกณฑ์น้ำบริโภคของไทย เริ่มจากสิ่งที่ควรตรวจก่อน เพื่อให้ได้ผลที่ตอบคำถามด้านความปลอดภัยจริง ๆ

ประเด็นสำคัญ

  • น้ำบ่อใสและไม่มีกลิ่นไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ควรตรวจเชื้อจุลินทรีย์ สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต เหล็ก และแมงกานีส
  • เก็บตัวอย่างด้วยภาชนะสะอาดตามคำแนะนำของห้องแล็บ พร้อมระบุแหล่งน้ำและวันที่เก็บอย่างชัดเจน
  • เปรียบเทียบผลกับเกณฑ์น้ำบริโภคของไทย เช่น สารหนูไม่เกิน 0.01 มก./ล. ฟลูออไรด์ 0.7 มก./ล. และไนเตรต 50 มก./ล. ตาม แนวทางคุณภาพน้ำดื่มของ WHO
  • หากพบค่าผิดเกณฑ์ ควรงดดื่มและตรวจยืนยันก่อนติดตั้งระบบกรอง โดยดูตัวอย่าง ระบบกำจัดสารหนูในประปาเชียงราย
  • ผลตรวจของบ่อใกล้เคียงใช้แทนผลตรวจบ่อของคุณไม่ได้ เพราะชั้นดิน ตำแหน่งบ่อ และกิจกรรมรอบพื้นที่แตกต่างกัน

วิธีตรวจน้ำบ่อในภาคเหนือของประเทศไทยให้รู้ว่าน้ำปลอดภัยจริง

การตรวจน้ำบ่อควรเริ่มจากระบุแหล่งน้ำ ตำแหน่งบ่อ และการใช้งานก่อน เช่น ใช้ดื่ม ทำอาหาร หรือใช้เฉพาะอาบน้ำ จากนั้นเลือกรายการตรวจให้เหมาะกับความเสี่ยง เก็บตัวอย่างตามคำแนะนำของห้องปฏิบัติการ และส่งตรวจโดยเร็ว ชุดตรวจเองใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนแล็บ โดยเฉพาะการตรวจสารหนู ฟลูออไรด์ และเชื้อโรค

สารปนเปื้อนที่ควรตรวจในบ่อน้ำภาคเหนือ

เริ่มจากโคลิฟอร์มและ E. coli เพราะช่วยบ่งชี้การปนเปื้อนจากอุจจาระ น้ำเสีย หรือสิ่งปฏิกูล หากบ่ออยู่ใกล้ส้วม ถังบำบัด คอกสัตว์ หรือมีน้ำท่วมเข้าถึง ควรให้ความสำคัญกับการตรวจกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

ด้านสารเคมี ควรตรวจสารหนูและฟลูออไรด์ เนื่องจากอาจมาจากชั้นหินและสภาพธรณีวิทยาในพื้นที่ ค่าอ้างอิงที่ใช้กันในมาตรฐานน้ำบริโภคของกรมอนามัยคือ สารหนูไม่เกิน 0.01 มก./ล. และฟลูออไรด์ไม่เกิน 0.7 มก./ล. ทั้งนี้ ควรตรวจเหล็ก แมงกานีส ไนเตรต และไนไตรต์ร่วมด้วย

รายการเสริมอย่าง pH ความขุ่น ความกระด้าง คลอไรด์ ซัลเฟต และ TDS ช่วยประเมินคุณภาพน้ำโดยรวม แต่ค่าเหล่านี้เพียงอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าน้ำปลอดภัยสำหรับดื่ม ควรให้แล็บระบุวิธีตรวจและเกณฑ์อ้างอิงอย่างชัดเจน รวมถึงศึกษาข้อมูล การปนเปื้อนสารหนูในแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย หากบ่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำดังกล่าว

หากบ่ออยู่ใกล้พื้นที่เกษตร ปศุสัตว์ เหมือง โรงงาน หรือถังบำบัดน้ำเสีย ให้เพิ่มรายการตามกิจกรรมรอบบ่อ เช่น ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก หรือสารประกอบไนโตรเจน

กรณีใดควรตรวจทันทีและควรตรวจบ่อยแค่ไหน

ควรหยุดใช้น้ำดื่มและส่งตรวจทันทีเมื่อพบว่าน้ำเปลี่ยนสี มีกลิ่นผิดปกติ มีตะกอน สมาชิกในบ้านป่วยซ้ำ ๆ หรือมีน้ำท่วมไหลเข้าบ่อ หลังน้ำท่วมควรตรวจโคลิฟอร์มและ E. coli ก่อนใช้น้ำอีกครั้ง รวมถึงตรวจซ้ำหลังซ่อมบ่อ เปลี่ยนระบบกรอง หรือพบผลผิดปกติ

สำหรับบ่อที่ใช้ดื่ม ควรตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง และตรวจถี่ขึ้นหากเป็นบ่อตื้น อยู่ใกล้แหล่งมลพิษ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของน้ำ การตรวจแต่ละครั้งควรเก็บตัวอย่างจากจุดใช้งานจริง แล้วเปรียบเทียบกับมาตรฐานน้ำบริโภคของไทยและผลจากแล็บที่มีความสามารถเหมาะสม.

เตรียมตัวและเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่ออย่างถูกต้อง

ผลตรวจน้ำจะน่าเชื่อถือก็ต่อเมื่อเก็บตัวอย่างถูกจุด ใช้ภาชนะเหมาะสม และส่งถึงห้องแล็บภายในเวลาที่กำหนด ก่อนลงมือควรโทรสอบถามแล็บก่อนเสมอว่า ต้องใช้ขวดชนิดใด ปริมาณเท่าใด ต้องเติมสารรักษาสภาพหรือไม่ รวมถึงต้องนำส่งภายในกี่ชั่วโมง

สิ่งที่ต้องทำก่อนเปิดก๊อกเก็บตัวอย่าง

เลือกก๊อกที่ต่อกับน้ำบ่อโดยตรง หากต้องการตรวจคุณภาพน้ำดิบ ห้ามเก็บจากก๊อกหลังเครื่องกรองหรือถังพัก เพราะผลที่ได้อาจสะท้อนการทำงานของอุปกรณ์แทนคุณภาพในบ่อ หากแล็บแนะนำ ให้ปิดหรือถอดหัวกรอง เครื่องเติมอากาศ และอุปกรณ์ปลายทางก่อนเก็บ

ทำความสะอาดบริเวณก๊อก และหลีกเลี่ยงก๊อกที่มีสายยาง หัวกรอง หรือคราบสกปรกติดอยู่ จากนั้นปล่อยน้ำไหลตามเวลาที่แล็บกำหนด แนวทางน้ำบาดาลบางกรณีให้สูบน้ำก่อนเก็บประมาณ 15 นาที แต่เวลาอาจต่างกันตามชนิดบ่อและรายการตรวจ

