เชียงใหม่ - Chiang Mai
คลิปวิดีโอสุดช็อกจากเชียงใหม่เผยออกมาแล้ว! แก๊งอันธพาลทำร้ายพนักงานร้านขายกัญชาเนื่องจากข้อพิพาทเรื่องรักสามเส้าที่รุนแรง
เชียงใหม่ – เหตุการณ์สุดระทึกนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่กลางดึกวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งคาดว่าเป็นแก๊งบิ๊กไบค์ ได้บุกเข้าไปในร้านกัญชาชื่อ WEED ME พวกเขาตรงเข้าไปทำร้ายพนักงานชายในร้านอย่างอุกอาจ ท่ามกลางความตกใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์
กล้องวงจรปิดอีกมุมหนึ่งสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์นี้เอาไว้อย่างชัดเจน ผู้ก่อเหตุได้ใช้อำนาจข่มขู่และบังคับให้พนักงานชายคนดังกล่าวคุกเข่าลงกับพื้น จากนั้นเขาถูกสั่งให้คลานเข้ามากราบเท้าเพื่อขอขมาในสิ่งที่เกิดขึ้น
ประเด็นสำคัญ
นาทีระทึก! เตะเสยคางและกระทืบซ้ำเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม
หลังจากที่ผู้เสียหายยอมทำตามคำสั่งโดยการคลานเข้ามากราบเท้า ชายผู้ก่อเหตุกลับไม่หยุดความรุนแรง เขาใช้เท้าเตะเสยเข้าที่ปลายคางของพนักงานชายอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ร่างของผู้เสียหายกระเด็นล้มลงไปนอนนิ่งอยู่บนพื้นทันทีโดยไม่อาจขัดขืนได้
แม้ว่าพนักงานชายจะพยายามยกมือขึ้นไหว้และกล่าวคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ยังไม่มีท่าทีจะเห็นใจ พวกเขาบุกเข้าไปกระทืบซ้ำและลากร่างของผู้เสียหายไปทำร้ายต่ออีกหลายครั้ง การกระทำอันโหดร้ายนี้ส่งผลให้เหยื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณศีรษะและใบหน้า
นอกจากความรุนแรงทางร่างกายแล้ว กลุ่มผู้ก่อเหตุยังแสดงพฤติกรรมที่น่าตกใจยิ่งกว่า พวกเขาสั่งให้ลูกน้องหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอและภาพนิ่งเอาไว้ การกระทำนี้เชื่อว่าทำไปเพื่อแสดงความสะใจ ซึ่งถือเป็นการคุกคามสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรง

เปิดปมแค้นเรื่องชู้สาวและการบ่อนทำลายหลักฐานสำคัญ
จากข้อมูลการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุหลักของการทำร้ายร่างกายครั้งนี้ มาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว ชายผู้ก่อเหตุกล่าวหาอย่างหนักแน่นว่าพนักงานชายคนนี้แอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนสาวของตน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้ยังคงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างจากฝ่ายผู้ก่อเหตุเพียงฝ่ายเดียว
สังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หลังจากการทำร้ายร่างกายเสร็จสิ้นลง กลุ่มแก๊งบิ๊กไบค์ไม่ได้ขับรถหลบหนีไปทันที พวกเขาได้วางแผนมาเป็นอย่างดีด้วยการค้นหาเมมโมรีการ์ดในร้าน
กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ถอดเมมโมรีการ์ดจากกล้องวงจรปิดภายในร้านกัญชาติดตัวไปด้วย การขโมยอุปกรณ์บันทึกภาพนี้ทำไปเพื่อหวังทำลายหลักฐานสำคัญทางคดี ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะพากันขับรถหลบหนีไปอย่างลอยนวล
การดำเนินคดีทางกฎหมายและการทวงคืนความยุติธรรม
ล่าสุดผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บได้รวบรวมความกล้าเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ เขาได้เข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อขอให้กระบวนการทางกฎหมายช่วยจัดการกับกลุ่มผู้ก่อเหตุเหล่านี้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งตรวจสอบภาพวงจรปิดจากมุมอื่นๆ ตามเส้นทางหลบหนี ตำรวจมั่นใจว่าด้วยหลักฐานที่มีอยู่ จะสามารถระบุตัวตนและติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน
เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ประชาชนต่างหวังว่าผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวมาลงโทษโดยเร็ว หากคุณต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านข่าวต้นฉบับได้โดยตรงที่เว็บไซต์ MGR Online
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เตือนภัยด่วน! เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ต้องเฝ้าระวังน้ำป่า 24 ชั่วโมง
