เชียงใหม่ - Chiang Mai
ระทึก! น้ำป่าทะลัก ‘น้ำตกแม่สา’ พัดร่างนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยรอดหวุดหวิด
ตำรวจเชียงใหม่จับกุมผู้ต้องหาหลบหนี สร้างความตกตะลึงแก่ผู้สัญจรไปมา">เชียงใหม่ – เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเย็นของวันนี้ (15 ส.ค.) เมื่อเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณ น้ำตกแม่สา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย อำเภอแม่ริม กระแสน้ำที่พัดมาอย่างรวดเร็วได้พัดเอาร่างของนักท่องเที่ยวหลายคนลอยไปตามโขดหิน หนึ่งในนั้นมีเด็กหญิงรวมอยู่ด้วย เหตุการณ์น่าตกใจนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.20 น. ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ประจำจุดได้สังเกตเห็นความผิดปกติทางธรรมชาติก่อนเกิดเหตุ จึงรีบส่งสัญญาณเตือนภัยทันที พวกเขาพยายามเรียกให้นักท่องเที่ยวทุกคนรีบขึ้นจากน้ำให้เร็วที่สุด แต่เนื่องจากมวลน้ำป่าทะลักมาอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนวิ่งหนีไม่ทัน นักท่องเที่ยวบางส่วนถูกน้ำพัดไปไกล และมีบางคนติดค้างอยู่กลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
ประเด็นสำคัญ
- เกิดน้ำป่าฉับพลัน: น้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงและรวดเร็วที่น้ำตกแม่สา ทำให้นักท่องเที่ยวหนีขึ้นฝั่งไม่ทันและถูกพัดไปตามกระแสน้ำ
- กู้ภัยรวดเร็ว: เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้ครบทุกคน โดยมีผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพียง 1 ราย
- ปิดพื้นที่ชั่วคราว: อุทยานฯ สั่งปิดน้ำตกแม่สาทันทีแบบไม่มีกำหนด จนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายซ้ำรอย
ปฏิบัติการกู้ภัยและอาการของผู้บาดเจ็บ
ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ทันที การทำงานแข่งกับเวลาและกระแสน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ในที่สุดก็สามารถนำทุกคนกลับขึ้นสู่พื้นที่ปลอดภัยได้สำเร็จ จากการตรวจสอบร่างกายเบื้องต้นพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีเพียงแผลถลอกเล็กน้อยเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยทำแผลและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ที่จุดเกิดเหตุ
ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่สามารถเดินทางกลับที่พักได้ตามปกติหลังทำแผลเสร็จ อย่างไรก็ตาม มีนักท่องเที่ยว 1 รายที่ถูกกระแสน้ำพัดไปไกลกว่าคนอื่น ผู้บาดเจ็บรายนี้มีอาการปวดตามตัวและเวียนศีรษะอย่างหนัก เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงรีบประสานงานกับทีมกู้ภัยของเทศบาลตำบลแม่ริม รถพยาบาลได้เข้ามารับตัวและส่งไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
2026/08/3-34.jpg" alt="ระทึก! น้ำป่าทะลัก 'น้ำตกแม่สา' พัดร่างนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยรอดหวุดหวิด" width="1474" height="1110" srcset="https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/3-34.jpg?w=1474&ssl=1 1474w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/3-34.jpg?resize=300%2C226&ssl=1 300w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/3-34.jpg?resize=1024%2C771&ssl=1 1024w, https://i0.wp.com/www.chiangraitimes.com/th/wp-content/uploads/2026/08/3-34.jpg?resize=768%2C578&ssl=1 768w" sizes="auto, (max-width: 740px) 100vw, 740px" />
ประกาศปิดน้ำตกแม่สาและคำเตือนถึงนักท่องเที่ยว
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้ออกประกาศด่วนในเย็นวันเดียวกัน ทางอุทยานฯ สั่งปิดการให้บริการบริเวณน้ำตกแม่สาทุกชั้นเป็นการชั่วคราว คำสั่งปิดนี้มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจะเปิดให้เข้าเที่ยวชมอีกครั้งเมื่อสถานการณ์น้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติและปลอดภัยเต็มที่เท่านั้น เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
อุทยานฯ ยังได้ฝากคำเตือนถึงประชาชนที่จะมาเที่ยวในช่วงฤดูฝนนี้ นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าเสมอ และต้องประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเอง นอกจากนี้ ต้องเชื่อฟังคำเตือนของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุไม่คาดฝัน หากเกิดเหตุฉุกเฉินในเขตอุทยานฯ สามารถโทรแจ้งสายด่วนกรมอุทยานฯ หมายเลข 1362 ได้ตลอดเวลา
เหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การเตรียมพร้อมและมีสติอยู่เสมอคือสิ่งสำคัญที่สุด เมื่อธรรมชาติต้องการส่งสัญญาณเตือน เราต้องพร้อมที่จะรับฟังและปฏิบัติตาม เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและกลับบ้านอย่างปลอดภัย
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q: เหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากที่น้ำตกแม่สาเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
A: เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเย็นของวันที่ 15 สิงหาคม เวลาประมาณ 16.20 น.