จดวันเวลา จุดเก็บ ตำแหน่งบ่อ สภาพอากาศ และการใช้งานบ่อก่อนเก็บ เช่น เพิ่งซ่อมปั๊ม มีฝนตกหนัก หรือน้ำท่วมเข้าพื้นที่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แล็บตีความผลได้ตรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องตรวจซ้ำตาม แนวทางเก็บตัวอย่างน้ำตามมาตรฐาน

วิธีเก็บและขนส่งตัวอย่างตรวจเชื้อ

การตรวจโคลิฟอร์มและ E. coli ต้องใช้ขวดปลอดเชื้อที่แล็บจัดให้ ห้ามใช้ขวดน้ำดื่มทั่วไป หากแล็บไม่ได้อนุญาต และห้ามล้างขวดด้วยน้ำตัวอย่าง เปิดฝาโดยจับเฉพาะด้านนอก อย่าแตะด้านในฝา ปากขวด หรือส่วนที่สัมผัสน้ำ

เก็บน้ำตามระดับที่แล็บกำหนด แล้วปิดฝาทันที เก็บขวดในความเย็นประมาณ 4 องศาเซลเซียส ไม่วางกลางแดด และนำส่งโดยเร็วที่สุด หลายแนวทางกำหนดไม่เกิน 6 ชั่วโมง เพราะเชื้ออาจเพิ่มหรือลดจำนวนระหว่างขนส่งจนผลคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ให้ยึดอุณหภูมิและเวลาของแล็บผู้รับตรวจเป็นหลัก

ส่งตัวอย่างตรวจสารเคมีอย่างไรไม่ให้ผลคลาดเคลื่อน

ตัวอย่างสารเคมีอาจต้องใช้ขวดหลายชนิด ปริมาณต่างกัน และบางรายการต้องเติมสารรักษาสภาพ ห้ามเดาวิธีเก็บเอง ควรแจ้งแล็บว่าน้ำจะใช้ดื่ม ทำอาหาร อาบน้ำ หรือทำการเกษตร พร้อมบอกว่ามีระบบกรองหรือไม่

วิธีวิเคราะห์ที่พบในแนวทางของหน่วยงานไทย ได้แก่ Ion Chromatography สำหรับไนเตรตและฟลูออไรด์ และ ICP สำหรับสารหนู คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจเครื่องมือทั้งหมด แต่ควรขอรายงาน วิธีวิเคราะห์ ขีดจำกัดการตรวจ และหน่วยรายงานผล จากแล็บ เพื่อใช้เทียบกับเกณฑ์น้ำบริโภคได้อย่างถูกต้อง

อ่านผลตรวจน้ำบ่อตามมาตรฐานไทย ไม่ใช่ดูแค่น้ำใสหรือขุ่น

การแปลผลต้องอ่านค่าตรวจพร้อม หน่วย และเกณฑ์อ้างอิงในรายงานทุกครั้ง น้ำที่ใสหรือไม่มีกลิ่นอาจยังมีเชื้อโรคหรือสารเคมีที่มองไม่เห็น ดังนั้นควรใช้เกณฑ์น้ำบริโภคของไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อจะนำน้ำบ่อมาดื่มหรือทำอาหาร

ค่าที่ควรใช้เป็นจุดอ้างอิงสำหรับน้ำดื่ม

สำหรับสารเคมี รายงานมักใช้หน่วย mg/L หรือมิลลิกรัมต่อลิตร ค่าที่ควรตรวจเทียบ ได้แก่

  • สารหนูต้องไม่เกิน 0.01 mg/L
  • ฟลูออไรด์ต้องไม่เกิน 0.7 mg/L
  • ไนเตรตต้องไม่เกิน 50 mg/L
  • เหล็กต้องไม่เกิน 0.3 mg/L
  • แมงกานีสต้องไม่เกิน 0.5 mg/L

ค่าเชื้อจุลินทรีย์มักรายงานเป็น MPN/100 mL หรือจำนวนโดยประมาณต่อ 100 มิลลิลิตร โดย E. coli และโคลิฟอร์มต้อง ตรวจไม่พบในตัวอย่าง 100 mL หากรายงานใช้ตัวเลข เช่น <1.1 MPN/100 mL ให้ดูคำอธิบายของวิธีตรวจประกอบ เพราะหมายถึงต่ำกว่าขีดรายงานของวิธีนั้น ไม่ควรตีความว่าเป็นศูนย์โดยอัตโนมัติ

เกณฑ์บางรายการของไทยอาจต่างจากเกณฑ์สากล เช่น ฟลูออไรด์ จึงควรอ้างอิง เกณฑ์คุณภาพน้ำของกรมอนามัย เมื่อตัดสินใจใช้น้ำในประเทศไทย การผ่านเพียงบางรายการยังสรุปไม่ได้ว่าน้ำดื่มได้ เพราะต้องพิจารณาผลตรวจทุกพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง

ถ้าผลตรวจไม่ผ่าน ควรหยุดใช้หรือแก้ปัญหาอย่างไร

หากพบ E. coli หรือโคลิฟอร์ม ให้หยุดใช้น้ำบ่อดิบสำหรับดื่มและทำอาหารทันที จนกว่าจะตรวจสอบสาเหตุและได้รับคำแนะนำที่เหมาะสม ควรเก็บตัวอย่างซ้ำ ตรวจฝาบ่อ ท่อส่งน้ำ และจุดเสี่ยงจากน้ำเสียหรือน้ำท่วม

หากสารหนูหรือฟลูออไรด์สูง การต้มเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะไม่กำจัดสารเหล่านี้ และน้ำที่ระเหยออกอาจทำให้สารเข้มข้นขึ้นระหว่างต้ม ให้ใช้น้ำบรรจุขวดหรือแหล่งน้ำปลอดภัยชั่วคราว แล้วเลือกเครื่องกรองที่ออกแบบมาสำหรับสารปนเปื้อนนั้นโดยตรง ควรเก็บรายงานผลฉบับเต็มไว้ และโทรถามห้องแล็บทันทีเมื่อพบค่าผิดปกติ หน่วยไม่ชัดเจน หรือไม่แน่ใจว่าคำว่า “ไม่พบ” และ “เกินค่ามาตรฐาน” หมายถึงอะไร

เลือกห้องแล็บ ค่าใช้จ่าย และข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

การเลือกห้องแล็บมีผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของผลตรวจน้ำบ่อ ก่อนส่งตัวอย่าง ให้เลือกผู้รับตรวจที่มีขอบข่ายการทดสอบตรงกับความเสี่ยงของพื้นที่ และสอบถามรายละเอียดให้ครบ ไม่ควรเลือกจากราคาถูกหรือระยะทางเพียงอย่างเดียว