ภาคเหนือของประเทศไทยอยู่ในภาวะเตือนภัยระดับสูง!! เกิดน้ำท่วมฉับพลันในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ผู้ซื้อบ้านในเชียงใหม่ผงะ พบศพคุณยายที่หายตัวไป
เชียงใหม่ – เหตุการณ์สุดช็อกนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมีชาวบ้านรายหนึ่งกำลังมองหาบ้านมือสอง เขาให้ความสนใจบ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่ถูกธนาคารยึด ซึ่งปัจจุบันเป็นทรัพย์สินรอการขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้ตลาดชุมชนบ้านท่าเดื่อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่
ด้วยความสนใจ ผู้ซื้อจึงขออนุญาตเข้าไปสำรวจสภาพบ้านก่อนตัดสินใจประมูล เมื่อเดินสำรวจบริเวณชั้นล่าง เขาพบเตียงนอนที่มีมุ้งครอบอยู่ และเมื่อเปิดมุ้งออกก็ต้องตกใจสุดขีด เพราะพบศพมนุษย์สภาพแห้งจนเหลือเพียงโครงกระดูกนอนอยู่บนเตียง
ประเด็นสำคัญ
- เหตุการณ์หลัก: ผู้สนใจซื้อบ้านเข้าไปสำรวจบ้านยึดจากกรมบังคับคดี แต่กลับผงะพบศพแห้งเป็นโครงกระดูกอยู่บนเตียง
- สถานที่เกิดเหตุ: บ้านไม้สองชั้นที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ตั้งอยู่ใจกลางชุมชน ใกล้ตลาดสดในจังหวัดเชียงใหม่
- ข้อสันนิษฐาน: คาดว่าเป็นศพคุณยายวัย 93 ปี เจ้าของบ้านเดิม ที่อาจเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมานานกว่า 5 ปีโดยไม่มีใครทราบ
หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง พร้อมด้วยแพทย์นิติเวชจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที (อ้างอิงข้อมูลจาก: ไทยรัฐออนไลน์) เจ้าหน้าที่ได้ทำการเก็บหลักฐานอย่างระมัดระวัง เพื่อนำโครงกระดูกส่งไปชันสูตรอย่างละเอียด
การตรวจสอบนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคลและหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่าบ้านหลังนี้เคยเป็นของคุณยายศรีวรรณ แซ่ตั้ง ในอดีตท่านเคยอาศัยอยู่กับลูกชาย
ชาวบ้านเห็นทั้งคู่ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน หลังจากนั้นบ้านก็ถูกธนาคารยึดไป ชาวบ้านส่วนใหญ่เข้าใจว่าคุณยายย้ายไปอยู่กับญาติในตัวเมืองแล้ว จึงไม่ได้มีใครติดใจสงสัย หรือเข้าไปตรวจสอบความผิดปกติภายในบ้านร้างหลังนี้เลย
ปริศนาการเสียชีวิตกลางชุมชนที่พลุกพล่าน
เมื่อตำรวจทำการสืบสวนเพิ่มเติม พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ลูกชายของคุณยายปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ที่จังหวัดตาก ส่วนคุณยายศรีวรรณในขณะที่หายตัวไปนั้น มีอายุประมาณ 93 ปีแล้ว เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าโครงกระดูกที่พบน่าจะเป็นคุณยาย
หากผลชันสูตรออกมายืนยันตามนี้ จะถือเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างมาก เพราะหมายความว่าคุณยายเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวภายในบ้านมานานหลายปี สิ่งที่ทำให้หลายคนประหลาดใจคือ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ติดกับตลาดสด ซึ่งมีผู้คนสัญจรไปมาตลอดทั้งวัน
ชาวบ้านเปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครเคยได้กลิ่นเหม็น หรือสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ เลย จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนเกิดเหตุ เริ่มมีกลิ่นแปลกๆ โชยออกมา แต่ก็ไม่มีใครรู้ต้นตอ จนกระทั่งมีคนเข้าไปดูบ้านและพบศพในที่สุด
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใส่ใจดูแลเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุในชุมชน และยังเป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านมือสอง ว่าควรตรวจสอบสภาพทรัพย์สินอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ระทึกกลางดึก! สาวหึงโหด ขับรถไล่ชนอดีตแฟนหนุ่มกลางถนนเชียงใหม่
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ระทึกขวัญดอยสุเทพ! ต้นสนยักษ์อายุ 60 ปี โค่นทับรถสี่ล้อแดงพังยับ โชคดีไร้คนเจ็บ