Q: มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายจากเหตุการณ์นี้หรือไม่?
A: ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหาย เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้อย่างปลอดภัย มีผู้บาดเจ็บถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลเพียง 1 รายเท่านั้น
Q: ตอนนี้น้ำตกแม่สาเปิดให้เข้าชมตามปกติหรือไม่?
A: ปัจจุบันอุทยานฯ ได้ประกาศปิดให้บริการน้ำตกแม่สาทุกชั้นเป็นการชั่วคราว จนกว่าระดับน้ำและสถานการณ์จะปลอดภัย
Q: หากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ต้องติดต่อเบอร์อะไร?
A: นักท่องเที่ยวสามารถโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินได้ที่สายด่วนกรมอุทยานฯ เบอร์ 1362 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โซเชียลเดือด! แก๊งวัยรุ่นหญิงเชียงใหม่ลวงเด็ก 13 รุมทำร้าย ปมเข้าใจผิดโพสต์คำคม
วิจารณ์สนั่น! นักท่องเที่ยวสาวปีนกำแพงโบราณ”แจ่งศรีภูมิ”เชียงใหม่ เสี่ยงอันตรายและทำลายประวัติศาสตร์
เชียงใหม่ - Chiang Mai
วิจารณ์สนั่น! นักท่องเที่ยวสาวปีนกำแพงโบราณ ‘แจ่งศรีภูมิ’ เชียงใหม่ เสี่ยงอันตรายและทำลายประวัติศาสตร์
ตำรวจเชียงใหม่จับกุมผู้ต้องหาหลบหนี สร้างความตกตะลึงแก่ผู้สัญจรไปมา">เชียงใหม่ – เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากมีผู้พบเห็นนักท่องเที่ยวสาวคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนกำแพงเมืองโบราณ เธอสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้น และรองเท้าผ้าใบสีขาว โดยขึ้นไปนั่งอย่างสบายใจบนขอบอิฐชั้นบนสุดของ “แจ่งศรีภูมิ” สถานที่แห่งนี้คือหนึ่งในสี่มุมเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างมากของเมืองเชียงใหม่ การกระทำดังกล่าวสร้างความตกใจและหวาดเสียวให้กับผู้คนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาเป็นอย่างยิ่ง
จุดที่นักท่องเที่ยวหญิงรายนี้ปีนขึ้นไปนั้นมีความสูงจากพื้นดินหลายเมตร ที่สำคัญคือเธอไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยใดๆ เลยแม้แต่น้อย หลายคนกังวลว่าหากเธอก้าวพลาดหรือเกิดลื่นไถล อาจทำให้พลัดตกลงมาจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้หากอิฐโบราณเกิดหลุดร่วงลงมา ก็อาจทำอันตรายต่อผู้คนที่เดินอยู่ด้านล่างได้เช่นกัน เหตุการณ์นี้จึงถือเป็นความเสี่ยงที่สร้างความกังวลให้กับชุมชนอย่างมาก
สรุปประเด็นสำคัญ
- นักท่องเที่ยวหญิงปีนขึ้นไปนั่งบนกำแพงเมืองโบราณบริเวณแจ่งศรีภูมิโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย
- พฤติกรรมนี้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและอาจทำให้โครงสร้างอิฐเก่าแก่ชำรุดเสียหายได้
- ประชาชนเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบและติดตั้งป้ายเตือนหลายภาษาเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
กระทบจิตใจชาวเชียงใหม่และเสี่ยงทำลายโบราณสถาน
นอกจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ยังมองว่าพฤติกรรมนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง กำแพงเมืองเชียงใหม่ถือเป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ชาวเชียงใหม่หวงแหน การปีนป่ายขึ้นไปนั่งเล่นหรือถ่ายรูปในลักษณะนี้ถือเป็นการไม่เคารพสถานที่สำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างอิฐเก่าแก่ที่มีอายุหลายร้อยปีอาจชำรุดและพังทลายได้ง่ายจากการรับน้ำหนัก ชาวบ้านจึงอยากให้นักท่องเที่ยวทุกคนตระหนักถึงการอนุรักษ์สถานที่เหล่านี้ให้มากขึ้น