หน่วยงานและห้องแล็บที่ควรติดต่อในภาคเหนือ

เริ่มสอบถามสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหรืออำเภอ โรงพยาบาลที่มีห้องแล็บ หน่วยงานท้องถิ่น และการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อขอรายชื่อผู้รับตรวจที่เหมาะกับน้ำบ่อ หากต้องการตรวจสารหนู โลหะหนัก หรือเชื้อจุลินทรีย์ ควรตรวจสอบ รายชื่อห้องแล็บที่ได้รับการรับรอง และดูว่าการรับรองครอบคลุมรายการที่คุณต้องการจริงหรือไม่

ตัวอย่างหน่วยงานในพื้นที่คือ Testing Laboratory ของ Water Quality Control Section 1, Provincial Waterworks Authority Regional Office 9 ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ฐานข้อมูลการรับรองระบุเลขที่ TESTING 0467 และมาตรฐาน ISO/IEC 17025 โดยมีเบอร์โทร 053-343800 ต่อ 2204 หรือ 081-9925260

อย่างไรก็ตาม ขอบข่ายการทดสอบและช่องทางติดต่ออาจปรับเปลี่ยนได้ จึงควรโทรยืนยันก่อนเดินทางว่าแล็บตรวจสารใดบ้าง ต้องใช้ขวดแบบไหน ปริมาณเท่าไร รับตัวอย่างวันและเวลาใด รวมถึงมีบริการเก็บตัวอย่างหรือไม่ ผู้อยู่อาศัยเชียงรายอาจสอบถามหน่วยงานในพื้นที่เพิ่มเติมจากข้อมูล ห้องปฏิบัติการตรวจคุณภาพน้ำในเชียงราย

ค่าใช้จ่ายและเอกสารที่ควรขอก่อนส่งตรวจ

ค่าตรวจน้ำขึ้นกับจำนวนรายการ วิธีวิเคราะห์ ปริมาณตัวอย่าง และการรับรองของผลตรวจ อย่าเดาราคาจากชุดตรวจหรือค่าบริการของหน่วยงานอื่น ให้ขอใบเสนอราคาล่าสุดก่อนส่งตัวอย่าง พร้อมตรวจว่ารวมรายการต่อไปนี้หรือไม่

  • ค่าขวดเก็บตัวอย่างและสารรักษาสภาพ
  • ค่าเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างหรือค่าขนส่ง
  • ค่าวิเคราะห์แต่ละพารามิเตอร์
  • ค่ารายงานผล และค่าตีความผลเบื้องต้น

ขอให้แล็บระบุหน่วยผลตรวจ วิธีวิเคราะห์ ขีดจำกัดการตรวจ และเวลารอผลด้วย หากต้องการตรวจน้ำดิบ ต้องแจ้งชัดเจนว่าไม่ใช่น้ำหลังเครื่องกรอง เพื่อป้องกันการเลือกขวดและวิธีเก็บผิดประเภท

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ผลตรวจน้ำไม่น่าเชื่อถือ

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือเก็บน้ำหลังเครื่องกรอง ทั้งที่ต้องการวิเคราะห์น้ำดิบ ใช้ขวดทั่วไปแทนขวดปลอดเชื้อ หรือปล่อยตัวอย่างไว้นานจนเกินเวลาที่แล็บกำหนด นอกจากนี้ การเก็บหลังฝนตกโดยไม่บันทึกวันเวลา น้ำท่วม หรือสภาพบ่อ ทำให้แปลผลและเปรียบเทียบกับครั้งอื่นได้ยาก

ตรวจให้ครบตามคำสั่งของแล็บ อย่าส่งตัวอย่างไม่ครบหรือผสมตัวอย่างหลายจุดในขวดเดียว เพราะผลอาจไม่สะท้อนแหล่งน้ำจริง ที่สำคัญ การตรวจเพียง pH หรือความกระด้างไม่เพียงพอสำหรับสรุปว่าน้ำดื่มได้

ชุดตรวจที่บ้านใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ แต่เมื่อพบค่าผิดปกติ ควรยืนยันด้วยห้องแล็บที่มีขอบข่ายเหมาะสม โดยเฉพาะสารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต และเชื้อ E. coli

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจน้ำบ่อ

แม้น้ำบ่อจะผ่านการตรวจเบื้องต้นแล้ว คุณอาจยังมีคำถามก่อนนำมาใช้ดื่มและทำอาหาร คำตอบต่อไปนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ปลอดภัยขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่เกษตร แหล่งน้ำท่วม หรือชุมชนริมแม่น้ำกก ซึ่งควรติดตาม การเฝ้าระวังสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ควบคู่กับผลตรวจจากบ่อของตนเอง

น้ำบ่อที่ใสและไม่มีกลิ่น ดื่มได้เลยหรือไม่

ไม่ได้ น้ำอาจมีเชื้อแบคทีเรีย สารหนู หรือฟลูออไรด์ที่มองไม่เห็นและไม่ทำให้น้ำมีกลิ่น การตรวจสี กลิ่น และความขุ่นจึงเป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ควรส่งตรวจ E. coli โคลิฟอร์ม สารหนู ฟลูออไรด์ และสารเคมีตามความเสี่ยงก่อนนำมาดื่ม

การต้มน้ำกำจัดสารหนูและฟลูออไรด์ได้หรือไม่

ไม่ควรถือว่าการต้มกำจัดสารหนูหรือฟลูออไรด์ได้ การต้มเหมาะกับการลดความเสี่ยงจากเชื้อบางชนิดเท่านั้น หากผลตรวจพบสารเหล่านี้เกินเกณฑ์ ควรหยุดใช้น้ำดิบและเลือกเครื่องกรองที่ออกแบบมาสำหรับสารปนเปื้อนนั้นโดยตรง เช่น แนวทางการ เลือกเครื่องกรองน้ำตามสารปนเปื้อน

ควรตรวจน้ำบ่อช่วงฤดูฝนหรือฤดูแล้ง

ควรตรวจตามรอบอย่างน้อยปีละครั้ง และควรตรวจเพิ่มหลังฝนตกหนักหรือน้ำท่วม เพราะน้ำจากผิวดินอาจพาเชื้อโรค น้ำเสีย หรือสารเคมีเข้าสู่บ่อได้ หากต้องการเปรียบเทียบความเปลี่ยนแปลง ให้เก็บตัวอย่างในช่วงเวลาที่บันทึกไว้อย่างชัดเจน เช่น เดือนเดียวกันของแต่ละปี และจดวันที่ฝนตกหรือเกิดน้ำท่วมประกอบ

ชุดตรวจน้ำที่ขายทั่วไปเชื่อถือได้แค่ไหน

ชุดตรวจเหมาะสำหรับดูแนวโน้มเบื้องต้น เช่น pH คลอรีน หรือความกระด้าง แต่ความแม่นยำและรายการที่ตรวจได้มีจำกัด ผลจากชุดตรวจจึงไม่ควรใช้ตัดสินความปลอดภัยของสารหนู ฟลูออไรด์ หรือ E. coli แทนห้องแล็บ โดยเฉพาะเมื่อจะใช้น้ำสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว

ต้องตรวจน้ำบ่อกี่รายการจึงจะเพียงพอ

ไม่มีจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกบ่อ หากใช้ดื่ม ควรเริ่มจาก E. coli โคลิฟอร์ม สารหนู ฟลูออไรด์ ไนเตรต เหล็ก แมงกานีส และค่าพื้นฐาน เช่น pH ความขุ่น และ TDS จากนั้นเพิ่มรายการตามสภาพพื้นที่และประวัติการใช้ที่ดิน เช่น ยาฆ่าแมลง โลหะหนัก หรือมลพิษจากปศุสัตว์ ให้ห้องแล็บช่วยออกแบบชุดตรวจเพื่อไม่ให้ตกหล่นรายการสำคัญ

ถ้าผลตรวจพบเชื้อ แต่ไม่พบสารเคมี ต้องทำอย่างไร

ให้หยุดใช้น้ำดิบเพื่อดื่มและทำอาหารจนกว่าจะจัดการสาเหตุได้ ตรวจฝาบ่อ ท่อ รอยรั่ว และร่องรอยน้ำท่วมรอบบ่อ พร้อมฆ่าเชื้อหรือปรับปรุงระบบตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นเก็บตัวอย่างซ้ำเพื่อยืนยันว่าผลผ่านก่อนกลับมาใช้น้ำอีกครั้ง

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

สารหนูในน้ำ: ความเสี่ยงต่อสุขภาพและค่าปลอดภัยที่ควรรู้

Rebecca Kim

Published

on

สารหนูในน้ำ: ความเสี่ยงต่อสุขภาพและค่าปลอดภัยที่ควรรู้

น้ำที่ใส ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น อาจยังมีสารหนูปนเปื้อนจนมองไม่เห็นได้ โดยเฉพาะน้ำบาดาลหรือน้ำผิวดินที่ยังไม่ผ่านการบำบัด สารหนูที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงระยะยาวส่วนใหญ่คือ สารหนูอนินทรีย์ ซึ่งอาจเข้าสู่ร่างกายผ่านการดื่มน้ำและใช้น้ำปรุงอาหารเป็นเวลานาน

การได้รับสารหนูต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของผิวหนัง โรคหลอดเลือด และมะเร็งบางชนิด ดังนั้นจึงไม่ควรตัดสินความปลอดภัยจากลักษณะของน้ำเพียงอย่างเดียว องค์การอนามัยโลกใช้ค่าแนวทาง 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร แม้ค่านี้จะเป็นค่า provisional ไม่ใช่เส้นแบ่งความปลอดภัยแบบเด็ดขาด สำหรับพื้นที่เสี่ยง ควรพิจารณา ผลตรวจสารหนูในแม่น้ำเชียงรายและเชียงใหม่ ประกอบ แล้วตรวจน้ำจากแหล่งที่ใช้จริง เนื้อหาต่อไปจะช่วยแยกระดับความกังวล ความเสี่ยง ค่ามาตรฐาน วิธีตรวจ และทางเลือกเพื่อลดการสัมผัสสารหนูอย่างเหมาะสม

ประเด็นสำคัญที่ควรรู้

  • สารหนูในน้ำมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จึงต้องตรวจวิเคราะห์ ไม่ควรตัดสินจากสี กลิ่น หรือรสชาติของน้ำ
  • ค่าแนวทางขององค์การอนามัยโลกอยู่ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร และเป็นค่า provisional ไม่ใช่เส้นแบ่งความปลอดภัยเด็ดขาด
  • การได้รับสารหนูอนินทรีย์ต่อเนื่องอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคผิวหนัง โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ความผิดปกติทางระบบประสาท และมะเร็งบางชนิด
  • ผู้ใช้น้ำบาดาลหรือน้ำจากพื้นที่เสี่ยงควรตรวจแหล่งน้ำจริง รวมถึงติดตาม ผลตรวจคุณภาพน้ำกกยังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
  • หากพบค่าสูง ควรหยุดดื่มและใช้น้ำปรุงอาหารชั่วคราว พร้อมเลือกวิธีบำบัดที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดสารหนูโดยเฉพาะ

สารหนูในน้ำ: ความเสี่ยงต่อสุขภาพและค่าปลอดภัยที่ควรรู้

สารหนูเป็นธาตุที่พบได้ตามธรรมชาติในดิน หิน และแหล่งน้ำใต้ดิน แต่กิจกรรมเหมืองแร่ การถลุงโลหะ และอุตสาหกรรมบางประเภทอาจเพิ่มการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมได้ น้ำจากพื้นที่เสี่ยงจึงควรตรวจด้วยห้องปฏิบัติการ แม้จะดูสะอาดก็ตาม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรายงาน สารพิษจากเหมืองแร่ข้ามแดน

สารหนูอนินทรีย์กับสารหนูอินทรีย์ต่างกันอย่างไร

สารหนูมีหลายรูปแบบ แต่สำหรับน้ำดื่ม รูปแบบที่ต้องระวังมากที่สุดคือ สารหนูอนินทรีย์ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับน้ำใต้ดินและมีพิษสูงกว่า หากได้รับต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดปกติของผิวหนัง โรคหลอดเลือด และมะเร็งบางชนิด

ส่วนสารหนูอินทรีย์มักพบในอาหารทะเล เช่น ปลาและหอย โดยทั่วไปมีพิษน้อยกว่า ร่างกายยังขับออกได้เร็วกว่า จึงไม่ใช่ประเด็นหลักของความเสี่ยงจากน้ำดื่ม การพบสารหนูในน้ำจึง ไม่ได้หมายความว่าอาหารทะเลทุกชนิดเป็นอันตราย แต่ควรแยกชนิดของสารหนูและแหล่งสัมผัสให้ถูกต้อง

ทำไมน้ำใสและไม่มีกลิ่นจึงยังไม่ปลอดภัย

สารหนูไม่มีสี กลิ่น และรสชาติที่คนทั่วไปตรวจจับได้ น้ำบาดาล น้ำจากแม่น้ำ หรือแหล่งน้ำใกล้เหมืองจึงอาจมีสารหนู แม้จะใสจนดูเหมือนน้ำสะอาด การมอง ดม หรือชิมไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้

องค์การอนามัยโลกแนะนำค่าปริมาณสารหนูในน้ำดื่มที่ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร หรือ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยจัดเป็นค่าชั่วคราว เพราะบางพื้นที่ยังลดสารหนูให้ต่ำกว่านี้ได้ยาก คำแนะนำของ WHO เรื่องสารหนู ค่านี้ไม่ใช่เส้นแบ่งที่ทำให้ระดับต่ำกว่าปลอดภัยโดยสมบูรณ์