เชียงใหม่ –เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงสายของวันนี้ เมื่อต้นสนขนาดใหญ่อายุกว่า 60 ปี หักโค่นลงมาอย่างกะทันหัน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณใกล้กับซุ้มประตูบันไดทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของทั้งชาวไทยและต่างชาติ เสียงต้นไม้ล้มดังสนั่นทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นตกใจกันอย่างมาก
เคราะห์ดีที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนี้ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว บรรดาร้านค้าของชาวบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงก็รอดพ้นจากความเสียหายไปได้อย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม มีรถสี่ล้อแดงรับจ้างซึ่งจอดอยู่บริเวณนั้น ถูกกิ่งไม้และลำต้นทับจนพังเสียหายไปหนึ่งคันเต็มๆ
จุดสำคัญที่ควรทราบ
- ต้นสนเก่าแก่อายุกว่า 60 ปี หักโค่นหน้าซุ้มประตูทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
- เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีรถสี่ล้อแดงรับจ้างได้รับความเสียหาย 1 คัน
- ชาวบ้านเคยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต้นไม้แล้ว แต่ก่อนหน้านี้ได้รับการประเมินว่ายังปลอดภัย
สาเหตุหลักและการระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ
เหตุระทึกนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น สาเหตุหลักของการหักโค่นมาจากสภาพลำต้นที่เก่าแก่และเริ่มผุพังไปตามกาลเวลา เมื่อรับน้ำหนักไม่ไหว กิ่งก้านและลำต้นจึงร่วงหล่นมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง สิ่งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก
หลังจากเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว พร้อมประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้านในพื้นที่ และคนงานของทางวัด ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อเร่งเคลียร์พื้นที่ให้กลับมาปลอดภัย
ทีมงานได้ช่วยกันนำเลื่อยยนต์มาตัดแต่งกิ่งไม้และลำต้นที่ขวางทาง พวกเขาเก็บกวาดเศษซากทั้งหมดอย่างรวดเร็ว การทำงานที่เป็นระบบทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติ นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินขึ้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ต่อเนื่อง

ปัญหาที่ถูกมองข้าม สู่มาตรการป้องกันที่รัดกุม
รายงานจากสื่อข่าวท้องถิ่น MGR Online ระบุข้อมูลว่า ต้นสนยักษ์ต้นนี้ถูกปลูกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 ก่อนหน้านี้ชาวบ้านเคยสังเกตเห็นความผิดปกติบริเวณลำต้น พวกเขาได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบสภาพความแข็งแรงแล้ว
ในตอนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและแจ้งกลับมาว่า ไม่พบปัญหาหรือความเสี่ยงใดๆ ที่น่ากังวล จนกระทั่งต้นไม้ทนสภาพความผุพังไม่ไหวและโค่นล้มลงมา นับว่าเป็นความโชคดีอย่างมากที่จังหวะนั้นไม่มีประชาชนเดินผ่าน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต หน่วยงานที่ดูแลพื้นที่เตรียมยกระดับมาตรการความปลอดภัย พวกเขาจะระดมกำลังเข้าตรวจสอบสภาพต้นไม้ใหญ่ทุกต้นบริเวณรอบวัดพระธาตุดอยสุเทพอย่างละเอียดและรอบคอบมากยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวต้องมาก่อน
การตรวจสอบครั้งใหม่นี้จะเน้นไปที่ความแข็งแรงของรากและลำต้นของต้นไม้ใหญ่ หากพบต้นไม้ที่มีความเสี่ยงต่อการโค่นล้ม เจ้าหน้าที่จะทำการตัดแต่งกิ่งหรือนำไม้มาค้ำยันทันที มาตรการเชิงรุกนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทุกคน
นอกเหนือจากการจัดการต้นไม้แล้ว เจ้าหน้าที่ยังเตรียมจัดทำป้ายเตือนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังตัวได้ดียิ่งขึ้นในช่วงฤดูฝนหรือวันที่มีลมแรง การเตรียมพร้อมรับมือกับอุบัติเหตุทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย
วัดพระธาตุดอยสุเทพถือเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ การดูแลสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องใส่ใจ หากใครพบเห็นต้นไม้ที่ดูไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานได้ทันที เพื่อให้เราทุกคนได้เที่ยวชมธรรมชาติอย่างสบายใจ