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านและผู้เห็นเหตุการณ์เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน หน่วยงานต่างๆ เช่น กรมศิลปากร เทศบาลนครเชียงใหม่ และตำรวจท่องเที่ยว ควรประสานงานกันเพื่อเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง การเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่สายตรวจอาจเป็นทางออกที่จะช่วยตรวจสอบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้
การจัดทำป้ายเตือนเป็นอีกหนึ่งความจำเป็นที่ควรเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรติดตั้งป้ายเตือนอย่างชัดเจนและมีหลายภาษา โดยเน้นภาษาอังกฤษและภาษาจีนในจุดที่เสี่ยงต่อการปีนป่าย การให้ข้อมูลและกฎระเบียบที่ถูกต้องจะช่วยสร้างความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี แนวทางเหล่านี้จะช่วยป้องกันเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของการท่องเที่ยวและความปลอดภัยของทุกคน
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
โซเชียลเดือด! แก๊งวัยรุ่นหญิงเชียงใหม่ลวงเด็ก 13 รุมทำร้าย ปมเข้าใจผิดโพสต์คำคม
เกิดเหตุทะเลวิวาทรุนแรงบนถนนในเชียงใหม่!! นักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวบ้านปะทะกัน
เชียงใหม่ - Chiang Mai
โซเชียลเดือด! แก๊งวัยรุ่นหญิงเชียงใหม่ลวงเด็ก 13 รุมทำร้าย ปมเข้าใจผิดโพสต์คำคม
ตำรวจเชียงใหม่จับกุมผู้ต้องหาหลบหนี สร้างความตกตะลึงแก่ผู้สัญจรไปมา">เชียงใหม่ – ปัญหาความรุนแรงในกลุ่มวัยรุ่นกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อครอบครัวของเด็กหญิงวัย 13 ปี ต้องออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน น้องพะแพง (นามสมมุติ) ถูกกลุ่มรุ่นพี่วัยรุ่นหญิงจำนวน 4 คน ล่อลวงไปรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้เกิดขึ้นที่บริเวณฝายดอยน้อย อำเภอดอยหล่อ สร้างความตกใจให้แก่ผู้ที่พบเห็นอย่างมาก
ชนวนเหตุของความรุนแรงครั้งนี้มาจากเรื่องเล็กน้อยบนโลกออนไลน์เท่านั้น น้องพะแพงเพียงแค่โพสต์คำคมลงในสื่อโซเชียลมีเดียว่า “เหลี่ยมไม่กลัว กลัวไม่คม” แต่กลุ่มรุ่นพี่กลับเข้าใจผิดและคิดว่าเป็นการโพสต์พาดพิงถึงพวกตน พวกเธอจึงวางแผนล่อลวงเด็กหญิงให้ออกมาพบเพื่อลงมือทำร้าย
ประเด็นสำคัญ
- เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงรุ่นพี่ 4 คน รุมทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงที่บริเวณฝายดอยน้อย จังหวัดเชียงใหม่
- สาเหตุหลักมาจากความเข้าใจผิดเรื่องโพสต์คำคมบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุคิดว่าตนเองถูกด่าทอ
- ครอบครัวของผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว และยืนยันอย่างเด็ดขาดว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการยอมความ
การทำร้ายร่างกายครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ส่งข้อความมาหลอกชวนน้องพะแพงให้ออกมาเที่ยวด้วยกัน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อและเดินทางไปถึงจุดนัดพบ รุ่นพี่ทั้ง 4 คนก็สั่งให้เพื่อนชายของน้องพะแพงออกไปรอที่อื่นทันที
นาทีระทึก: กลุ่มรุ่นพี่รุมทำร้ายอย่างรุนแรง