ด้าน US EPA กำหนดมาตรฐานไว้ที่ 10 ppb หรือ 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นค่าเดียวกันเมื่อแปลงหน่วย และกำหนดเป้าหมายด้านสุขภาพไว้ที่ศูนย์ เพราะสารหนูเป็นสารก่อมะเร็ง มาตรฐานสารหนูของ EPA ดังนั้นไม่ควรนำน้ำผิวดินที่ยังไม่ผ่านการตรวจและบำบัดมาดื่มหรือใช้ปรุงอาหาร แม้ผลตรวจจะต่ำกว่าค่ามาตรฐานก็ตาม

สารหนูส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรเมื่อได้รับเป็นเวลานาน

ผลกระทบของสารหนูขึ้นอยู่กับ ปริมาณ รูปแบบของสาร และระยะเวลาที่ได้รับ การได้รับสารหนูปริมาณสูงในช่วงสั้นอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงทันที ส่วนการได้รับปริมาณน้อยผ่านน้ำดื่มหรือน้ำปรุงอาหารต่อเนื่องหลายปี อาจค่อย ๆ สะสมจนเห็นความผิดปกติภายหลัง จึงไม่ควรสรุปว่าอาการที่เกิดขึ้นมาจากสารหนูโดยไม่มีการตรวจประเมิน

อาการเตือนที่ควรสังเกตและควรพบแพทย์เมื่อใด

การได้รับสารหนูปริมาณสูงแบบเฉียบพลันอาจทำให้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสีย หากรุนแรงอาจมีอาการขาดน้ำ ชาปลายมือปลายเท้า กล้ามเนื้อเกร็ง ความดันโลหิตผิดปกติ หรือช็อก ควรไปโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดหลังใช้น้ำจากแหล่งที่อาจปนเปื้อน อ่านรายละเอียดอาการพิษเฉียบพลันได้จาก ข้อมูลทางการแพทย์เรื่องสารหนู

สำหรับการได้รับเรื้อรัง อาการอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นชัด เช่น ผิวหนังคล้ำหรือเป็นด่าง หนังหนาที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า รวมถึงชาปลายมือปลายเท้า อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดจากสารหนู และบางคนอาจมีอาการทางระบบประสาทโดยไม่มีรอยโรคผิวหนังชัดเจน

ควรพบแพทย์หากเคยใช้น้ำจากแหล่งเสี่ยงเป็นเวลานาน มีอาการผิดปกติต่อเนื่อง หรือสงสัยว่าได้รับสารหนูปริมาณสูง อย่าวินิจฉัยตนเองจากผิวหนังหรืออาการชาเพียงอย่างเดียว ควรแจ้งชนิดแหล่งน้ำ ช่วงเวลาที่ใช้ และลักษณะการสัมผัสแก่บุคลากรทางการแพทย์

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ

เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรลดการสัมผัสน้ำที่ยังไม่ทราบผลตรวจ เพราะเด็กและทารกในครรภ์อาจไวต่อผลกระทบด้านพัฒนาการ ขณะที่ผู้มีโรคหัวใจ เบาหวาน หรือโรคไตอาจต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบมากขึ้น การได้รับระยะยาวมีความเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน ปัญหาพัฒนาการ และมะเร็งผิวหนัง กระเพาะปัสสาวะ และปอด ส่วนมะเร็งตับ ไต และต่อมลูกหมากมีรายงานความเป็นไปได้เช่นกัน แต่ไม่ควรตีความว่าการสัมผัสเพียงครั้งเดียวจะทำให้เกิดมะเร็งทันที

ชาวประมง เกษตรกร และผู้ทำงานริมน้ำที่สัมผัสน้ำหรือตะกอนเป็นประจำควรระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรายงาน อาการจากการสะสมสารหนูในร่างกาย ควรใช้น้ำที่ผ่านการรับรองสำหรับดื่ม ปรุงอาหาร และชงนมเด็ก จนกว่าจะมีผลตรวจยืนยันความปลอดภัยของแหล่งน้ำจริง

ค่ามาตรฐานสารหนูบอกอะไรเกี่ยวกับน้ำในประเทศไทยและเชียงราย

ค่ามาตรฐานสารหนูช่วยบอกระดับความเสี่ยงของน้ำ แต่ต้องอ่านให้ตรงกับประเภทแหล่งน้ำและวัตถุประสงค์ของการตรวจ ตัวเลขเดียวกันอาจใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงได้ แต่ไม่ได้แปลว่าน้ำดิบจากแม่น้ำเหมาะสำหรับดื่มทันที

วิธีอ่านผลตรวจและเปรียบเทียบหน่วยอย่างไม่สับสน

ก่อนเทียบผลกับมาตรฐาน ให้ดูข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบ ได้แก่ ชื่อแหล่งน้ำ วันที่เก็บตัวอย่าง หน่วยวัด วิธีวิเคราะห์ และค่าที่ตรวจพบ เพราะน้ำจากแม่น้ำ น้ำบาดาล และน้ำประปาหลังบำบัดอาจมีระดับสารหนูต่างกันมาก

หน่วยที่พบได้บ่อยมี 3 รูปแบบ ดังนี้

  • 10 ไมโครกรัมต่อลิตร เท่ากับ 10 ppb
  • 10 ไมโครกรัมต่อลิตร เท่ากับ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร
  • 0.012 มิลลิกรัมต่อลิตร เท่ากับ 12 ไมโครกรัมต่อลิตร หรือ 12 ppb

ดังนั้น หากผลตรวจระบุสารหนู 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร ค่านี้ไม่ใช่ศูนย์ แต่เท่ากับ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับค่ามาตรฐานน้ำดื่มที่ใช้กันทั่วไป การเปรียบเทียบหน่วยที่ถูกต้องช่วยลดการอ่านค่าผิด โดย ข้อมูลทางวิชาการเรื่องสารหนูในน้ำดื่ม ก็ใช้หน่วยไมโครกรัมต่อลิตรในการรายงานความเข้มข้นเช่นกัน

หากรายงานเขียนว่า “ไม่พบสารหนู” ต้องดูว่าหมายถึงไม่พบจริง หรือมีค่าต่ำกว่าขีดจำกัดการตรวจวัด เพราะสองความหมายนี้ไม่เหมือนกัน หากรายงานไม่ระบุวิธีวิเคราะห์หรือค่าขีดจำกัดดังกล่าว ควรสอบถามห้องปฏิบัติการหรือหน่วยงานผู้ออกรายงานโดยตรง

น้ำประปาที่ผ่านการบำบัดต่างจากน้ำแม่น้ำอย่างไร

มาตรฐานน้ำดื่มใช้ประเมินน้ำที่ประชาชนจะดื่มหรือใช้ปรุงอาหาร ส่วน ค่าที่ใช้เฝ้าระวังน้ำผิวดินใช้ติดตามคุณภาพแม่น้ำ ลำห้วย และแหล่งน้ำธรรมชาติ จึงไม่ควรนำผลจากแหล่งหนึ่งไปสรุปแทนอีกแหล่งหนึ่ง แม้จะมีตัวเลขอ้างอิงใกล้เคียงกันก็ตาม