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
เหตุขัดข้องทางกลไกทำให้รถไฟด่วนที่มุ่งหน้าสู่เชียงใหม่ต้องหยุดชะงัก
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
เชียงใหม่ - Chiang Mai
ระทึกกลางดึก! สาวหึงโหด ขับรถไล่ชนอดีตแฟนหนุ่มกลางถนนเชียงใหม่
เชียงใหม่ – เกิดเหตุการณ์สุดระทึกขวัญขึ้นกลางดึกในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้ หญิงสาวคนหนึ่งเกิดอาการหึงหวงอย่างรุนแรงจนขาดสติ เธอได้ตัดสินใจขับรถยนต์เก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนหนุ่มกลางถนน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตกใจให้กับชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นช่วงเวลาที่รถเก๋งชนรถจักรยานยนต์จนล้มกลิ้งไปกับพื้นอย่างแรง ฝ่ายชายพยายามร้องตะโกนขอชีวิตเพื่อให้เธอหยุดการกระทำดังกล่าว แต่เธอยังคงพยายามเร่งเครื่องและถอยรถมาทับซ้ำอีกหลายครั้งโดยไม่สนใจเสียงห้ามปราม
ประเด็นสำคัญ
- หญิงสาวขับรถเก๋งไล่ชนและถอยทับรถจักรยานยนต์ของอดีตแฟนหนุ่มในช่วงเวลาประมาณตีสาม
- สาเหตุหลักเกิดจากความหึงหวงหลังจากที่เธอจับได้ว่าฝ่ายชายพาผู้หญิงคนอื่นเข้าไปในโรงแรม
- เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้ทำให้มีรถยนต์ของชาวบ้านที่จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายไปด้วย
เหตุการณ์ความวุ่นวายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณตีสาม บริเวณถนนในย่านสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ หญิงสาวผู้ก่อเหตุได้เปิดเผยกับผู้อยู่ในเหตุการณ์ว่าเธอจับได้แบบคาหนังคาเขา เธอพบว่าอดีตแฟนหนุ่มของเธอพาหญิงสาวคนอื่นเข้าไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง
ความโกรธแค้นและเสียใจทำให้เธอตัดสินใจก่อเหตุรุนแรงโดยไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมา เธอตะโกนต่อว่าฝ่ายชายด้วยความโมโหอย่างหนักกลางถนน แม้ฝ่ายชายจะพยายามตะโกนเสียงหลงเพื่อบอกให้เธอหยุด แต่เธอก็ยังไม่ยอมลดละความโกรธลงเลย
ชนวนเหตุจากความรักและความหึงหวง
คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งและกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่ขาดสติของหญิงสาว หลายคนมองว่าปัญหาความรักควรพูดคุยและตกลงกันด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้กำลัง
การใช้ความรุนแรงเพื่อยุติข้อพิพาทในช่วงเวลาที่ควรจะเงียบสงบนั้น สร้างความเดือดร้อนอย่างมากแก่คนในชุมชน ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรบกวนการนอนหลับของผู้อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้บริสุทธิ์อีกด้วย
เรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับคู่รักหลายๆ คู่ได้เป็นอย่างดี การเลิกรากันหรือความขัดแย้งในความสัมพันธ์เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างมีสติคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เราต้องเรียนรู้
การปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำจนไปทำร้ายผู้อื่นไม่เคยส่งผลดีกับใครเลย ท้ายที่สุดแล้วผู้ก่อเหตุก็ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งในแง่ของกฎหมายและผลกระทบต่อจิตใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้
ข่าวที่กำลังเป็นที่นิยม
ไวรัลสุดซึ้ง! อาสาจราจรเชียงใหม่อุ้มลูกน้อยโบกรถ สะท้อนชีวิตพ่อสู้ชีวิต
สลด! สาว 26 ถูกฆาตกรรมโหดในรีสอร์ตเชียงใหม่ แฟนหนุ่มลูกครึ่งพยายามหนีแต่รถคว่ำ
-
เชียงราย - Chiang Rai News6 days agoกฟก.เชียงราย ลุยช่วยเกษตรกร ปลดหนี้เร่งด่วนสหกรณ์แม่สรวยเกือบ 2 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoครอบครัวช็อก! เด็กชายกลุ่มหนึ่งล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เชียงราย
-
ข่าวอาชญากรรม - Crime6 days agoโจรมีอาวุธสวมเสื้อฮู้ดก่อเหตุชิงทองมูลค่า 3.5 ล้านบาท
-
เชียงราย - Chiang Rai News5 days agoเฉลิมชัย ศิลปินชาวเชียงราย บริจาคเงิน 1.18 ล้านบาทให้แก่โรงพยาบาล