หลังจากนั้น กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ได้เข้ารุมทำร้ายเด็กหญิงวัย 13 ปีอย่างรุนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว หนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ “โบว์ใหญ่” วัย 21 ปี ได้เข้ามาเตะก้านคอ กระชากผม และชกใบหน้าของน้องพะแพงอย่างจัง ส่วนวัยรุ่นคนอื่นๆ ก็เข้ารุมเตะและกระทืบตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
การรุมสกรัมครั้งนี้ทำให้น้องพะแพงรู้สึกมึนงง และไม่สามารถขัดขืนหรือป้องกันตัวเองได้เลย หลังจากก่อเหตุจนพอใจแล้ว กลุ่มวัยรุ่นหญิงยังได้ขับรถตามไปพูดจาท้าทายเพื่อนชายของผู้เสียหายอีกด้วย จากนั้นพวกเธอจึงรีบแยกย้ายกันหลบหนีไป ทิ้งให้เด็กหญิงต้องบอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ
ครอบครัวเดินหน้าทวงความยุติธรรม
เมื่อครอบครัวได้เห็นคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ถูกส่งต่อมา พวกเขารู้สึกตกใจและรีบออกตามหาน้องพะแพงทันที นายธนพล ผู้เป็นพ่อ และนางทิพวรรณ ผู้เป็นย่า ได้พยายามนัดหมายให้คู่กรณีมาเจรจาตกลงกันที่สถานีตำรวจ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุกลับปฏิเสธและไม่ยอมเดินทางมาตามนัด
ด้วยเหตุนี้ ทางครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นหญิงทุกคนอย่างเด็ดขาด พวกเขายืนยันว่าจะไม่มีการยอมความ และจะเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากรายงานข่าวต้นฉบับได้ที่ MGR Online
ขณะนี้คดีดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลและตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป สังคมกำลังจับตามองอย่างหนักว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุจะได้รับบทลงโทษที่เหมาะสมอย่างไรกับความรุนแรงที่พวกเธอได้กระทำลงไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
แฟชั่นโชว์กลางสายฝน! เชียงใหม่เปลี่ยนสี่แยกรินคำเป็นรันเวย์ “Lanna Haute Couture”
เชียงใหม่ - Chiang Mai
แฟชั่นโชว์กลางสายฝน! เชียงใหม่เปลี่ยนสี่แยกรินคำเป็นรันเวย์ ‘Lanna Haute Couture’
ตำรวจเชียงใหม่จับกุมผู้ต้องหาหลบหนี สร้างความตกตะลึงแก่ผู้สัญจรไปมา">เชียงใหม่ – ค่ำคืนวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่มีความคึกคักเป็นพิเศษ แม้ว่าจะมีสายฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่กลางเมือง กิจกรรมนี้คือแฟชั่นโชว์สุดพิเศษชื่อว่า “LANNA HAUTE COUTURE” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “When the Streets Become Couture” โดยงานนี้ได้เปลี่ยนทางม้าลายที่สี่แยกรินคำ หน้าศูนย์การค้าเมญ่า ให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นสุดทันสมัย
งานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญใหญ่ที่ชื่อว่า “Amazing 2026">Thailand: What Does Thailand Feel Like?” เป้าหมายหลักคือการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ให้กับผู้มาเยือน ททท. ต้องการนำเสนอศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยของภาคเหนือ เพื่อส่งต่อเสน่ห์ของเชียงใหม่ไปสู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างใกล้ชิด
สรุปประเด็นสำคัญ
- เปลี่ยนถนนเป็นรันเวย์: สี่แยกรินคำถูกเนรมิตให้เป็นเวทีแฟชั่นโชว์ Lanna Haute Couture ท่ามกลางสายฝน
- แฟลชม็อบสุดอลังการ: นางแบบกว่า 40 ชีวิตร่วมนำเสนอชุดผ้าทอพื้นถิ่นจาก 6 ดีไซเนอร์ชั้นนำ