รายงานในเชียงรายพบสารหนูประมาณ 0.012 และ 0.013 มิลลิกรัมต่อลิตร ในบางจุดของแม่น้ำกก ซึ่งสูงกว่าค่า 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตรประมาณ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ดูรายละเอียดได้จาก ผลตรวจสารหนูในแม่น้ำเชียงราย อย่างไรก็ตาม ค่านี้เป็นผลของน้ำดิบ ณ จุดเก็บตัวอย่าง ไม่ใช่ผลตรวจน้ำประปาทุกแห่ง

น้ำประปาต้องพิจารณาผลตรวจ หลังการบำบัด รวมถึงระบบท่อและจุดจ่ายน้ำด้วย จึงไม่ควรสรุปว่าน้ำประปาทั้งหมดไม่ปลอดภัยเพียงเพราะพบสารหนูในแม่น้ำ หากน้ำผ่านการตรวจรับรองแล้ว ควรใช้น้ำตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่นและติดตามผลตรวจล่าสุดของพื้นที่นั้น

ตรวจสารหนูในน้ำอย่างไร และวิธีบำบัดแบบไหนช่วยได้จริง

การตรวจน้ำและเลือกวิธีบำบัดต้องเริ่มจากผลวิเคราะห์จริง ไม่ใช่ดูจากสี กลิ่น หรือคำโฆษณาบนเครื่องกรอง หากพบสารหนู ควรลดการใช้น้ำแหล่งนั้นดื่ม ปรุงอาหาร หรือชงนมเด็ก จนกว่าจะยืนยันว่าระบบบำบัดลดค่าได้ตามเกณฑ์

การต้มน้ำไม่กำจัดสารหนู

น้ำเดือดช่วยลดเชื้อโรคบางชนิด แต่ ไม่สามารถกำจัดสารหนูหรือโลหะหนัก ได้ เพราะสารเหล่านี้ยังคงอยู่ในน้ำ เมื่อน้ำถูกต้มจนระเหยและเหลือปริมาตรน้อย ความเข้มข้นของสารละลายอาจเพิ่มขึ้นแทน โดยเฉพาะเมื่อใช้การต้มเพื่อทำน้ำให้เข้มข้น

ดังนั้น น้ำที่ต้มแล้วอาจเหมาะกับการลดเชื้อโรค แต่ไม่ใช่วิธีกำจัดสารหนู ควรแยกความเข้าใจเรื่องน้ำเดือดออกจากการบำบัดโลหะหนัก และติดตาม คำแนะนำเรื่องสารหนูและตะกั่วในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะหากใช้น้ำจากพื้นที่เสี่ยง

ตัวเลือกการบำบัดที่ควรพิจารณา

เริ่มด้วยการส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานและรับตรวจสารหนูด้วยวิธีที่เหมาะสม เช่น ICP หรือ AAS ควรสอบถามวิธีเก็บตัวอย่าง ภาชนะ และสารกันเสียก่อนเก็บ เพราะตัวอย่างโลหะอาจต้องเติมกรดไนตริกและควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่ง ไม่ควรเก็บเองโดยไม่ทำตามคำแนะนำของห้องแล็บ

ระบบที่ใช้ได้จริงมีหลายแบบ เช่น วัสดุดูดซับ อย่าง activated alumina หรือ granular ferric hydroxide, ระบบแลกเปลี่ยนไอออน และ รีเวิร์สออสโมซิส (RO) อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นกับรูปแบบสารหนู ค่า pH และสารปนเปื้อนอื่น จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุชัดว่าลด arsenic หรือโลหะหนัก และมีผลทดสอบหรือการรับรองที่ตรวจสอบได้ เช่น การรับรอง มาตรฐาน NSF/ANSI 58 สำหรับระบบ RO

ก่อนติดตั้งควรตรวจน้ำดิบ และตรวจน้ำหลังผ่านเครื่องกรองเพื่อยืนยันผลจริง จากนั้นเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดและตรวจซ้ำเมื่อแหล่งน้ำหรือฤดูกาลเปลี่ยน หากยังแก้ปัญหาที่ต้นทางไม่ได้ ให้ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดหรือแหล่งน้ำที่ผ่านการรับรองชั่วคราว ค่าใช้จ่ายและการดูแลของแต่ละระบบต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากราคาหรือคำว่า “เครื่องกรองน้ำ” เพียงอย่างเดียว

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ครัวเรือนยังเสี่ยง

น้ำที่ใสไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ควรตรวจด้วยห้องปฏิบัติการก่อนใช้เป็นประจำ และอย่าคิดว่าการต้ม การกรองด้วยผ้า หรือการพักน้ำจะกำจัดสารหนูได้ หากเครื่องกรองไม่ได้ระบุความสามารถด้าน arsenic reduction ก็ไม่ควรใช้แทนระบบที่ออกแบบมาโดยตรง

นอกจากนี้ การไม่เปลี่ยนไส้กรองอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง ควรเก็บใบผลตรวจ รุ่นเครื่องกรอง วันที่ติดตั้ง และประวัติเปลี่ยนไส้กรองไว้เป็นหลักฐาน หากบำบัดเฉพาะน้ำดื่ม ต้องใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดทำอาหารและชงนมเด็กด้วย เพราะการใช้น้ำดิบเพียงขั้นตอนเดียวก็ยังทำให้ได้รับสารหนูต่อเนื่องได้

แนวทางลดความเสี่ยงจากสารหนูสำหรับบ้านและชุมชน

การลดความเสี่ยงควรเริ่มจากข้อมูลของแหล่งน้ำจริง ไม่ใช่การคาดเดาจากสี กลิ่น หรือรสชาติของน้ำ หากพื้นที่มีประกาศเตือน ควรปฏิบัติตามทันทีและใช้น้ำจากแหล่งอื่นระหว่างรอผลตรวจยืนยัน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ใช้น้ำบาดาลหรือแหล่งน้ำส่วนตัวเป็นประจำ

ขั้นตอนที่ครัวเรือนควรทำ

  1. สอบถามผลตรวจจากหน่วยงานท้องถิ่น
    ติดต่อเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล การประปา หรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ เพื่อขอผลตรวจล่าสุดและคำแนะนำสำหรับจุดที่พักอาศัย หากอยู่ใกล้แม่น้ำที่มีประกาศเตือน เช่น คำสั่งห้ามใช้น้ำแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ควรหยุดใช้น้ำตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศระบุ
  2. ตรวจน้ำจากบ่อหรือแหล่งน้ำส่วนตัว
    ส่งตัวอย่างน้ำดิบไปยังห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง โดยแจ้งว่าต้องการตรวจสารหนูและขอคำแนะนำเรื่องภาชนะ วิธีเก็บ และการขนส่ง ผลตรวจควรระบุหน่วย วิธีวิเคราะห์ และขีดจำกัดการตรวจวัดอย่างชัดเจน หากเป็นบ่อใหม่หรือพื้นที่มีความเสี่ยง ควรตรวจซ้ำในช่วงเวลาที่ต่างกัน เพราะระดับสารหนูอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล
  3. ใช้น้ำที่ผ่านการรับรองสำหรับดื่มและทำอาหาร
    หากพบค่าสูงกว่า 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 10 ไมโครกรัมต่อลิตร ให้หยุดใช้น้ำดิบดื่ม ปรุงอาหาร ชงนม และล้างผักผลไม้ จนกว่าจะมีผลยืนยันว่าระบบบำบัดลดสารหนูได้ตามเกณฑ์ ใช้น้ำบรรจุขวดหรือน้ำจากระบบที่หน่วยงานรับรองแทนชั่วคราว

การป้องกันระดับชุมชน

หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและตะกอนจากแหล่งที่มีประกาศเตือน โดยเฉพาะการลงเล่นน้ำ การจับตะกอนด้วยมือ หรือการนำน้ำไปรดพืชอาหาร ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการน้ำควรเปิดเผยผลตรวจและแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว ส่วนหน่วยงานสาธารณสุขควรเก็บข้อมูลกลุ่มเสี่ยง ช่วยประสานห้องปฏิบัติการ และติดตามผลตรวจใหม่เป็นระยะ การป้องกันจึงต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ใช่ภาระของครัวเรือนเพียงลำพัง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสารหนูในน้ำ

คำตอบต่อไปนี้ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเมื่อสงสัยว่าน้ำประปา น้ำบาดาล หรือแหล่งน้ำใกล้บ้านมีสารหนูปนเปื้อน

ถ้าใช้น้ำประปาอยู่ ต้องตรวจสารหนูเองหรือไม่

เริ่มจากขอผลตรวจคุณภาพน้ำล่าสุดจากการประปา เทศบาล หรือหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ก่อน เพราะน้ำประปาที่ผ่านระบบบำบัดอาจมีผลตรวจต่างจากน้ำดิบอย่างมาก ตัวอย่างเช่น ระบบกำจัดสารหนูในน้ำประปาเชียงราย แสดงให้เห็นว่าต้องพิจารณาผลตรวจหลังบำบัดเป็นหลัก

หากบ้านอยู่ใกล้พื้นที่ที่มีประวัติการปนเปื้อน ใช้ท่อเก่า หรือใช้น้ำจากบ่อส่วนตัว ควรส่งน้ำจากก๊อกที่ใช้ดื่มไปตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

การอาบน้ำด้วยน้ำที่มีสารหนูอันตรายแค่ไหน

ความเสี่ยงหลักมาจาก การกลืนน้ำ มากกว่าการสัมผัสผิวหนัง เพราะสารหนูไม่ซึมผ่านผิวหนังได้ง่ายในระดับทั่วไป อย่างไรก็ตาม การสัมผัสน้ำหรือตะกอนปนเปื้อนซ้ำๆ ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้มีแผลที่ผิวหนังและผู้ทำงานในน้ำ

ควรหลีกเลี่ยงน้ำที่ยังไม่ทราบผลตรวจ และทำตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข อ่านแนวทางเรื่องการอาบน้ำได้จาก คำแนะนำของ ATSDR เรื่องสารหนู

เด็กดื่มน้ำที่อาจมีสารหนูไปแล้ว ควรทำอย่างไร

หยุดใช้น้ำนั้นสำหรับดื่ม ชงนม และปรุงอาหารทันที แล้วเปลี่ยนเป็นน้ำบรรจุขวดหรือน้ำจากระบบที่ผ่านการรับรอง อย่าทำให้เด็กอาเจียน และอย่าซื้อยารักษาเอง เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายเพิ่ม

หากเด็กดื่มไปมาก มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ซึม หรือผิดปกติ ให้ติดต่อแพทย์หรือศูนย์พิษวิทยาทันที พร้อมแจ้งแหล่งน้ำและปริมาณที่คาดว่าดื่มเข้าไป

เครื่องกรองน้ำในบ้านทุกชนิดกำจัดสารหนูได้หรือไม่

ไม่ได้ เครื่องกรองต้องมีข้อมูลประสิทธิภาพที่ระบุการลดสารหนูโดยตรง เช่น ระบบ RO ที่มีการรับรองหรือผลทดสอบเฉพาะสารหนู เครื่องกรองทั่วไปที่ลดกลิ่น สี หรือตะกอนไม่ควรถือว่ากำจัดสารหนูได้

ควรตรวจน้ำก่อนและหลังติดตั้งเพื่อยืนยันผลจริง ไส้กรองที่เสื่อมสภาพหรือใช้เกินกำหนดอาจลดประสิทธิภาพลงมาก จึงต้องเปลี่ยนตามคำแนะนำและตรวจซ้ำเป็นระยะ

สารหนูในน้ำหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่

ไม่ควรคิดว่าสารหนูจะสลายหรือหายไปเองเพียงเพราะพักน้ำ ทิ้งไว้ หรือต้มน้ำ การต้มช่วยลดเชื้อโรคบางชนิด แต่ไม่กำจัดสารหนู และอาจทำให้สารละลายเข้มข้นขึ้นเมื่อน้ำระเหย

หากตรวจพบสารหนู ควรใช้ระบบบำบัดที่เหมาะสม หรือเปลี่ยนไปใช้น้ำอีกแหล่งที่ผ่านการตรวจรับรอง จนกว่าจะยืนยันได้ว่าน้ำเดิมปลอดภัยสำหรับดื่มและปรุงอาหาร

Continue Reading

สุขภาพและการแพทย์ Health

ความสำเร็จ รพ.เชียงรายฯ ปลูกถ่ายกระจกตาครบ 59 ดวงตา

Rebecca Kim

Published

on

ความสำเร็จ รพ.เชียงรายฯ ปลูกถ่ายกระจกตาครบ 59 ดวงตา

สุขภาพดี">เชียงราย -วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของวงการสาธารณสุขในพื้นที่ภาคเหนือ ทีมจักษุแพทย์จาก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาให้กับผู้ป่วยได้สำเร็จ การผ่าตัดในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและมีความปลอดภัยสูง ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความหวังใหม่ให้กับผู้ป่วยโรคทางตาในพื้นที่

การผ่าตัดในครั้งนี้ถือเป็นผู้ป่วยรายที่ 9 ของปีงบประมาณ 2569 ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ความสำเร็จนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของทีมงานและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทุกขั้นตอนถูกวางแผนมาอย่างรอบคอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย

สรุปประเด็นสำคัญ  

  • ทีมแพทย์ผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาสำเร็จเป็นรายที่ 9 ของปีงบประมาณ 2569
  • การรักษาผ่านพ้นไปด้วยดี ช่วยฟื้นฟูการมองเห็นและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
  • ยอดรวมการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาของโรงพยาบาลสะสมถึง 59 ดวงตาแล้ว