- ยกระดับการท่องเที่ยว: กิจกรรมนี้ช่วยโปรโมตเสน่ห์วัฒนธรรมล้านนาร่วมสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ไฮไลต์สำคัญของงานนี้คือการรวมตัวของนางแบบมืออาชีพกว่า 40 คน พวกเธอได้มาร่วมกันถ่ายทอดผลงานการออกแบบที่สวยงามและประณีต ชุดทั้งหมดถูกสร้างสรรค์โดย 6 ดีไซเนอร์ชั้นนำของเมืองไทย การแสดงมาในรูปแบบแฟลชม็อบที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนที่เดินผ่านไปมา โดยเน้นการนำเสนอเสน่ห์ของผ้าทอพื้นบ้านและความสวยงามของศิลปะล้านนา
แม้ว่าในระหว่างการแสดงจะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่นางแบบทุกคนก็ยังคงแสดงสปิริตอย่างเต็มที่ พวกเธอเดินบนรันเวย์ที่เปียกโชกด้วยความเป็นมืออาชีพ ภาพนางแบบเดินกางร่มและสวมชุดล้านนาร่วมสมัยกลางสายฝน สร้างบรรยากาศที่ดูเท่และแปลกตา ผู้คนที่พบเห็นและนักท่องเที่ยวต่างรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับภาพที่เกิดขึ้น
สี่แยกรินคำ: ‘ชิบูย่าเมืองไทย’ กับมนต์เสน่ห์ล้านนา
สี่แยกรินคำถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่นี้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่าง ศูนย์การค้า MAYA Lifestyle Shopping Center, โครงการ Think Park และย่านนิมมานเหมินท์อันโด่งดัง ทำให้ในแต่ละวันมีผู้คนและนักท่องเที่ยวสัญจรไปมาอย่างคึกคัก จนหลายคนบนโลกออนไลน์ขนานนามที่นี่ว่าเป็น “แยกชิบูย่าเมืองไทย”
การนำแฟชั่นโชว์มาจัดบนพื้นที่ถนนจริงๆ ท่ามกลางสายฝน ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับเมืองเชียงใหม่ กิจกรรมนี้ช่วยผสมผสานวิถีชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างลงตัวและมีเสน่ห์ นับเป็นการเปิดมุมมองใหม่ที่ทำให้เชียงใหม่น่าเที่ยวมากยิ่งขึ้นในสายตาของทุกคน
กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงหน้าฝน
นอกจากการสร้างความสวยงามแล้ว งานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก การจัดกิจกรรมในช่วงฤดูฝนหรือช่วงกรีนซีซั่น (Green Season) เป็นกลยุทธ์ที่ดีในการดึงดูดนักท่องเที่ยว สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ระบุว่ากิจกรรมที่สร้างสรรค์จะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง ทำให้ร้านค้า ร้านอาหาร และโรงแรมในย่านนิมมานเหมินท์มีความคึกคักมากขึ้น
ในอนาคต ททท. มีแผนที่จะจัดกิจกรรมรูปแบบนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำว่าเมืองเชียงใหม่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะมาเยือนในฤดูไหน นักท่องเที่ยวก็จะได้สัมผัสกับความประทับใจที่ไม่เหมือนใคร การผสมผสานระหว่างแฟชั่นล้ำสมัยและรากเหง้าทางวัฒนธรรม จะทำให้เชียงใหม่ยังคงเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกต่อไป
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เกิดเหตุทะเลวิวาทรุนแรงบนถนนในเชียงใหม่!! นักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวบ้านปะทะกัน
คลิปวิดีโอสุดช็อกจากเชียงใหม่เผยออกมาแล้ว! แก๊งอันธพาลทำร้ายพนักงานร้านขายกัญชาเนื่องจากข้อพิพาทเรื่องรักสามเส้าที่รุนแรง
-
สภาพอากาศ - Weather6 days agoกรมอุตุฯ เตือน! พยากรณ์อากาศภาคเหนือและเชียงราย 13-15 ส.ค. 69 รับมือฝนถล่มหนัก
-
ข่าวกีฬา Sports5 days ago“คริปโต คอบร้า เชียงราย” โชว์ฟอร์มโหด! เหมา 2 แชมป์ยัดห่วง TOA 3×3
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoเซ็นทรัลเชียงรายฉลองวันแม่ด้วยกิจกรรมพิเศษ “โยคะสำหรับคุณแม่ที่ใส่ใจสุขภาพ”
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoทลายแก๊งค้ายาข้ามชาติ! ปส. ผนึกกำลังทหาร ยึดไอซ์ 300 กิโลกรัม ที่เชียงราย