การปลูกถ่ายกระจกตาคือการรักษาที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง แพทย์จะนำกระจกตาที่สมบูรณ์มาเปลี่ยนทดแทนกระจกตาเดิมที่เสียหายหรือขุ่นมัว วิธีนี้ช่วยแก้ไขปัญหาความผิดปกติของดวงตาตามหลักการแพทย์ได้อย่างตรงจุด การมองเห็นที่ชัดเจนขึ้นช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างเห็นได้ชัด

ผู้ป่วยหลายคนที่เคยสูญเสียโอกาสในการมองเห็น สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังจากการผ่าตัด ทางโรงพยาบาลมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน เป้าหมายหลักคือการให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน การดูแลดวงตาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทีมแพทย์ให้ความสำคัญเสมอมา

ก้าวต่อไปของบริการสาธารณสุขในเชียงราย

จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาสะสมรวมแล้วถึง 59 ดวงตา ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถิติ แต่หมายถึง 59 ชีวิตที่ได้รับการเติมเต็มความสุข ความสำเร็จนี้ยังช่วยตอกย้ำถึงศักยภาพของระบบสาธารณสุขในจังหวัดเชียงราย ประชาชนในพื้นที่จึงสามารถวางใจในบริการทางการแพทย์ได้อย่างเต็มที่

ในอนาคต ทีมแพทย์ยังมีแผนที่จะขยายการให้บริการและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคทางตาให้ได้มากขึ้น การสนับสนุนจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้ภารกิจที่สำคัญนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน โรงพยาบาลยังคงเป็นที่พึ่งพิงหลักของประชาชนในยามเจ็บป่วย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากการมองเห็นที่สดใสของผู้ป่วยอีกมากมาย

ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม

เร่งสางคดีสลด! กลุ่มเด็กชายรุมล่วงละเมิด ด.ญ. 7 ขวบเชียงราย

แพทย์จากเชียงรายจ่ายเงินดาวน์ 250,000 บาท ในคดีอุบัติเหตุรถชนที่มีผู้เสียชีวิต

 

Continue Reading

SOi Dog FOundation

ฝนตกหนักทำให้เกิดดินถล่มในภาคเหนือของประเทศไทย
ข่าว - News4 hours ago

ฝนตกหนักทำให้เกิดดินถล่มในภาคเหนือของประเทศไทย

เชียงรายเปิดเมืองกีฬา จัด Kids Fun Run 2026 ปั้นเด็กสุขภาพดี
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

เชียงรายเปิดเมืองกีฬา จัด Kids Fun Run 2026 ปั้นเด็กสุขภาพดี

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

ระทึก! กระบะเสียหลักชนเสาไฟแม่สาย ตำรวจลุยจับจอดผิดกฎ

เทศบาลเชียงรายชนะเลิศ! ได้รับรางวัล Thailand Rabies Awards 2026
เชียงราย - Chiang Rai News5 hours ago

เทศบาลเชียงรายชนะเลิศ! ได้รับรางวัล Thailand Rabies Awards 2026

วิกฤตน้ำท่วม 25 จังหวัด กทม. อ่วม กระทบ 5.4 แสนคน ดับ 8 ศพ
ข่าว - News1 day ago

วิกฤตน้ำท่วม 25 จังหวัด กทม. อ่วม กระทบ 5.4 แสนคน ดับ 8 ศพ

ชี้ชะตา! ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันนี้
ข่าวการเมือง Politics1 day ago

ชี้ชะตา! ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันนี้

ตำรวจบุกช่วย นศ.เชียงใหม่ ถูกแก๊งคอลฯ หลอกขังตัวรีดเงิน
เชียงใหม่ - Chiang Mai1 day ago

ตำรวจบุกช่วย นศ.เชียงใหม่ ถูกแก๊งคอลฯ หลอกขังตัวรีดเงิน

ตำรวจเชียงรายจับกุมชายหนุ่มคนหนึ่งในข้อหาซ่อนยาเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนผิดกฎหมาย
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

ตำรวจเชียงรายจับกุมชายหนุ่มคนหนึ่งในข้อหาซ่อนยาเมทแอมเฟตามีนและอาวุธปืนผิดกฎหมาย

สลด! รักษาการเจ้าอาวาสเชียงรายถูกไฟดูดมรณภาพขณะล้างลานวัด
เชียงราย - Chiang Rai News1 day ago

สลด! รักษาการเจ้าอาวาสเชียงรายถูกไฟดูดมรณภาพขณะล้างลานวัด

เรื่องอื้อฉาวในวัด!! เจ้าอาวาสถูกปลดจากตำแหน่งหลังถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ
ข่าว - News2 days ago

เรื่องอื้อฉาวในวัด!! เจ้าอาวาสถูกปลดจากตำแหน่งหลังถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ข่าวอาชญากรรม - Crime4 weeks ago

เหตุการณ์สุดสยอง! นักเรียนมัธยมปลายวัย 15 ปีคลุ้มคลั่งกราดยิงในโรงเรียน โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

น่าตกใจ!! รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย ในจังหวัดเชียงราย

แพทย์รายหนึ่งในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน หลังจากที่เขาขับรถชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

แพทย์รายหนึ่งในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากประชาชน หลังจากที่เขาขับรถชนนักเรียนเสียชีวิต 2 ราย

จับลอตใหญ่! ตำรวจเชียงรายไล่ล่ากระบะขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด พลิกคว่ำตกคลอง
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

จับลอตใหญ่! ตำรวจเชียงรายไล่ล่ากระบะขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด พลิกคว่ำตกคลอง

ประวัติศาสตร์วงการกีฬา! วอลเลย์บอลหญิงไทย โค่นจีน คว้าแชมป์เอเชีย พร้อมตั๋วโอลิมปิก 2028
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

ประวัติศาสตร์วงการกีฬา! วอลเลย์บอลหญิงไทย โค่นจีน คว้าแชมป์เอเชีย พร้อมตั๋วโอลิมปิก 2028

เชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน
ข่าวกีฬา Sports4 weeks ago

เชียงรายเปิดฉากกีฬา “เจียงฮายสัมพันธ์ 69” ชูแนวคิด รู้อะไรไม่สู้รู้จักกัน

สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ - Chiang Mai4 weeks ago

สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ

ตำรวจทลายเครือข่าย "ปืนผี" ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ
เชียงใหม่ - Chiang Mai3 weeks ago

ตำรวจทลายเครือข่าย “ปืนผี” ขนาดใหญ่ทั่วจังหวัดทางภาคเหนือ

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย
เชียงราย - Chiang Rai News4 weeks ago

กองทัพบกไทยรับมอบโดรน DJI Flycart 100 เพื่อใช้ในการบรรเทาภัยพิบัติในจังหวัดเชียงราย

สลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ
เชียงราย - Chiang Rai News3 weeks ago

สลด! กระบะชนประสานงากลางถนนเชียงราย ดับ 1 เจ็บ 4 เร่งหาสาเหตุ

Download Our App

Trending